เกิดใหม่เป็นภรรยาสุดโหดยุค 80 - บทที่ 21 ตบครั้งนี้แล้วถือว่าจบ!
บทที่ 21 ตบครั้งนี้แล้วถือว่าจบ!
สวี่ชิงมองเฟิงซูฮวาด้วยความประหลาดใจ “คุณย่ากำลังพูดถึงอะไรคะ?”
เฟิงซูฮวาหรี่ตาด้วยท่าทางเคร่งขรึม “ย่าจะบอกว่าตาของโจวจินหนานไม่ได้บอดเพราะลิ่มเลือดกดเส้นประสาท เพราะต่อให้โรงพยาบาลในมณฑลจะรักษาไม่ได้ แต่สามารถไปโรงพยาบาลปักกิ่งเพื่อทำการผ่าตัดได้”
สวี่ชิงครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง แต่เธอไม่เข้าใจ “เช่นนั้นสาเหตุคืออะไรคะ?”
เฟิงซูฮวาส่ายหัว “ย่าเจอเขาแค่ครั้งเดียวเอง เลยไม่รู้เรื่องนี้ดีนัก ย่าจะรอจนกว่าจะมีโอกาสเจอเขาอีกแล้วกัน แล้วถึงตอนนั้นย่าจะดูให้ดี ๆ เลย”
สวี่ชิงไม่รู้ว่ามันเป็นอุปาทานทางจิตหรือไม่ แต่ภายในเวลาไม่ถึงสี่ชั่วโมงหลังจากที่เข็มทองถูกฝัง เธอก็รู้สึกถึงกระแสน้ำอุ่นที่ไหลเวียนอยู่ในร่างกาย รู้สึกสบายปลอดโปร่งไปทั่วแขนขาและกระดูก
ครึ่งชั่วโมงต่อมา เฟิงซูฮวาดึงเข็มทองบนมือและปลายแขนของสวี่ชิงออกมา จากนั้นวางปูนชิ้นเล็ก ๆ สองสามชิ้นไว้ที่รอยเข็ม
นอกจากนี้ยังมีกลิ่นหอมสมุนไพรจาง ๆ ซึ่งดีมาก
”คุณย่า กลิ่นหอมมากเลยค่ะ รู้สึกเหมือนได้กลิ่นดอกไม้เลย”
สวี่ชิงกล่าวพลางโน้มใบหน้าเข้าไปดมอีกครั้ง และดูเหมือนว่าจะมีร่องรอยของกลิ่นหอมเย็น ๆ
เฟิงซูฮวาค่อย ๆ เก็บทุกอย่างออกไป “เอาล่ะ นี่มันดึกแล้ว เข้านอนเร็ว”
หลังจากที่สวี่ชิงนอนลง หญิงชราก็ดึงสายไฟแล้วปิดไฟ
สวี่ชิงคิดว่าการเปลี่ยนแปลงสภาพแวดล้อมจะนำไปสู่การนอนไม่หลับ แต่กลับไม่คาดคิดว่าพอนอนลงและพูดสองสามคำกับเฟิงซูฮวา เธอก็หลับไปเสียสนิท
ในยามค่ำคืนเธอไม่ได้ฝันใด ๆ เลย และเมื่อลืมตาอีกครั้ง ท้องฟ้าก็สดใส
สวี่ชิงรู้สึกว่าเธอไม่ได้นอนหลับสบายมาเป็นเวลานานแล้ว และตื่นขึ้นมาด้วยความรู้สึกอบอุ่นและเต็มไปด้วยพลังงาน
เมื่อหันกลับมา หญิงสาวก็พบว่าเฟิงซูฮวาลุกออกไปเมื่อไรไม่รู้ ผ้าห่มถูกพับไว้อย่างเรียบร้อยและวางบนขอบของเตียงเตา
สวี่ชิงเอื้อมมือไปสัมผัสดอกไม้ที่สีของความสดเริ่มจางลง ก่อนจะลุกขึ้นแต่งตัวและออกไป
เฟิงซูฮวากวาดลานบ้านแล้วเรียบร้อย และกำลังเตรียมอาหารเช้าในครัว
สวี่ชิงนั่งลงอย่างมีสติอยู่หน้าเตาและเพิ่มไม้เข้าไปในเตา
เฟิงซูฮวาสับผักเขียวหนึ่งกำมือแล้วโยนลงในหม้อ จากนั้นคนหม้อด้วยทัพพีขนาดใหญ่ ข้างในเป็นแป้งบาง ๆ สีขาวครึ่งหม้อ
สวี่ชิงเหยียดศีรษะของเธอและเหลือบมองดูด้วยความสงสัย “คุณย่าคะ เดือนที่แล้วฉันให้คูปองอาหารไว้นี่คะ ใช้หมดแล้วเหรอ?”
เฟิงซูฮวายิ้ม “มีของอยู่เยอะแยะ ย่าอยู่คนเดียวกินแต่อาหารรสอ่อน เวลาคนเราอายุมากขึ้น พอกินอาหารรสอ่อนแล้วมันจะสบายตัวนะ”
สวี่ชิงไม่เชื่อ หญิงสาวลุกขึ้นเดินไปที่ตู้ตรงมุมห้อง เปิดดูที่ด้านล่างของชามและเห็นมันอยู่ข้างใน
ขณะที่เธอกำลังจะพูดบางอย่าง สวี่ชิงก็ได้ยินเสียงคนเดินเข้ามาจากลานบ้าน และเสียงฝีเท้าก็ค่อนข้างเร่งรีบ
ก่อนที่สวี่ชิงและเฟิงซูฮวาจะออกไป ประตูห้องครัวก็ถูกผลักออก เป็นฟางหลานซินที่เข้ามาอย่างฉุนเฉียว ตามด้วยสวี่จื้อกั๋วกับฟางคุน
เมื่อฟางหลานซินเห็นสวี่ชิง หน้าอกของหล่อนก็สั่นกระเพื่อมด้วยความโกรธ “สวี่ชิง กล้าดีอย่างไรถึงลาออกจากงานที่สถานี”
สวี่ชิงไม่ได้คาดหวังว่าฟางหลานซินจะรู้ตัวรวดเร็วขนาดนี้ หญิงสาวตบขี้เถ้าฟืนในมือและมองอีกฝ่ายอย่างเย็นชา “งานของฉัน แน่นอนว่าฉันจะลาออกเมื่อต้องการ ฉันต้องคุยกับใครด้วยเหรอ?”
ฟางหลานซินชี้นิ้วไปที่สวี่ชิงอย่างโกรธเคือง “แก! นั่นคืองานที่ฉันให้แก แกควรถามฉันสิว่าแกลาออกได้ไหม นอกจากนี้ทำไมฉัน ฟางหลานซินต้องรู้สึกเสียใจเพราะแกด้วย แกหลอกลวงฉันแบบนี้ได้อย่างไร”
ที่นี่ไม่ใช่โรงงานซ่อมรถยนต์ ฟางหลานซินไม่ต้องคำนึงถึงอารมณ์และเสียงของเธอ และเมื่อมองไปที่ดวงตาของสวี่ชิง เธอแทบรอไม่ไหวที่จะพุ่งเข้าไปกินเธอทั้งเป็น
สวี่ชิงไม่กลัวเธอเลยแม้แต่น้อย “ถ้าฉันไม่อยากทำ ฉันก็ต้องลาออก และมันคืองานของฉัน ทำไมฉันจะจัดการไม่ได้”
ฟางคุนรู้สึกไม่มีความสุข “สวี่ชิง ทำไมเธอถึงไร้เหตุผลนัก ถ้าเราไม่ได้ให้งานเธอทำ ตอนนี้แม้แต่งานแปลก ๆ ก็ยังไม่มีให้ทำเลย บางทีเธออาจยังคงอยู่ในชนบทในฐานะยุวปัญญาชนด้วยซ้ำ”
สวี่ชิงเหลือบไปที่ฟางคุนด้วยสายตาเต็มไปด้วยความรังเกียจ “ทำไมหล่อนถึงให้ฉันทำงานนี้ คุณไม่รู้เหรอ? ฉันเดาว่าตอนนั้นฉันยังไม่โตพอ ยังไม่มีคุณสมบัติพอที่จะเข้าเรียนได้ แต่สวี่หรูเยว่กลับเข้าได้ ถ้าสวี่หรูเยว่ทำงาน คนที่ไปชนบทก็จะเป็นฉันและคนที่สอบเข้ามหาวิทยาลัยก็จะเป็นฉัน! คุณ… ฟางหลานซินอยากให้สวี่หรูเยว่ได้เข้ามหาวิทยาลัย รอให้อายุของฉันมากขึ้น เพื่อบังคับให้ฉันเข้าทำงาน…”
”แล้วหลังจากที่ฉันทำงานได้ครึ่งเดือน สวี่หรูเยว่ก็ไปที่ชนบทและการสอบเข้ามหาวิทยาลัยในอีกหนึ่งปีต่อมา”
ฟางหลานซินจ้องที่สวี่ชิง “แกกำลังพูดเรื่องไร้สาระ แกแค่อยากแก้แค้น! แกคงอิจฉาหรูเยว่ที่ได้ไปมหาวิทยาลัยงั้นสิ? อย่าลืมว่าเกรดของแกไม่ได้ดีเท่าหรูเยว่เลย”
สวี่ชิงเยาะเย้ยฟางหลานซิน “เหอะ ทำไมเกรดของฉันถึงไม่ดีละ? ตอนนี้ฉันเองก็อยากรู้เหมือนกันนะ ว่าทุกครั้งที่สอบ ฉันมักจะมีอาการท้องร่วงหรือมีไข้ตลอด คุณยังบอกอีกว่าฉันเรียนไม่เก่งเลยกลัวการสอบ จริง ๆ แล้วฉันคิดว่าจะเป็นคุณนั่นแหละที่ลงมือด้วยตัวเอง! ความคิดของคุณซับซ้อนมาก ดูท่าจะยากไม่น้อยนะที่ต้องแสร้งเป็นคนมีคุณธรรมและใจดีมาตั้งหลายปี!”
สวี่จื้อกั๋วไม่ทนฟังอีกต่อไป เขารีบวิ่งไปยกมือขึ้นแล้วตบหน้าสวี่ชิงอย่างแรง
สวี่ชิงสามารถหลบได้อย่างว่องไว แต่เธอแค่ไม่ขยับจนโดนตบเข้าไปเต็ม ๆ!
แก้มขาวนวลกลายเป็นสีแดงและบวมเป่ง ทั้งยังมีเลือดอยู่มุมปาก
สวี่จื้อกั๋วตกตะลึง เขาคาดไม่ถึงเลยว่าสวี่ชิงจะไม่หลบ!
ทำไมเธอถึงไม่หลบ?
จากนั้นเขาก็พบกับดวงตาแห่งความเกลียดชังของสวี่ชิงที่ดูเหมือนจะลุกเป็นไฟ ความรู้สึกผิดที่เพิ่งเกิดขึ้นก็ถูกระงับอีกครั้ง และเขามองไปที่สวี่ชิงด้วยความโกรธ “ทำไมแกจ้องมาที่ฉันฮะ? ฉันทำงานอย่างหนักเพื่อเลี้ยงดูแกให้เติบใหญ่ แล้วตอบแทนพวกเราแบบนี้น่ะเหรอ?”
สวี่ชิงเอื้อมมือไปเช็ดมุมปากตัวเอง เหลือบมองเลือดที่หลังมือและมองสวี่จื้อกั๋วด้วยการแสดงออกที่เย็นเยือก ความเกลียดชังและความโกรธจัดราวกับจะปะทุออกมา “ฉันไม่หลบ เพราะฉันไม่อยากเป็นหนี้คุณ! ตบครั้งนี้ ถือเป็นการตอบแทนน้ำใจที่เลี้ยงดูฉันมาสิบหกปีแล้วกัน! แต่…”
หลังจากหยุดนิ่งไปชั่วครู่ ดวงตาของเธอตวัดไปที่ฟางหลานซินกับฟางคุนอย่างเย็นชาและพูดทีละคำ “จากนี้ไป ทุกคนเป็นหนี้ฉัน! ฉันจะทวงคืนทุกอย่างกลับมา! ถ้ากล้าหลอกลวงฉัน ฉันจะทำลายชีวิตพวกคุณ!”
ในใจของสวี่จื้อกั๋วสั่นไหว จู่ ๆ ก็ไม่กล้าที่จะมองเข้าไปในดวงตาของสวี่ชิง
ดวงตางามล้ำของเธอที่เปล่งประกายด้วยความโกรธนั้น ช่างเหมือนกับผู้หญิงคนนั้นไม่มีผิด!
ฟางหลานซินตกตะลึง แต่ทันใดนั้นก็รู้สึกได้ว่า นังสวี่ชิง นังแพศยานี้กล้าที่จะคุกคามพวกเขา จึงยุยงสวี่จื้อกั๋ว “คุณมัวทำอะไรอยู่? หล่อนไร้การศึกษาขนาดนี้ คุณยังไม่จัดการหล่อนอีก!”
ฟางหลานซินส่งเสียงกรีดร้องสูงจนแสบแก้วหู
เนื่องจากสวี่ชิงกำลังจะฉีกหน้าหล่อน ดังนั้นในวันนี้หล่อนจะสอนบทเรียนดี ๆ ให้เธอ รอให้หล่อนกลับถึงบ้านก่อนเถอะ หล่อนจะบอกผู้คนว่าสวี่ชิงนั้นหยาบคาย ยังไม่ทันได้แต่งงานก็ไปมั่วกับผู้ชายแล้ว
หล่อนปฏิเสธที่จะฟังการเกลี้ยกล่อมของพ่อแม่และหนีออกจากบ้าน
อย่างไรก็ตาม สวี่ชิงไม่มีชื่อเสียงที่ดีในครอบครัวอยู่แล้ว และนี่ก็ไม่เลว
ในที่สุด สวี่จื้อกั๋วก็ได้สติอีกครั้ง เขาถูกฟางหลานซินโน้มน้าว ความกลัวที่เพิ่งตื่นหายไปในพริบตาและง้างมืออีกครั้ง “ตอนนี้แกมันนอกคอกจริง ๆ และแกกล้าพูดคำเลว ๆ แบบนี้ออกมา มาดูกันว่าวันนี้ฉันจะจัดการกับแกอย่างไร”
คราวนี้เมื่อสวี่จื้อกั๋วตบมา สวี่ชิงกลับหลีกเลี่ยงอย่างว่องไว ในเวลาเดียวกันหญิงสาวก็ก้มลงหยิบขวานตัดไม้ที่พิงกำแพงและพุ่งเข้าหาฟางหลานซินอย่างดุเดือด…
ฟางหลานซินจะคิดได้อย่างไรว่าสวี่ชิงจะเหมือนคนบ้าที่ถือขวาน ในเวลานั้นหล่อนกลัวมากจนยืนนิ่งและไม่กล้าขยับตัว…
……………………………………………………………………………………
สารจากผู้แปล
บุกมาถึงบ้านย่าเลยนะครอบครัวนรกนี่ มาให้ชิงชิงชำแหละซะดี ๆ
ไหหม่า(海馬)