เกิดใหม่เป็นภรรยาสุดโหดยุค 80 - บทที่ 163 ไป๋หลางเจ้าเด็กดวงซวย
บทที่ 163 ไป๋หลางเจ้าเด็กดวงซวย
สวี่ชิงตกใจไปกับพฤติกรรมแปลกประหลาดกะทันหันของไป๋หลาง ส่วนโจวจินหนานกับเกาจ้านก็รีบตามมันออกไปด้วยความรวดเร็ว
ตอนที่สวี่ชิงออกไปนั้น เธอก็มองไม่เห็นเงาร่างของไป๋หลางและพวกจินหนานแล้ว เห็นเพียงเกาจ้านที่ยืนมองถนนมืดมิดหน้าประตู
“เกิดอะไรขึ้นคะ?”
เกาจ้านส่ายหน้า “ผมก็ไม่แน่ใจ แต่น่าจะเป็นเรื่องที่ทำให้เจ้าไป๋หลางโกรธ”
เขาจะตามออกมาด้วย แต่โจวจินหนานกลับให้เขาอยู่ปกป้องคุ้มครองสวี่ชิง เพราะไม่วางใจที่จะให้สวี่ชิงอยู่บ้านคนเดียว
สวี่ชิงนึกเรื่องที่เกิดขึ้นเมื่อครู่นี้อย่างละเอียด ก็เหมือนจะไม่ได้ยินเสียงอะไร “ไป๋หลางรู้ได้ยังไงกันคะ?”
เกาจ้านอธิบาย “ประสานการฟังและดมกลิ่นของไป๋หลางดีมาก ดังนั้นก่อนที่เราจะรู้สึกได้ถึงอันตราย ก็เป็นไปได้ที่ไป๋หลางจะพบเจอมันก่อน”
สวี่ชิงรู้สึกว่านี่มันเทพเกินไปแล้ว จึงกลับเข้าบ้านรออยู่กับเกาจ้าน
ผ่านไปประมาณครึ่งชั่วโมง โจวจินหนานก็พาไป๋หลางกลับมา
ศีรษะของไป๋หลางอิงแอบแนบชิดกับร่างของโจวจินหนาน มองแล้วดูน่าสงสารและเศร้าเสียใจ
“ไป๋หลางเป็นอะไรคะ?”
สวี่ชิงถามแล้วก็เดินเข้าไปหา สภาพของไป๋หลางตอนนี้ช่างดูใสซื่อบริสุทธิ์ แต่มันกลับไม่ส่งเสียงสดใสออกมาเลย
ดวงตากับปากของไป๋หลางบวมขึ้นอย่างเห็นชัด ใบหน้าดุดันแต่เดิมของมันกลับกลายเป็นบวมดูราวกับซาลาเปาลูกหนึ่ง ทั้งหนังตาบวมเป่ง และดวงตาหมาป่าที่จู่ ๆ ก็กลายเป็นน่ารักน่าชังขึ้นมา
เกาจ้านเองก็เดินตามมาเช่นกัน ครั้นมองสภาพของไป๋หลางแล้วก็หัวเราะก๊าก “นี้นายทำยังไงให้มันกลายเป็นหมีแพนตาไปได้เนี่ย”
ไป๋หลางมองเกาจ้านอย่างคับแค้นใจ ส่งเสียงครางหงิง ๆ สะกิดขาโจวจินหนานราวกับออดอ้อน
โจวจินหนานเลิกคิ้ว “ถูกแมงป่องต่อยน่ะ ถูกต่อยตั้งแต่อยู่ที่บ้านแล้ว เจ็บจนวิ่งออกไปแล้วก็ถูกแมงป่องสองตัวต่อยที่ตากับจมูกอีกรอบ”
สวี่ชิงตกใจ “ในบ้านมีแมงป่องด้วยเหรอคะ”
ทำไมเธอถึงไม่เคยเจอเลยล่ะ?
อากาศที่นี่ค่อนข้างแห้ง ถ้ามีแมงป่องอยู่มันก็จะยิ่งมีพิษแรง เธอมองใบหน้าที่บวมเหมือนหัวหมูไหว้เจ้าของไป๋หลางอย่างกังวลใจนิดหน่อย “จะโดนพิษหรือเปล่าคะ ดูเหมือนจะหนักเอาการอยู่นะคะเนี่ย”
โจวจินหนานส่ายหน้า “ผมโทรไปหาสวี่หย่วนตงแล้ว เดี๋ยวเขาก็มา”
สวี่ชิงคุกเข่าลงมองสภาพของไป๋หลาง ยื่นมือไปลูบศีรษะของมัน เดิมทีมันก็ขนแหว่งจนดูไม่ได้อยู่แล้ว ตอนนี้ยิ่งดูน่าสงสารเกินทนขึ้นไปอีก
ถ้าให้ไป๋หลางได้หน้าสภาพของตัวเอง น่ากลัวว่ามันคงจะตกใจเช่นกัน
สวี่หย่วนตงมาอย่างรวดเร็ว ฉีดยาให้ไป๋หลางหนึ่งเข็ม แล้วทายาให้ตรงที่ถูกต่อยนิดหน่อย ก่อนโรยผงยาเอาไว้ที่มุมบ้านเล็กน้อย
สุดท้ายเขาก็ได้ให้ผงยากับสวี่ชิงหนึ่งห่อ “อันนี้เธอเอาไปโรยตามผนังห้องนอน พวกแมลงมีพิษเหล่านี้ก็จะเข้าห้องไม่ได้แล้ว”
สวี่ชิงกังลนิดหน่อย “ทำไมถึงมีแมงป่องได้ล่ะคะ?”
หรือว่ามีคนจงใจปล่อยเอาไว้
สวี่หย่วนตงส่ายหน้า “ผมก็ไม่แน่ใจ ในบ้านของเธอน่าจะมีของที่ดึงดูดพวกแมงป่องหรือเปล่า น้องสะใภ้ไม่ต้องกลัว พิษพวกนี้ผมถอนได้อยู่”
แต่สวี่ชิงไม่กลัว เพราะตั้งแต่เฟิงซูฮวาให้เธอเห็นพวกแมลงมีพิษหน้าตาน่าเกลียดน่ากลัวหายากเหล่านั้นแล้ว เธอก็พอรับได้กับการเห็นแมงป่อง
อีกอย่างยังมีหลายพื้นที่เอาแมงป่องไปทอดกิน จึงทำให้เธอไม่ได้รู้สึกกลัวขนาดนั้น
เกาจ้านกับโจวจินหนานไม่ได้ปรึกษากันเรื่องเกี่ยวกับแมงป่องเลย ราวกับว่าการที่มีแมงป่องปรากฏนั้นไม่ได้รู้สึกแปลกอะไรมากมาย
สุดท้ายเกาจ้านก็จากไปพร้อมกับสวี่หย่วนตง
สวี่ชิงเก็บกวาดถ้วยตะเกียบ มองสภาพน่าสงสารของไป๋หลางที่หมอบกับพื้น หน้าของเจ้าสุนัขบวมฉึ่งดูน่าสมเพชจนทำให้ไม่อาจมองได้อย่างเต็มสายตา
แม้ว่าในใจจะเป็นห่วง แต่ก็อดขำไม่ได้ เธอเดินคุกเข่าตรงหน้าไป๋หลาง “เธอนี่นะ ข่างเป็นเด็กดวงซวยจริง ๆ ดูสิทำไมช่วงนี้เธอถึงเอาแต่เจ็บตัวอยู่เรื่อย เห็นแล้วทำคนปวดใจจริง ๆ”
เธอลูบศีรษะของไป๋หลาง ซึ่งมันก็ยิ่งครางหงิง ๆ อย่างน้อยอกน้อยใจ
โจวจินหนานหยิบหมั่นโถวมาให้ไป๋หลาง แล้วก็ลูบศีรษะมันเช่นกัน “ไม่เป็นไรหรอก ไป๋หลางเคยผ่านป่าเขามาแล้ว ถูกกัดก็ไม่ใช่แค่ครั้งหรือสองครั้ง”
สวี่ชิงยังคงปวดใจ “มันไม่เหมือนคนที่เจ็บก็รู้จักพูดนะคะ มันพูดไม่ได้ เห็นแล้วทำให้คนปวดใจมาก”
พูดจบก็ถามโจวจินหนานอย่างแปลกใจ “คุณว่าแมงป่องนั่นมีคนจงใจเอามาทิ้งไว้ใกล้บ้านเราหรือเปล่าคะ”
โจวจินหนานส่ายหน้า “ไม่ใช่ น่าจะปีนมาจากที่ไหนสักที่”
ก่อนสวี่ชิงเข้านอน เธอก็ไม่ลืมเอาผงยาที่สวีหย่วนตงทิ้งเอาไว้โรยตรงมุมห้องและใต้เตียง แม้ว่าจะไม่กลัวแมงป่อง แต่เกิดถูกต่อยสักครั้งคงจะเจ็บน่าดู
พอเอนตัวแล้วเธอกลับนอนไม่ค่อยหลับ ในใจยังกังวลเรื่องแมลงป่องอยู่ “ฐานะของผู้หญิงคนนั้นหาเจอหรือยังคะ หรือว่าจะเป็นเธอ”
โจวจินหนานพลิกตัว ยื่นมือไปปิดตาสวี่ชิง “อย่าคิดไปเรื่อย รีบนอนพรุ่งนี้ยังต้องไปร้านอีก”
สวี่ชิงลืมตาอย่างจงใจ ขนตาปัดปายอยู่กลางฝ่ามือของโจวจินหนาน คันเหมือนมีกระแสไฟตรงสู่หัวใจ
โจวจินหนานรู้สึกจนปัญหานิดหน่อย หญิงสาวคนนี้ตั้งครรภ์อยู่ ตัวเองทำอะไรเธอไม่ได้ ไม่มีอะไรทำก็มาปลุกปั่นเขาอยู่ได้
โจวจินหนานดึงแก้มหล่อน “นอนดี ๆ ”
สวี่ชิงขยับเข้าไปใกล้ ยื่นมือกอบกุมมือใหญ่ ๆ ของโจวจินหนาน ผสานนิ้วกับฝ่ามือแกร่งของเขาอย่างแนบแน่น ใบหน้าอยู่ไม่สุขขยับแนบชิดหน้าอกของเขา ยังถูไถเหมือนแมวน้อยตัวหนึ่ง ครางในลำคอเบา ๆ ราวกับกำลังพอใจ
โจวจินหานถูกกลั่นแกล้งแต่ก็อับจนหนทาง ทำเพียงคล้อยตามอารมณ์ของสวี่ชิง ให้เธอสบายถึงจะสำคัญที่สุด
สวี่ชิงคิดว่าเป็นสัญชาตญาณของคนท้อง ดังนั้นอารมณ์จึงอ่อนไหวง่าย รู้สึกปรารถนาบางสิ่งและเหมือนจะควบคุมมันไม่ให้ออกมาไม่อยู่
สุดท้ายสวี่ชิงก็ถูกโจวจินหนานปรนนิบัติอย่างสะดวกสบาย ง่วงจนลืมตาไม่ขึ้นจึงนอนหลับไป ก่อนจะนอน ยังพึมพำประโยคหนึ่ง “พรุ่งนี้เป็นต้นไปฉันจะตั้งใจเรียนการเลี้ยงกู่กับคุณย่า”
อย่างน้อยที่สุดก็ให้พวกแมลงมีพิษไม่กล้าเข้าบ้าน
เช้าวันถัดมา สวี่ชิงตื่นขึ้นมาก็ได้ยินเสียงคนคุยอยู่ในบ้าน พอหันหน้าไปดูนาฬิกาก็คาดไม่ถึงว่าจะเก้าโมงแล้ว!
ปกติเธอจะตื่นนอนตอนหกโมงครึ่ง ลุกขึ้นมาทำกับข้าวเก็บกวาดแล้วไปเปิดร้าน
วันนี้เธอกลับนอนถึงเก้าโมง พวกของผางเจิ้งหัวใกล้จะมาแล้ว
ขณะขยี้ตาออกลุกออกจากเตียง เธอก็เห็นเฉินหยิงกับโจวคังอันนั่งอยู่ในบ้าน กำลังพูดกับโจวจินหนาน
เมื่อเห็นสวี่ชิงออกไป เฉินหยิงก็ยิ้มตาหรี่มองเธอ “ชิงชิงตื่นแล้วเหรอ ย่ากับปู่ของเธอเพิ่งกลับมาจากบ้านพักคนชรา ก็ได้ยินว่าตาของจินหนานหายดีแล้ว ทำไมไม่รีบไปเยี่ยมครอบครัวบ้างล่ะ”
พอคิดว่าตาของหลานหายดีแล้วสำคัญที่สุด ก็อดยิ้มอย่างควบคุมไม่อยู่ “ชิงชิง ช่วงเวลาที่ผ่านมาลำบากเธอแล้วนะ”
สวี่ชิงเองไม่อาจรับความดีความชอบไว้ได้ “ฉันไม่ได้ทำอะไรเลยค่ะ เป็นโจวจินหนานที่รักษาตัวเองจนหายดีเอง”
เฉินหยิงลุกขึ้นดึงมือสวี่ชิงไปจับอย่างซาบซึ้ง “ยังไงก็ต้องขอบใจเธอ ตาจินหนานหายแล้ว พวกเธอก็รีบพยายามมีเด็กสักคนนะ”
สวี่ชิงตะลึงพักหนึ่ง “ไม่ต้องรีบหรอกค่ะ พวกเรายังไม่รีบเลย”
เฉินหยิงยิ้ม “จะไม่ให้รีบได้ยังไง จินหนานอายุยี่สิบเจ็ดแล้ว ตอนปู่ของเธออายุยี่สิบเจ็ด ลุงใหญ่ของเธอก็เข้าเรียนมหาวิทยาลัยแล้ว”
สวี่ชิงเพียงแค่ยิ้มรับ ยังไม่คิดจะเอาเรื่องท้องมาบอกแก่เฉินหยิง
โดยเฉพาพยิ่งเฉินหยิงกลับไปก็ต้องพูดอย่างแน่นอน เธอไม่อยากให้สวี่หรูเยว่กับซุฮุ่ยหลู่รู้ เพราะคนเหล่านี้ไม่มีใครหวังดีกับเธอสักคน
โจวคังอันมองโจวจินหนานหายดีแล้วก็ยิ่งพอใจ ยิ้มแล้วถือโอกาสพูด “จินหนาน มีโอกาสได้อยู่ในมณฑลแล้ว หลานวางแผนจะอยู่ประจำที่นี่เสียเลยไหมล่ะ”
พอสวี่ชิงได้ยินก็มองไปที่โจวิจหนานทันที คิดไม่ถึงว่ายังมีโอกาสจะได้อยู่ในมณฑลต่อด้วย!
……………………………………………………………………………………………………………………..
สรจากผู้แปล
น่าสงสารน้องไป๋ โดนเแมงป่องใครต่อยเข้าละนี่
ไหหม่า(海馬)