เกิดใหม่เป็นภรรยาสุดโหดยุค 80 - บทที่ 213 แย่งชามข้าว
บทที่ 213 แย่งชามข้าว
เหยียนป๋อชวนตกตะลึงไปกับคำพูดของเย่หนานอีกครั้ง เขายึดความคิดตามขนบธรรมเนียมมาโดยตลอดว่า ผู้ชายกับผู้หญิงต้องแต่งงานกันก่อนจึงจะสามารถพูดเรื่องพวกนี้ออกมาได้
อย่าว่าแต่คนพูดเป็นหญิงสาวนางหนึ่งเลย
เย่หนานเห็นเขาไม่พูดไม่จา ก็จับเขากดลงกับเตียงด้วยเรี่ยวแรงมหาศาล
ไม่รอให้เหยียนป๋อชวนได้สติกลับมา หล่อนก็ก้มลงจูบแล้วกัดริมฝีปากเขาราวกับสัตว์ป่าตัวเล็กที่เพิ่งรู้จักจู่โจม ทำให้เหยียนป๋อชวนตื่นตระหนก
เขาไม่เคยใกล้ชิดกับผู้หญิงคนไหนขนาดนี้มาก่อนเลย
มือเล็กปัดป่ายไปทั่วลำตัวของเขา จูบไปก็พูดพึมพำกับตัวเองไป “แบบนี้ก็ทำให้มีเด็กแล้วใช่หรือเปล่านะ พวกเรามาให้กำเนิดเด็กสักคนเถอะ”
ในช่วงเวลาก่อนที่เหยียนป๋อชวนจะสติแตกกระเจิง เขาก็ผลักเย่หนานออกไป…..
แต่ใจกลับถูกหญิงสาวเผ่าเหมียววางยาเสน่ห์เข้าให้แล้วอย่างจัง
ในเวลาต่อมาก็เกิดเรื่องบางอย่างขึ้น ทำให้ทั้งสองได้มาอยู่ด้วยกันอีกครั้ง
เหยียนป๋อชวนถึงเพิ่งรู้จักชอบใครสักคน ที่จริงแล้วเขาไม่ต้องการสิ่งใดทั้งนั้น อยากใช้ชีวิตอยู่ในภูเขาลึกนี้ตลอดไป ขอเพียงได้เห็นใบหน้ายิ้มแย้มเป็นประกายสดใสของหล่อนก็พอ
น่าเสียดายที่ต่อมาหล่อนกลับหลอกเขา จนกระทั่งเขากลับไปหาหล่อน คนในหมู่บ้านก็บอกว่าหล่อนหนีไปกับชายหนุ่มคนอื่นแล้ว
เหยียนป๋อชวนไม่เชื่อ พลิกหาทั้งหมู่บ้านเย่และหมู่บ้านข้างเคียง เขาก็หาเย่หนานไม่เจอ
หญิงสาวที่เอาแต่พูดว่าจะมีลูกกับเขาหลังจากขโมยหัวใจของเขาไปแล้ว กลับหายตัวไปอย่างไร้ร่องรอย
เหยียนป๋อชวนคิดถึงสถานที่ทุกแห่งที่หล่อนจะไปอยู่ แต่ก็หาไม่เจอ หัวใจยังคงเจ็บปวดราวกับถูกควัก หลับตาซ่อนดวงตาแดงก่ำ เอนหลังพิงโซฟา
เขายังเพ้อฝันว่าสวี่ชิงจะเป็นลูกสาวของเขา
ผู้หญิงอำมหิตคนนี้จากไปอย่างรวดเร็ว และใส่ “กู่” ลงไปในตัวเขา ทำให้ยี่สิบปีมานี้ไม่มีวันไหนที่เขาจะลืมหล่อนได้ลง
เหยียนจี้ชวนเห็นสีหน้าย่ำแน่ของเหยียนป๋อชวน ก็พลันคิดถึงยี่สิบปีก่อนหน้านี้ หลังจากพี่ใหญ่ไปยูนนานครึ่งปี เขาก็ล้มป่วยหนักกลับมา
ดูเหมือนว่าหลังจากตอนนั้น จากเดิมที่ไม่ค่อยชอบพูดอยู่แล้ว ก็ยิ่งเงียบหนักว่าเดิม
และเป็นเพราะปัญหานี้เอง เขาจึงถูกส่งไปที่ชนบทใกล้เคียง
ครอบครัวของพวกเขาคิดว่าเพราะปัญหาเหล่านี้ถึงทำให้เหยียนป๋อชวนเสียโอกาสแต่งงานไป แต่ตอนนี้ดูเหมือนจะไม่ใช่ เพราแท้จริงแล้วในใจของเขามีคนในใจอยู่
และคนคนนี้ก็เป็นไปได้สูงมากว่าจะเป็นเย่หนาน แม่ของสวี่ชิง!
เหยียนจี้ชวนคิดต่อถึงเรื่องที่เหยียนป๋อชวนรีบร้อนต้องการหาตัวเย่หนาน และการที่เขาผิดหวังหลังจากได้ทราบวันเกิดของสวี่ชิง เพียงเวลาสั้น ๆ ก็เข้าใจแล้ว เดิมทีพี่ใหญ่ยังกอดความหวังไว้ว่าสวี่ชิงจะเป็นลูกสาวของเขา
แต่น่าเสียดายดูเหมือนเรื่องจะไม่ใช่อย่างนั้น
มองเหยียนป๋อชวนที่เอนหลังพิงกับโซฟา จนกระทั่งสีหน้ากลับมาปกตินิดหน่อยแล้ว ก็ค่อยเอ่ยถามอย่างใจกล้า “หลายปีมานี้ที่พี่ไม่แต่งงาน เพราะว่าคิดถึงเย่หนานมาโดยตลอดใช่ไหม?”
เหยียนป๋อชวนไม่สนใจเขา
เหยียนจี้ชวนเลิกคิ้ว “คิดไม่ถึงว่าพี่จะเป็นพวกคลั่งรักนะเนี่ย”
เหยียนป๋อชวนยังคงไม่สนใจเหยียนจี้ชวน ใจยังคงคะนึงหาเล็กน้อย แต่เขาต้องผิดหวังที่ไม่ได้เจอเย่หนานอีกครั้ง เขาอยากจะถามหล่อนว่าทำไมตอนนั้นหล่อนถึงได้ใจร้ายขนาดนั้น
แต่ก็คิดอีกว่าเขาจะหาคำตอบไปเพื่ออะไร
เรื่องของเย่หนาน ทั้งหมดขึ้นอยู่กับอารมณ์ของหล่อน หล่อนมีใจให้เขาเสียที่ไหน
เงียบอยู่นานถึงค่อยเอ่ยปาก “พรุ่งนี้ฉันก็กลับแล้ว นายมีเวลาก็อย่าลืมกลับไปเยี่ยมพ่อแม่บ้าง”
เหยียนจี้ชวนตกใจ “เร็วขนาดนี้เลย เมื่อวานเพิ่งมาไม่ใช่เหรอ?”
เหยียนป๋อชวนพยักหน้า “มีแค่ประชุมนิดหน่อย กลับไปยังมาเรื่องให้ต้องทำอีก”
เหยียนจี้ชวนชมวดคิ้วไม่ถามอีก ในเมื่อเหยียนป๋อชวนไม่พูด เขาก็จะไปสืบด้วยตัวเอง ถ้าเกิดว่าสวี่ชิงเป็นหลานสาวของตัวเอง ต่อไปจะเรียกใช้โจวจินหนานก็คล่องมือมากไม่ใช่หรือ?
………………..
เช้าวันถัดมาสวี่ชิงก็รวบรวมแผนกลยุทธ์ใส่กระเป๋า เตรียมไปปรึกษากับหลี่กั๋วหัวก่อน
โจวจินหนานถามเธอตอนกำลังออกจากบ้าน “ให้ผมไปเป็นเพื่อนไหม”
สวี่ชิงคิดแล้วก็ว่าดีเหมือนกัน อย่างน้อยอาจเจอเรื่องวุ่นวายอะไรอีกก็ได้ จนถึงตอนนี้เธอก็ยังไม่เข้าใจว่าตัวเองไปโดนพิษกู่ได้อย่างไร
อากาศกำลังเย็นสบาย สายลมในฤดูใบไม้ร่วงก็ไม่แห้งเกินไปด้วย
ทั้งสองจึงตกลงไปด้วยกัน จะได้เดินเล่นด้วยพอดี
เมื่ออยู่บนถนน สวี่ชิงถึงคิดขึ้นได้ว่ายังไม่ได้ถามโจวจินหนานว่าทำไมจู่ ๆ เขาถึงเลือกอยู่ที่นี่ “เมื่อวานฉันได้ยินว่าคุณจากอยู่ในเมืองนี้ต่อ งานมีการเปลี่ยนแปลงแล้วเหรอคะ?”
โจวจินหนานพยักหน้า “มีการเปลี่ยนแปลงนิดหน่อย เท่ากับว่าเปลี่ยนมาทำงานตำแหน่งฝ่ายพลเรือน”
สวี่ชิงทำความเข้าใจอีกหน่อย “หมายความว่าต่อไปคุณจะมีโอกาสอยู่สำนักงานมากขึ้นอย่างนั้นเหรอคะ”
โจวจินหนานส่ายหน้า “ก็ไม่เชิง เพียงแค่ใกล้ชิดกับฝ่ายถอดรหัสมากขึ้น น่าจะต้องเดินทางไปสถานที่ต่าง ๆ ในประเทศด้วย แต่มีเวลาอยู่ที่เมืองนี้มากที่สุด”
เขาไม่สามารถพูดได้มากกว่านี้ เพราะมันเกี่ยวข้องกับความลับของที่ทำงานนิดหน่อย
สวี่ชิงเห็นเขาไม่พูดก็ไม่ถามอีก เธอพอจะเข้าใจงานของพวกเขานิดหน่อยว่าเนื้อหาเป็นความลับเยอะมาก ไม่สามารถพูดออกมาได้ เธอเองก็ถามไม่ได้เช่นกัน
แค่การที่โจวจินหนานสามารถอยู่ที่เมืองนี้ได้ก็ทำให้เธอดีใจมากแล้ว “งั้นรอให้ลูกของพวกเราคลอดออกมา ก็ไม่ต้องกังวลคุณจะไม่อยู่แล้วน่ะสิคะ จริงสิ ถ้าคุณมีเวลาคิดชื่อลูกให้หน่อยสิ เอาสักสองสามชื่อ”
โจวจินหนานพูดอืมคำหนึ่ง ที่จริงตั้งแต่เขารู้ว่าสวี่ชิงตั้งท้อง เมื่อมีเวลาเขาก็จะคิดตลอด เพียงแต่ยังคิดชื่อที่เขาพอใจไม่ออก
พวกเขาพูดคุยสารพัดสารเพมาตลอดทางที่เดินมาจนถึงสถานีรถไฟ
ครั้นเดินมาถึงใต้ตึกสำนักงานของหลี่กั๋วหัว สวี่ชิงก็ให้โจวจินหนานรอเธอที่ด้านล่าง ตัวเองขึ้นไปคนเดียวก็พอ
หลังขึ้นบันไดมาแล้วก็เคาะประตูสำนักงาน
หลี่กั๋วหัวขานให้เข้ามาได้ เมื่อเห็นว่าเป็นสวี่ชิง ก็พลันยกยิ้ม “สหายเสี่ยวสวี่นี่เอง คุณมาพอดีเลย ผมเกือบให้เถียนเถียนไปเรียกคุณมาอยู่เชียว”
สวี่ชิงเดาว่าองค์กรที่อยู่ทางนั้นตอบกลับมาแล้วเป็นแน่ จึงยกยิ้ม “ผู้อำนวยการหลี่อารมณ์ดีขนาดนี้ มีเรื่องน่ายินดีอะไรหรือคะ”
หลี่กั๋วหัวถูมือชอบใจอย่างหยุดไม่อยู่ “ก็ไม่ใช่อะไร คือแค่จะบอกกับพวกคุณว่าพรุ่งนี้ร้านอาหารสามารถเปิดบริการได้ตามปกติแล้วนะ คิดไม่ถึงว่าจะเป็นอย่างที่คุณบอกจริง ๆ พวกเขามาตรวจสอบทุกอย่างแล้วก็พบว่าปกติดี ยังให้ประกาศนียบัตรมาใบหนึ่งด้วยนะ”
สวี่ชิงให้ความร่วมมือกับหลี่กั๋วหัวดีใจตามเขา “งั้นนี่ก็เป็นข่าวดีสิคะ สองวันมานี้ฉันร้อนใจจนนอนไม่หลับ ดูเหมือนผู้อำนวยการหลี่จะช่วยพวกเราพูดไม่น้อยเลย”
หลี่กั๋วหัวดูไม่ออกเลยจริงๆ ว่าสวี่ชิงกังวลใจจนนอนหลับ แต่ใครๆ ก็ชอบคำประจบน่าฟังทั้งนั้น ตอนที่ถูกสวี่ชิงยกยอ อารมณ์ก็ดีขึ้นมาก “วางใจได้ ขอเพียงพวกคุณทำงานได้เป็นอย่างดี ผมจะสนับสนุนพวกคุณอยู่เบื้องหลังแน่นอน”
สวี่ชิงประจบเยินยอหลี่กั๋วหัวอีกรอบ แล้วนำแบบกลยุทธ์ออกมาส่งให้หลี่กั๋วหัว “สองวันนี้ฉันถือโอกาสเขียนแบบกลยุทธ์ด้วย ต้องรบกวนผู้อำนวยการหลี่ดูหน่อยนะคะ”
หลี่กั๋วหัวตกใจ “คุณเขียนจริง ๆ หรือนี่ ดี วางไว้ที่ฉันนี้แหละเย็นนี้ผมจะกลับไปอ่าน”
สวี่ชิงพยักหน้า “ได้ค่ะ ถ้ามีตรงไหนอ่านไม่เข้าใจ พวกเราค่อยมาว่ากันอีกที ตอนนี้ฉันต้องกลับไปเตรียมวัตถุดิบมาเปิดร้านวันพรุ่งนี้”
หลี่กั๋วหัวหัวเราะฮ่าๆโบกมือ “ไปเถอะๆ”
ตอนสวี่ชิงกำลังหมุนตัว ก็มีเสียงเคาะประตูสำนักงานดังขึ้น
หลี่กั๋วหัวขานเรียกเข้ามาได้
ประตูถูกพลักเปิด ฟางหลานซินและหลี่ต้าหย่งก็เดินเข้ามา
การรวมตัวของคนทั้งสองทำให้สวี่ชิงคาดไม่ถึง!
ส่วนฟางหลานซินกับหลี่ต้าหย่งก็คิดไม่ถึงว่าจะเจอสวี่ชิงเช่นกัน จึงหยุดชะงักอยู่ตรงนั้นครู่หนึ่ง
………………………………………………………………………………………………………………………….
สารจากผู้แปล
ความลับแม่สวี่ชิงนี่ก็เป็นปริศนาอยู่เหมือนกันนะ สรุปพ่อสวี่ชิงเป็นใครกันแน่
โลกกลมจริง อยู่ๆ ก็เจอกับแม่เลี้ยงบนทางแคบเฉย
ไหหม่า(海馬)