เกิดใหม่เป็นภรรยาสุดโหดยุค 80 - บทที่ 220 เขาทำผู้หญิงโง่ของเขาหาย
บทที่ 220 เขาทำผู้หญิงโง่ของเขาหาย
โจวจินหนานกลับมาที่อพาร์ทเม้นท์ พบว่าเหยียนจี้ชวนกับเกาจ้านกำลังกินถั่วลิสงกับดื่มเหล้า
เมื่อเห็นโจวจินหนานกลับมา เหยียนจี้ชวนก็หรี่ตามองเขา “เหอะ ๆ คงไม่ใช่ว่าเกิดอยากดื่มเหล้าจนวิ่งกลับมาหรอกนะ มาเร็วๆ ฉันจะรินให้นายเอง”
พูดอยู่ก็หยิบเหยือกมาใบหนึ่งแล้วเทเหล้าขาวพรวดเดียวครึ่งแก้ววางลงบนโต๊ะตัวเล็ก “มาๆๆ ดื่มเหล้า”
โจวจินหนานเดินไปนั่งลง หยิบเหยือกขึ้นมาดื่มอึกหนึ่งอย่างตรงไปตรงมา จากนั้นก็มองเหยียนจี้ชวน “วันเกิดของสวี่ชิงคือเดือนมีนาคมวันที่สิบห้าตามปฏิทินสุริยคติ”
เหยียนจี้ชวนแปลกใจนิดหน่อย “หูฉันไม่ได้ฝาดไปใช่ไหม วันนั้นได้ยินว่านี่ไม่เกี่ยวอะไรกับฉันไม่ใช่เหรอ?”
โจวจินหนานมองเขา “ผู้การเหยียนเจอเย่หนานครั้งสุดท้ายก็คือเดือนมีนาคมตามปฏิทินจันทรคติ ถ้าปีนั้นเป็นเดือนยรุ่นซาน* ก็เป็นไปได้ว่ามันก็คือเดือนพฤษภาคมตามปฏิทินสุริยคติ และตอนที่เย่หนานกับสวี่จื้อกั๋วมาในเมืองคือต้องการตามหาคน เป็นไปได้ว่าคนที่ต้องการหาก็คือผู้การเหยียน เพราะหล่อนเอาขลุ่ยยวี่ผิงมาด้วย ตัวอักษรบนนั้นมองไม่ชัด แต่สวี่ชิงบอกว่าตัวสุดท้ายคืออักษรซาน(三=สาม)!”
*เดือนยรุ่นซาน 闰三月 คือมีเดือนมีนาคมซ้ำกันสองเดือน
“ฉันคิดว่าเธอน่าจะดูกลับด้านแล้ว นั่นน่าจะเป็นอักษรชวน(川=แม่น้ำ)มากกว่า!”
เหยียนจี้ชวนตอบสนองอย่างฉับไว สบถคำหนึ่ง “ปี60เป็นเดือนยรุ่นซาน! คนเฒ่าคนแก่บอกว่าเดือนยรุ่นซานจะเกิดภัยแล้ง ปีนั้นเป็นช่วงที่เกิดวิกฤตภัยแล้งครั้งใหญ่พอดี”
ตอนนั้นเขาอายุสิบสองขวบ ย่อมต้องจำได้
พอคิดได้แบบนี้ก็พลันตื่นเต้นขึ้นมา ถ้าเหยียนจี้ชวนจำว่าคือหลังเดือนสาม ก็จะเป็นเดือนพฤษภาคมตามปฏิทินสุริยคติแล้ว!
“พระเจ้า! ถ้าอย่างนั้นสวี่ชิงก็น่าจะเป็นลูกสาวของพี่ใหญ่ฉันจริง ๆน่ะสิ เป็นหลานสาวคนโตของฉัน?” เหยียนจี้ชวนพลันตื่นเต้นแทบไม่ไหว มองโจวจินหนาน “ต่อไปเรียกฉันว่าอารองเลย”
โจวจินหนานปรายตามองเขาแวบหนึ่ง “ไป โทรศัพท์ยืนยันก่อน”
เหยียนจี้ชวนพยักหน้าติดๆกัน “ใช่ๆๆ ไปโทรศัพท์ ไป ไปด้วยกัน”
เกาจ้านฟังอยู่ข้าง ๆ ราวกับอยู่ในเมฆหมอก* ทำไมจู่ ๆ สวี่ชิงถึงกลายเป็นลูกสาวของเหยียนป๋อชวนแล้วได้ล่ะ? ยังไม่ทันเข้าใจ ก็เห็นโจวจินหนานกับเหยียนจี้ชวนลากถูกันออกไปโทรศัพท์แล้ว จึงรีบตามไปเช่นกัน
*หมายถึง มึนงงไม่เข้าใจ
เมื่อถึงเคาน์เตอร์ชั้นหนึ่งก็ทำการโทรศัพท์ต่อสายไปยังบ้านตระกูลเหยียนที่เมืองหลวงปักกิ่ง
เหยียนป๋อชวนที่เพิ่งถึงบ้านเมื่อตอนบ่ายยังไม่ทันได้พักก็ต้องไปรับโทรศัพท์จากเหยียนจี้ชวน ไม่รอให้เขาเอ่ยปาก เหยียนจี้ชวนก็ยิงถามขึ้นมาก่อน “พี่ใหญ่ พี่กับเย่หนานเจอกันครั้งสุดปลายเดือนยรุ่นซานปีนั้น พวกพี่พบกันหลังเดือนมีนาคมใช่ไหม วันเกิดของสวี่ชิงคือเดือนมีนาคมวันที่สิบห้าตามปฏิทินสุริยคติ! ซึ่งปีที่เป็นเดือนยรุ่นซานก็คือเดือนพฤษภาคมตามปฏิทินสุริยคติ นับตามเวลาแล้วสวี่ชิงก็คือลูกสาวของพี่!”
“แล้วก็ยังมี เย่หนานท้องแล้วมาตามหาคนในเมืองกับสวี่จื้อกั๋ว พกขลุ่ยยวี่ผิงอันหนึ่ง มีอักษรว่าชวนสลักไว้…..”
ร่างกายของเหยียนป๋อชวนแข็งทื่ออยู่ตรงนั้น ขณะเหยียนจี้ชวนยังคงพูดเจี๊ยวจ๊าว ในสมองเขาเต็มไปด้วยภาพเย่หนานอุ้มท้องพกขลุ่ยยวี่ผิงเดินหาเขาทั่วเมือง
ครั้งสุดท้ายที่เขาได้เจอเย่หนาน เป็นปลายเดือนพฤษภาคมตามปฏิทินสุริยคติ เพราะกำลังสับสนกับการจำวันตามปฏิทินจันทรคติ จึงมองข้ามวันตามปฏิทินสุริยคติไป
และคนในเมืองเองก็ชอบจำวันตามปฏิทินจันทรคติ โดยเฉพาะวันเกิดเป็นพิเศษ
ดังนั้นตอนที่เขาเห็นวันเกิดของสวี่ชิงคือเดือนมีนาคมวันที่สิบห้า การตอบสนองแรกจึงเป็นเดือนมีนาคมตามปฏิทินจันทรคติ
ตอนนี้เมื่อลองคิดดูแล้ว ย่าของสวี่ชิงไม่เพียงพูดว่าวันเกิดของสวี่ชิงก็คือเดือนมีนาคมวันที่สิบห้า ยังพูดอีกด้วยว่าเป็นช่วงที่ต้นหญ้าเพิ่งขึ้น
ถ้าเป็นเดือนมีนาคมตามปฏิทินจันทรคติ เช่นนั้นก็เป็นกลางฤดูใบไม้ผลิ หลังจากดอกไม้บานแล้ว ก็เป็นช่วงที่ต้นไม้ใบหญ้าจะเขียวขจี!
ดังนั้นเขาถึงมองข้ามประโยคสำคัญที่สุดไป
เหยียนป๋อชวนลำคอตีบตันคล้ายถูกอุดเอาไว้ หัวใจเจ็บจนแทบหายใจไม่ออก
ทำไมเขาถึงมองข้ามข้อมูลที่สำคัญแบบนี้? เพราะเขายังเชื่อมั่นความเข้าใจในตัวเย่หนานไม่พอ ในใจรู้สึกว่าหล่อนชอบใหม่ลืมเก่า ตามผู้ชายหน้าตาดีคนหนึ่งไปแล้ว
ก็เพราะความสงสัยเสี้ยวหนึ่งนี้ ตอนเขามองเห็นวันเกิดของสวี่ชิงในเอกสารก็ต่อต้านแล้ว แม้จะอดเพ้อฝันไม่ได้ แต่ก็ไม่กล้าไปตรวจสอบอย่างละเอียด
กลับคิดไม่ถึงว่าผู้หญิงโง่คนนั้นแต่ไหนแต่ไรไม่เคยออกมาจากหมู่บ้าน ผู้หญิงโง่ที่ไม่เคยนั่งรถไฟมาก่อน อุ้มท้องเดินทางมานับพันลี้เพื่อมาตามหาเขา
ผู้หญิงโง่ของเขาไม่เคยเปลี่ยนไปเลย และก็ไม่เคยลืมคำสัญญาของหล่อนด้วย
เขาไม่ยืนหยัดหาต่อ สุดท้ายเขาก็เสียหล่อนไป
ไม่ว่าเหยียนจี้ชวนจะพูดอะไรต่อ เขาก็วางโทรศัพท์อย่างกะทันหัน นั่งอยู่บนโซฟาลุกไม่ขึ้นราวกับถูกชำแหละเอากระดูกออกไป ทั้งร่างกายถึงกับหมดเรี่ยวแรง
เขาอดปาดเหงื่อบนหน้าผากอย่างอดไม่อยู่ รู้สึกหวาดหวั่นเล็กน้อย สวี่ชิงเป็นลูกสาวของเขา เป็นลูกสาวของเขากับเย่หนาน
จู่ ๆ เขาก็พลันไม่กล้าสู้หน้าหล่อน
………………….
เหยียนจี้ชวนพูดอย่างรวบรัดในเวลาอันสั้น ผลก็คือฝ่ายตรงข้ามกลับไม่ตอบสนองเลยสักนิดเดียว เขาพูดฮัลโหลๆ อยู่ครึ่งค่อนวัน สุดท้ายอีกฝ่ายกลับวางสายไปแล้ว
เขาสงสัยนิดหน่อย “สรุปว่าเหล่าเหยียนได้ฟังที่ฉันพูดหรือเปล่า”
โจวจินหนานคาดการณ์อยู่ด้านข้าง “ได้ยินแล้ว ทางนี้ก็ได้ยินเสียงหายใจเขาอยู่ แสดงว่าเขาก็น่าจะได้ยินที่นายพูดแล้วล่ะ”
เหยียนจี้ชวนมองตาโจวจินหนาน บ่นมาคำหนึ่ง “หูดียิ่งว่าหูสุนัขอีกนะ”
ทักษะการฟังของโจวจินหนานทำให้คนเคารพนับถือแล้วจริง ๆ ตอนรหัสซ้อนกันสองชั้น เขาก็ยังถอดรหัสที่ซ้อนอยู่ออกมาได้อย่างแม่นยำ หูดีเสียยิ่งกว่าหูสุนัขจริงๆ
แต่พอคิดว่าโจวจินหนานเป็นหลานเขยตัวเองก็พลันอารมณ์ดี กอดคอเขา “ไปๆๆ ไอ้หลานเขย พาอาไปดื่มอีกสองแก้วกันเถอะ”
โจวจินหนานยกแขนเขาออก “ยังไม่ได้รับการยืนยันขั้นสุดท้ายเลย เอาเปรียบให้มันน้อยหน่อย ฉันขอตัวกลับบ้านก่อน”
ว่าแล้วก็เดินหนีออกมาโดยไม่สนว่าเหยียนจี้ชวนจะบ่นโวยวายอยู่ข้างหลัง
ในที่สุดเกาจ้านก็ได้โอกาสถาม “สวี่ชิงเป็นลูกสาวของเหล่าเหยียนจริงเหรอ”
เหลียนจี้ชวนลูบใต้คางอย่างครุ่นคิด “น่าจะไม่ผิดไปจากนี้แล้วล่ะ ต่อไปนายก็สามารถเรียกว่าคุณอาได้เหมือนกันนะ”
จู่ ๆ ก็มีสวี่ชิงหลานสาวโตขนาดนี้โผล่ออกมา นี่ถือว่าไม่เลวจริงๆ สามารถเอาเปรียบคนได้สองสามคนในเวลาอันสั้น
เกาจ้านกลับทำใบหน้าลังเล “จบสิ้นแล้ว ถ้าเป็นลูกสาวเหล่าเหยียน รอบนี้โจวจินหนานก็จบสิ้นแล้ว”
ก็โจวจินหนานรังแกสวี่ชิงไว้ ทำให้สวี่ชิงตอนนี้ยังได้รับคำติฉินนินทาจากคนภายนอกอยู่เลย
เกิดเหยียนป๋อชวนรู้ว่าลูกสาวแท้ๆ ได้รับความไม่เป็นธรรมแบบนี้ เขาได้อัดโจวจินหนานตายแน่!
เกาจ้านคิดแล้วอดที่จะทำสงครามเย็นไม่ได้ คิดว่าถ้าตอนเหยียนป๋อชวนอัดโจวจินหนานขึ้นมาจริง ๆ เขาต้องหนีไปให้ไกลหน่อยดีหรือไม่ เนื่องจากเขาอยู่ตรงกลางไปก็ไม่มีประโยชน์อะไร
…………………..
เพราะตอนกลางวันสวี่ชิงยุ่งทั้งวัน ทั้งยังท้องอยู่ หลังจากล้างหน้าหัวถึงหมอนก็หลับทันที ทั้งยังหลับลึกมาก
ขนาดโจวจินหนานกลับมากลางดึก เธอก็ยังไม่รู้ตัว
รอจนตื่นขึ้นมาตอนเช้า บนเตียงก็ยังคงมีเธออยู่คนเดียว ทำให้คิดว่าโจวจินหนานยังไม่กลับมาตั้งแต่เมื่อคืน เธอนั่งมึนพักหนึ่งถึงค่อยลุกขึ้นออกไป แต่กลับเห็นโจวจินหนานกำลังแขวนแตงกวาขึ้นไปตาก
เฟิงซูฮวานั่งข้างอ่างน้ำใช้หวีซี่ถี่หวีผม
บนโต๊ะตัวเล็กมีอาหารเช้าวางอยู่ มีซาลาเปา และยังมีเกี๊ยวน้ำชามเล็กหนึ่งถ้วย
สวี่ชิงพลันรู้สึกอารมณ์ดีขึ้นมาก คิ้วผ่อนคลายลง ยิ้มแล้วเดินไปกอดเฟิงซูฮวา “คุณย่าสวยจังค่ะ”
เฟิงซูฮวายิ้มแล้วตบแขนเธอ “พูดเพ้อเจ้อให้มันน้อย ๆ หน่อย รีบไปล้างหน้าแล้วกินข้าวได้แล้ว จินหนานเพิ่งซื้อกลับมา”
สวี่ชิงยิ้มตาหยีไปช่วยโจวจินหนานแขวนแตงกวามะเขือม่วงกับลวด เป็นผักกินผลทั้งหมด ซื้อมาในตอนราคาถูก เมื่อตากแดดให้แห้งแล้วตุ๋นกินกับเนื้อจะอร่อยมาก
โจวจินหนานมองดวงตาหยีโค้งของสวี่ชิง “เมื่อวานพวกเราวิเคราะห์กันแล้ว คุณน่าจะเป็นลูกสาวของเหยียนป๋อชวนจริง ๆ!”
………………………………………………………
สารจากผู้แปล
สงสารเย่หนานเลย อุ้มท้องหาสามีตั้งไกล แต่ก็โดนหลอกแต่งงานกลางทาง แถมสามีได้เฟคนิวส์ว่าตัวเองมีสามีใหม่อีก
ไหหม่า(海馬)