เกิดใหม่เป็นภรรยาสุดโหดยุค 80 - บทที่ 206 ลูกคือโซ่ทองคล้องใจของพวกเธอ
บทที่ 206 ลูกคือโซ่ทองคล้องใจของพวกเธอ
โจวจินหนานไม่กล้าตั้งคำถาม เขาวางสวี่ชิงลงบนพื้นอิฐในลานบ้าน อดไม่ได้ที่จะมือสั่นสะท้านเบาๆ “คุณย่า….”
เสียงสั่นเทาที่เปล่งออกมานั้นแฝงไปด้วยความหวาดกลัวอย่างที่ไม่เคยพบเห็นมาก่อน แต่เพราะเขารู้สึกหวาดกลัวเกินไปจึงทำให้ไม่อาจพูดออกมาจนจบประโยคได้
ระหว่างทางที่กลับมาบ้าน เขาสัมผัสได้ว่าลมหายใจของสวี่ชิงค่อย ๆ แผ่วลง
เฟิงซูฮวาโบกมือเป็นสัญญาณไม่ให้โจวจินหนานพูด “ปิดประตูใหญ่เสีย จับเจ้าไป๋หลางผูกไว้ข้างนอก”
พอโจวจินหนานได้ยินก็รีบลุกขึ้นทำทันที
จนกระทั่งหันกลับมา ในมือของเฟิงซูฮวาก็มีเข็มเงินหนึ่งเล่มแล้ว ความยาวที่เกือบจะถึงครึ่งนิ้วทำให้คนดูตกใจนิดหน่อย
จากนั้นก็เห็นนางถลกชายเสื้อของสวี่ชิงขึ้นจนเผยให้เห็นหน้าท้องขาว ปักเข็มเงินในมือตรงใต้สะดือลงไปครึ่งนิ้วอย่างรวดเร็วทว่ามั่นคง และปักรอบบริเวณเพิ่มอีกหลายเข็ม
โจวจินหนานมองด้วยหัวใจเต้นระรัว รู้สึกเหมือนเข็มเหล่านั้นจะสามารถปักทะลุร่างบอบบางของสวี่ชิงได้
เฟิงซูฮวาปักเข็มลงไปที่หน้าอกของสวี่ชิงอีกสองหรือสามเล่ม แล้วใช้มีดเล่มเล็กกรีดสองนิ้วชี้ของสวี่ชิง จากนั้นเลือดสีดำก็ค่อย ๆ ไหลรินออกมา
หลังทำทั้งหมดเสร็จสิ้น เฟิงซูฮวาก็ลุกขึ้นอีกครั้ง เท้าเล็ก ๆ เดินเข้าไปในห้องอย่างฉับไว หยิบแมงมุมขาดำแดงออกมาวางไว้ที่บริเวณนิ้วของสวี่ชิง
แมงมุมขยับขายุบยับ ปีนเข้าไปหาอย่างรวดเร็ว แล้วเริ่มดูดเลือดจากนิ้วชี้ของสวี่ชิง
เฟิงซูฮวามองสีของเลือดที่เปลี่ยนเป็นสีแดงสดขึ้นมาแล้ว ถึงค่อยมองไปทางโจวจินหนานด้วยสีหน้าเคร่งขรึม “ชิงชิงถูกพิษกู่แล้ว เพียงแต่ว่าหล่อนโดนพิษได้ยังไง?”
โจวจินหนานยิ่งไม่รู้ใหญ่ “วันนี้ผมเพิ่งลงรถไฟ ตอนลงรถมาเจอชิงชิง หล่อนยังดีๆ อยู่เลย ไม่รู้ว่าหล่อนโดนพิษตอนไหน”
เฟิงซูฮวาครุ่นคิดพักหนึ่ง “พิษแบบนี้ใช้เวลาสั้นมากตั้งแต่วางพิษไปจนถึงปล่อยพิษออกมา แต่ก็ต้องใช้เวลาสองหรือสามชั่วโมง ดังนั้นระหว่างเวลาสองสามชั่วโมงนั้น หนึ่งในคนที่หล่อนพบเจอจะต้องฉวยโอกาสวางพิษหล่อนแน่”
ตอนนี้โจวจินหนานไม่มีกะจิตกะใจจะหาว่าใครเป็นคนวางพิษแล้ว เขาคุกเข่าลงข้างกายสวี่ชิง ครั้นเห็นสีหน้าสวี่ชิงตอนนี้ที่ยังคงซีดเหลืองเป็นเทียนไขและดูหมองคล้ำจางๆ เหมือนปกคลุมด้วยฝุ่นชั้นหนึ่งก็อดปวดใจไม่ได้ หางตาแดงรื้นขึ้นมาทันที
เฟิงซูฮวาปลอบโจวจินหนาน “ตอนนี้ยังไม่เป็นอันตรายถึงแก่ชีวิตหรอก ถ้าฉันเดาไม่ผิด พิษที่สวี่ชิงโดนคือพิษหนอนกู่แม่ลูก ต้องหาตัวแม่ของมันให้เจอ พิษกู่นี้จึงจะหมดฤทธิ์และทุเลาลงได้”
“หายังไงครับ?”
เฟิงซูฮวาครุ่นคิดสักพักหนึ่ง “รอช่วงโพล้เพล้ตอนพระอาทิตย์ลาลับฟ้า ให้อุ้มชิงชิงเข้าไปในบ้าน ค้นหาภายในรัศมีสองร้อยเมตร ยิ่งหาเร็วเท่าไหร่ยิ่งดี ตอนนี้ฉันทำได้เพียงควบคุมพิษกู่ไม่ให้มันแพร่กระจายต่อไปเท่านั้น แต่ฉันไม่อาจถอนพิษในตัวของชิงชิงออกมาได้ ยิ่งปล่อยไว้นานเท่าไหร่เด็กในท้องก็จะยิ่งแย่”
โจวจินหนานถึงเพิ่งคิดขึ้นได้ว่าสวี่ชิงตั้งท้องอยู่ ใบหน้าพลันอึมครึม “ขอเพียงชิงชิงปลอดภัย รักษาเด็กไว้ไม่ได้ก็ไม่เป็นไรหรอกครับ”
เฟิงซูฮวาชำเลืองมองโจวจินหนานแวบหนึ่ง “เธอต้องคิดให้ดี เด็กคนนี้เป็นโซ่ทองคล้องใจของเธอกับชิงชิงนะ จะขาดเขาไม่ได้”
โจวจินหนานได้ฟังก็ร้อนรนใจขึ้นมาอีกครั้ง ความหมายของคุณย่าก็คือหากไม่มีเด็กคนนี้ การแต่งงานของเขากับสวี่ชิงจะเป็นอันสิ้นสุด
จนกระทั่งพระอาทิตย์ลาลับขอบฟ้า โจวจินหนานก็อุ้มสวี่ชิงที่ยังไม่ได้สติแม้แต่น้อยเข้าห้องแล้ววางเธอไว้บนเตียง
เฟิงซูฮวาฝังเข็มใหม่อีกครั้ง ลมหายใจของสวี่ชิงจึงค่อย ๆ กลับมาสม่ำเสมอ แต่ยังคงนอนอย่างไม่มีทีท่าว่าจะฟื้นขึ้นมา
โจวจินหนานมองอย่างเป็นกังวล เห็นเฟิงซูฮวาห่มผ้าให้สวี่ชิงเบาๆ แล้วนำผ้าห่มหนักกดเข็มเอาไว้ ก็รีบยื่นมือต่อ “คุณย่า เราจะหาแม่หนอนกู่ยังไงครับ?”
เฟิงซูฮวามองท้องฟ้าด้านนอก “รออีกเดี๋ยว เธอคนเดียวเกรงว่าจะไม่ไหว ไปหาคนมาช่วยอีกสองคน”
โจวจินหนานได้ฟังก็รีบหาโทรศัพท์เพื่อต่อสายไปยังบ้านพักที่เกาจ้านและเหยียนจี้ชวนพักแรมอยู่
เกาจ้านกับเหยียนจี้ชวนมาเร็วมากตลอด โดยเฉพาะตอนได้ยินว่าสวี่ชิงถูกพิษ
ทั้งสองเข้ามาในห้องและมองสวี่ชิงแวบหนึ่ง หัวใจก็พลันหล่นวูบ สัมผัสได้ว่าสภาพของสวี่ชิงดูไม่สู้ดีอย่างมาก ร่างทั้งร่างคล้ายกับโดนสูบน้ำออก และกำลังเหี่ยวเฉาอย่างรวดเร็ว
เมื่อถอยออกมาจากห้อง เหยียนจี้ชวนก็ขมวดคิ้ว “ทำไมถึงกลายเป็นแบบนี้ได้?”
“ถูกพิษกู่”
โจวจินหนานเล่าสถานการณ์ของสวี่ชิงอย่างคร่าวๆ ให้พวกเขาฟังรอบหนึ่ง หางตายังคงแดงระเรื่อ “รบกวนพวกนายแล้ว”
พูดจบเขาก็มองไปทางเหยียนจี้ชวน “ฉันตกลงจะรับข้อเสนอของนาย”
เหยียนจี้ชวนตบไหล่โจวจินหนาน “เรื่องนี้เอาไว้ค่อยพูด ฉันกับเกาจ้านจะหาจากบริเวณรอบนอก ส่วนนายหาบริเวณเพื่อนบ้านใกล้ๆ นี้”
เฟิงซูฮวาเดินออกมาจากห้อง ในมือถือของที่เหมือนไม้ไผ่สีเข้มออกมาด้วย “จินหนาน พวกเธอไปหาทิศตะวันตกเฉียงเหนือในรัศมีร้อยเมตรก่อน ดูว่ามีบ้านไหนที่ร้างผู้คนหรือมีคนแปลกหน้าเช่าอาศัยอยู่บ้าง”
โจวจินหนานรู้ว่าเฟิงซูฮวาเชี่ยวชาญการทำนายเหมือนกับแม่หมอมาก
แบบนี้ขอบเขตการหาก็จะแคบลง
ในรัศมีร้อยเมตรนั้นมีบ้านอยู่ไม่กี่หลังคาเรือน ซึ่งบ้านของติงชางเหวินก็อยู่ในบริเวณนั้นด้วย
โจวจินหนานไม่ลังเลที่จะพาเกาจ้านและเหยียนจี้ชวนไปที่บ้านของติงชางเหวินทันที
ระหว่างที่เดินทางก็ยังเห็นได้ถึงแสงไฟที่ลอดผ่านหน้าต่างของแต่ละบ้านทางกำแพงบ้าน แต่มีบ้านของติงชางเหวินเพียงหลังเดียวที่มืดสนิทไร้แสงไฟ
เมื่อเดินเข้ามาใกล้ก็สัมผัสได้ถึงความอึมครึม
แม้แต่เหยียนจี้ชวนกับเกาจ้านยังรู้สึกแปลกประหลาด ทั้งสามเงียบไม่พูดอะไร ย่องไปในความมืดปีนกำแพงพลิกตัวเข้าไปในบ้าน แล้วค่อย ๆ เดินไปใกล้ห้องโถงช้าๆ
ก่อนออกมา เฟิงซูฮวาได้บอกทั้งสามว่าพิษหนอนกู่ตัวแม่ที่สวี่ชิงโดนนั้นไม่ได้มาจากตัวหนอนกู่โดยตรง แต่อยู่ในร่างกายคนทำ ดังนั้นจะต้องจับตัวคนทำเอาไว้ให้ได้
เมื่อฆ่าหนอนกู่ตัวแม่ที่อยู่ในร่างของเขาได้ ลูกหนอนกู่ที่อยู่ในร่างกายของสวี่ชิงก็ย่อมตายตาม
ตอนที่ทั้งสามก้าวเท้าผ่าวเบาเข้ามาในห้องโถงอย่างช้า ๆ จมูกก็ได้กลิ่นเหม็นเน่าโชยออกมา กลิ่นนั้นเหม็นราวกับซากศพ เมื่อโชยเข้าจมูกก็ทำให้คนคลื่นไส้
ยังดีที่พวกโจวจินหนานทั้งสามคนเผชิญศึกในสนามรบมามาก จึงยังคงรักษาความสบงเดินเข้าไปต่อได้
เหยียนจี้ชวนเข้าใกล้ประตูที่สุด ตอนยื่นมือกำลังจะเปิดประตู กลับถูกโจวจินหนานดึงแขนเอาไว้ ส่งสายตาเป็นสัญญาณให้เขาถอย จากนั้นก็เตะประตูเข้าไปอย่างรวดเร็ว แล้วแนบลำตัวติดกับกำแพงข้าง ๆ
เกาจ้านโยนก้อนหินตามเข้าไป ได้ยินเพียงเสียงกลิ้งกุกกักบนพื้น จากนั้นบรรยากาศก็ตกอยู่ในความเงียบสงัดไร้เสียงใดๆ
ทว่ากลิ่นเหม็นกลับยิ่งทวีความรุนแรงมากกว่าครั้งที่ได้กลิ่นตรงประตูใหญ่เสียอีก
โจวจินหนานหยิบไฟฉายออกมาเปิดแล้วส่องเข้าไปในบ้าน ทันทีที่แสงสว่างส่องไปถึงก็มองเห็นคนชุดดำคนหนึ่งนอนคู้กายอยู่บนพื้น
เหยียนจี้ชวนเข้าไปสำรวจ คนที่นอนอยู่บนพื้นกลับไม่มีปฎิกิริยา แต่กลิ่นเหม็นเน่าโชยออกมาจากร่างกายของเขาอย่างชัดเจน
เกาจ้านทำหน้าที่ดูต้นทางหน้าประตู โจวจินหนานกับเหยียนจี้ชวนส่องไฟฉายเข้าไปในห้อง
เพื่อความปลอดภัยของพวกเขา เหยียนชี้ชวนก็หยิบตะกร้าที่แขวนอยู่บนกำแพง โยนไปยังร่างบนพื้น
ร่างที่นอนคู้อยู่ดี ๆ ก็พลันนอนราบ แสงไฟฉายส่องไปที่ใบหน้าของเขา ลำแสงเย็นที่ทอดส่องลงไปช่างดูน่ากลัวเป็นอย่างยิ่ง
เหยียนจี้ชวนขมวดคิ้ว “ตายแล้วหรือ? ใช่คนนี้หรือเปล่า?”
โจวจินหนานถือไฟฉายส่องกราดไปทั่วทั้งห้อง ก็พบว่าไม่มีคน
หากดูจากกลิ่น คนคนนี้ก็น่าจะตายมานานแล้ว แต่ใบหน้ากลับไม่บวมอืด ทำให้เขาถึงกับขมวดคิ้ว “พวกนายเฝ้าเอาไว้ ฉันจะไปถามคุณย่าก่อน ถือโอกาสแจ้งความด้วย”
เนื่องจากมีการฆาตกรรมในบ้าน เรื่องนี้ก็ไม่ใช่สิ่งที่พวกเขาสามารถควบคุมได้แล้ว
ตอนโจวจินหนานรีบวิ่งกลับมาบ้าน กลับคิดไม่ถึงว่าสวี่ชิงจะฟื้นแล้ว และกำลังโก่งคออาเจียนอยู่บนเตียง!
…………………………………………………………………………………………………………………………
สารจากผู้แปล
กลายเป็นนิยายไสยศาสตร์ไปในทันที ย่าเฟิงคือ mvp ของตอนนี้
เหมือนการประลองวิชาศาสตร์มืดกันระหว่างแม่มดหมอผีทั้งสองฝั่งเลยค่ะ ฝั่งหนึ่งคือเน้นทำลาย อีกฝั่งคือเน้นปกป้อง
ไหหม่า(海馬)