เกิดใหม่เป็นภรรยาสุดโหดยุค 80 - บทที่ 193 หากยังต้องการภรรยาต้องยอมลดศักดิ์ศรี
- Home
- All Mangas
- เกิดใหม่เป็นภรรยาสุดโหดยุค 80
- บทที่ 193 หากยังต้องการภรรยาต้องยอมลดศักดิ์ศรี
บทที่ 193 หากยังต้องการภรรยาต้องยอมลดศักดิ์ศรี
โจวจินหนานขมวดคิ้วและมองเกาจ้านอย่างไม่พอใจ “พูดแบบนี้มันใช้ได้ที่ไหน?”
เกาจ้านยิ้มเจื่อน “ก็เหมือน ๆ กันนั่นแหละ ยังไงก็เถอะนายควรจะหน้าด้านหน้าทนเข้าไว้ ถ้าไม่อยากให้ภรรยาหนีไป นายก็อย่าให้ศักดิ์ศรีมันค้ำคอนัก ถ้าหล่อนจ้องเขม็งก็ให้นายรีบคุกเข่าลง ฉันไม่เชื่อหรอกว่าสวี่ชิงจะมีหัวใจแข็งแกร่งเหมือนหินผา”
โจวจินหนานขมวดคิ้ว ราวกับกำลังพิจารณาว่าสิ่งที่เกาจ้านพูดนั้นเชื่อถือได้หรือไม่
เกาจ้านครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง “ อีกอย่างสวี่ชิงท้องอยู่ไม่ใช่เหรอ หล่อนคงจะคิดเรื่องนี้ไม่ตกอีกสักพัก แต่คงจะไม่หย่าหรอก จะปล่อยให้ลูกไม่มีพ่อได้ยังไงใช่ไหมล่ะ?”
โจวจินหนานไม่สนใจเขา พยักหน้าข้ามโต๊ะ “เอาบุหรี่มา”
เกาจ้านเหลือบมองโจวจินหนาน ก่อนจะเดินกลับเข้าไปในห้อง หยิบบุหรี่กับไม้ขีดที่วางอยู่บนโต๊ะข้างเตียงมาให้โจวจินหนาน “นายไม่สูบไม่ใช่เหรอ? อะนี่ วันนี้ฉันซื้อยี่ห้อเฟิ่งหวงมาด้วย นายเอาไปเลย”
โจวจินหนานรับมันมา หยิบบุหรี่ออกมาคาบไว้ที่มุมปาก และจุดไม้ขีดไฟอย่างค่อนข้างชำนาญ
เกาจ้านรู้สึกประหลาดใจเล็กน้อยเมื่อเห็นทักษะของโจวจินหนาน มองดูอย่างตื่นตาตื่นใจ “นายเคยสูบบุหรี่ตั้งแต่เมื่อไหร่?”
โจวจินหนานพ่นควันบุหรี่ “ปีที่เป็นสายลับ”
เกาจ้านเงียบไปครู่หนึ่ง “ไม่งั้นนายก็ต้องแสดงสภาพที่น่าสังเวช นึกถึงความยากลำบากในปีนั้นสิ คิดถึงประสบการณ์เฉียดตาย แล้วมาพูดถึงกระบวนการถูกวางพิษนี้ น่าสังเวชขนาดไหน”
โจวจินหนานเหลือบมองอีกฝ่ายผ่านกลุ่มควันจาง ๆ “นายเป็นบ้าไปแล้วเหรอ”
เกาจ้านรู้สึกเคืองจนแทบคลั่ง “ให้ตายเหอะ ฉันกำลังหาทางช่วยนายอยู่นี่ไง นายนี่มันเป็นเหมือนหมากัดหลู่ตงปิน*(1)จริง ๆ”
โจวจินหนานไม่สนใจเขา เอนกายลงบนโซฟาขณะสูบบุหรี่มวนแล้วมวนเล่า จนกระทั่งปากของเต็มไปด้วยความขมขื่น และท้องฟ้าภายนอกเริ่มใกล้จะถึงรุ่งสาง
เขาจึงลุกขึ้น “ขอถ้วยเคลือบบ้านนายใบหนึ่งสิ”
เกาจ้านเดินเข้าไปในห้องครัว คว้าถ้วยเคลือบสีเหลืองพร้อมฝาปิดซึ่งเป็นถ้วยที่ใช้เก็บน้ำมันหมู ก่อนจะส่งต่อให้โจวจินหนาน “ใช้เสร็จแล้วเอามาคืนด้วยล่ะ ถ้ากลับมาจากหน่วยแม่แล้วฉันไม่เห็นมัน ฉันจะสาปแช่งนายจนตาย”
โจวจินหนานเมินเขา และจากไปพร้อมกับถ้วย
เกาจ้านเดินออกมา “จำไว้ให้ดี ต่อให้ตายก็อย่ายอมแพ้นะโว้ย!”
กระทั่งโจวจินหนานเดินออกไปไกล เขาจึงตะโกนตามให้หลัง “อย่าลืมล่ะ หน้าด้านเข้าไว้!”
…………
เดิมทีสวี่ชิงต้องทุกข์ทรมานกับโรคนอนไม่หลับ แต่คาดไม่ถึงว่าเธอจะผล็อยหลับสนิทตั้งแต่หัวถึงหมอน เธอนอนหลับสบายมาก ไม่ฝันกลางดึก และตื่นขึ้นมาอย่างสดใส
เธอรีบลุกขึ้นหลังจากได้ยินเสียงอึกทึกครึกโครมดังมาจากลานบ้าน เมื่อออกไปก็พบเฟิงซูฮวากำลังล้างหน้าอยู่ที่ลานบ้าน
ไป๋หลางนั่งยอง ๆ อยู่ที่หน้าประตูอย่างเรียบร้อย เฝ้าดูสวี่ชิงเดินออกมา เงยหน้าขึ้นและแลบลิ้น
สวี่ชิงมองดูรอบ ๆ แต่ก็ไม่พบโจวจินหนาน เธอเงียบไปครู่หนึ่ง และไปที่อ่างล้างหน้าเพื่อล้างหน้าแปรงฟัน
เฟิงซูฮวาเขยิบไปยืนอยู่ด้านข้าง เพื่อเว้นที่ว่างให้กับสวี่ชิง “ตั้งแต่ตื่นขึ้นมา ย่ายังไม่เห็นจินหนานเลย ประตูก็ถูกล็อคมาจากด้านใน คงไม่เป็นอะไรหรอกมั้ง?”
สวี่ชิงรู้สึกถึงหัวใจที่เหี่ยวเฉาลง “ไม่เป็นไรหรอกค่ะ คุณย่า เช้านี้คุณย่าอยากกินเล่าปิ่ง*(2)หรือบะหมี่คะ?”
เฟิงซูฮวาตอบรับเมื่อเห็นว่าสวี่ชิงเปลี่ยนหัวข้อบทสนทนา “บะหมี่จ๊ะ ย่าอยากกินบะหมี่กับมะเขือตุ๋น”
สวี่ชิงกำลังจะทำบะหมี่ แต่ก็เห็นว่าโจวจินหนานยังไม่กลับมา พิจารณาดูแล้วจึงลดปริมาณบะหมี่ให้เหลือสำหรับสองคนเท่านั้น
สวี่ชิงเอาถ้วยบะหมี่มาวางไว้บนโต๊ะ และเทมะเขือตุ๋นลงไปในถ้วย ขณะเดียวกันโจวจินหนานเดินเข้าประตูมาพร้อมกับถ้วยเคลือบ หน้าผากของเขาเต็มไปด้วยเม็ดเหงื่อ
เขาเดินเอาถ้วยเคลือบไปไว้วางข้างสวี่ชิงอย่างระมัดระวัง และนั่งยอง ๆ ข้างเธอ “เกี๊ยวจากร้านที่คุณชอบกิน เติมน้ำมันพริกกับน้ำส้มสายชูมาแล้ว มีไข่ยางมะตูมสองฟองด้วย”
สวี่ชิงจ้องมองไปที่ดวงตาของโจวจินหนาน ดวงตาของเขาเต็มไปด้วยความไม่สบายใจและห่วงใย อีกทั้งยังดูน่าสงสารเล็กน้อย
หัวใจของเธออ่อนยวบลงในทันที และมองไปที่บะหมี่ในมือ “แต่ฉันทำบะหมี่แล้ว”
โจวจินหนานดีใจมากเมื่อเห็นสวี่ชิงเต็มใจจะคุยกับเขา “ผมจะกินบะหมี่เอง ส่วนคุณกินเกี๊ยวดีไหม?”
เมื่อพูดจบ เขาก็เอื้อมมือออกไปอย่างระมัดระวัง
สวี่ชิงไม่ได้ปฏิเสธ เธอยื่นถ้วยบะหมี่ให้โจวจินหนาน ลุกขึ้นไปที่ห้องครัวเพื่อหยิบช้อนและถ้วยอีกชุด
เฟิงซูฮวาฉวยโอกาสขณะที่สวี่ชิงเดินเข้าไปในบ้าน ยกนิ้วโป้งให้โจวจินหนาน ชมเชยเขาว่าทำได้ดีมาก
โดยปกติแล้ว หลานสาวของนางมีจิตใจอ่อนโยน หากโจวจินหนานเกลี้ยกล่อมมากขึ้น เขาก็จะเกลี้ยกล่อมเธอได้อย่างแน่นอน
สวี่ชิงออกมาและนั่งลงอีกครั้ง พวกเขาทั้งสามนั่งเงียบ ๆ บนโต๊ะอาหารขนาดเล็ก และกินอาหารเช้าอย่างสงบสุขเหมือนทุกเช้า
เฟิงซูฮวารีบกินอย่างว่องไว มองดูคู่รักหนุ่มสาวที่กำลังแข่งขันเพื่อดูว่าใครจะกินช้ากว่ากัน พวกเขายังคงกินอย่างเชื่องช้า ในขณะที่นางยิ้มและจากไปพร้อมกับไม้เท้า
เมื่อหญิงชราลุกจากไป สวี่ชิงรู้สึกว่าบรรยากาศน่าอึดอัดมากยิ่งขึ้น เธอก้มหน้าลง รีบยัดเกี๊ยวที่เหลือใส่ปากอย่างรวดเร็วและเตรียมตัวจะจากไป ทว่าโจวจินหนานกลับคว้าข้อมือเธอเอาไว้
หัวใจของสวี่ชิงสั่นสะท้าน ก่อนจะหันกลับไปด้วยท่าทางไร้ความรู้สึก
โจวจินหนานนั่งนิ่ง จับข้อมือเรียวของเธอไว้แน่น และเงยหน้ามองเธอ “ภรรยา ผมผิดไปแล้ว”
สวี่ชิงไม่เคยคาดคิดมาก่อนว่าโจวจินหนานจะพูดคำที่มีพลังทำลายล้างออกมาอย่างแน่วแน่เช่นนี้ เป็นคำพูดที่ทำให้เธอรับมือไม่ทัน
เธอตื่นตระหนกมาก รีบสะบัดมือและวิ่งเข้าไปในห้องครัว รับรู้ได้ถึงอาการร้อนผ่าวบริเวณข้อมือที่ถูกโจวจินหนานจับ
โชคดีที่ผางเจิ้งหัวกับหู่จือเข้ามารับของ บรรยากาศพิพักพิพ่วนภายในบ้านจึงเบาบางลงชั่วคราว
สวี่ชิงช่วยผางเจิ้งหัวกับหูจือขนของขึ้นรถ แต่ก่อนที่เธอจะส่งทั้งสองคนออกไป โจวจินซวนก็วิ่งเข้ามา “พี่ใหญ่ คุณย่าเสียแล้ว”
สวี่ชิงตกตะลึง ในชาติที่แล้ว คุณย่ามีอายุยืนยาวมาก ทำไมชาตินี้ถึงได้ด่วนจากไป?
โจวจินหนานขมวดคิ้วและรีบเดินเข้าไปหา “ตั้งแต่ตอนไหน?”
“เช้าวันนี้ พอคุณย่าเสีย พวกเราก็ไปโรงพยาบาลกันเลย”
เมื่อสวี่ชิงเห็นว่าโจวจินหนานพูดคุยกับโจวจินซวน เธอก็รีบเดินเข้าไป และร้องตะโกนอย่างไม่คิด “โจวจินหนาน ฉันจะไปกับคุณ”
อีกทั้งยังบอกผางเจิ้งหัวกับหู่จือว่า “พวกนายไปที่ร้านกันก่อน เสร็จแล้วฉันจะตามไป”
ผางเจิ้งหัวรีบโบกมือ “ไม่เป็นไร เธอไปเถอะ เราจัดการที่นี่ได้”
โจวจินหนานชะลอความเร็ว และรอให้สวี่ชิงเดินตามเขานทัน จากนั้นจึงไปสถานีขนส่งด้วยกัน
เมื่อมาถึงโรงพยาบาล โจวเฉิงเหวิน ซูฮุ่ยหรู โจวเฉิงเฉียน และเหยียนเฉียวอวี้กำลังร้องไห้ระงมขณะคุกเข่าอยู่หน้าเตียง
เฉินหยิงนอนแน่นิ่งอยู่บนเตียง ราวกับแค่ผล็อยหลับไป
ซูฮุ่ยหรูปล่อยโฮมากขึ้นเมื่อเห็นลูกชายทั้งสองคนเดินเข้ามา “คุณแม่คะ ทำไมถึงรีบจากไปเร็วขนาดนี้ ทำไมต้องพรากจากกันด้วย? คุณแม่ไม่อยู่แล้ว ครอบครัวเราจะเป็นยังไง…”
เสียงร้องไห้ดังขึ้นเรื่อย ๆ ราวกับว่าไม่เต็มใจที่จะแยกจากหญิงชรา
สวี่ชิงที่ยืนอยู่ข้างหลังโจวจินหนานยังรู้สึกแปลกประหลาด ทำไมถึงได้จากไปกะทันหันแบบนี้?
โจวจินหนานเหลือบมองคนสองสามคน เดินเข้าไปใกล้เตียงพยาบาล มองดูเฉินหยิงด้วยความรู้สึกที่ซับซ้อน ดวงตาค่อย ๆ เปลี่ยนเป็นสีแดง
ภายในบ้านหลังนี้ มีเพียงปู่กับย่าเท่านั้นที่ปฏิบัติต่อเขาอย่างดี
เขาเอนกายเล็กน้อย เอื้อมมือออกไปสัมผัสใบหน้าของเฉินหยิง หวีผมที่มีสีขาวประปรายตรงขมับ
ทว่าดวงตาของเขากลับไปหยุดอยู่ที่ด้านหลังใบหู มีรอยช้ำขนาดเท่าเล็บมือปรากฏอยู่!
เห็นได้ชัดว่ามันเป็นรอยนิ้วมือ
ขณะที่โจวจินหนานกำลังยืดตัวขึ้น เขาก็เห็นเหยียนเฉียวอวี้กำลังพุ่งเข้าไปทางสวี่ชิง…
………………………………………………………………………………………………………………………
*(1) สุนัขกัดหลู่ตงปิน เป็นสำนวนเปรียบเทียบสุนัขที่มองไม่เห็นความตั้งใจของคนดีและกัดมือผู้ที่ให้อาหารมัน
*(2) เล่าปิ่ง เป็นขนมพื้นเมืองของจีนที่ทำจากแป้ง มีลักษณะคล้ายแพนเค้ก ในบางท้องถิ่นอาจเพิ่มไข่ ต้นหอมและงาเข้าไปด้วย มีไส้หรือไม่มีก็ได้ วิธีการทำคือการปิ้งให้สุกบนเตาโดยกลับพลิกไปพลิกมา
สารจากผู้แปล
ง้อภรรยาหนัก ๆ เลยนะพี่หนาน
อ้าว คุณย่า ไปเสียแล้ว ว่าแต่โดนใครฆาตกรรมหรือเปล่าน่ะ
ไหหม่า(海馬)