เกิดใหม่เป็นภรรยาสุดโหดยุค 80 - บทที่ 165 หมาโสดหัวเราะเยาะหมาโสดด้วยกัน
บทที่ 165 หมาโสดหัวเราะเยาะหมาโสดด้วยกัน
โจวจินหนานมองประตูที่แง้มครึ่งหนึ่ง เขามั่นใจว่าตอนเดินออกมาตนล็อคประตูแล้ว ก่อนยื่นไปดึงมือสวี่ชิงมาจับ “ให้ไป๋หลางเข้าไปก่อน”
พูดแล้วก็ตบศีรษะไป๋หลาง แล้วไป๋หลางก็ยื่นหน้าขี้เหร่ของตัวเองเข้าไป ดูไม่มีความน่าเกรงขามเลยสักนิด!
สวี่ชิงคิดไม่ถึงว่าจะมีโจรปล้นบ้านเร็วขนาดนี้ ตอนนี้พวกโจรลักเล็กขโมยน้อยกำลังกำเริบเสิบสานมาก ในบ้านไม่มีกล้องวงจรปิดและสภาพบ้านก็เป็นบ้านทรงต่ำ พวกอันธพาลที่เกียจคร้านไม่ยอมทำงานมักจะซอกแซกไปมาตามตรอกซอกซอย พอเห็นว่าไม่มีคนก็จะกระโดดข้ามกำแพงมาขโมยของ
บางบ้านแม้แต่ข้าว แป้ง และน้ำมันก็ยังขโมย
ตอนนี้สวี่ชิงกำลังกังวลเรื่องข้าวสองกระสอบใหญ่กับน้ำมันสองสามลิตรในห้องเก็บของ ถ้าหายไปคงเสียเงินไม่น้อย
หลังจากไป๋หลางเข้าไปพักหนึ่งก็เห่าเรียกเสียงต่ำ ๆ สองที โจวจินหนานถึงค่อยดึงสวี่ชิงเข้าบ้าน
สวี่ชิงไม่สนใจอย่างอื่น วิ่งไปที่ห้องเก็บของก่อน พอเห็นว่าข้าวกระสอบใหญ่กับน้ำมันยังอยู่ก็ถอนหายใจออกมาอย่างโล่งอก แล้ววิ่งไปดูห้องนอนรอบหนึ่งทั้งตู้เสื้อผ้ากล่องเก็บของต่างไม่มีร่องรอยรื้อค้น ของล้ำค่าตรงปล่องไฟปล่อยควันก็ยังอยู่ดีเช่นกัน
เธอเดินออกมาจากในห้องอย่างสงสัย
มองเห็นโจวจินหนานยืนมองอยู่ตรงที่ไป๋หลางนอนหมอบอยู่เป็นประจำ แล้วเดินเข้าไปหา “ในห้องไม่มีร่องรอยคนรื้อค้นเลยค่ะ หรือว่าไม่ทันไรขโมยก็วิ่งหนีไปก่อนแล้ว”
พูดจบแล้วเธอถึงเห็นว่าตรงบริเวณที่ไป๋หลางนอนนั้นถูกคนรื้อค้นไปแล้วรอบหนึ่ง ก็พลันตกใจ “นี่มัน? หรือว่ามีคนคิดว่าหาตรงนี้แล้วจะเจอของล้ำค่า”
โจวจินหนานมุ่นคิ้ว “เมื่อเช้าผมเป็นคนทำเอง แต่มีคนมีขุดซ้ำอีกรอบหนึ่ง ดูเหมือนว่าจะคิดเหมือนกันกับผม และต้องการหาของบางอย่าง”
เขาเล่าเรื่องเมื่อเช้าที่เจอแมงป่อง กับความสงสัยของเขาให้สวี่ชิงฟังรอบหนึ่ง
สวี่ชิงยิ่งตกตะลึง “จะไปมีของล้ำค่าอะไรได้กันคะ”
จู่ ๆ เธอก็คิดถึงการกระทำแปลก ๆ ของสวี่จื้อกั๋ววันนั้นขึ้นมาได้ “แหวน! พวกเขาต้องการหาแหวน”
โจวจินหนานคิดถึงจุดนี้ด้วยเช่นกัน เพียงแต่พวกเขารู้ได้ยังไงว่าแหวนอยู่ตรงนี้ เขาเคยพลิกหาแล้วก็ไม่มี
สวี่ชิงเองก็แปลกใจ “งั้นสรุปว่ามันเป็นแหวนอะไรกันคะ ถึงทำให้พวกเขาลำบากขนาดนี้”
อีกทั้งยังวนหาแค่ที่ตรงนี้ ไม่รื้อหาในห้อง ยิ่งน่าแปลกเกินไปแล้ว
โจวจินหนานสายตาตกไปอยู่ที่ตัวของไป๋หลาง
ไป๋หลางครางหงิงคำหนึ่ง นอนหมอบบนพื้นไม่ขยับ เห็นชัดว่ามันไม่พอใจมากที่มีคนมาขุดที่นอนของมันจนเละแบบนี้
สวี่ชิงครุ่นคิดสักพัก ก็ตัดสินใจไปทำกับข้าว กินข้าวเสร็จก็คิดว่าจะไปบ้านคุณย่า ไม่แน่ว่าคุณย่าอาจจะรู้ก็ได้
ตอนทำอาหาร เกาจ้านก็ถือซองเอกสารเดินเข้ามา เขาเดินไปดูไป๋หลางก่อนแวบหนึ่ง แล้วอดหยอกล้อมันไม่ได้ หัวเราะเยาะเย้ยไป๋หลางโดยไม่ปิดบังแม้แต่น้อย “ดูสภาพขี้เหร่ของแกสิ ต่อไปคงหาเมียไม่ได้แน่ๆ”
ไป๋หลางทอดสายตามองเกาจ้านแวบหนึ่งอย่างดูถูก มันหลุบตาลงต่ำ ลุกไปเปลี่ยนที่แล้วนอนหมอบต่อ
เกาจ้านถึงเดินหัวเราะหึๆ นั่งลงใต้ต้นไม้ เอาซองเอกสารยื่นส่งให้โจวจินหนาน “สืบประวัติของผู้หญิงคนนั้นได้แล้ว นี่คือข้อมูลของหล่อน”
สวี่ชิงที่อยู่ในห้องครัวได้ยินเกาจ้านพูด ก็วิ่งออกไปยืนข้างโจวจินหนานโดยไม่สนใจว่าสองมือจะถือบะหมี่อยู่
แม้จะเดาสถานะของผู้หญิงคนนี้ได้ แต่เธอกลับยิ่งอยากรู้ว่าสรุปแล้วใช่หรือไม่ใช่
ในซองเอกสารเป็นกระดาษจดหมายสองสามแผ่น ข้างบนเขียนด้วยมือทั้งหมด แต่กลับละเอียดมาก
เย่เหม่ย เป็นคนหมู่บ้านตระกูลเย่ของชนกลุ่มน้อยเผ่าเหมียว เกิดปี 1939
อีกทั้งยังมีที่อยู่โดยละเอียดของครอบครัว กับความสัมพันธ์ของบ้าน
สวี่ชิงพุ่งเข้าไปและกวาดสายตาอ่านสองสามครั้ง คาดไม่ถึงว่าตอนนี้เย่เหม่ยจะยังไม่แต่งงาน หล่อนอยู่ด้วยกันกับมารดามาตลอด กระทั่งมารดาถึงแก่กรรมในปี 1958
เย่เหม่ยใช้ชีวิตอยู่ในหมู่บ้านตระกูลเย่มาโดยตลอด และยังมีอีกหนึ่งสถานะ คือแม่หมอของหมู่บ้าน
สถานะนี้ไม่ได้รับการรับรองจากรัฐบาล เพียงแต่บริเวณนั้นเป็นพื้นที่ปกครองตัวเองของชนเผ่าเหมียว ดังนั้นจึงไม่เคยมีการเข้าปราบปรามจนเกินไปนัก
พูดอีกอย่างก็คือต่อให้ไม่รับรองสถานะแบบนี้ แต่ก็ยินยอมให้มีตัวตนอยู่ได้
เพียงแต่ข้างบนกลับไม่มีข้อมูลของเย่หนาน และไม่ได้พูดถึงพี่สาวน้องสาวของเย่เหม่ยเลย “ทำไมถึงไม่มีสมาชิกในบ้านคนอื่นคะ”
ประวัติข้างบนทั้งหมดเขียนว่าปีไหนถึงปีไหน เย่เหม่ยเข้าเรียนโครงการส่งเสริมความรู้ เย่เหม่ยทำอะไรในหมู่บ้าน ก็เป็นแค่ปีที่เท่าไรถึงปีที่เท่าไร
เกาจ้านส่ายหน้า “ไม่ได้เขียนก็แปลว่าไม่มี หรือไม่ก็ไม่ใช่ญาติ เพียงแต่เป็นคนร่วมหมู่บ้าน”
สวี่ชิงมุ่นคิ้ว “ฉันยังนึกว่าเป็นญาติกันอยู่เลย”
เกาจ้านยิ้มและปลอบใจสวี่ชิง “สืบค้นเท่านี้ก็พอแล้ว ฉันโทรศัพท์ไปถามเพื่อนร่วมรบที่อยู่ทางนั้นช่วยสืบข้อมูลของแม่แท้ ๆ เธออยู่ น่าจะเร็ว ๆ นี้แล้ว”
สวี่ชิงรู้ว่าเร็ว ๆ นี้ก็ต้องใช้เวลาหนึ่งหรือสองเดือน เพราะการติดต่อสื่อสารยังไม่สะดวก และการคมนาคมขนส่งก็ยังไม่พัฒนา
โดยเฉพาะหมู่บ้านบางแห่งที่ยังอยู่ในภูเขาลึก การเดินทางไปกลับต้องใช้เวลานาน
เธอปลอบเกาจ้านกลับ “ไม่เป็นไรค่ะ ฉันก็แค่แปลกใจในชาติกำเนิดของฉัน ไม่ได้รีบเช่นกัน”
โจวจินหนานนำกระดาษจดหมายใส่กลับไปในซองเอกสาร ถามเกาจ้าน “เย่เหม่ยตอนนี้ล่ะ”
เกาจ้านมองตาสวี่ชิง “เย่เหม่ยตอนนี้อาศัยอยู่ที่บ้านตระกูลสวี่ และไม่ได้มีท่าทางอะไรแปลก ๆ หรือว่าจะให้คนจับตามองดี?”
โจวจินหนานครุ่นคิด “จับตามองเถอะ”
ที่สำคัญคือเย่เหม่ยเคยเป็นแม่หมอ จะต้องมีวิธีวางยาพิษที่ไม่มีคนรู้บางอย่างแน่ จับตาเอาไว้ถึงจะวางใจได้บ้าง
สวี่ชิงคิดไม่ถึงว่าเย่เหม่ยจะไปอยู่กับสวี่จื้อกั๋วได้ ตอนนี้ตระกูลสวี่มีเพียงสวี่จื้อกั๋วที่อาศัยอยู่ คนสองคนอยู่ด้วยกันไม่กลัวคำครหาหรือ?
……
สวี่จื้อกั๋วในตอนนี้ช่างหัวมันทุกอย่างแล้ว ยังมีอะไรน่าขายหน้าไปกว่าการโดนสวมหมวกเขียวใบใหญ่*อีก?
*สวมหมวกเขียว ความหมายคือ โดนสวมเขา คนรักมีชู้
ส่วนเย่เหม่ยยิ่งไม่สนใจยิ่งกว่า ขอแค่ไม่ต้องเสียเงินเช่าห้องอยู่ก็พอ อีกทั้งยังบังคับให้สวี่จื้อกั๋วทำอาหารซักผ้าให้หล่อนได้ด้วย
เพียงแต่ว่าหล่อนแปลกใจว่าทำไมถึงหาแหวนจากบ้านของสวี่ชิงไม่เจอ คิดแล้วก็นั่งขมวดคิ้วพิงโซฟา คิดอย่างไรก็คิดไม่ออกว่าสวี่ชิงจะสามารถซ่อนแหวนได้ที่ไหนอีกบ้าง
จากการแกะรอยของแมงป่องเหล่านั้น แหวนก็น่าจะอยู่ที่ที่หล่อนไปหามาในวันนี้ ทว่ามันกลับไม่มี
ที่ตรงนั้นเคยถูกคนขุดแล้ว หรือว่าสวี่ชิงจะรู้แล้วเปลี่ยนสถานที่?
สวี่จื้อกั๋วมองคนที่นั่งไขว่ห้างบนโซฟา ในมือบีบลูบแผ่นไม้ไผ่สีดำแผ่นหนึ่งแล้วมุ่นคิ้ว “คุณจะอยู่ที่นี่อีกนานแค่ไหน”
เย่เหม่ยมองเขาแวบหนึ่ง “ทำไม อยากให้ฉันรีบไปหรือ ถ้าคุณไม่กลัวพิษให้ตัวของคุณจะกำเริบล่ะก็ ฉันจะไปตอนนี้แหละ”
สวี่จื้อกั๋วใบหน้าดำทะมึนทันที ไม่รู้ว่าเย่เหม่ยป้อนอะไรให้เขากิน เพียงหล่อนตบมือเป็นจังหวะ อวัยวะภายในของเขาก็เหมือนถูกแมลงนับพันนับหมื่นตัวกัดกิน
ดังนั้นเขาจึงต้องกล้ำกลืนฝืนทนสยบต่อเย่เหม่ย กระทั่งกางเกงในก็ยังต้องซักให้หล่อนทั้งหมด
ทั้งยังต้องเป็นชายที่โดนภรรยาสวมเขาไปหาสวี่ชิง บอกเธอว่าตัวเองไม่ใช่พ่อแท้ ๆของเธอ
ความอับยศเช่นนี้ทำให้เขาแค้นจนอยากจะฆ่าเย่เหม่ย แต่ก็ไม่กล้า เพราะเขายังไม่อยากตาย
เย่เหม่ยมองสายเคียดแค้นไม่ยอมจำนนของสวี่จื้อกั๋ว ก็พลิกป้ายไม้ไผ่ในมือ “คุณไม่ยินยอมใช่ไหม สวี่จื้อกั๋ว น่าเสียดายที่ความโชคดีของคุณถูกสวี่ชิงเอาไปแล้ว ดังนั้นตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป คุณก็จะพบแต่ความโชคร้าย!”
สวี่จื้อกั๋วจ้องตาเย่เหม่ย “คุณหยุดแสร้งทำเป็นเทพเจ้าบ้าบอของคุณให้มันน้อย ๆ หน่อย และหยุดพูดพล่ามไร้สาระได้แล้ว!”
เย่เหม่ยยักไหล่ “งั้นคุณลองบอกสิว่าทำไมช่วงนี้ถึงซวยขนาดนี้ คุณมานี่สิ ฉันจะดูลายมือให้”
สวี่จื้อกั๋วเชื่อครึ่งไม่เชื่อครึ่งเดินไปอย่างสงสัย ยื่นมือส่งให้เย่เหม่ย ขณะเย่เหม่ยเพิ่งจับนิ้วมือของเขา ประตูบ้านก็ถูกเปิด
ฟางหลานซินยืนกุมหน้าอกอยู่หน้าประตู มองสวี่จื้อกั๋วที่ยืนอยู่ใกล้กับผู้หญิงคนหนึ่งมาก!
หลังจากมองเห็นชัดแล้วว่าเป็นเย่เหม่ย ร่างของหล่อนก็แข็งเป็นหินทันที!
…………………………………………………………………………………………………………………………
สารจากผู้แปล
เรื่องแหวนต้องถามไป๋หลางนะคะ น้องเป็นคนคาบไปซ่อนแต่ไม่รู้ซ่อนตรงไหนนี่แหละ
ศาสตร์ยาสั่งของชนเผ่านี้มันน่ากลัวอยู่นะ กินยาสั่งเข้าไปแล้วต้องกลายเป็นหุ่นเชิด
ไหหม่า(海馬)