เกิดใหม่เป็นภรรยาสุดโหดยุค 80 - บทที่ 219 เป็นไปได้ว่าสวี่ชิงจะเป็นลูกสาวของเหยียนป๋อชวนจริง ๆ!
- Home
- All Mangas
- เกิดใหม่เป็นภรรยาสุดโหดยุค 80
- บทที่ 219 เป็นไปได้ว่าสวี่ชิงจะเป็นลูกสาวของเหยียนป๋อชวนจริง ๆ!
บทที่ 219 เป็นไปได้ว่าสวี่ชิงจะเป็นลูกสาวของเหยียนป๋อชวนจริง ๆ!
โจวจินหนานมองขลุ่ยอย่างละเอียด “นี่เรียกว่าขลุ่ยยวี่ผิง* เหมือนขลุ่ยตี๋จื่อแต่ไม่ใช่ ที่ยูนนานเองก็มี แต่ที่มีชื่อเสียงที่สุดกลับเป็นของเมืองยวี่ผิง มณฑลกุ้ยโจว ชนเผ่าของที่นั่นมีเอกลักษณ์มาก”
สวี่ชิงตกใจ “คุณรู้จักด้วยหรือคะ”
โจวจินหนานพยักหน้า “เหยียนป๋อหยวนก็มีเหมือนกันหนึ่งเลา”
จำได้ว่าตอนประจำการที่ชนบท เวลาเหยียนป๋อชวนไม่มีอะไรทำก็จะนำขลุ่ยมาเป่าเป็นทำนองซึ้งหวานขัดกับรูปลักษณ์ภายนอกของเขา
แม้โจวจินหนานได้ยินแล้วจะรู้สึกหนวกหูแทบตาย เหยียนป๋อชวนก็ยังลากให้เขามาฟังอยู่เรื่อย ทุกครั้งที่เป่าเพลงนี้จบ เขาก็จะเงียบไปหนึ่งหรือสองชั่วโมง
ต่อมาเหยียนป๋อชวนก็กลายมาเป็นหัวหน้าของเขา และเขาก็ไม่เคยเห็นอีกฝ่ายเป่าเจ้าสิ่งนี้อีก
สวี่ชิงตกใจ “เขาเองก็มีเหรอคะ งั้นก็หมายความว่าเมื่อก่อนเขากับแม่ของฉันเป็นคนรักกันจริง ๆ น่ะสิ เพียงแค่ไม่รู้ว่าอะไรคือสาเหตุที่ทำให้แยกจากกัน ต่อมาแม่ฉันก็น่าจะมาหาเขาในเมืองเหมือนกัน”
เรื่องนี้โจวจินหนานไม่รู้แล้ว และก็ไม่อาจวิเคราะห์ตรงนี้กับสวี่ชิงได้เช่นกัน
“ต่อไปถ้าพบเหยียนป๋อชวนแล้วผมจะลองถามเขาดู พวกเรากลับบ้านกันก่อนเถอะ นี่ก็ดึกแล้ว”
สวี่ชิงนั่งซ้อนท้ายจักรยาน คิดมาตลอดทางว่าถ้าทั้งสองเป็นคนรักกัน อย่างนั้นทำไมถึงแยกจากกันได้ล่ะ?
เธอรู้สึกว่าชีวิตตัวเองในชาติที่แล้วเหมือนด้ายที่พันกันยุ่งเหยิง จับต้นสายปลายเหตุไม่ได้เลยสักนิดเดียว
ถ้าเหยียนป๋อชวนมีความเกี่ยวพันกับตัวเอง ก็คงไม่แสดงทีท่าผิดหวังเมื่อรู้วันเกิดของเธอสิ แต่มันจะเป็นใครได้ล่ะ?
เธอทอดถอนใจ ก่อนแนบใบหน้าติดกับแผ่นหลังของโจวจินหนาน “ฉันก็แค่อยากรู้ว่าพ่อแม่ของฉันสรุปแล้วเป็นใครกันแน่ การอยากรู้ความจริงเนี่ยมันยากจังเลยนะคะ”
โจวจินหนานทำได้เพียงปลอบใจเธอ “พวกเราค่อย ๆ สืบ จะต้องมีเบาะแสแน่ ตอนนี้ไม่ใช่ว่ามีเบาะแสออกมามากมายขนาดนี้แล้วเหรอ?”
สวี่ชิงคิดๆ แล้วก็เห็นด้วย “อันที่จริงรีบไปก็ไม่ได้อะไรเหมือนกัน”
ดีที่ชาตินี้เธอยังสามารถขุดหาความลับที่ชาติก่อนเธอไม่รู้ออกมาได้
คิดแล้วก็รู้สึกดีขึ้น เธอแค่นเสียงเบาขณะซบกับแผ่นหลังของโจวจินหนานขณะเดินทางกลับบ้าน
ไป๋หลางวิ่งอยู่ข้างขาของเธอพลางแลบลิ้นหายใจหอบแฮก ๆ ทำให้สวี่ชิงอดหัวเราะขึ้นมาไม่ได้ “พวกเราหาแฟนให้ไป๋หลางกันเถอะค่ะ มันจะได้ไม่เหงามาก”
โจวจินหนานไตร่ตรองสักพัก “น่าจะไม่จำเป็นแล้วล่ะ มันเคยทำหมันแล้ว”
สวี่ชิงพลันมองไป๋หลางอย่างคนหัวอกเดียวกัน แม้แต่ความสุขในชีวิตของสุนัขก็ยังทำไม่ได้
สองคนพูดคุยสารพัดสารเพขณะเดินทาง
ครั้นเกือบจะถึงหน้าประตูบ้านก็มองเห็นเกาจ้านยืนอยู่ใต้โคมไฟถนนมาแต่ไกล แขนข้างหนึ่งยังอยู่ในผ้าพันแผล มืออีกข้างถือบุหรี่สูบมวนหนึ่ง
ท่าทางดูกลุ้มใจมาก
เมื่อเห็นโจวจินหนานกับสวี่ชิงขี่รถกลับมา ท่าทางของเขาก็ดูเหมือนเห็นดาวนำโชค “เร็วๆๆ โจวจินหนาน นายไปกับฉัน”
ครั้นสวี่ชิงกระโดดลงจากรถ เกาจ้านก็พลักโจวจินหนานเดินไปอย่างอดรนทนไม่ไหว แล้วหันมาบอกสวี่ชิงประโยคหนึ่ง “ฉันยืมใช้ตัวเขาสักประเดี๋ยวนะ พรุ่งนี้เช้าจะเอามาคืน”
จากนั้นก็ตะแคงข้างนั่งเบาะหลัง ผลักโจวจินหนานให้รีบขี่รถ
ผู้ชายตัวใหญ่ขนาดนั้นพอตะแคงข้างนั่งแล้วก็ดูตลกมาก จริตจะก้านออกสาวนิดหน่อย
สวี่ชิงมองพลางกลั้นขำ คิดว่าจะรอให้ทั้งสองไปไกลแล้วค่อยกลับเข้าบ้าน แต่พอเดินไปได้ไม่ไกล โจวจินหนานก็หยุดรถอย่างกะทันหัน ให้เกาจ้านประคองรถไว้ ส่วนเขาก็วิ่งกลับมา
เมื่อวิ่งมาอยู่ตรงหน้าสวี่ชิง เขาก็ลูบศีรษะของเธอไปมา “คุณนอนก่อน นี่ดึกมากแล้ว พรุ่งนี้เช้าเดี๋ยวผมก็กลับมา แล้วจะซื้อเกี๋ยวน้ำที่คุณชอบมาฝากด้วย”
สวี่ชิงยิ้มจนตาโค้งหยี พยักหน้า “ค่ะ”
ครั้งนี้โจวจินหนานรอเธอกับไป๋หลางเข้าประตูใหญ่แล้วล็อคจากด้านในให้ดีก่อน ถึงค่อยเดินไปหาเกาจ้าน
เกาจ้านทำหน้าเหม็นเบื่อใส่โจวจินหนานทีหนึ่ง “นี่นายแต่งเมียหรือว่าลี้ยงลูกสาวกันแน่ อีกอย่างไม่ใช่ว่าสวี่ชิงให้อภัยนายแล้วเหรอ ต้องถึงกับระมัดระวังขนาดนี้เลย?”
โจวจินหนานมองเขาด้วยสายตามืดครึ้มแวบหนึ่ง “นายไม่มีเมีย นายไม่เข้าใจหรอก”
เกาจ้านไม่อยากพูดแล้ว ตบจักรยาน “เอาล่ะๆ นายแต่งงานแล้วนี่ รีบไปกันเถอะ”
รอจนกระทั่งโจวจินหนานถึงที่หมายถึงได้รู้ถึงสิ่งที่เรียกว่าเรื่องด่วนของเกาจ้าน ก็คือดื่มเหล้ากับเหยียนจี้ชวน
โจวจินหนานแม้แต่ห้องก็ไม่เข้า หมุนตัวเตรียมจะกลับบ้าน แต่ก็ถูกเกาจ้านผลักเข้าห้อง
เหยียนจี้ชวนทอดถอนหายใจ “ถ้านายกลับไปแล้วคงพลาดข่าวใหญ่แน่ รับรองว่านายจะเสียใจภายหลัง”
โจวจินหนานยังคงยืนยันจะกลับบ้าน
เหยียนจี้ชวนเพียงแค่พูดประโยคหนึ่ง “แต่เรื่องนี้เกี่ยวข้องกับสวี่ชิง”
โจวจินหนานลังเลไปนิดหนึ่ง หมุนตัวเข้าห้อง “เกี่ยวอะไรกับสวี่ชิง?”
เหยียนจี้ชวนผายมือ “นายนั่งลงก่อน ฉันจะค่อยๆ บอกนาย”
รอจนกระทั่งโจวจินหนานนั่งลง เหยียนจี้ชวนก็คุยเล่นครึ่งค่อนวัน ไม่พูดเรื่องเกี่ยวกับสวี่ชิงเสียที กลับนอกเรื่องไปอีกเรื่องหนึ่ง “ตอนนั้นพวกนายคุ้มครองคำสั่งลับหมายเลขหนึ่ง เพราะภายในไม่เพียงมีข้อมูลวิจัยเท่านั้น ยังมีรายชื่อสมาชิกเยอะมาก เดิมทีเป็นเรื่องเข้าใจผิด จนเกิดเรื่องกับโจวจินหนาน พวกนายลองเดาสิว่าเพราะอะไร?”
เกาจ้านขี้เกียจเดา “นายชอบพูดก็ไม่บอก ถึงอย่างไรตอนนี้มันก็ไม่เกี่ยวอะไรกับพวกเราแล้ว”
โจวจินหนานเองก็ไม่ใคร่สนใจเช่นกัน “นายบอกว่าจะพูดเรื่องที่เกี่ยวข้องกับสวี่ชิงไม่ใช่เหรอ”
ในที่สุดเหยียนจี้ชวนก็หมดอารมณ์ “ช่างเถอะ ๆ พูดถึงสวี่ชิงแล้ว ฉันสงสัยว่าหล่อนน่าจะเป็นลูกสาวของพี่ใหญ่ฉันจริง ๆ แม้เขาจะพูดว่าเดือนเกิดไม่ถูกต้อง พี่ใหญ่ของฉันเจอเย่หนานครั้งสุดท้ายคือเดือนมีนาคม และเดือนเกิดของสวี่ชิงก็คือเดือนมีนาคม ห่างกันหนึ่งปี แต่ในโลกกว้างใหญ่นี้เรื่องประหลาดอะไรก็เกิดขึ้นได้ ไม่แน่ว่าอาจจะมีคนที่ตั้งท้องสิบสองเดือนก็ได้”
โจวจินหนานมองเขาอย่างสงสัยแวบหนึ่ง “นายไปเอามาจากไหน”
เหยียนจี้ชวนแค่นเสียงคำหนึ่ง “นายอย่าเพิ่งไม่เชื่อฉันสิ ถ้าสวี่ชิงเป็นลูกสาวของพี่ใหญ่ฉันจริง นายก็คือหลานเขยของฉัน ต่อไปนายเห็นฉันยังต้องเรียกฉันว่าอารอง”
โจวจินหนานลุกขึ้นจะเดินออกไป ไม่อยากพูดไร้สาระกับเหยียนจี้ชวนอยู่ตรงนี้แล้ว
คนคนนี้ภายนอกดูเหมือนคนปกติ สุขุมและฉลาดเฉลียว แท้จริงแล้วเป็นคนบ้าคนหนึ่ง
เหยียนจี้ชวนรีบดึงตัวโจวจินหนานไว้ “นายอย่าเพิ่งไปสิ ฉันจะบอกกับพวกนายให้ เรื่องนี้ฉันคิดว่าถ้าวันเกิดของสวี่ชิงไม่มีปัญหา งั้นก็เป็นไปได้ว่าพี่ใหญ่ฉันจำเวลาผิด!”
ถึงอย่างไรเขาก็อยากเป็นอารองของโจวจินหนาน!
โจวจินหนานขี้เกียจสนใจเหยียนจี้ชวนแล้ว ยื่นมือไปเปิดประตู ทิ้งสองคนไว้หลังประตู จะเรียกอย่างไรก็ไม่หัน
เหยียนจี้ชวนแค่นหัวเราะเหอะคำหนึ่ง “ไม่มีอารมณ์ขันเอาซะเลย สองวันนี้ฉันต้องไปยูนนานสักรอบ ไปสืบเรื่อยเปื่อยเสียหน่อย”
เกาจ้านแปลกใจ “นายจะไปทำอะไร ให้ตายเถอะ ดื่มเหล้าครั้งนี้คงไม่ใช่ครั้งสุดท้ายใช่ไหม?”
เหยียนจี้ชวนตบหลังกบาลเขา “ปากนายนี่ช่างเป็นมงคลอะไรขนาดนี้”
โจวจินหนานขี่จักรยานมาได้สักพัก ก็คิดถึงคำพูดของเหยียนจี้ชวนขึ้นมา ถ้าวันเกิดของสวี่ชิงไม่ผิด ก็เป็นเหยียนป๋อชวนที่จำวันผิด!
จู่ ๆ ก็หยุดชะงัก หรือว่าพวกเขาจะจำวันผิด?
เหยียนป๋อชวนอยู่ที่ยูนนาน คนที่นั่นชอบนับวันตามปฏิทินจันทรคติบวกกับหนึ่งปีฤดูกาลที่แบ่งแยกไม่ค่อยชัดเจน ปีใหม่ปฏิทินเผ่าเหมียวกับปีใหม่ชาวฮั่นก็ไม่เหมือนกัน
เขาอ้างอิงอย่างแปลกประหลาดว่าเป็นเดือนมีนาคม ซึ่งที่จริงแล้วก็เป็นไปได้ว่าจะเป็นเดือนพฤษภาคมของปฏิทินสุริยคติ
และคนแก่ในเมืองนี้เองก็ยังชอบนับวันตามปฏิทินจันทรคติ แต่วันเกิดของสวี่ชิงใช้ปฏิทินสุริยะคติเป็นเดือนมีนาคมวันที่สิบห้า
ดังนั้นพอนับแบบนี้ ก็เข้าใกล้สองเดือนที่เกินมาได้แล้ว!
ปกติปฏิทินจันทรคติกับปฏิทินสุริยคติจะคลาดเคลื่อนไปหนึ่งเดือน ถ้าเจอเดือนยรุ่นเยวี่ย*ก็อาจจะผิดพลาดไปได้ถึงสองเดือน!
*闰月 ยรุ่นเยวี่ย หรือ อธิกวาร หมายถึงเดือนที่เพิ่มเติมเข้ามาในปฏิทินจันทรคติการนับวันในระบบปฎิทินจันทรคติ คือ 1เดือน มี 29-30 วัน หรือประมาณ ปีละ 354-355 วัน (เพราะบางปีจะมีการเติมวันแรม 15 ค่ำเดือน 7 เข้าไป เรียกว่า “อธิกวาร”)
ดังนั้นก็เป็นไปได้มากว่าสวี่ชิงจะเป็นลูกสาวของเหยียนป๋อชวนจริงๆ!
โจวจินหนานหนานรีบขี่จักรยานกลับไปหาเหยียนจี้ชวนอีกครั้ง ให้เขาโทรศัพท์หาเหยียนป๋อชวน ต้องโทรเดี๋ยวนี้!
………………………………………………………….
*ขลุ่ยยวี่ผิง 玉屏箫 เป็นขลุ่ยไม้ไผ่ของขึ้นชื่อทำจากมณฑลกุ้ยโจว เมืองยวี่ผิง
*ขลุ่ยตี๋จื่อ 笛子 ขลุ่ยไม้ไผ่มีเสียงหวีดหวิว กังวานใส จากลมที่ผิวจากปากและลมที่ผ่านลำขลุ่ย ใช้การเป่าในแนวขวาง
สารจากผู้แปล
ถ้านับปฏิทินคลาดเคลื่อนกัน ก็เป็นไปได้สูงมากนะคะที่ชิงชิงจะเป็นลูกของเหยียนป๋อชวนจริงๆ
ไหหม่า(海馬)