เกิดใหม่เป็นภรรยาสุดโหดยุค 80 - บทที่ 208 โจวจินหนาน พวกเราคืนดีกันเถอะ
บทที่ 208 โจวจินหนาน พวกเราคืนดีกันเถอะ
เฟิงซูฮวาคิดไม่ตกนิดหน่อย ก่อนหน้านี้นางคิดว่าการปรากฏตัวของแมงมุมขาแดงคงเป็นเรื่องบังเอิญ แต่ดูเหมือนตอนนี้จะมีคนรู้ว่าจะเกิดอะไรขึ้นกับสวี่ชิงบ้างหนึ่งก้าว และวางแมงมุมขาแดงวางเอาไว้ในสถานที่ที่ทำให้นางพบก่อน
นางจึงใช้มันรักษาชีวิตหลานเอาไว้ได้ในช่วงเวลาสำคัญแบบนี้
ยังมีหนอนกู่ตัวแม่อีก นอกเสียจากหนอนกู่ตัวแม่จะแว้งกัดเจ้าของมันเอง ก็อาจจะมีคนฆ่าแม่หนอนกู่แล้วล่วงหน้าหนึ่งก้าว
เพราะเมื่อแม่หนอนกู่ตาย สวี่ชิงก็จะปลอดภัยเช่นกัน
เหยียนจี้ชวนกับเกาจ้านได้ฟังเฟิงซูฮวาอธิบายก็รู้สึกคาดไม่ถึง
“ในเมื่อรู้ว่าสวี่ชิงตกอยู่ในอันตราย ทำไมถึงไม่พูดออกมาตรง ๆ ล่ะ”
เฟิงซูฮวาส่ายหน้า “ฉันเองก็ไม่รู้เหมือนกัน ถ้าไม่อธิบายแบบนี้ เรื่องนี้ก็น่าประหลาดเกินไปแล้ว”
โจวจินหนานที่ขมวดคิ้วมาโดยตลอดวิเคราะห์ความเป็นไปได้จากคำพูดของเฟิงซูฮวา “คุณย่า คุณคิดว่านี่เป็นฝีมือของเย่เหม่ยหรือเปล่าครับ”
แม้ว่าศพจะเป็นศพผู้ชายคนหนึ่ง แต่เย่เหม่ยมีความแค้นกับพวกเขามากที่สุด เพราะหล่อนดูมีเจตนาชัดเจนมากที่สุดว่าต้องการแหวนเพื่อเป็นแม่หมอ
อีกทั้งยังเคยท้าทายสวี่ชิงมาแล้วสองหรือสามครั้ง
เฟิงซูฮวายังคงส่ายหน้า “นั่นก็พูดยาก เพราะคนที่คิดอยากเป็นแม่หมอไม่แน่ว่าอาจจะไม่ได้มีหล่อนคนเดียว หลังจากได้เป็นแม่หมอจะได้รับของกำนัลจากคนในหมู่บ้านโดยไม่ต้องทำงานใช้แรง และยังถือโอกาสหารายได้จากตำแหน่งนี้ได้ ดังนั้นคนที่จับจ้องตำแหน่งนี้จึงมีเยอะมาก”
เหยียนจี้ชวนรู้สึกแปลกใจมาก “งั้นถ้าหาแหวนไม่เจอล่ะครับ?”
เฟิงซูฮวาครุ่นคิดพักหนึ่ง “ถ้าหาไม่เจอ ก็น่าจะไม่มีแม่หมอคนต่อไปอีกแล้ว”
เนื่องจากสังคมยุคนี้ไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป
เหยียนจี้ชวนกับเกาจ้านเห็นว่าเวลาดึกแล้ว จึงขอตัวลาก่อน
โจวจินหนานจึงให้เฟิงซูฮวาเข้าไปพักผ่อนก่อน เขารินน้ำอุ่นเข้าไปในห้องนอน และเห็นสวี่ชิงยังคงหลับสนิทอยู่
หลังจากกินบะหมี่หนึ่งถ้วย สวี่ชิงก็นอนหลับมาโดยตลอด รู้สึกราวกับเธอต้องการนอนเพื่อนำเรี่ยวแรงที่เสียไปเมื่อครู่กลับคืนมา
โจวจินหนานนั่งลงบนเตียง หยิบผ้าขนหนูชุบน้ำอุ่น เช็ดมือสวี่ชิงอย่างละเอียดลออ แล้วเช็ดหน้าและลำคอ
ถึงอย่างนั้นสวี่ชิงก็ไม่มีทีท่าว่าจะตื่นขึ้นมาเลย เพียงขมวดคิ้วแสดงออกว่าไม่สบายตัว
โจวจจินหนานเช็ดล้างให้สวี่ชิง แล้วเทน้ำที่เย็นแล้วให้สวนกลับมานั่งมองสวี่ชิงหลับอย่างเงียบเชียบ ลังเลนานครึ่งค่อนวันกว่าจะเอนตัวลง ยื่นแขนกอดสวี่ชิงเอาไว้ในอ้อมแขน
นานแล้วที่ไม่ได้กอดเธอ เขาจึงลอบขโมยจูบมุมปากสวี่ชิง และค่อยหลับตาลงนอนหลับอย่างพึงพอใจ
……….
สวี่ชิงนอนหลับไปนานมาก เธอฝันเห็นเด็กทารกตัวอ้วนขาวยิ้มโบกมือให้เธอ มุมปากยังมีน้ำลายไหล น่ารักจนทำให้คนใจละลายได้แล้ว
เธออดยกยิ้มมุมปากไม่ได้ ขยับมือจะยื่นไปอุ้ม แต่กลับรู้สึกถึงความอุ่นร้อนแผ่ซ่านอยู่ในอกแทน
มันทำให้สวี่ชิงตกใจตื่นทันที
พอลืมตาขึ้น เธอก็เห็นว่าตอนนี้ตัวเองนอนทับแขนโจวจินหนานอยู่ เงยหน้าขึ้นไปก็มองเห็นไรเคราเขียวใต้คางของเขาพอดี ทั้งยังมีลูกกระเดือกอันมีเอกลักษณ์น่าดึงดูด
ที่จริงท่าทางการนอนหลับนี้ทำให้พวกเขาสองคนเหนื่อยมาก
สวี่ชิงอยากจะขยับตัวแต่ก็กลัวจะทำโจวจินหนานตื่น เมื่อวานเธอเกือบประวัติศาสตร์ซ้ำรอยได้เข้าเฝ้าพญายมอีกรอบแล้ว ทำให้แผนการเจ้าเล่ห์ในใจหายวับไปกับตา
ไม่มีอะไรสำคัญไปกว่าชีวิต แม้จะเอาอะไรก็แล้วแต่มากล่าวว่าโจวจินหนานทำผิดจริง แต่จะทำอย่างไรได้ในเมื่อเธอชอบเขาไปแล้ว
อีกอย่างมันก็โชคดีมากแล้วไม่ใช่หรือที่เป็นโจวจินหนาน?
ถ้าชาติก่อนเธอไม่ปฏิเสธการแต่งงานของเราสองคนอย่างแข็งกร้าวแบบนั้น แล้วพูดคุยกับโจวจินหนานดีๆ ก็คงไม่ต้องชอกช้ำจนเดินถอยกลับไปไม่ได้อีก
อีกทั้งเธอควรจะดีใจยิ่งกว่านี้สิที่พวกเขายังมีชีวิตอยู่
สวี่ชิงพลันโล่งอก ยื่นนิ้วชี้จิ้มลูกกระเดือกโจวจินหนานเบา ๆ
ทำให้โจวจินหนานที่แต่เดิมยังกลัวสวี่ชิงโกรธรู้สึกจั๊กจี้อย่างอดไม่อยู่ ลูกกระเดือกขยับขึ้นลง ก่อนยื่นมือไปจับกรงเล็บน้อย ๆ ให้หยุดก่อกวน
แล้วเขาก็ปรือตาก้มหน้ามองผู้หญิงในอ้อมแขน
สวี่ชิงยิ้มขึ้นมา “โจวจินหนาน พวกเราคืนดีกันเถอะ ขอแค่ต่อแต่นี้ไปไม่ว่าเรื่องอะไร คุณก็ห้ามโกหกฉันเด็ดขาด”
ดวงตาโจวจินหนานพลันสว่างขึ้นมาทันทีในดวงตาราวกับมีดวงดาวพับพันดวงอยู่ในนั้น จับจ้องมาที่สวี่ชิง จู่ ๆ ก็พลิกตัวกดร่างแล้วจูบลงไป
สวี่ชิงครางประท้วงอย่างไม่พอใจ แต่ก็ขัดขืนความเร่าร้อนของโจวจินหนานไม่ไหว คล้องแขนรอบคอของเขา ตอบรับจูบที่แผดเผาเหมือนกับสายลมในฤดูใบไม้ผลิ
กระทั่งเกือบจะสิ้นลมหายใจ สวี่ชิงถึงค่อยยื่นมือผลักไหล่เขา ส่งเสียงพึมพำให้เขาลุกขึ้น
สวี่ชิงหอบหายใจถี่กระชั้น ดวงตาฉ่ำน้ำใบหน้าแดงฉาน จ้องตาโจวจินหนาน แต่กลับดูเหมือนออดอ้อนอยู่ในที “ฉันเพิ่งจะหายดี คุณก็รังแกคนป่วยแล้ว อีกอย่างคุณยังไม่รับปากฉันเลย”
ในที่สุดดวงตาของโจวจินหนานก็มีรอยยิ้มปรากฏ เขายื่นมือประคองแก้มของเธออย่างหลงใหล “ต่อจากนี้ไม่ว่าจะเรื่องอะไรผมก็จะไม่โกหกคุณ”
สวี่ชิงถึงยกยิ้มขึ้นมาอย่างพึงพอใจ
ทั้งสองคลอเคลียกันอยู่บนเตียงสักพัก ถึงค่อยลุกขึ้นอย่างไม่เต็มใจนัก
เฟิงซูฮวาอุ่นหมั่นโถวอยู่ในห้องครัวเสร็จแล้ว มองความสุขในวัยเยาว์ที่ปิดเอาไว้ไม่มิดในดวงตาของสวี่ชิงแล้วก็ยิ้มทัก “หนุ่มสาวอย่างพวกเธอใจเย็นๆ กันหน่อย อย่าเผลอทำร้ายเหลนของย่า”
สวี่ชิงหน้าแดงไปทั้งแถบ เข้าไปอ้อนเฟิงซูฮวา “คุณย่าล้อฉันอีกแล้ว”
เฟิงซูฮวาหัวเราะฮ่าๆ “เช้านี้ตื่นมามีตรงไหนไม่สบายบ้างไหม”
สวี่ชิงส่ายหน้า “ไม่มีค่ะ รู้สึกเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้นเลย ราวกับเมื่อวานนี้ฉันแค่ฝันไป”
เฟิงซูฮวาถอนหายใจ “เธอเองก็โชคดี ถ้าตอนนั้นเธอล้มป่วยแล้วพาไปโรงพยาบาล หรือโจวจินหนานวิ่งกลับมาช้ากว่านี้ไม่กี่นาที เกรงว่าแม้แต่เทพเซียนก็ยากจะช่วยชีวิตของเธอแล้ว”
เมื่อพูดแบบนี้ สวี่ชิงที่เพิ่งผ่านเหตุการณ์ร้ายมาก็ยังรู้สึกหวาดกลัวอยู่ “ตอนแรกคิดจะไปโรงพยาบบาลเหมือนกันค่ะ แต่อาการเจ็บท้องเกิดขึ้นกะทันหันเกินไป คิดๆ ดูแล้วก็เลยรีบกลับมาหาคุณย่าก่อน”
เพียงแต่ว่าเธอได้รับพิษหนอนกู่มาได้อย่างไร
สองย่าหลานพูดไปก็ครุ่นคิดไป ครั้นทำอาหารเช้าเสร็จออกมา โจวจินหนานก็ทำความสะอาดบ้านเสร็จไปรอบหนึ่งแล้ว
ตอนกำลังกินข้าวเช้านั้นฉินเสวี่ยเหมยก็มาหา เห็นในสวนของสวี่ชิงไม่มีตะกร้าผัก ก็แปลกใจนิดหน่อย “วันนี้ฉันหยุด ยังบอกเธออยู่เลยว่าจะมาช่วงเด็ดผัก ยังไม่ส่งผักมาอีกเหรอ”
สวี่ชิงไปย้ายเก้าอี้นั่งมาให้ฉินเสวี่ยเหมยนั่งลง “เธอจำวันผิดแล้วหรือเปล่า ผักมาตอนเที่ยงตลอด บ่ายโมงเก็บกวาด แต่สองวันนี้พวกเราหยุดนะ”
ฉินเสวี่ยเหมยไม่เข้าใจ “อยู่ดี ๆ ทำไมหยุดล่ะ”
สวี่ชิงเล่าเรื่องที่ร้านให้ฟังรอบหนึ่ง “ดังนั้นพวกเราเลยได้หยุดสองวันพอดี”
ฉินเสวี่ยเหมยพลันโมโหขึ้นมาทันที “นี่จะต้องมีคนชักใยอยู่เบื้องหลังแน่ ใครกันน่าไม่อายขนาดนี้ คงไม่ใช่ฟางหรานซินกับสวี่หรูเยว่หรอกนะ”
สวี่ชิงงหัวเราะพลางดึงมือออก เธอต้องไป “ขอบคุณ” พวกหล่อนสองแม่ลูกดีๆเสียแล้ว
ฉินเสวี่ยเหมยเห็นสวี่ชิงไม่พูดก็รู้ว่าเธอไม่อยากพูดเรื่องนี้ในบ้านในมากความ ตบเข่าฉาดหนึ่ง “ยังมีเรื่องซุบซิบอีกเรื่องนึ่งที่ฉันจะมาบอกเธอ เมื่อเย็นวานนี้บ้านของหวังไก๋ฮวามีคนฆ่ากัน”
สวี่ชิงรู้ว่าคนที่เลี้ยงแม่หนอนกู่ตายที่บ้านของหวังก่ายฮวา แต่เธอก็ยังทำเป็นตกใจเหมือนไม่รู้ “ทำไมถึงเกิดการฆ่ากันได้? ใครตายเหรอ?”
ฉินเสวี่ยเหม่ยส่ายหน้า “ไม่รู้ เป็นคนนอกพิ้นที่คนหนึ่งเช่าบ้านของหวังไก๋ฮวาอยู่ เมื่อเช้านี้ทั้งบ้านของหวังไก๋ฮวาไปให้ปากคำที่สถานีตำรวจ เพิ่งจะถูกปล่อยตัวกลับมา ยังร้องห่มร้องไห้อยู่ในบ้านอยู่เลย จริงสิ ฉันยังได้ยินว่าเมื่อว่าเธอเป็นลมแล้วถูกพี่โจวอุ้มกลับมาเหรอ เกิดอะไรขึ้นกับเธอหรือเปล่า?”
………………………………………………………………………………………………………………………
สารจากผู้แปล
สบายใจได้แล้วนะพี่หนาน ชิงชิงให้อภัยแล้ว
คดีนี้มีเงื่อนงำ สืบกันต่อไปค่ะ
ไหหม่า(海馬)