เกิดใหม่เป็นภรรยาสุดโหดยุค 80 - บทที่ 169 โจวจินหนานในความฝันช่างเศร้านัก
บทที่ 169 โจวจินหนานในความฝันช่างเศร้านัก
สวี่ชิงหันไปมองเห็นโจวจินหนานเข้ามาในสวน ก็ลุกขึ้นยืนยิ้มจนตาโค้งหยี “คงไม่ใช่ว่าแปบเดียวคุณก็ทำเสร็จแล้วหรอกนะคะ เที่ยงนี้อยากกินอะไรดีคะ”
ในใจโจวจินหนานรู้สึกหวาดหวั่นเล็กน้อย “อะไรก็ได้ ไม่ต้องทำยุ่งยากเกินไปหรอก กินง่าย ๆ ก็พอแล้ว”
สวี่ชิงยิ้ม “ได้ยังไงคะ พวกคุณทำงานมาเหนื่อย ๆ ก็ต้องกินของดี ๆ หน่อย งั้นห่อเกี๊ยวแล้วกันนะคะ ทำเกี๊ยวไส้เนื้อแพะสับกับต้นหอมซอย”
โจวจินหนานพยักหน้า “ได้”
เดิมสวี่ชิงคิดจะทำสตูเนื้อแพะเข้มข้นกินกับแป้งย่าง
แต่แล้วสวี่หรูเยว่ก็มาขอคืนดีเสียก่อน จู่ ๆ ก็ทำให้คิดไปถึงตอนสมัยยังเด็กที่ต้องผลัดกันกินสตูเนื้อแพะชามหนึ่ง ฟางหลานซินป้อนเนื้อให้สวี่หรูเยว่กิน แล้วป้อนไขมันให้เธอกิน พร้อมกับพูดว่า “เด็กต้องกินไขมันเยอะ ๆ ถึงจะตัวสูง ดังนั้นชิงชิงต้องกินเยอะ ๆ นะจ๊ะ”
หลังจากกินเสร็จยังให้เธอกินน้ำเย็นถ้วยหนึ่ง ตั้งแต่นั้นมาเธอจึงไม่คิดอยากกินเนื้อไปอีกนาน แต่ไม่ได้ฉุกคิดขึ้นมากลางคันเลยว่ามันจะเป็นฝีมือของฟางหลานซิน กระทั่งเมื่อโตขึ้นมาเธอก็ลืมเรื่องนี้ไปหมดแล้ว
แต่เมื่อครู่นี้สวี่หรูเยว่กลับมาระลึกความหลังเมื่อตอนสมัยเด็กเป็นฉาก ๆ เธอจึงพลันนึกเรื่องนี้ออก เลยพานไม่อยากกินสตูเนื้อแพะแล้ว คิดจะเปลี่ยนไปทำเกี๊ยวแทน
เดิมเธอเป็นคนเคลื่อนไหวคล่องแคล่วรวดเร็ว ไม่นานก็ปั้นแป้งตัดแป้งเสร็จ แล้วนั่งห่อเกี๊ยวในสวนด้วยกันสองคนกับเฟิงซูฮวา
เฟิงซูฮวาห่อเกี๊ยวออกมาได้รูปจีบสวยเป็นทรงพอดี สวี่ชิงก็เลียนแบบตาม สองคนห่อเกี๊ยวไปแล้วก็คุยกันไป
สวี่ชิงถามเฟิงซูฮวาอย่างแปลกใจ “คุณย่า ฉันควรไปตรวจที่โรงพยาบาลสักหน่อยดีไหมคะ ตอนที่โรงพยาบาลมีเครื่องอัลตราซาวด์แล้ว ดูได้ว่าเด็กในท้องเป็นปกติดีหรือเปล่าอย่างชัดเจนแล้วน่ะค่ะ”
เฟิงซูฮวาไม่เคยได้ยินสิ่งนี้มาก่อน จึงแปลกใจนิดหน่อย “เครื่องอะไรนะ เก่งกาจขนาดนั้นเลยหรือ งั้นเธอก็ไปตรวจเสียหน่อยเถอะ”
แม้นางจะตรวจชีพจรสวี่ชิงแล้วรู้ว่าไม่มีปัญหา แต่ตอนนี้คนหนุ่มสาวต่างก็ชอบรับสิ่งของแปลกใหม่ ไปตรวจสักหน่อยก็ดีเหมือนกัน
สวี่ชิงพยักหน้า “ไว้รอพรุ่งนี้ค่อยไปค่ะ”
อีกทั้งช่วงนี้เพิ่งเริ่มต้นใช้นโยบายวางแผนครอบครัว เพราะโจวจินหนานเป็นคนของรัฐบาล ดังนั้นพวกเขาเองก็ต้องไปขอเอกสารการฝากครรภ์เล่มหนึ่งจากสมาคมแม่บ้านด้วย
หลังจากคลอดท้องนี้ สามารถยื่นคำร้องขอทำหมันได้ทันที
สวี่ชิงคิดจนสมองโตแล้วก็คิดว่าถ้าเป็นไปได้ เธอก็ยังอยากจะมีลูกเพิ่มอีกสักคน
สวี่ชิงกับเฟิงซูฮวาสองคนห่อเกี๊ยวจนถึงเที่ยงก็ห่อได้ทั้งหมดสามร้อยตัว เกี๊ยวแต่ละตัวกลม ๆ อ้วน ๆ วางอัดแน่นเต็มแผ่นรองไม้ไผ่
เพื่อให้กินง่ายขึ้น สวี่ชิงยังใช้ต้นหอมขิงกระเทียมผสมให้เข้ากัน สุดท้ายก็เทน้ำมันเดือด ๆ ลงไปใช้เป็นน้ำจิ้มเพื่อเพิ่มรสชาติให้อร่อยเป็นพิเศษ
สวีหย่วนตงกินแล้วก็ทอดถอนหายใจไม่หยุด “น้องสะใภ้ ฝีมือการทำอาหารของคุณดีเกินไปแล้วมั้ง สามารถเปิดร้านเกี๊ยวได้เลยนะเนี่ย”
สวี่ชิงหัวเราะ “แบบนั้นไม่ได้หรอกคะ ฉันกับคุณย่าห่อตลอดช่วงสายได้แค่นี้เอง ถ้าเปิดร้านเกี๊ยว วันหนึ่งก็คงขายจำนวนแค่นี้ไม่ไหว”
สวีหย่วนตงยัดเกี๊ยวเข้าปากอีกลูก ยังเคี้ยวไม่ละเอียดก็ถอนหายใจออกมา “หอมเกินไปแล้ว อร่อยกว่าเกี๊ยวปีใหม่ของหน่วยงานเสียอีก”
สวี่ชิงประหลาดใจ “ปีใหม่พวกคุณก็ได้กินเกี๊ยวเหมือนกันหรือคะ?”
สวี่หย่วนตงพยักหน้า “กินสิ ก่อนหน้านี้ตอนผมกับเหล่าโจวอยู่ทีมเดียวกัน สองทีมแบ่งหัวหมูหนึ่งหัว แบ่งเนื้อมาห่อเกี๊ยวได้ไม่เท่าไหร่ เนื้อสิบชั่งต่อผัดกาดขาวร้อยชั่ง แม้แต่กลิ่นของเนื้อก็ยังไม่มีออกมา ถึงเป็นอย่างนั้นพวกเราต่างก็กินกันอย่างเอร็ดอร่อยเป็นพิเศษ แต่เหล่าโจวไม่กินเนื้อหมู ทุกครั้งก็จะกินบะหมี่ขาวด้วยนิดหน่อย”
เดิมสวี่ชิงยังเป็นห่วงว่าคนหนุ่มที่น่ารักพวกนี้จะกินไม่ดี เมื่อได้ยินโจวจินหนานกินแค่บะหมี่ขาว ก็คีบเกี๊ยวให้ในถ้วยเขาเพิ่มสองหรือสามตัวอย่างเป็นห่วง “ไม่เป็นไรค่ะ หลังจากนี้พวกเราก็กินเนื้อแพะกับเนื้อวัวแล้วกัน อร่อยมากเหมือนกันใช่ไหมล่ะคะ”
สวีหย่วนตงหัวเราะฮ่า ๆ ๆ
หู่จือไม่พูด เพียงก้มหน้าก้มตากิน เกี๊ยวที่อร่อยเช่นนี้ต่อให้เป็นวันปีใหม่ก็หากินไม่ได้
เดิมสวี่ชิงคิดว่าพวกเธอห่อเกี๊ยวเยอะมาก ถ้ามีเหลือตอนเย็นก็คิดจะนำไปทำเป็นเกี๊ยวทอด
แต่คิดไม่ถึงว่าสุดท้ายกลับไม่เหลือเลยสักตัวเดียว ปิดท้ายด้วยทุกคนยังดื่มน้ำซุปเกี๊ยวคนละถ้วย
สวีหย่วนตงกินเสร็จแล้วก็เขินนิดหน่อย “น้องสะใภ้ พวกเรากินเยอะเกินไปใช่ไหม อร่อยเกินไปจนอดใจไม่อยู่น่ะ”
สวี่ชิงหัวเราะแล้วโบกมือ “ไม่เยอะหรอกค่ะๆ ทำเอาไว้ให้พวกคุณกินนั่นแหละค่ะ อีกทั้งอายุพวกคุณตอนนี้เป็นช่วงที่ต้องออกแรงพอดี กินเก่งถือว่าเป็นเรื่องดี”
ยุคแปดศูนย์ถึงแม้ว่าจะเป็นยุคที่เพิ่งก้าวสู่ยุคสมัยใหม่ นโยบายหลายอย่างเองก็ค่อย ๆ เกิดการเปลี่ยนแปลง
แต่ระดับการใช้ชีวิตของประชาชนกลับไม่ได้ดีขึ้นเร็วภายในเวลาสั้น ๆ ทุกคนยังต้องต่อสู้ดิ้นรนเพื่อให้ท้องอิ่ม มีเสื้อผ้าอุ่น ๆ ใส่ ภายในท้องเองก็ขาดแคลนอาหาร ดังนั้นจึงกินเก่งเป็นพิเศษอย่างเห็นได้ชัด
ชายฉกรรจ์คนหนึ่งกินเกี๊ยวทีเดียวแปดสิบถึงร้อยลูกก็ไม่นับว่าเป็นปัญหา
ดังนั้นสวี่ชิงจึงเข้าใจเป็นพิเศษ คิดในใจว่าครั้งต่อไปหากเตรียมของกินอีกก็จะเตรียมเยอะขึ้นอีกหน่อย
หลังกินมื้อเที่ยงเสร็จก็พักครู่หนึ่ง โจวจินหนานกับสวีหย่วนตงและหู่จือสามคนก็ขนแท่งถ่านทั้งหมดเข้าโรงเก็บถ่าน
สวี่ชิงพาเฟิงซูฮวาไปนั่งใต้ต้นไม้ครู่หนึ่ง ก็รู้สึกง่วงจนแทบลืมตาไม่ขึ้น จึงถือโอกาสเข้าไปนอนอุตุในบ้าน
ไม่รู้ว่าเป็นเพราะยุ่งกับทำอาหารไม่หยุดทั้งเช้าสายจนเหนื่อยหรือไม่ การนอนกลางวันครั้งนี้ของสวี่ชิงจึงหลับลึกเป็นพิเศษ
ทั้งยังฝันถึงเรื่องหนึ่ง ซึ่งเธอรู้แก่ใจว่าเป็นความฝัน แต่กลับตื่นขึ้นมาไม่ได้
ในฝันเป็นเหตุการณ์ในชาติก่อน เธอเพิ่งรู้ว่าท้อง กำลังตกอยู่ในสภาวะมึนงง ไม่รู้ว่าควรต้องการเด็กคนนี้หรือไม่ กระทั่งคิดจะเอาเด็กออกอย่างโหดเหี้ยม
สุดท้ายเธอก็ตัดใจไม่ลง ในใจชัดเจนว่ารู้สึกเสียใจ แต่กลับอยากกินของเปรี้ยว
ดึกดืนค่ำคืนย่องออกมาจากห้อง คิดจะไปดูว่าในห้องครัวมีของเปรี้ยวที่สามารถกินได้ไหม
เมื่อดึงประตูเปิด เธอก็เห็นโจวจินหนานยืนอยู่หน้าประตู ดวงตายังมีผ้าพันแผลปิดตาอยู่ ครั้นได้ยินเสียงการเคลื่อนไหวก็ “มอง” มาทางเธอ มือที่แนบติดขากำแน่น ราวกับการเอ่ยปากนั้นแสนยากลำบาก “ขอร้อง เก็บเขาเอาไว้เถอะ”
น้ำเสียงนั้นเบามาก และยังแฝงไปด้วยการขอร้องอย่างถ่อมตน
ทั้ง ๆ ที่รู้ว่าตัวเองกำลังฝันอยู่ ใจของสวี่ชิงกลับรู้สึกเจ็บปวด อยากร้องไห้ก็ร้องไม่ออก
แล้วฉากก็เปลี่ยนไปเป็นตอนที่ลูกไม่อยู่แล้วในวันนั้น เธอเห็นโจวจินหนานนั่งยอง ๆ อยู่ที่สวนดอกไม้ของโรงพยาบาล สองมือกอดไหล่ที่สั่นเทาเล็ก ๆ ราวกับกำลังอดทนต่อความเจ็บปวดอย่างแสนสาหัส
สวี่ชิงอดเดินเข้าไปหาเขาโดยอัตโนมัติไม่ได้ แล้วยื่นมือออกไปกอดเอวโจวจินหนานไว้ แต่กลับพบว่าร่างกายของตัวเองนั้นทะลุร่างของเขาไปได้
ต่อมาเธอก็เห็นเกาจ้านเดินเข้ามายืนข้างโจวจินหนาน สีหน้าเคร่งขรึมพูด “นี่เป็นผลลัพธ์ที่ใครก็ไม่อยากเจอทั้งนั้น อีกเดี๋ยวพวกเราก็ต้องไปแล้ว”
เขาเว้นไปพักหนึ่ง “นายเป็นห่วงหล่อนขนาดนั้น ต้องการหย่ากับหล่อนจริงเหรอ?”
โจวจินหนานค่อย ๆ ลุกขึ้น น้ำเสียงเจ็บปวดอย่างที่สวี่ชิงไม่เคยได้ยินมาก่อน ทว่าแฝงความเด็ดขาดบางอย่าง “ครั้งนี้พวกเราเผชิญอันตรายมากเกินไป การหย่าจะเป็นการปกป้องหล่อนได้ดีที่สุด”
เสียงของเกาจ้านสั่นไหวนิดหน่อย “โจวจินหนาน! เพื่อผู้หญิงคนหนึ่งนายถึงกับทำลายตัวของนายเองได้เชียวเหรอ นายรู้หรือเปล่า!”
สวี่ชิงไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้น เพียงแต่เห็นโจวจินหนานมีสภาพแบบนี้ เธอก็อยากจะร้องไห้ แต่ก็ร้องไม่ออก อยากยื่นมือไปกอดเขา แต่ก็กอดไม่ได้
ได้แต่เบิกตามองโจวจินหนานกับเกาจ้านหันกายกลับไป เดินไปไกลหน่อยแล้วค่อยหายไปกับแสงอาทิตย์
สวี่ชิงร้องเรียกเขาสุดชีวิต “โจวจินหนาน คุณกลับมานะ! โจวจินหนาน!”
เธอตะโกนจนเสียงแหบพร้อมกับน้ำตาไหลพรั่งพรู ทว่าในท้ายที่สุดแล้วโจวจินหนานก็ไม่หันกลับมา
สวี่ชิงร้อนใจจนเหงื่อท่วม บอกกับตัวเองสุดชีวิตว่านี่เป็นความฝัน นี่คือฝัน แค่เพียงตื่นขึ้นแล้วทุกอย่างก็จะดีเอง
“ชิงชิง ชิงชิง?”
สวี่ชิงได้ยินสียงโจวจินหนานเรียกเสียงเบาๆที่ข้างหู มือใหญ่ข้างหนึ่งกอบกุมใบหน้าของเธอไว้…..
…………………………………………………………………………………………………………………………
สารจากผู้แปล
ฝันบอกเหตุหรือเปล่าหนอ อย่าเพิ่งพรากจากชิงชิงไปแบบชาติก่อนนะ
ไหหม่า(海馬)