เกิดใหม่เป็นภรรยาสุดโหดยุค 80 - บทที่ 192 ผมขอร้องล่ะ อย่าหย่ากับผมเลย
บทที่ 192 ผมขอร้องล่ะ อย่าหย่ากับผมเลย
สวี่ชิงปล่อยโฮทันทีที่โจวจินหนานคุกเข่าลง แม้แต่เฟิงซูฮวาที่อยู่ด้านข้างก็ยังตกใจ นางรู้ว่าสวี่ชิงรู้ความจริงของเรื่องนี้แล้ว จึงพ่นลมหายใจออกมาอย่างหนักหน่วง ด้วยไม่อาจเข้าไปก้าวก่ายปัญหาของทั้งสองคนได้
สวี่ชิงร้องไห้เงียบ ๆ ขณะจ้องมองไปที่โจวจินหนาน รู้สึกกังวลเล็กน้อยเมื่อเห็นร่างกายกำยำของเขาสั่นเครือต่อหน้าเธอ
เขาไม่ควรคุกเข่าลง เพราะการถูกพิษกู่ไม่ใช่สิ่งที่เขาเต็มใจ และสาเหตุที่เขาถูกวางยาพิษอาจเป็นเพราะความปลอดภัยในชีวิตของผู้คนหลายพันคนที่อยู่เบื้องหลังเขา
เธอไม่ควรทำตัวใจแคบ เธอควรจะให้อภัยเขา และควรดีใจที่คนคนนั้นคือเขา
เธอเป็นผู้บริสุทธิ์ไร้เดียงสาตั้งแต่ต้นจนจบ
แต่เมื่อนึกถึงชาติที่แล้ว ก็พบว่าจนกระทั่งเธอตายเขาก็ไม่ยอมบอกเธอ! เธอต้องติดอยู่ในบ่วงมานานนับหลายปี ตลอดทั้งวันทั้งคืน
อีกทั้งยังต้องสูญเสียลูกของพวกเขา
ทุกครั้งที่นึกถึงเรื่องนี้ มันก็ทำให้เธอหายใจไม่ออก
เขาคงไม่เข้าใจว่าเธอเจ็บปวดมากแค่ไหน
แต่เหตุการณ์นั้นเป็นความผิดของโจวจินหนานจริง ๆ เหรอ? ไม่สิ ถ้าเธอไม่หลงเชื่อสวี่หรูเยว่กับโจวจินซวนง่าย ๆ เธอจะถูกวางยาได้อย่างไร
แต่เธอก็ไม่สามารถก้าวผ่านอุปสรรคในหัวใจได้
มันเหมือนหนามคมที่ยังยอกอยู่ในอก หายใจเข้าก็เจ็บ หายใจออกก็เจ็บ
โจวจินหนานหลุบตาลงเพื่อปกปิดดวงตาที่แดงก่ำ “คนคืนนั้นเป็นผมเอง ผมเองก็อธิบายไม่ได้เหมือนกันว่าทำไมผมถึงบอกคุณไม่ได้”
สวี่ชิงกระพริบตาถี่ พยายามกลั้นน้ำตาของตนเอง พูดด้วยเสียงสั่นเครือราวกับกำลังหายใจไม่ออก “โจวจินหนาน ลุกขึ้นมา!”
โจวจินหนานยังคงคุกเข่าอยู่ในท่าทางมั่นคง “ถึงตอนนี้ผมก็ยังบอกเหตุผลไม่ได้ แต่ผมรู้สึกโชคดีที่ได้เจอคุณในตอนนั้น โชคดีที่เป็นคุณ ผมรู้ว่าไม่มีอะไรมาเปลี่ยนแปลงความผิดพลาดที่ผมทำลงไปได้ แต่ผมขอร้องล่ะ อย่าหย่ากับผมเลยนะ”
น้ำเสียงของเขาแผ่วเบามากเมื่อพูดถึงประโยคสุดท้าย มือทั้งสองข้างที่ห้อยอยู่เริ่มกำเข้าหากันแน่น
เขาไม่ได้กลัวอะไรทั้งนั้น เพียงกลัวว่าเธอจะขอหย่า
เขาไม่สามารถปล่อยเธอไปได้
เขาไม่ได้กลัวว่าการหย่าร้างจะเปิดเผยเรื่องราวทั้งหมด แต่เขากลัวว่าต่อจากนี้ไปจะไม่มีเธออยู่
น้ำตาของสวี่ชิงไหลพรากทันทีที่ได้ยินคำพูดดังกล่าว เธอไม่ต้องการการหย่าร้าง เธอเพียงทุกข์ทรมานที่เห็นเขาคุกเข่าลง และไม่รู้ว่าหลังจากนี้ไปเธอจะมองหน้าเขาอย่างไร
น้ำเสียงเจือสะอื้นเริ่มพูดไม่ได้ศัพท์ “โจวจินหนาน คุณ…ลุกขึ้น อย่าทำแบบนี้…”
เฟิงซูฮวาถอนหายใจและรีบคว้าแขนของโจวจินหนาน “ลุกขึ้นมาก่อนแล้วค่อย ๆ คุยกัน ตอนนี้ชิงชิงท้องอยู่ ยืนแบบนี้นานมากไม่ดี”
โจวจินหนานยังคงนิ่งไม่ไหวนิ่ง ทำให้เฟิงซูฮวาทำอะไรไม่ถูก “เจ้าเด็กหัวแข็ง ลุกขึ้น คืนนี้เข้าไปนอนในห้องย่าก่อนแล้วกัน ส่วนย่าจะไปนอนกับชิงชิงเอง ย่ามีเรื่องจะต้องคุยกับหล่อนนิดหน่อย”
นางพูดขณะออกแรง เดิมทีนางบังคับเท้าเล็ก ๆ ของตนเองได้อย่างมั่นคง แต่ตอนนี้ร่างกายกลับโงนเงนราวกับกำลังจะล้มลง
โจวจินหนานรีบลุกขึ้นยืน และประคองเฟิงซูฮวา “คุณย่าครับ มันเป็นความผิดของผมเอง”
เฟิงซูฮวาถอนหายใจ “อย่าเพิ่งพูดเลย หลานเข้าไปพักผ่อนในห้องก่อน วันนี้ชิงชิงต้องวิ่งไปมาทั้งวัน ทั้งยังมีลูกอยู่ในท้อง จะต้องเข้านอนแต่หัวค่ำ”
โจวจินหนานมองดูสวี่ชิงกับเฟิงซูฮวาเดินเข้าไปในบ้าน ขณะที่ตัวเขายืนนิ่งอยู่นานที่ลานบ้าน
เฟิงซูฮวาใช้ผ้าขนหนูชุบน้ำเช็ดหน้าและมือให้สวี่ชิง บีบมือเธอและพูดว่า “ท้องอยู่ก็อย่าเอาแต่ร้องไห้ ไม่อย่างนั้นลูกในท้องจะพลอยร้องไห้ไปด้วย”
สวี่ชิงไม่สามารถอดทนได้อีกต่อไป เธอร้องไห้อย่างขมขื่นขณะโอบกอดเฟิงซูฮวา
เฟิงซูฮวาตบหลังเธอเบา ๆ “ย่ารู้ว่าหลานเสียใจ งั้นก็ร้องไห้เถอะ ร้องไห้ออกมา ถ้าหลานรู้สึกว่ามันยากเกินจะรับมือไหว อีกสักพักค่อยไปหย่า”
สวี่ชิงร้องไห้และส่ายศีรษะอย่างแรง ไม่ว่าเธอจะเศร้าเพียงไหน แต่เธอก็ไม่เคยคิดจะหย่า ถ้าเธอต้องหย่าจริง ๆ มันจะไม่กลายเป็นว่าเธอเปิดเผยเรื่องราวทั้งหมดให้คนที่อยากรู้อยากเห็นหรือ?
เฟิงซูฮวาลูบหลังเธอ “คราวนี้หลานไม่ได้รับความเป็นธรรมจริงๆ”
สวี่ชิงแทบจะหมดลมหายใจจากการร้องไห้ แต่ในที่สุดเธอก็สงบลง ใช้ผ้าขนหนูเช็ดคราบน้ำตา เอ่ยถามเฟิงซูฮวาด้วยน้ำเสียงแหบแห้ง “คุณย่ารู้เรื่องนี้อยู่แล้วเหรอคะ?”
เฟิงซูฮวาพยักหน้า “ตั้งแต่ครั้งแรกที่เขาเข้ามาพร้อมกับเกาจ้าน หลังจากที่หลานประสบกับเหตุการณ์นั้นไม่นาน ตอนนั้นดวงตาของเขายังมองเห็นอยู่ แต่ไม่รู้ทำไมเขาถึงมองไปรอบ ๆ และกลับไปทั้งที่ไม่พูดอะไรสักคำ ส่วนครั้งที่สองที่เขาแวะเวียนเข้ามา ตอนนั้นดวงตาของเขามองไม่เห็นแล้ว เขามาบอกว่าเขาอยากจะแต่งงานกับหลาน และยังไปไหว้หลุมศพแม่ของหลานด้วย”
สวี่ชิงประหลาดใจ “เขาไม่ได้มองไม่เห็นตั้งแต่ตอนนั้นเหรอคะ?”
เฟิงซูฮวาส่ายหัว “ไม่ ย่ามารู้ทีหลังว่าพวกเขามาที่นี่เป็นครั้งแรกเพื่อเข้ารับการรักษา แต่เมื่อเห็นรูปของหลานที่อยู่ในห้องย่า เขาก็ยกเลิกความตั้งใจ ย่ากลัวว่าถ้าหลานรู้ หลานจะคิดว่าเขาแต่งงานกับหลานเพื่อลบล้างมลทิน”
สวี่ชิงตกตะลึงไปครู่หนึ่ง ภายใต้ค่ำคืนที่มืดสนิทในวันนั้น น้ำเสียงแหบแห้งได้ดังขึ้นมาว่า “รอผมก่อนนะ ผมจะกลับมาแต่งงานกับคุณ”
สวี่ชิงไม่ได้หูฝาด โจวจินหนานพูดแบบนี้จริง ๆ
เฟิงซูฮวาจับมือสวี่ชิง “ในเมื่อหลานทุกข์ทรมานขนาดนี้ แต่ทำไมถึงไปช่วยเขาล่ะ?”
สวี่ชิงก้มหน้าลง “คุณย่า ฉันไม่ได้เกลียดเขาสักหน่อยค่ะ อันที่จริงฉันรู้สึกขอบคุณที่เป็นเขามากกว่า เพียงแต่ฉันยังก้าวผ่านอุปสรรคในใจไปไม่ได้ และที่ฉันช่วยเขา ก็เพราะไม่อยากให้คนชั่วร้ายฉกฉวยโอกาสนี้มาทำให้เขาด่างพร้อย”
เฟิงซูฮวาตีมือสวี่ชิงเบา ๆ ปลอบประโลมเธอเงียบ ๆ และปล่อยให้เธอนอนลง
ก่อนจะเอนกายนอนลงข้างเธอ
สวี่ชิงรู้สึกปวดตาจากการร้องไห้อย่างหนัก และเธอยังไม่รู้สึกง่วง เมื่อนึกถึงคำพูดของหลูเว่ยตง เธอจึงสูดลมหายใจและถามเฟิงซูฮวาว่า “คุณย่าคะ เคยได้เรื่องเกี่ยวกับผู้ชายที่ชื่อเหยียนป๋อชวนไหมคะ?”
เฟิงซูฮวาส่ายหน้า “ไม่เคยจ้ะ เกิดอะไรขึ้น?”
“หลูเว่ยตงบอกว่าเขาเห็นรูปถ่ายแม่ที่บ้านของเหยียนป๋อชวนค่ะ ฉันไม่รู้ว่าเป็นเรื่องจริงหรือเปล่า” สวี่ชิงรู้สึกเศร้าเล็กน้อย บางครั้งเธอก็ไม่อยากรู้เลยว่าใครคือแม่ของเธอ
เฟิงซูฮวาตบไหล่และเกลี้ยกล่อมเธอราวกับเด็กน้อย “อย่าเพิ่งคิดมากนักเลย นอนก่อนเถอะ”
โจวจินหนานยังคงยืนอยู่ที่ลานบ้านและไม่ได้ขยับไปไหน เขาได้ยินเสียงร้องไห้โฮที่อัดอั้นตันใจของสวี่ชิงอย่างชัดเจน ขณะที่เถาวัลย์หนามหลายต้นทิ่มแทงเข้ามาในใจของเขา ทำให้เขาเจ็บปวดจนหายใจไม่ออก
จนกระทั่งเสียงในห้องค่อย ๆ จางหายไป บรรยากาศโดยรอบตกอยู่ในความเงียบงัน
โจวจินหนานเงียบไปครู่หนึ่ง เดินเข้าไปลูบหัวไป๋หลาง ส่งสัญญาณให้มันคอยเฝ้าประตูบ้าน ก่อนจะค่อย ๆ ปีนกำแพงออกไป
เขาเดินเตร็ดเตร่ไปที่บ้านของเกาจ้าน ทั้งที่เป็นเวลาตีสามกว่าแล้ว
เกาจ้านยังคงนอนไม่หลับ ครุ่นคิดถึงเรื่องก่อนหน้านี้ แต่ยิ่งคิดมากเท่าใดก็ยิ่งกังวลมากเท่านั้น จนได้ยินเสียงเคาะประตูและพบว่าเป็นโจวจินหนาน เขาจึงรีบดึงอีกฝ่ายเข้ามาในบ้าน ไม่สนใจแม้แต่จะรินน้ำให้ เอ่ยถามด้วยความกระตือรือร้นว่า “ทำไม สวี่ชิงกับนายมีปัญหากันเหรอ?”
โจวจินหนานขมวดคิ้ว “ไม่ใช่ หล่อนแค่ร้องไห้”
ถ้าเธอด่าทอเขา หรือเอื้อมมือออกมาตบหน้าเขาสักสองฉาด เขาคงไม่รู้สึกอึดอัดใจเช่นนี้
ยิ่งสวี่ชิงนิ่งมากเท่าใด เขาก็ยิ่งรู้สึกไม่สบายใจมากเท่านั้น
เกาจ้านถูคางอย่างรู้สึกสับสนเล็กน้อย “หล่อนคงจะไม่ได้ฟ้องหย่าใช่ไหม?”
โจวจินหนานตอบอย่างตรงไปตรงมาและเด็ดขาด “ฉันไม่หย่า!”
เกาจ้านพยักหน้า “ถูก การหย่าในช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อจะเป็นการยืนยันความผิดของนาย”
โจวจินหนานส่ายหน้า “ฉันไม่สนใจ ฉันชอบหล่อน และไม่คิดจะหย่า”
เกาจ้านตกใจมากจนแทบจะกระโดดลุกออกจากเก้าอี้ ฟังคำพูดของเจ้านรกจอมเย็นชานั่นสิ ชอบหล่อนงั้นเหรอ? เขารู้จักการชอบใครสักคนด้วยเหรอ?
เขาจ้องมองไปที่โจวจินหนานด้วยสายตาแกมหยอกล้อ “ชอบจริงเหรอ? งั้นให้ตายก็อย่าปล่อยหล่อนไปนะ เพราะงี้ถึงได้มีคำพูดว่าผู้หญิงแข็งแกร่งกลัวการผูกพันยังไงล่ะ!”
…………………………………………………………………………………………………………………………
สารจากผู้แปล
เข้าใจอารมณ์ชิงชิงนะ คือจะว่ารักก็รักเขาแหละ แต่ความผิดพี่หนานมันก็ให้อภัยยากจริงๆ น้องต้องทรมานใจมานานเท่าไหร่ สะดุ้งฝันร้ายมากี่คืน โดนประณามทั้งที่ตัวเองเป็นเหยื่อ มันต้องใช้เวลาทำใจหน่อยอะ
ไหหม่า(海馬)