เกิดใหม่เป็นภรรยาสุดโหดยุค 80 - บทที่ 223 เย่หนานคอยแอบช่วย
บทที่ 223 เย่หนานคอยแอบช่วย?
โจวจินหนานพยักหน้ารับ “ได้ครับ”
สวี่ชิงไม่ได้คัดค้านอะไรเช่นกัน แม้ว่าโจวเฉิงเหวินจะหัวสูงและชอบพูดจาดูถูกก็ตาม
โจวคังอันก็เช่นกัน เขาอาจดูสงบนิ่งไม่สนใจเรื่องภายในครอบครัว แต่อย่างน้อยเขาก็เป็นคนจิตใจดี
เมื่อมีเหตุการณ์ใหญ่โตเกิดขึ้นที่บ้าน เธอและโจวจินหนานจึงจำเป็นจะต้องอยู่ดูแลชายชราทั้งสอง
ความโศกเศร้ายังไม่จางหายไปจากการที่โจวลี่หงนั่งกัดฟันก่นด่าไปเรื่อยเปื่อย “ไม่เคยคิดเลยว่าซูฮุ่ยหรูจะไร้ยางอายถึงขนาดที่ไปเล่นชู้กับพี่ชายของฉัน ถ้าไม่ใช่เพราะหล่อน ครอบครัวเราคงไม่เป็นแบบนี้ใช่ไหม? แม่ก็คงไม่ตายใช่ไหม?”
หลังจากนั้นหล่อนก็คร่ำครวญและร้องไห้อีกครั้ง
โจวคังอันตบเข้าที่โต๊ะอย่างแรงขณะจ้องมองหล่อน “พอแล้ว แกพาเหวินผิงกลับไปก่อน ฉันมีเรื่องต้องคุยกับพี่รองแก”
โจวลี่หงไม่อยากกลับ แต่เนื่องจากยังมีความเกรงกลัวต่อโจวคังอัน หล่อนจึงพาลูกสาวออกไปก่อนที่ใบหน้าของหล่อนจะเริ่มแสดงออกถึงความขุ่นเคือง
ภายในห้องนั่งเล่นขณะนั้นจึงเหลือเพียงสวี่ชิงและสามีของเธอ รวมถึงโจวเฉิงเหวินและโจวคังอัน
ไม่มีใครเอ่ยพูดสิ่งใด บรรยากาศจึงเงียบจนน่าขนลุก
หลังจากเงียบอยู่เนิ่นนาน ในที่สุดโจวคังอันก็เป็นฝ่ายเอ่ยทำลายความเงียบ “จินหนาน แกเล่าเรื่องคดีให้ฉันฟังหน่อย”
โจวจินหนานจึงอธิบายรายละเอียดทั้งหมดเกี่ยวกับแรงจูงใจที่เหยียนเฉียวอวี้ได้ลงมือฆ่าเฉินหยิง
ใบหน้าของโจวเฉิงเหวินเต็มไปด้วยความโกรธแค้น ตลอดหลายปีมานี้เขาไม่เคยแสดงสีหน้าแบบนี้ออกมาสักครั้ง
โจงคังอันถอนหายใจก่อนจะพึมพำกับตัวเอง “เป็นแบบนี้มันก็สมควรแล้ว เฉิงเหวิน แกจะทำอย่างไรต่อไป?”
โจวเฉิงเหวินกัดฟันพูด “หย่า”
โจวคังอันขมวดคิ้วก่อนจะนิ่งไปชั่วขณะ “ฉันไม่ได้ห้ามแกว่าไม่ให้หย่า แต่อยากจะบอกแกว่าเรื่องทั้งหมดที่เกิดขึ้น มันไม่ใช่ความผิดของฮุ่ยหรูเพียงคนเดียว ยี่สิบปีผ่านมา แกไม่สังเกตตัวเองสักนิดเลยหรือว่าเฉยชาและขาดความเอาใจใส่ต่อหล่อนและครอบครัวมากมายขนาดไหน”
“ในเมื่อเรื่องทั้งหมดมันเป็นแบบนี้ ไม่ว่าแกจะต้องการหย่าหรือไม่ก็ตัดสินใจด้วยตัวเองเถอะ ขอแค่ไม่ต้องมีใครตายอีก อีกอย่าง เรื่องโจวจินซวนแกคิดว่าจะทำอย่างไร”
เมื่อโจวเฉิงเหวินรู้ตัวว่าลูกชายที่เรียกเขาว่าพ่อมาเป็นเวลายี่สิบปีเป็นลูกของคนอื่น เขาก็รู้สึกน้อยอกน้อยใจขึ้นมา “เขาอายุยี่สิบแล้ว สามารถเลือกอนาคตของตัวเองได้ ผมจะไม่เข้าไปยุ่งเกี่ยวกับชีวิตของเขาอีก”
โจวคังอันไม่อาจพูดอะไรได้อีกต่อไป “ปล่อยให้เป็นไปตามแบบที่มันควรเป็นเถอะ ส่วนจินหนานต้องไปหาทางแก้ไขไม่ให้คดีนี้แพร่งพรายออกไป ตระกูลโจวของเราไม่อาจสูญเสียบุคคลผู้นี้ไปได้จริง ๆ ”
โจวจินหนานพยักหน้าลงเล็กน้อย
โจวคังอันดูราวกับมีอะไรอยู่ภายในใจและทำท่าจะเอ่ยปากพูด แต่สุดท้ายก็ทำเพียงถอนหายใจออก
ทุกคนล้วนไร้ความอยากอาหารมื้อกลางวันอย่างสิ้นเชิง โจวคังอันจึงเดินไปที่ห้องนอนเพื่อพักผ่อน
โจวคังอันยังจำได้ว่าสวี่ชิงกำลังตั้งครรภ์ จึงขอให้โจวจินหนานพาเธอไปยังห้องครัวเพื่อรับประทานอาหารมื้อกลางวัน
แต่สวี่ชิงกลับกินไม่ลง
เธอจึงกระซิบกับโจวจินหนาน “ตอนนี้ฉันยังไม่หิว เรากลับไปพักผ่อนที่ห้องกันเถอะค่ะ ให้พวกคุณป้าเก็บอาหารไปก่อน”
โจวจินหนานจึงให้สวี่ชิงเดินไปที่ห้องนอนก่อน แล้วเขาจึงเดินไปห้องครัวเพื่อบอกกล่าว
ถึงแม้จะไม่มีใครอยู่ห้องมานาน แต่พี่เลี้ยงก็เข้ามาทำความสะอาดห้องทุกวัน ส่วนพวกเครื่องนอนก็ถูกนำไปตากทุกสองถึงสามวัน
ทั้งห้องยังคงสว่างไสวด้วยแดด รวมถึงตัวอักษรที่เขียนว่าความสุขบนขอบหน้าต่างและตู้ในห้องยังคงอยู่เหมือนเดิม
การกลับมาครั้งนี้ให้อารมณ์แตกต่างไปจากครั้งก่อนอย่างสิ้นเชิง ทุกอย่างสงบลง และเธอก็มีความอยากรู้อยากเห็นเล็กน้อยเกี่ยวกับโจวจินหนาน
อยากเห็นว่าตอนเป็นเด็กเขาหน้าตาเป็นอย่างไร
เมื่อได้ยินเขาเอ่ยถึงตนเองว่าตอนอายุสิบสามปีต้องขึ้นรถไฟและไปที่เหมืองขุดถ่านหินเพื่อหาเงิน เธอจึงอดไม่ได้ที่จะรู้สึกเป็นทุกข์เมื่อเห็นเขาต้องผ่านเรื่องยากลำบากมาเพียงลำพัง
วัยเด็กของพวกเขาช่างยากลำบากนัก ส่วนใหญ่ทุกข์ยากและอดมื้อกินมื้อ
ไม่เคยคาดคิดมาก่อนว่าโจวจินหนานผู้ดูสดใสในสายตาเธอจะเคยประสบพบเจอเรื่องแบบเดียวกันมาก่อน
อยากโอบกอดโจวจินหนานตอนอายุสิบสามปีจัง!
สวี่ชิงคิดเกี่ยวกับเรื่องนี้ก่อนจะลุกขึ้นเดินไปยังตู้หนังสือข้างโต๊ะ ภายในนั้นเต็มไปด้วยหนังสือทุกประเภท แต่สิ่งที่ทำให้เธอตกใจคือภายในนั้นมีหนังสือต้นฉบับภาษาต่างประเทศมากมาย
ไม่ใช่แค่เพียงภาษารัสเซียเท่านั้น แต่ยังมีภาษาอังกฤษอีกด้วย
สันหนังสือที่เปื่อยยุ่ยแสดงถึงว่าหนังสือเล่มนี้ถูกเปิดบ่อยมาก
โจวจินหนานอ่านหนังสือพวกนี้เข้าใจด้วยหรือ?
เธอเงยหน้าขึ้นมองไปรอบ ๆ หยิบหนังสือสุ่มออกมาพลิกดูและพบว่ามีข้อความในหนังสือ ลายมือมีความแข็งแกร่งอยู่ในตัวอักษร
สวี่ชิงเคยเห็นลายมือของโจวจินหนานมาก่อน แต่มันกลับไม่เหมือนลายมือที่ถูกขีดเขียนไว้ภายในหนังสือเล่มนี้ เห็นได้ชัดว่าเจ้าของลายมือนี้ถูกขัดเกลามาเป็นอย่างดี
ตัวอักษรของโจวจินหนานเป็นเหมือนตะขอเหล็ก ทุกตัวอักษรหวัดแบบมีเอกลักษณ์ แม้จะไม่ได้ฝึกคัดลายมือมาแต่กลับดูดีอย่างมาก
สิ่งที่ทำให้สวี่ชิงประหลาดใจยิ่งกว่าคือตัวอักษรซึ่งเธอค่อนข้างคุ้นเคยกับมัน!
เมื่อช่วงชีวิตที่แล้ว เธอเคยมีลูกค้าคนหนึ่ง เขาค่อนข้างนิสัยเสียแต่ถึงอย่างนั้นกลับเป็นที่รู้จักในแวดวงนักธุรกิจ และมีทรัพยากรอยู่ในมือมากมาย เขาจึงได้นัดพบเธอเพื่อคุยเรื่องธุรกิจ
ขณะนั่งอยู่บนโต๊ะไวน์เขาก็เริ่มทำตัวเสียมารยาท
ก่อนที่เธอจะสาดไวน์ใส่หน้าเขาแล้วจากไปด้วยความฉุนเฉียว
ก่อนหน้าคิดว่าคงหมดหวังในเส้นทางธุรกิจนี้ แต่แล้วไม่กี่วันต่อมา เขากลับมาใหม่พร้อมยื่นขอเสนอให้เธออีกครั้งและพร้อมเซ็นสัญญาโดยตรง
สวี่ชิงจดจำหนังสือสัญญาที่เธอลงลายมือได้เป็นอย่างดี : ฝ่าย A จะไม่ขอให้ฝ่าย B ร่วมมือด้วยเหตุผลส่วนตัวใด ๆ และจะไม่กระทำการใด ๆ นอกเหนือจากด้านธุรกิจ มิฉะนั้นฝ่าย B มีสิทธิ์ยื่นฟ้องฝ่าย A ได้โดยตรง และ ฝ่าย A จะต้องชดเชยค่าใช้จ่ายทางเศรษฐกิจทั้งหมดอันเกิดจากความเสียหาย
ข้อนี้สะดุดตาเป็นอย่างมาก หากลองพิจารณาแล้วถ้าไม่มีใครบังคับ สัญญาข้อนี้อาจไม่เกิดขึ้น
เห็นได้ชัดว่ามีคนช่วยเธออยู่เบื้องหลัง
แต่เนื่องจากเธอไม่ทราบว่าบุคคลผู้นี้คือใคร จึงใช้การพิจารณาลายมือเพื่อเปรียบเทียบหาเจ้าของลายมือนั้น เธอค่อนข้างประทับใจลายมือของบุคคลผู้นี้มาก
น่าเสียดายที่เธอไม่เคยหาเขาพบจนกระทั่งเธอได้ตายจากมาจึงไม่มีทางได้รู้เลยว่าบุคคลผู้นั้นคือใคร
“หาอะไรอยู่เหรอ?”
โจวจินหนานเดินเข้ามาพร้อมกับจานผลไม้อยู่ในมือ ก่อนจะมาหยุดอยู่ข้างสวี่ชิง
สวี่ชิงเปิดหนังสือที่อยู่ในมือของตน “ฉันอ่านหนังสือเล่มนี้แล้ว เจ้าของลายมือนี้คือใครกัน เขียนสวยมากเลย”
โจวจินหนานเหลือบมองเธอ “เหยียนจี้ชวนเป็นคนเขียน เขาให้ผมมาอ่านต่อ”
สวี่ชิงรู้สึกประหลาดใจ ด้วยความคาดไม่ถึงว่าจะเป็นลายมือของเหยียนจี้ชวน เป็นไปได้ไหมว่าเมื่อชาติก่อนเหยียนจี้ชวนกับเธอจะมีความสัมพันธ์กัน และเมื่อเธอประสบปัญหาจึงขอให้จี้ชวนช่วย?
โจวจินหนานยื่นจานให้สวี่ชิง “กินผลไม้ก่อน นี่เป็นลูกชากั๋วของมหาวิทยาลัยส่วนภูมิภาค ค่อนข้างหวานเลย ”
สวี่ชิงวางหนังสือก่อนจะกัดลูกชากั๋วหนึ่งคำ มันทำให้หวนนึกถึงโชคชะตาที่แสนวิเศษ
ทันใดนั้นเธอก็นึกถึงคนที่แอบช่วยเธอเมื่อสองสามวันก่อน “คุณว่าใครเป็นคนฆ่าแม่ฉันนะ?”
โจวจินหนานส่ายศีรษะ “ผมไม่รู้ ตอนนี้กำลังให้ใครสักคนสืบสวนอยู่ แล้วไหนจะเย่เหม่ยอีก ผมไม่รู้เลยว่าหล่อนซ่อนตัวอยู่ที่ไหน คนของเราก็หาไม่พบ”
สวี่ชิงค่อนข้างแปลกใจ “เย่เหม่ยไม่ยอมไปง่าย ๆ หรอก อาจจะมีเรื่องไม่ดีเกิดขึ้นกับหล่อน”
หล่อนไม่มีความหวาดกลัว หรืออาจเป็นเพราะธูปกู่จึงทำให้หล่อนหายตัวไป
ผู้ที่คอยแอบปกป้องเธอ สามารถปกป้องเธอไปแล้วหนึ่งครั้ง และครั้งที่สองนี้ก็เช่นกัน
เมื่อคิดถึงเรื่องนี้ สวี่ชิงก็เริ่มงุนงง “พี่บอกว่ามีคนช่วยฉันจากความมืด หรือคนนั้นอาจจะเป็นแม่ฉัน?”
สวี่จื้อกั๋วเคยบอกว่าเย่หนานเป็นบุคคลที่มีพลังมากมายใช่ไหม?
และหล่อนก็ยังมีชีวิตอยู่ บางทีหล่อนอาจรู้เกี่ยวกับแผนการของเย่เหม่ยแล้วแอบช่วยเหลือเธออยู่เงียบ ๆ ?
…………………………………………
สารจากผู้แปล
มีลุ้นอยู่นะคะว่าแม่ชิงชิงจะยังไม่ตาย เพราะมีเหตุร้ายหลายรอบกับชิงชิงแต่ก็แคล้วคลาด
ไหหม่า(海馬)