เกิดใหม่เป็นภรรยาสุดโหดยุค 80 - บทที่ 191 โจวจินหนานคุกเข่าต่อหน้าเธอ
บทที่ 191 โจวจินหนานคุกเข่าต่อหน้าเธอ
จงจื้อกั๋วส่งสวี่ชิงกับโจวจินหนานเข้าไปในรถด้วยท่าทางที่นอบน้อม
อีกทั้งยังสั่งให้คนขับรถพาทั้งสองกลับบ้านอย่างปลอดภัย
สวี่ชิงกับโจวจินหนานนั่งอยู่เบาะหลัง ทั้งสองไม่ได้พูดคุยกันมากนัก ราวกับกำลังคิดเรื่องของตนเอง
ขณะมองดูรถยนต์แล่นผ่านถนนในตัวเมือง จู่ ๆ สวี่ชิงก็พูดว่า “ไปที่สำนักงานเขตปักกิ่งประจำจังหวัด ฉันมีเรื่องจะต้องทำ”
คนขับรถลังเลอยู่ครู่หนึ่ง จากนั้นจึงเลี้ยวรถกลับไปยังสำนักงานเขตปักกิ่งประจำจังหวัด
หลังจากรถยนต์จอดสนิท สวี่ชิงเหลือบมองโจวจินหนาน “พี่รอฉันอยู่ที่รถนะคะ ฉันจะรีบขึ้นไปและลงมา”
โจวจินหนานรู้ดีว่าเธอมาหาใคร เขาจึงเงียบไปครู่หนึ่ง “ผมจะไปกับคุณ”
ทว่าสวี่ชิงปฏิเสธอย่างแน่วแน่ “ไม่ค่ะ ฉันจะรีบขึ้นไปคุยและกลับลงมา ไม่เป็นอะไรหรอกค่ะ”
โจวจินหนานไม่ได้ดื้อดึงอีกต่อ การกระทำของสวี่ชิงในคืนนี้ทำให้เขาได้เห็นมุมที่แตกต่างออกไป ในขณะเดียวกันเขารู้สึกถึงความแปลกประหลาดที่ไม่สามารถอธิบายได้ ก่อนจะจ้องมองสวี่ชิงเดินเข้าไปในประตูสำนักงาน
สวี่ชิงลงทะเบียนที่ชั้นล่าง และรีบตรงดิ่งไปเคาะประตูที่ห้องสามศูนย์สอง
ขณะที่หลูเว่ยตงกำลังเปิดประตูออก สวี่ชิงก็เหวี่ยงมือออกไปตบใบหน้าของหลูเว่ยตงอย่างแรง
“ชิงชิง? เธอ!”
หลูเว่ยตงกุมหน้าและจ้องมองสวี่ชิงด้วยความประหลาดใจ ตกตะลึงไปชั่วขณะ
สวี่ชิงมองดูเขาด้วยดวงตาว่างเปล่า “ฉันไม่สนหรอกนะว่าเจตนาของนายคืออะไร แต่ฉันหวังว่าความห่วงใยที่นายมีให้ฉันจะพอแค่นี้ และฉันจะใช้ชีวิตให้ดีขึ้นโดยที่ไม่มีนาย”
หลูเว่ยตงยังคงคิดไม่ตก “เธอคิดว่าฉันเข้าไปยุ่งเรื่องพรรค์นั้นหรือไง? แล้วทำไมเธอจะต้องปกป้องคนผิดด้วย”
สวี่ชิงจ้องเขม็งไปที่หลูเว่ยตง “บอกฉันมาสิว่านายไม่รู้เรื่องเกี่ยวกับแม่ฉัน”
หลูเว่ยตงยังไม่ทันได้ตอบสนอง เขาถูกตบหน้าฉาดใหญ่ อีกทั้งยังถูกตำหนิ เขาจะเปลี่ยนเรื่องทันทีที่หัวข้อบทสนทนาเปลี่ยนไปได้อย่างไร?
สวี่ชิงขมวดคิ้ว “เพราะงั้นนายเลยโกหกฉันว่ารู้ข่าวเกี่ยวกับแม่ของฉันใช่ไหม?”
หลูเว่ยตงรีบส่ายหน้า “ไม่ใช่ไม่ใช่ ฉันเห็นรูปแม่เธอตอนที่เรียนหนังสืออยู่ที่บ้านคุณลุงในเมืองหลวง”
สวี่ชิงสงสัย “นายแน่ใจได้ยังไงว่าเป็นแม่ของฉัน? บ้านคุณลุงงั้นเหรอ?”
หลูเว่ยตงกลัวว่าสวี่ชิงจะไม่เชื่อเขา “ก็ดูคล้ายกับเธอมาก และในรูปถ่ายก็เขียนว่าหนาน ฉันจำได้ว่าแม่ของเธอชื่อว่าเย่หนาน ส่วนคุณลุงคนนั้นชื่อเหยียนป๋อชวน”
สวี่ชิงจ้องมองเขาอย่างเย็นชา “ฉันขอยืนยันเหมือนเดิม อย่าทำในสิ่งที่ฉันไม่สบายใจอีก!”
หลังจากพูดจบ เธอก็หันหลังกลับไปโดยไม่หันกลับมามองอีก และใช้เวลาทั้งหมดเพียงห้านาทีเท่านั้น
หากหลูเว่ยตงไม่มีอาการปวดแสบปวดร้อนบนใบหน้า เขาคงจะคิดว่าตนเองเห็นภาพหลอน แต่เขานึกไม่ออกว่าทำไมสวี่ชิงถึงปล่อยให้คนมารังแกตนเอง
อาจจะเป็นเพราะตัวตนของโจวจินหนาน หรือเป็นเพราะเขาดูดี?
หลูเว่ยตงยืนกรานในความคิดที่ดื้อรั้นของตนเองมาเสมอ คนที่กระทำความผิดจะต้องได้รับโทษ และควรนำตัวคนเลวไปสู่กระบวนการยุติธรรม
เขายังคงยืนอยู่หน้าประตูห้อง มองดูทางเดินที่ว่างเปล่า ไม่ได้คิดว่าตนเองทำอะไรผิด แต่ถึงอย่างนั้นเขาก็ไม่กล้าเข้าไปหาสวี่ชิงอีก เพราะดูเหมือนว่าเธอจะโกรธมาก
สวี่ชิงคิดไม่ออกว่าหลังจากนี้หลูเว่ยตงจะสามารถสร้างกิจการที่ใหญ่โตได้อย่างไร ในเมื่อสติปัญญาของเขาต่ำต้อยขนาดนี้?
เขาค้นหาความจริงในเมืองหลวงได้ง่ายขนาดนี้ได้อย่างไร ถึงกับมาที่นี่เพื่อรายงานเชียวหรือ เห็นได้ชัดว่าเขาถูกคนอื่นหลอกใช้
สวี่ชิงรู้สึกว่าวันนี้เป็นวันที่เหนื่อยล้ามาก เธอค่อย ๆ เดินลงไปที่ชั้นล่างอย่างเชื่องช้า ขณะจัดการความคิดที่อยู่ในหัว
เมื่อเห็นรถยนต์ที่จอดอยู่ข้างทาง เธอก็รีบเร่งฝีเท้าเดินไปบนรถ และพูดกับคนขับรถอย่างสุภาพว่า “ไปได้ค่ะ”
เธอหันหน้าไปมองโจวจินหนานอีกครั้งท่ามกลางแสงไฟบนท้องถนนที่ขับผ่านไปมา แสงไฟในรถยังคงกระพริบและตกกระทบกับใบหน้าของสวี่ชิงอย่างต่อเนื่อง บรรยากาศดูสลัว ประกอบกับอารมณ์มากมายที่ซ่อนอยู่ในแววตาคู่นั้น ซึ่งทำให้โจวจินหนานหวาดกลัว
พวกเขาพบเข้ากับผางเจิ้งหัวและคุณอาเชียวเฟิ่งทันทีที่กลับมาถึงบ้าน แม้แต่เกาจ้านก็อยู่ที่นี่ด้วย
พวกเขานั่งอยู่ในลานและรออย่างใจจดใจจ่อ
ซุนเชียวเฟิ่งตบต้นขาและรีบเด้งตัวขึ้นทันทีที่เห็นสวี่ชิงกับโจวจินหนานกลับมา “ไอหยา กลับกันมาสักที พวกเรากลัวแทบตาย พอถามเสี่ยวเกา เสี่ยวเกาก็ไม่ยอมบอกว่าเกิดอะไรขึ้น”
หัวใจของพวกเขากระสับกระส่ายมากขณะเฝ้าดูสวี่ชิงถูกพาตัวออกจากร้านอาหารไปทั้งที่ไม่รู้สาเหตุ
หลังจากปิดร้านอาหาร ผางเจิ้งหัวก็ช่วยเอาเงินกลับมาให้ ส่วนคนอื่น ๆ ที่ตามมาเพราะอยากรู้ว่าเกิดอะไรขึ้นกับสวี่ชิง
แต่ไม่คาดคิดว่าคุณย่าเฟิงก็ไม่รู้ว่าอะไรเกิดขึ้นเช่นกัน เกาจ้านที่ตามมาที่หลังก็แทบไม่รู้อะไรเลย
หัวใจของทุกคนบีบรัดแน่น พยายามคิดอย่างหนักว่าเกิดอะไรขึ้นกับสวี่ชิงและโจวจินหนาน
สวี่ชิงยิ้มราวกับไม่มีเรื่องอะไรเกิดขึ้น ก่อนจะเดินเข้าไปกอดซุนเชียวเฟิ่ง หลี่ซิ่วเจิน และเฟิงซูฮวา “ไม่เป็นไรค่ะ ไม่เป็นไร แค่เรื่องเล็กน้อยน่ะ”
ซุนเชียวเฟิ่งทุบหน้าอกตนเองด้วยความตกใจ “อาล่ะกลัวจริง ๆ พอไม่รู้อะไรเลยก็ยิ่งกลัวมากขึ้น”
สวี่ชิงยิ้ม “ไม่ต้องกังวลไปนะคะ พวกเราทุกคนเป็นพลเมืองดีที่ปฏิบัติตามกฎหมาย อะไรจะทำเราได้ นอกจากนี้ขอบคุณทุกคนมากที่เป็นห่วงฉัน เอาไว้พรุ่งนี้ฉันขอเชิญทุกคนมากินข้าวเย็นด้วยกันนะคะ”
ซุนเชียวเฟิ่งหัวเราะ “กินอะไรกันดีล่ะ ขอแค่ทุกคนอยู่รอดปลอดภัย ฉันก็มีความสุขมากพอแล้ว”
เกาจ้านมองดูคนหลายคนที่กำลังล้อมรอบสวี่ชิงอยู่ ก่อนจะดึงตัวโจวจินหนานออกไปและเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงแผ่วเบา “เกิดอะไรขึ้น? ฉันคิดว่าถ้าคืนนี้พวกนายกลับออกมาไม่ได้ พรุ่งนี้ฉันจะไปหาหัวหน้า”
โจวจินหนานขมวดคิ้ว “หล่อนรู้เรื่องทุกอย่างแล้ว”
เกาจ้านตกตะลึงไปชั่วขณะ “นายจะบอกว่าสวี่ชิงรู้เรื่องทั้งหมด และไม่โกรธไม่เกลียดนายด้วยเหรอ?”
โจวจินหนานส่ายหัว “หล่อนเลือกที่จะช่วยฉัน”
นี่คือผลลัพธ์ที่เกาจ้านคาดไม่ถึง คนปกติที่ไหนสามารถสงบนิ่งหลังจากได้ยินข่าวดังกล่าวบ้าง
น่าจะรู้สึกโกรธจัด และรู้สึกเสียใจที่โดนหักหลังมากกว่า
แม้ว่าโจวจินหนานจะไม่ได้ตั้งใจ แต่พฤติกรรมของเขาก็ไม่ต่างจากนักโทษคดีข่มขืน
ไม่มีใครยอมให้อภัยได้ในทันที
แต่สวี่ชิงกลับทำได้ และไม่เพียงแต่จะทำได้เท่านั้น เธอยังจัดการกับเหตุการณ์ดังกล่าวอย่างใจเย็น จนโจวจินหนานสามารถกลับมาได้อย่างปลอดภัย
เขาเอื้อมมือออกไปตบไหล่โจวจินหนาน “ดูแลให้ดีล่ะ”
รอยยิ้มของโจวจินหนานบิดเบี้ยว เพราะสิ่งต่าง ๆ ไม่ได้เป็นไปด้วยดีอย่างที่เกาจ้านคิด
สวี่ชิงช่วยเขาแค่ภายนอกเท่านั้น แต่เธอไม่สามารถเอาชนะอุปสรรคในใจได้ด้วยตัวเธอเอง
ผางเจิ้งหัวและคนอื่น ๆ พูดคุยอยู่กับสวี่ชิงสักพักหนึ่ง ก่อนที่ซุนเชียวเฟิ่งจะไปช่วยสวี่ชิงเคี่ยวซุปในหม้อ เมื่อพวกเขาเห็นว่าดึกเกินไปแล้ว พวกเขาจึงบอกลาและแยกย้ายกันกลับไป
เกาจ้านรอให้ทุกคนกลับออกไปก่อน ก่อนจะหันไปมองสวี่ชิงด้วยสายตาจริงจัง “ขอบคุณนะ”
สวี่ชิงยิ้ม “คุณกินข้าวหรือยัง? ฉันเริ่มหิวเล็กน้อย อยากกินอะไรด้วยกันหน่อยไหมคะ”
ตอนนั้นเองที่เกาจ้านเพิ่งรู้ตัวว่าเขาไม่ได้กินข้าวดื่มน้ำมาตลอดทั้งวัน และเขาเริ่มรู้สึกถึงความหิวโหยหลังจากได้พักผ่อน ดังนั้นเขาจึงตอบรับอย่างเป็นกันเองว่า “ดีเลย ผมกำลังหิวอยู่พอดี”
สวี่ชิงทำบะหมี่ไข่เรียบง่ายทั้งหมดสี่ถ้วย ก่อนที่พวกเขานั่งกินกันเงียบ ๆ
เกาจ้านรู้สึกว่าบรรยากาศผิดแปลกไป ขณะจ้องมองไปที่สวี่ชิงกับโจวจินหนานที่ยังมีท่าทางปกติ แต่ยิ่งปกติมากเท่าไหร่ก็ยิ่งดูแปลกมากเท่านั้น
เกาจ้านรีบกลับออกไปหลังจากรับประทานอาหารเสร็จ รู้สึกหงุดหงิดที่ไม่สามารถอยู่ต่อได้ เพราะมันเป็นเหมือนกับการที่เขาไม่ได้รับรู้เรื่องราว
โจวจินหนานปิดประตู หันกลับมาและค่อย ๆ เดินไปทางสวี่ชิงกับเฟิงซูฮวา ทุกย่างก้าวของเขาหนักอึ้ง
เขาหยุดอยู่ตรงหน้าสวี่ชิง และคุกเข่าลงบนพื้น ไหล่เหยียดตรง ความแข็งแกร่งกำยำยังคงอยู่เหมือนเดิม
ทันทีที่โจวจินหนานคุกเข่าลงต่อหน้าสวี่ชิง ความโศกเศร้าที่เก็บอยู่ในใจทุกวันก็พลันพรั่งพรูออกมา…
………………………………………………………………………………………………………………………..
สารจากผู้แปล
เอาใจช่วยพี่หนานสารภาพความจริงด้วยนะคะ ยังไงความลับมันก็ต้องถูกเปิดเผยสักวันหนึ่ง
ไหหม่า(海馬)