เกิดใหม่เป็นภรรยาสุดโหดยุค 80 - บทที่ 202 สุนัขกระโดดกำแพง
บทที่ 202 สุนัขกระโดดกำแพง
เฟิงซูฮวายิ้มตาหยีมองสวี่ชิง “เธอดูสิน่ารักมากใช่ไหมล่ะ”
สวี่ชิงพลันรู้สึกขนหัวลุก “ไม่เห็นจะน่ารักเลยค่ะ นี่คุณย่าหามาจากไหนคะ คงไม่ใช่ในบ้านพวกเราใช่ไหม มันน่ากลัวเกินไปแล้ว”
แค่คิดว่าในบ้านมีแมงมุมตัวใหญ่ขนาดนี้อยู่ในบ้าน ไม่รู้ว่าวันไหนจะออกมาบ้าง ถ้าเกิดนอนอยู่แล้วมองตกลงมาจะทำให้คนหัวใจวายขนาดไหนกันนะ
เฟิงซูฮวาส่ายหน้า “ไม่ใช่ วันนี้ตอนที่ย่าไปเข้าห้องน้ำ เจอตรงกอหญ้าริมทาง ตอนแรกก็นึกว่าเป็นของปลอม คิดไม่ถึงว่าจะเป็นของจริง คิดไม่ถึงว่าที่นี่ยังมีแมงมุมขาแดงยูนนานแบบนี้”
สวี่ชิงพูดเอ๋คำหนึ่ง “ยูนนาน? มันมาไกลขนาดนี้ได้ยังไงคะ ไม่ใช่ว่ามีคนพามาหรอกนะคะ”
เฟิงซูฮวาพลันเปลี่ยนเป็นเด็กน้อย “ย่าไม่สนหรอก ย่ารับตัวมันมาแล้วมันก็ต้องเป็นของย่า ตอนนี้เธอเอาเลือดหยดมันหยดหนี่ง จากนี้เธอก็จะเป็นเจ้านายของมัน”
สวี่ชิงลังเล “ฉันได้ยินคนอื่นบอกว่าเจ้านี่แว้งกัดได้ คือถ้าตอนที่มันไม่มีของกิน มันก็จะกินเจ้าของ”
เฟิงซูฮวาขมวดคิ้ว “เธอไปได้ยินคำพูดซี้ซั้วพวกนี้มาจากไหน มันไม่ใช่แบบนั้นสักหน่อย”
จากนั้นนางก็เริ่มอธิบายประเภทของหนอนกู่ให้สวี่ชิงฟัง รวมทั้งแบบไหนที่สามารถทำร้ายคนได้ แบบไหนสามารถช่วยชีวิตคนได้ “สรรพสิ่งมีความเชื่อมโยงต่อกันนั้นทุกอย่างย่อมมีเหตุและผลของมัน ในเมื่อมีร้ายก็ย่อมมีดี ของที่ทำร้ายคนนั้นพวกเราจะไม่เลี้ยงมันเอาไว้ ที่ย่าสอนสิ่งเหล่านี้ทั้งหมดก็คือสิ่งที่สามารถช่วยชีวิตคนได้”
พอสวี่ชิงได้ยินว่าสามารถช่วยชีวิตคนได้ก็ตอบตกลง หยิบปากกาสั่งทำพิเศษที่โจวจินหนานมอบให้มาจากในกระเป๋าเสื้อ เปิดปลอกใช้ปลายแหลมแทงนิ้วตัวเอง รอจนกระทั่งมีเลือดออกมา เฟิงซูฮวาก็หยิบแมงมุมมีวางไว้ตรงปากแผลของสวี่ชิง
แมงมุมขยับขาทันทีและดื่มเลือดอย่างน่าเกลียดและดุร้าย
สวี่ชิงรู้สึกเพียงแค่ความคัน หลังจากนั้นแมงมุมก็จากไปเองโดยอัตโนมัติ
ราวกับมันตัดใจจากเลือดของเธอไม่ได้
เฟิงซูฮวานำแมงมุมเข้าใกล้ปากแผลของสวี่ชิงอีกครั้ง แมงมุมก็ไม่ขยับอีก ดวงตาที่ไม่ใหญ่คู่หนึ่งแฝงความเย็นชาแผ่ออกมา
สวี่ชิงรู้สึกประหลาดใจมาก “มันกินอิ่มแล้ว หรือว่าคิดว่าหนูเป็นเจ้านายของมันคะ”
เฟิงซฮวายิ้มแล้วนำแมงมุมไปใส่ในตะกร้าอีกครั้ง “มันรู้แล้วว่าเธอเป็นเจ้านายของมัน เจ้าสัตว์มีพิษนี้น่าประหลาดนัก ตอนมันหิวกระหายเธอต้องใช้เลือดเลี้ยงมัน ถึงจะสามารถทำให้มันรู้ว่าเธอคือเจ้านายของมัน จากนั้นมันจะใช้ชีวิตเพื่อปกป้องเธอ คนบอกว่ามันเป็นสัตว์เลือดเย็น แต่มีบางครั้งที่มันมีสติปัญญา”
สวี่ชิงมองแมงมุมตัวใหญ่อีกครั้งแล้วก็ไม่รู้สึกว่ามันดุร้ายขนาดนั้นแล้ว ทั้งยังกล้าลูบตัวมันแล้วด้วย
จากนั้นก็ปรับอารมณ์แล้วเริ่มตั้งใจเรียนกับเฟิงซูฮวาถึงการใช้พิษรักษาพิษ ไม่ว่าจะเป็นพิษงู พิษแมงป่อง หรือพิษคางคง รวมถึงวิธีการรีดพิษและผสมพิษในการรักษาอาการป่วยต่างๆ
สวี่ชิงฟังแล้วก็จดไปด้วย เพราะคิดว่ามีประโยชน์มาก
ขณะที่ทางด้านของเธอกำลังยุ่งอยู่กับการหาเงินเรียนต่อแพทย์ ทางด้านของสวี่หรูเยว่กลับไม่ค่อยดีนัก
มหาวิทยาลัยเปิดเทอมแล้ว ไม่ต้องรอให้หล่อนไปสมัครก็ได้รับจดหมายปฏิเสธส่งมาจากมหาวิทยาลัย บอกว่าหล่อนขโมยคะแนนสอบเข้าของคนอื่น ทำลายอนาคตคนอื่น คุณธรรมบกพร่องไม่เหมาะสมที่จะเป็นนักศึกษามหาวิทยาลัยทำคุณูปการช่วยเหลือสังคมได้
ทางมหาวิทยาลัยประกาศจดหมายเปิดผนึกการปฏิเสธเข้าเรียนของสวี่หรูเยว่ ในเวลาเดียวกันก็ยังมีประกาศปลดติงช่างเหวินด้วยกันเดียวกัน
บอกว่าติงช่างเหวินประพฤติตนมิชอบ ขาดจรรยาบรรณความเป็นครูบาอาจารย์ ไม่เหมาะสมที่จะดำรงตำแหน่งอาจารย์ได้อีกต่อไป
ข่าวที่สวี่หรูเยว่โดนปฎิเสธให้เรียนมหาวิทยาลัยถูกป่าวประกาศไปทั่วพื้นที่เขตโรงงานรถยนต์
เดิมมีคนหลายคนรอดูเรื่องตลก และก็มีคนอยากรู้ว่าสวี่หรูเยว่สรุปว่าใช้ชื่อของคนอื่นสอบเข้ามหาวิทยาลัยจริงหรือไม่
เพราะเรื่องนี้ไม่ว่าจะมองอย่างไรก็ไร้คุณธรรมมากเกินไปจริง ๆ
เดิมทีคนในชุมชนต่างก็อิจฉาคนที่สอบเข้าเป็นนักศึกษามหาวิทยาลัยได้เป็นทุนเดิม แต่การแย่งความสำเร็จมาจากคนอื่นนั้น คนแบบนี้สมควรโดนจับถึงจะถูก
เพราะว่าหม่าเสวี่ยหลานไม่ได้ซุบซิบมานานแล้ว พอได้ยินข่าวนี้ก็รียออกจากบ้านไปร้านค้าซื้อเมล็ดแตงโมราคาห้าเหมาหิ้วใส่ถุงทันที พบเจอคนที่ไหนก็จะหยุดแล้วเริ่มนินทา
“เมื่อก่อนฉันยังคิดอยู่เลยว่าตระกูลสวี่สอบเข้ามหาวิทยาลัยได้เก่งมาก คิดไม่ถึงว่าหล่อนไปขโมยมา เหอะ ๆๆ”
พูดไปหล่อนก็แทะเมล็ดแตงโมไปด้วย พลางยักคิ้วหลิ่วตาขณะพ่นเปลือกเมล็ดแตงโมจนกระจายไปทั่วทุกที่ “ลองคิดดูปีก่อนยัยฟางหลานซินเห็นใครก็เอาแต่พูดว่าหรูเยว่ของหล่อนสอบเข้ามหาวิทยาลัยได้ ตอนนี้ทำไมหล่อนไม่พูดแล้วล่ะ”
ผู้หญิงคนอื่น ๆ อีกสองสามคนคล้อยตามหล่อน “นั่นน่ะสิ ตอนแรกล่ะหน้าชื่นตาบาน เดินผ่านพวกเราทีจมูกนี้แทบจะเชิดขึ้นฟ้าได้แล้ว กะอีแค่พวกเราเป็นคนงานธรรมดา ครอบครัวพวกเขาเป็นคนของรัฐทั้งยังมีคนได้เป็นนักศึกษามหาวิทยาลัยคนหนึ่ง”
หม่าเสวี่ยหลานแบะปากทีหนึ่ง “ตอนนี้เธอให้หล่อนเอาจมูกที่เชิดขึ้นฟ้าออกมาจูงเดินทีสิ ชายชู้คนนั้นของหล่อนก็คือพ่อแท้ ๆ ของสวี่หรูเยว่ อาจารย์ผายลมอะไรนั่นก็โดนปลดแล้วเหมือนกัน”
“จริงเหรอ เรื่องนี้พวกเราไม่เคยได้ยินมาก่อนเลยล่ะ”
พวกหล่อนจับกลุ่มนินทากันไม่หยุด ทั้งยังคุยกันหลังหน้าต่างฟางหลานซินด้วย
ฟางหลานซินกับสวี่หรูเยว่ที่อยู่บนตึกได้ยินทุกอย่าง ซึ่งฟางหลานซินก็ได้พุ่งตัวไปที่ห้องน้ำด้วยความโมโห แลเทน้ำใส่ถังสาดออกไปนอกหน้าต่าง
ทำให้หม่าเสวี่ยหลานกับคนอื่น ๆ โดนสาดจนตกใจ!
หม่าเสวี่ยหลานไม่ทนแล้ว “ฟางหลานซินยัยคนชั้นต่ำ ถ้าแกมีความสามารถก็ลงมาสิ! ถ้าฉันฆ่าแกไม่ได้ก็อย่าเรียกฉันว่าหม่าเสวี่ยหลาน เรื่องของพวกแกสองคนยังขายหน้าไม่พออีกเหรอ ถ้าฉันเป็นแก ฉันจะรีบย้ายออกไปโดยไวแล้ว”
“ต่อให้บนพื้นมีรูที่ลอดเข้าไปได้ฉันก็จะไป!”
ฟางหลานซินเดิมทีก็ปะทะฝีปากสู้หม่าเสวี่ยหลานไม่ได้อยู่แล้ว จึงปิดต่างหน้าปล่อยให้หล่อนด่าไป
สวี่หรูเยว่นั่งหน้าซีดอยู่บนโซฟา หล่อนไม่สามารถเข้ามหาวิทยาลัยได้แล้ว และเด็กในท้องนี้ก็ยังแข็งแรงเป็นพิเศษ ไม่ว่าจะทำวิธีไหนก็ไม่ยอมแท้ง
ยิ่งคิดก็ยิ่งโมโห ยกมือทุบท้องตัวเองแล้วร้องไห้ออกมา
ฟางหลานซินตกใจ รีบขวางการกระทำของฟางหลานซิน “ลูกอย่าเพิ่งร้อง ลองคิดสิว่าสุดท้ายแล้วเรื่องนี้ใครจะเป็นคนสะใจที่สุด”
สวี่หรูเยว่หยุดมือร้องไห้สะอึกสะอื้น ไม่เข้าใจเลยจนกระทั่งตอนนี้หล่อนก็ยังสู้สวี่ชิงไม่ได้ได้อย่างไร?
ก่อนหน้านี้ไม่ว่าจะแกล้งสวี่ชิงอย่างไรก็สำเร็จทุกครั้ง
เพียงแต่หล่อนไม่รู้ว่าเมื่อก่อนหน้านี้ที่สวี่ชิงยอมปล่อยหล่อนไป ก็เพราะคิดว่าครอบครัวสำคัญกว่าความโกรธของตัวเอง
มาตอนนี้สิ่งที่เรียกว่าครอบครัวถูกฉีกกระชากออกไปแล้ว มีหรือสวี่ชิงจะสนใจพวกหล่อนอยู่อีก!
ฟางหลานซินโกรธจนตัวสั่นไปแล้วมีประโยชน์อะไร? เย่เหมยหญิงชั่วนั่นที่บอกจะช่วยพวกหล่อนยังบอกว่าจะทำให้สวี่ชิงดูไม่ได้ ผลลัพธ์น่ะหรือ? สองสามวันมานี้แม้แต่คนก็ไม่รู้ว่าหายหัวไปอยู่ไหนแล้ว
ทันใดนั้นหล่อนก็คิดวิธีการบ้าบิ่นขึ้นมา “ลูกไม่ต้องร้อนใจ ไม่ใช่ว่าสวี่ชิงเปิดร้านอาหารอยู่ที่สถานีรถไฟเหรอ พวกเราก็ทำให้หล่อนทำงานต่อไปไม่ได้ไปเลยสิ”
สวี่หรูเยว่ไม่ค่อยเชื่อในความสามารถของฟางหลานซินเล็กน้อย หล่อนได้รับการยืนยันครั้งแล้วครั้งเล่าว่าฟางหลานซินดีแต่พูดจาดุร้ายไปอย่างนั้นเอง
ฟางหลานซินมองสวี่หรูเยว่ “ลูกไปหาหลี่ต้าหย่ง พ่อของเขาทำงานอยู่ที่โรงงานเนื้อสัตว์ไม่ใช่เหรอ ก็ให้เขารายงานว่าสวี่ชิงเอาหมูติดโรคมาขาย ถึงตอนนั้นก็ส่งคนสองสามคนไปโวยวายที่สถานีรถไฟ”
สวี่หรูเยว่ขมวดคิ้ว “แบบนี้จะดีเหรอคะ”
หล่อนยังคิดว่าฟางหลานซินจะสามารถคิดแผนการชั่วร้ายอะไรได้เสียอีก กลับเป็นแผนนี้อย่างนั้นเหรอ?
ฟางหลานซินหรี่ตาเป็นประกายเหี้ยมโหด “สวี่ชิงท้องอยู่ไม่ใช่เหรอ ตอนเราสร้างสถานการณ์ ก็ทำให้มันปกป้องเด็กในท้องมันไม่ได้เสีย!”
………………………………………………………………………………………………………………………..
สารจากผู้แปล
แมงมุมนี่เป็นแมงมุมที่เย่เหม่ยสั่งหรือเปล่านะ แต่ดันหลุดกลางทางกลายเป็นของชิงชิงไปแทน
แม่เลี้ยงดูไม่น่ากลัวไปเลยเมื่อเทียบกับบอสคนอื่นๆ ที่ทยอยกันออกมา
ไหหม่า(海馬)