เกิดใหม่เป็นภรรยาสุดโหดยุค 80 - บทที่ 170 คุณต้องง้อฉันดี ๆ นะ
บทที่ 170 คุณต้องง้อฉันดี ๆ นะ
ในที่สุดสวี่ชิงก็ตื่นจากฝันร้าย เธอลืมตามองโจวจินหนานด้วยใบหน้าตื่นตระหนก เมื่อคิดถึงท่าทางสิ้นหวังของเขา เธอก็ยื่นมือมากอดคอเขาไว้ทั้งที่ตาแดง ๆ เสียงแผ่วเบาสั่นเครือ “โจวจินหนาน คุณยังต้องการฉันกับลูกหรือเปล่าคะ”
โจวจินหนานกอดเธอ พลางลูบหลังปลอบ “คุณฝันใช่ไหม ไม่มีอะไรแล้ว ผมจะไม่ต้องการคุณกับลูกได้ยังไง”
จู่ ๆ สวี่ชิงก็คิดถึงชาติที่แล้ว ตอนที่เธอพูดว่าจะหย่า โจวจินหนานเพียงนิ่งครุ่นคิดพักหนึ่งแล้วก็พยักหน้าตกลง
เมื่อคิดถึงบทสนทนาระหว่างโจวจินหนานกับเกาจ้าน แม้จะไม่รู้จริงเท็จ แต่เมื่อคิดถึงขึ้นมาก็ทำให้ในใจรู้สึกเจ็บปวด
เธอถูใบหน้ากับลำคอเขาอย่างอ้อนวอน “โจวจินหนาน ต่อจากนี้พวกเราอย่าแยกจากกันเลยนะคะ ถ้าคุณทำให้ฉันโกรธจนฉันขอหย่า คุณต้องง้อฉันเยอะๆ นะ”
โจวจินหนานที่ลูบหลังสวี่ชิงอยู่หยุดมือครู่หนึ่ง แล้วพยักหน้า “ได้”
สวี่ชิงคิดๆ แล้วก็ยังไม่วางใจ “ไม่ว่าจะด้วยเหตุผลอะไร คุณอย่าตัดสินใจแทนฉัน ถ้าง้อแล้วฉันไม่หาย ก็ต้องลงแรงมากขึ้น ฉันน่ะง้อง่ายมากนะคะ”
ขณะที่พูดก็เบะปากอยากร้องไห้ การมองเห็นทุกอย่างในฝัน ทำให้เธอเริ่มได้รับผลกระทบทางอารมณ์ขึ้นบ้างแล้ว
โจวจินหนานรู้สึกถึงความอุ่นชื้นที่ลำคอก็ตะลึงงันไปพักหนึ่ง ถึงค่อยได้สติว่าสวี่ชิงกำลังร้องไห้ จึงเรียกเธออย่างโง่งมเบาๆ “อย่าร้องไห้เลย คุณอยากกินอะไร ผมไปซื้อมาให้กินดีไหม หรือให้ผมพาคุณไปดูหนังดี?”
สวี่ชิงพลันบ่นกระปอดกระแปดขึ้นมาทันที ทุบไหล่ของเขา “มีใครที่ไหนเขาง้อแบบคุณกันคะ คุณต้องพูดอะไรที่มันน่าฟังหน่อยสิ”
โจวจินหนานไม่ส่งเสียงพูด เพียงลูบหลังเธอเบา ๆ คล้ายกับกำลังปลอบเด็กเล็กคนหนึ่ง
เรื่องพูดเพราะๆ นั้นเขาพูดไม่เป็นจริงๆ
สวี่ชิงอารมณ์อ่อนไหวง่ายและหายไวเช่นกัน เพราะว่าเป็นแค่ฝันตื่นหนึ่ง ไม่จำเป็นต้องมานั่งเสียใจ
เธอกอดแล้วออดอ้อนโจวจินหนานสักพัก ถึงถามขึ้น “พวกหย่วนตงเขาไปแล้วเหรอคะ”
“อืม หู่จือเองก็ไปร้านแล้ว”
สวี่ชิงร้องไอหยาออกมาคำหนึ่ง “ฉันงีบนานขนาดนี้เลยเหรอคะ ฉันยังคิดจะทำข้าวเย็นให้พวกเขากินค่อยไปอยู่เลย”
โจวจินหนานตบหลังเธอ “ไม่เป็นไรหรอก คุณไม่สบายตรงไหนไหม”
สวี่ชิงส่ายหน้า “ไม่มีค่ะ จริงสิ พรุ่งนี้พวกเราต้องไปตรวจร่างกายที่โรงพยาบาล จากนั้นก็ต้องรีบเอาผลตรวจไปให้สมาคมแม่บ้านนั่นอีก หน่วยงานของพวกคุณต้องการหรือเปล่าคะ”
โจวจินหนานไม่แน่ใจ “งั้นก็ขอสักเล่มแล้วกัน”
หลังจากสวี่ชิงลุกขึ้นมาจากที่นอนมาล้างหน้าแล้ว เธอก็คิดถึงความฝันนั้น ในใจยังคงรู้สึกเจ็บปวด
เธอทอดถอนใจ ชาตินี้ไม่ว่าอย่างไรมันจะต้องไม่ดำเนินไปถึงขั้นหย่ากับโจวจินหนานอีกครั้งอย่างเด็ดขาด
อีกทั้งในความฝัน เกาจ้านยังบอกว่าโจวจินหนานเป็นห่วงเธอ!
หรือว่าชาติก่อนโจวจินหนานก็ชอบเธอ?
คิดถึงตรงนี้สวี่ชิงก็พลันอารมณ์ดีขึ้นมา ฮัมเพลงแล้วเดินไปทำหลู่เว่ยที่ห้องครัว
โจวจินหนานมองสวี่ชิงที่เดี๋ยวก็ขมวดคิ้ว เดี๋ยวก็ทำหน้าเสียใจ จากนั้นเพียงพริบตาเดียวก็ยิ้มกริ่มเข้าไปทำงานในห้องครัว
ทำจนเขาอดเป็นห่วงไม่ได้ จากที่หายห่วงแล้วก็เป็นห่วงขึ้นมาอีก
ความคิดผู้หญิงช่างคาดเดายากจริงๆ!
เช้าวันต่อมาสวี่ชิงให้พวกผางเจิ้งหัวมาเอาผักกับเนื้อไป แล้วเธอก็ไปธนาคารกับโจวจินหนาน เอากำไรที่ได้ในช่วงนี้ไปฝาก
ขณะหยิบสมุดบัญชาเงินฝากออกมาก็ยิ้มตาหยีมองโจวจินหนาน “คุณรู้ไหมคะว่าในนี้มีเงินเท่าไหร่?”
โจวจินหนานส่ายหน้า เปิดร้านยังไม่ถึงหนึ่งเดือน จะได้เท่าไรกัน?
สวี่ชิงยื่นมือออกมาอย่างลับๆ ล่อๆ ห้านิ้วก้างออกมาตรงหน้าโจวจินหนาน “เยอะขนาดนี้เลยค่ะ!”
โจวจินหนานไม่อยากจะเชื่อนิดหน่อย “ห้าพัน?”
สวี่ชิงพยักหน้า “ห้าพันถ้วน!”
อีกทั้งหลังจากแบ่งให้กับสถานีรถไฟ จ่ายค่าแรง หักค่าต้นทุนออกที่เหลือก็เป็นกำไรทั้งหมด
โจวจินหนานตกใจมาก “เยอะขนาดนี้เลยเหรอ?”
เพิ่งเปิดร้านได้ไม่นานเอง ถ้าทำนานกว่านี้จะได้เท่าไรกันนะ
สวี่ชิงยิ้มตาหยีโค้ง “คิดเหมือนกันไหมล่ะคะว่ามันเยอะมาก ฉันเองก็คิดว่าเยอะมากเหมือนกัน แต่ว่าฉันเป็นคนทะเยอทะยานพอตัว เงินพวกนี้ถือว่ายังน้อยมากอยู่ดี”
อีกทั้งตอนนี้พวกเขามีกิจการเพียงแค่อย่างเดียว เมื่อเวลาผ่านไป น่าจะยังมีคนคิดหาวิธีมาแข่งทำธุรกิจแบบเดียวกับพวกเขาอีกแน่
อีกอย่างจุดมุ่งหมายของเธอก็ไม่ได้มีเพียงร้านอาหารจานด่วนแค่ที่สถานีรถไฟที่เดียว แต่เป็นทะเลดวงดาวต่างหาก*!
*เป็นคำที่ใช้ในอิเตอร์เน็ต หมายถึง มีเป้าหมายยิ่งใหญ่
ในใจสวี่ชิงตั้งเป้าหมายไว้อย่างชัดเจน ไว้รอสิ้นปีเมื่อแบ่งผลประกอบการกับผางเจิ้งหัวส่วนหนึ่ง พวกเขาก็สามารถทำกำไรได้เป็นหมื่นแล้ว
โจวจินหนานมองเห็นสวี่ชิงอารมณ์ดี เขาก็อารมณ์ดีตาม
ระหว่างทางยังเหลือบตามองสวี่ชิงบางครั้งบางคราว เขาชอบมองเธอตอนที่มีความสุขหรือว่ามั่นใจในตัวเองมาก
พวกเขาสองคนเสียเวลาไปประมาณหนึ่ง พอมาถึงโรงพยาบาลก็ค่อนข้างสายแล้ว
แผนกสูตินารีเวชกลับมีคนเยอะเป็นพิเศษ ส่วนมากแล้วมาเพื่อตรวจครรภ์
สวี่ชิงมึนงงไปพักหนึ่ง ในยุคนี้ความตระหนักถึงการตรวจครรภ์มันสูงมากขนาดนี้เลยเหรอ?
เธอไปรับคิวกับโจวจินหนาน จากนั้นก็หาที่นั่งว่างนั่งรอ
ก็ได้ยินผู้หญิงสองคนคุยกันด้านหลัง “พวกเธอไม่ใช่คนที่เมืองนี้สินะ สำเนียงถึงไม่เหมือนเลย”
“ไม่ใช่ พวกเรามาจากส่านซี”
“ไกลขนาดนั้นเลยเหรอ ทำไมถึงมาตรวจที่นี่ล่ะ”
“ได้ยินว่าโรงพยาบาลนี้มีเครื่องที่สามารถดูว่าเป็นเด็กผู้ชายหรือผู้หญิงได้น่ะ พวกเราอยากรู้ว่าเป็นด็กผู้ชายหรือว่าเด็กผู้หญิง ถ้าเป็นผู้หญิงก็ไม่เอาแล้ว”
“พวกเราก็อยากมาดูว่าเป็นผู้ชายหรือว่าผู้หญิงเหมือนกัน แต่ถ้าเป็นผู้หญิงก็จะคลอดออกมาอยู่ดี ไม่งั้นก็ตัดใจไม่ลง”
“ไม่มีทางเลือก ครอบครัวของฉันมีลูกสาวสองคนแล้ว…..”
เสียงพูดคุยของสองคนค่อย ๆ เบาลง สวี่ชิงได้ยินแล้วในใจกลับรู้สึกรับไม่ได้เท่าไรนัก
หลังจากนโยบายวางแผนครอบครัวออกมา หลายคนก็ได้เลือกวิธีการแบบนี้ ทำให้เด็กทารกหญิงบริสุทธิ์หลายคนไม่ทันได้ลืมตาดูโลก
คิดแล้วก็โมโห เธอยื่นไปบีบมือโจวจินหนานข้างหนึ่ง
โจวจินหนานเองก็ย่อมได้ยินบทสนทนาของผู้หญิงสองคนข้างหลังเหมือนกัน เขารู้สึกอับจนปัญญานิดหน่อยขณะมองสวี่ชิง “พวกเราไม่ต้องดูหรอก จะเป็นผู้ชายหรือผู้หญิงก็ต้องเก็บเอาไว้ทั้งหมด”
สวี่ชิงปรายตามองเขาแวบหนึ่ง “ถ้าคุณกล้าเห็นผู้ชายสำคัญกว่าผู้หญิงล่ะก็ ฉันจะบีบคอคุณ”
โจวจินหนานหลุบตาลง อดที่จะยิ้มไม่ได้ “ต้องไม่มีทางอยู่แล้ว ถ้าเป็นเด็กผู้หญิงหล่อนน่าจะสวยเหมือนกับคุณ”
สวี่ชิงยิ้มอย่างพอใจ มองดวงตาของโจวจินหนานแล้วรู้สึกว่ามีดวงดาวนับแสนดวงซ่อนอยู่ในนั้น ทำให้เธอมองแวบหนึ่งด้วยความหลงใหลอย่างอดไม่อยู่
ทั้งสองพูดเสียงแผ่วเบาส่งสายตาให้กัน จนคนที่ผ่านทางมามองสามารถสัมผัสได้ว่าสองสามีภรรยาคู่นี้มีความรู้สึกต่อกันดีมากจริงๆ
สวี่หรูเยว่กับโจวจินซวนเองก็มีตรวจที่โรงพยาบาลเช่นกัน แม้เมื่อวานจะหลอกสวี่ชิงไม่ได้ แต่ก็ไม่อาจไม่มาตรวจได้
ซูฮุ่ยหรูกลัวว่าเด็กในท้องของสวี่หรูเยว่จะไม่ใช่เด็กตระกูลโจว จึงกำชับว่าโจวจินซวนต้องมาด้วยให้ได้
ดังนั้นทั้งสองจึงต้องเดินทางมาจากบ้านอย่างไม่เต็มใจ ระหว่างทางที่เดินมายังรักษาระยะห่างสองเมตร ทั้งยังไม่มีใครสนใจใครด้วย
เมื่อเข้ามาในห้องรับรองใหญ่ สวี่หรูเยว่ก็เห็นว่าคนที่นั่งอยู่แถวหลังสุดคือโจวจินหนานกับสวี่ชิง
ที่สำคัญรูปลักษณ์ของทั้งคู่ยังเด่นสะดุดตามาก อีกทั้งยังใกล้ชิดสนิทสนม โดยเฉพาะตอนที่ทั้งสองสบตานั้นดูราวกับมีแสงสว่างออกมา
สวี่หรูเยว่ใบหน้าเปลี่ยนสีทันที หล่อนมาเจอกับสวี่ชิงได้อย่างไรกัน?
ความคิดหนึ่งพลันแวบเข้ามาในหัว สวี่ชิงมาทำอะไรที่นี่ หรือว่าท้องแล้ว?
เมื่อคิดแล้วก็หมุนกายออกไปข้างนอก ไม่อยากให้สวี่ชิงมองเห็นหล่อน
โจวจินซวนมองสวี่หรูเยว่ที่เข้าไปแล้วและก็ออกมาอีก จึงขมวดคิ้วถามอย่างไม่พอใจ “คุณเป็นอะไรอีก สรุปจะตรวจไม่ตรวจ?”
ในใจสวี่หรูเยว่มีแผนการอย่างอื่น มองโจวจินซวนแวบหนึ่ง “ฉันจะเปลี่ยนโรงพยาบาล คุณอยากไปไหมล่ะ?”
ถ้าสวี่ชิงตั้งท้องแล้ว หล่อนไม่มีทางให้อีกฝ่ายคลอดลูกออกมาได้อย่างราบรื่นหรอก!
………………………………………………………………………………………………………………………….
สารจากผู้แปล
ไม่อยากคิดเลยว่าถ้าพี่หนานบอกความจริงที่เก็บไว้อย่างสุดชีวิตกับชิงชิงแล้วจะง้อชิงชิงได้ไหม
โลกกลมจริง คนที่เกลียดกันกลับต้องมาเจอกันเนี่ย โรงพยาบาลอื่นเยอะแยะดันไม่ไป
ไหหม่า(海馬)