เกิดใหม่เป็นภรรยาสุดโหดยุค 80 - บทที่ 210 ลูกสาวของใคร
บทที่ 210 ลูกสาวของใคร
สวี่ชิงเป็นคนฉลาดมากคนหนึ่ง พลันได้สติคืนมาว่าตัวเองจำเวลาผิดไปแล้ว ตอนนี้นโยบายเหล่านี้ยังไม่ประกาศต่อสาธารณะเลย
เธอมองโจวจินหนานอย่างประหลาดใจ “เป็นนโยบายของรัฐบาลหรอกเหรอคะ? ฉันไม่รู้มาก่อนเลย ฉันคิดเอาเองโดยคาดการณ์จากนโยบายเศษฐกิจปี79 น่ะค่ะ”
โจวจินหนานมองสวี่ชิงด้วยดวงตาเป็นประกายล้ำลึกแวบหนึ่ง “อืม ผมเพิ่งเห็นแค่แวบเดียวเท่านั้นไม่เคยเห็นเนื้อหาข้างในพวกนี้หรอก”
หัวใจของสวี่ชิงพลันวูบโหวง ดีที่เธอยังไม่ส่งให้พวกผู้อำนวยการสถานีดู ถ้าช้ากว่านี้จนถึงเวลาที่ประเทศบังคับใช้กฎนี้ เธอจะไม่ถูกคนอื่นสงสัยเหรอ?
หญิงสาวจึงหัวเราะกลบเกลื่อน “คุณต้องดูไม่ได้อยู่แล้วน่ะสิคะ เป็นฉันเองที่เขียนสุ่มสี่สุ่มห้า มันดูเกินจริงไปหน่อยใช่ไหมคะ ปกติฉันชอบอ่านบทความในหนังสือพิมพ์ แล้วเนื้อหาบางอย่างก็ดูขายฝันอยู่แล้ว ฉันก็เลยจับนู่นผสมนี่ไปบ้าง เตรียมจะเอาไปปั่นหัวให้หัวหน้าสุดสูงของสถานีน่ะค่ะ”
โจวจินหนานพยักหน้า “มันก็ขายฝันจริง ๆ นั่นแหละ แล้วก็เขียนได้ดีมาก”
พูดจบก็ก้มหน้าเติมฟืนในเตาอีกท่อนหนึ่ง
สวี่ชิงลอบถอนหายใจ แล้วรีบผัดมะเขือม่วงในกระทะที่เกือบจะไหม้อย่างรวดเร็ว
แม้ว่าสามีภรรยาควรซื่อตรงต่อกัน แต่เรื่องกลับชาติมาเกิดใหม่นี้เธอไม่คิดจะบอกให้ใครรู้ทั้งนั้น รวมทั้งโจวจินหนานด้วย
ไม่เพียงแต่แปลกประหลาด ยังทำให้คนสงสัยอยากรู้เรื่องต่าง ๆ มากมายในชาติก่อน และไม่ใช่เรื่องที่ทำให้คนสบายใจเลยสักเรื่องหนึ่ง
ผัดมะเขือม่วงมันฝรั่งเสร็จแล้วหนึ่งจาน ต่อด้วยผัดเผ็ดพริกหยวกต่อพร้อมกับทอดแป้งจี่ต้นหอม
ครั้นยกกับข้าวขึ้นโต๊ะ เกาจ้านก็เดินไกว่แขนอาด ๆ เข้ามา เมื่อเห็นอาหารที่ดูน่ากินและยังมีแป้งจี่สีเหลืองทองด้วย ตาก็ยกเป็นรอยยิ้มขึ้นมา “ดูเหมือนฉันจะมาถูกเวลาพอดีสินะ ยังไม่ได้กินข้าวพอดีเลย”
สวี่ชิงจึงรีบย้ายเก้าอี้นั่งย่องมาให้เกาจ้าน และหยิบตะเกียบมาอีก “พอดีไม่มีเวลาต้มโจ๊กน่ะค่ะ กินง่าย ๆ ไปก่อนนะคะ”
เกาจ้านหัวเราะ “นี่เรียกง่ายเหรอ เทียบกับของที่พวกเรากินเมื่อคืนแล้วดีกว่าเยอะ”
โจวจินหนานถลึงตาใส่เขาทีหนึ่ง “ชอบก็กิน ไม่กินก็เททิ้ง”
เกาจ้านมองโจวจินหนานที่มีสีหน้าอิ่มเอม ก็รู้ได้ว่าสองสามีภรรยาคืนดีกันแล้ว!
ไม่ทำหน้านิ่วคิ้วขมวดกลัวภรรยาขอหย่าเหมือนสองวันก่อนแล้ว
ตอนนั้นทำไมถึงไม่มีกล้องกันนะ จะได้เอามาถ่ายหน้าตาน่าเกลียดของเจ้าหมอนี่!
คิดไปก็คีบผัดพริกหยวกเข้าปาก คิดไม่คิดว่าพริกฤดูใบไม้ร่วงจะเผ็ดขนาดนี้ กลืนลงไปครู่เดียวน้ำตาแทบจะไหลแล้ว
สวี่ชิงรีบเดินไปห้องครัวหยิบถ้วยกับยกชามาให้เกาจ้าน
เกาจ้านไอแค่ก ๆ ถามโจวจินหนานไปด้วย “เมื่อคืนนนายหมายความว่าอะไร จะไม่เข้าร่วมกองทัพเปลี่ยนหน่วยแล้วมาอยู่กับเหยียนจี้ชวนนั่นเหรอ”
โจวจินหนานพูดอืมคำหนึ่ง “อืม แบบนี้จะได้อยู่ในเมืองนี้ได้”
เกาจ้านส่งเสียงเหอะคำหนึ่ง “แม้ว่านายจะเป็นอัจฉริยะทุกด้าน แต่งานถอนรหัสเป็นงานที่เหมาะที่สุดสำหรับนาย เนื่องจากนั่นก็การที่คนอื่นปกป้องนาย ไม่ใช่นายปกป้องคนอื่น นายไม่ต้องการคำสั่งหมายเลข 1 นั่นแล้วเหรอ ”
โจวจินหนานมองเขาแวบหนึ่งง “ไม่ใช่ว่ายังมีนายอยู่ทั้งคนเหรอ”
เกาจ้านด่ามารดามันเถอะติดๆ กันสองคำ เห็นสวี่ชิงยกชาออกมาก็รีบลุกขึ้นไปรับ “พริกเธอเผ็ดเกินไปแล้ว”
สวี่ชิงไม่รู้สึกสักนิด “เผ็ดเหรอคะ ฉันว่าพอได้อยู่นะคะ”
ช่วงนี้เธอชอบกินพริกเผ็ดๆ กับของเปรี้ยวๆ เป็นพิเศษ ขนาดไม่ได้กินแค่นึกก็น้ำลายไหลแล้ว
เกาจ้านสั่นสะท้าน “เธอเก่งเกินไปแล้ว หลังจากนั้นโจวจินหนานจะอยู่ที่เมืองนี้ พวกเธอก็สบายแล้ว”
สวี่ชิงตกใจ ฤดูหนาวครั้งก่อนโจวจินหนานยังพูดอยู่เลยว่าจะไป ตอนนี้ทำไมเปลี่ยนมาอยู่ในเมืองแล้วล่ะ?
โจวจินหนานถลึงตาใส่เกาจ้านที่ปากสว่าง ทำไมเขาถึงปากยื่นปากยาวเหมือนผู้หญิงแบบนี้นะ!
เขาจึงรีบอธิบายกับสวี่ชิง “ผมวางแผนเอาไว้ว่าหลังจากนี้จะเป็นผู้ช่วยของเหยียนจี้ชวนน่ะ”
“นั่นยังไม่ได้มีคำสั่งลงมาเลยน่ะสิคะ”
โจวจินหนานพยักหน้า “ยังไม่มีคำสั่งลงมา ดังนั้นผมเลยยังไม่ได้บอกคุณ”
สวี่ชิงพลันอารมณ์ดีข้นมา “งั้นก็ดีสิคะ พอดีเลย หน้าหนาวจะได้มีคนทุบถ่านแล้ว”
โจวจินหนานคีบแป้งจี่ให้สวี่ชิงชิ้นหนึ่ง แล้วคีบผัดพริกหยวกให้เธอ “ขอแค่ผมอยู่บ้าน งานในบ้านทั้งหมดให้ผมเป็นคนทำเอง”
เกาจ้านเกือบจะสำรอกบะหมี่ที่กินเมื่อคืนออกมา นี่นายยังเป็นคนอยู่ไหม?
………
เหยียนจี้ชวนเดิมคิดจะไปหาโจวจินหนานเพื่อถามเขาว่าตัดสินใจเลือกข้อเสนอเดิมอยู่ไหม
โจวจินหนานไม่เพียงเป็นนายทหารอัจฉริยะที่หาได้ยาก เขายังมีพรสวรรค์อย่างมากเรื่องการถอดรหัส ถ้าสามารถมาอยู่หน่วยลับที่สองของพวกเขาได้ นั่นก็เหมือนปลาว่ายลงสู่ทะเลแล้ว
ดังนั้นเขาจึงคิดจะพาโจวจินหนานกลับมาโดยตลอด
ผลลัพธ์คือเจ้าหมอนี้กลับเลือกพื้นที่ B ไปตากยุ่งบนภูเขา ไม่ยินดีที่จะกลับมา สิ้นเปลื้องพรสวรรค์ที่ดีขนาดนั้นไปเปล่าๆ
ไม่กี่วันก่อนหน้าเขาให้โจวจินหนานข่วยเขาถอดรหัสชุดหนึ่ง เดิมต้องใช้เวลาครึ่งเดือน เจ้าหมอนี่กลับใช้เวลาเพียงห้าวัน
นั่นยิ่งทำให้เหยียนจี้ชวนตัดสินใจว่าจะแย่งคนมาให้ได้
เมื่อคืนไม่ว่าจะสาเหตุอะไร โจวจินหนานก็หลุดปากมาแล้ว ดังนั้นเขาต้องรีบไปถามตอนเหล็กยังร้อน ๆ
ยังไม่ทันออกไปก็มีคนมาหาที่หน้าบ้านเสียก่อน
เมื่อเห็นพี่ชายที่ร้อยวันพันปีจะได้เจอสักครั้งหนึ่งอย่างเหยียนป๋อชวน เหยียนจี้ชวนก็แปลกใจมาก “ผมไม่นึกเลยว่าจะเจอพี่ คิดไม่ถึงว่าอยู่ห่างจากบ้านพันลี้จะเจอพี่ได้ ช่างเป็นแขกที่หาได้ยากจริง ๆ”
เหยียนป๋อชวนจ้องเขาแวบหนึ่ง “ทีนายมาซ่อนตัวอยู่ที่นี่ไม่รู้จักโทรหาที่บ้านบ้างล่ะ”
เหยียนจี้ชวนรีบออกจากบ้าน ไม่มีเวลาจะเสวนากับเหยียนป๋อชวน “พี่ใหญ่ พูดมาเลยดีกว่าว่ามาหาผมทำไม“
เหยียนป่อชวนเงียบ ครุ่นคิดสักพัก “ช่วยฉันหาคนหน่อย”
เหยียนจี้ชวนยิ่งแปลกใจมองพี่ชายยิ้มยากตรงหน้าอย่างพิจารณา คาดไม่ถึงว่าจะมีวันที่เขามาขอความช่วยเหลือจากเขาด้วย
“หาใคร”
“เย่หนาน”
เหยียนจี้ชวนเพิ่งช่วยโจวจินหนานหาเย่หนานเสร็จ ตอนนี้พอได้ยินพี่ใหญ่เขาเองก็ต้องการหาเย่หนานเหมือนกัน ก็ประหลาดใจ “เย่ตัวไหนหนานตัวไหน เป็นคนที่ไหน”
เหยียนป๋แชวนเม้มปาก “อักษรเย่ในคำว่าเย่ซู อักษรหนานในคำว่าหนานมู่ เป็นคนหมู่บ้านเย่ทางตอนใต้ในยูนหนาน”
เหยียนจี้ชวนถามเหยียนป๋อชวนด้วยน้ำเสียงราบเรียบ “พี่จะหาหล่อนไปทำไม”
คิดไม่ถึงว่าคนที่พี่ใหญ่เขาต้องการหาจะเป็นคนเดียวกับที่พวกโจวจินหนานหา
อีกทั้งยังเป็นแม่แท้ๆของสวี่ชิง
เหยียนป๋อชวนขมวดคิ้ว “ฉันให้หาก็หา จะถามทำไมเยอะแยะ”
ตอนสายเขาได้รับประวัติของงสวี่ชิง บิดาคือสวี่จื้อกั๋ว มารดาคือเย่หนาน เกิดปี1961เดือนห้า ต่อมาเพราะต้องทำงาน ทำให้ต้องเปลี่ยนปีเกิดเป็นปี 1960 เดือนห้า
ไม่วว่าจะเกิดปีไหน ก็เป็นไปได้อย่างชัดเจนว่าสวี่ชิงไม่ใช่ลูกสาวของเขา
เพราะเขาได้พบกับเย่หนานครั้งสุดท้ายคือปี 1960 เดือนห้า ถ้าเป็นลูกของพวกเขา ก็เป็นไปไม่ได้ที่จะเกิดหลังหนึ่งปี
ไหนจะผลการชันสูติของเย่หนานที่เขาไม่อาจเชื่อ
ดังนั้นจึงคิดถึงน้องชายที่ดูเหมือนจะอยู่ในเมืองพอดี อีกทั้งเขายังรู้วว่าเครือข่ายที่เหยียนจี้ชวนรู้จักยังกว้างขวางมาก
ตอนที่รู้ว่าสวี่ชิงไม่ใช่ลูกสาวของตัวเอง ในใจก็รู้สึกได้ถึงความผิดหวัง ดังนั้นเขาจึงอยากจะหาเย่หนานให้เจอ แล้วถามหล่อนให้ชัดเจน
เหยียนจี้ชวนแค่นหัวเราะ “จะว่าไปก็บังเอิญจริง ๆ คนที่พี่ต้องการหาก็คือแแม่ยายของโจวจินหนาน อยากรู้ก็ไปหาเขากับผมสิ”
เหยียนป๋อชวนแปลกใจ “สวี่ชิงเป็นภรรยาของโจวจินหนานเหรอ”
เหยียนจี้ชวนพยักหน้า “ใช่ พี่ยังรู้จักสวี่ชิงด้วยเหรอ ไป ๆ ไปด้วยกัน!”
…………………………………………………………………………………………………………………………
สารจากผู้แปล
ว้าว พ่อลูกจะได้เจอหน้ากันแล้ว
ไหหม่า(海馬)