เกิดใหม่เป็นภรรยาสุดโหดยุค 80 - บทที่ 161 ต่างก็มีจุดอ่อน
บทที่ 161 ต่างก็มีจุดอ่อน
หลูเว่ยตงก้มหน้าครุ่นคิด พยายามคิดถึงเนื้อหาในตอนที่ซูโม่กับเหอเหลียงผิงโต้เถียงกัน คลับคล้ายคลับคลาว่านอกจากมีการหลอกแต่งงาน ยังมีคำว่าไร้ศีลธรรมพวกนี้ด้วย
เพราะเขาไม่มีความสัมพันธ์อะไรกับพวกเขา อีกทั้งการแอบฟังก็ไม่ค่อยมีมารยาทนิดหน่อย จึงหลบออกไปโดยไม่เก็บมาใส่ใจ
เมื่อมาคิดดูตอนนี้แล้ว หรือว่าจะเป็นเรื่องการแต่งงานของโจวจินหนานกับสวี่ชิง?
ซูโม่เห็นหลูเว่ยตงไม่พูด ก็ครุ่นคิดสักพัก “ไม่คิดว่าคนที่นายชอบจะเป็นสวี่ชิง แต่ไม่ว่าจะยังไง ตอนนี้นายก็ไม่มีโอกาสแล้ว นายหมดอาลัยตายอยากแบบนี้จะทำให้ปู่นายเสียใจ”
“เป็นผู้ชายทำไมต้องกลัวว่าจะหาภรรยาไม่ได้ ถ้าพูดหยาบคายหน่อยก็คือ ต่อให้นายทำตัวเองจนตาย สวี่ชิงก็ไม่รู้เรื่องอะไรทั้งนั้น”
หลูเว่ยตงพลันเงยหน้าขึ้นมองซูโม่ “ทำไมโจวจินหนานถึงมองไม่เห็น?”
ซูโม่มุ่นคิ้ว “เรื่องนี้พูดไม่ได้ นายเองก็อย่าถาม”
สุดท้ายก็กลัวว่าตัวเองจะพูดจาทำลายจิตใจเขาเกินไป ก่อนจากไปหล่อนจึงพูดปลอบใจเขาอีกสองสามประโยค
ทว่าในใจของหลูเว่ยตงเริ่มมีเมล็ดพันธุ์แห่งความสงสัยก่อเกิดขึ้นมา เขารู้สึกมาโดยตลอดว่าเรื่องนี้ที่จริงแล้วมันไม่ได้ง่ายอย่างที่เขาคิด!
แม้ว่าเขาจะจัดการเรื่องของสวี่ชิงด้วยความวู่ว่ามมาก แต่ในเรื่องอื่น ๆ หลูเว่ยตงกลับฉลาดมาก ทั้งยังละเอียดรอบคอบ
………
สวี่ชิงไม่ได้ถามโจวจินหนานเกี่ยวกับหวงเหวินหลงว่าเป็นอย่างไร สองวันผ่านไปอย่างสบายมาก ตอนเดินไปร้านในเช้าของทุกวันเธอก็จะหยิบผลไม้กระป๋องไปด้วยกระป๋องหนึ่ง วางไว้ในถ้วยแล้วใส่น้ำแข็งไปด้วยนิดหน่อย รอเที่ยงแล้วค่อยกิน หยางเหมยที่อยู่ภายใน ก็จะได้รับความเปรี้ยวหวานเย็นสดชื่น
จนรู้สึกสบายทุกรูขุมขน
สองวันที่ผ่านมาโจวจินหนานไม่ได้ตามเธอมาที่ร้านด้วย น่าจะยุ่งเรื่องของหวงเวินหลง
สวี่ชิงถือผลไม้กระป๋องพลางดื่มน้ำหวานเย็น ๆ คิดในใจว่าตอนเย็นอยากกลับไปทำเจี่ยถวนให้โจวจินหนานกินเร็ว ๆ แม้เขาจะไม่ได้พูด แต่สวี่ชิงก็สามารถรู้สึกได้ ว่าพวกโจวจินหนานน่าจะใกล้ที่จะต้องกลับกองทัพแล้ว
คิดถึงตรงนี้ สวี่ชิงก็พลันรู้สึกว่าในใจนั้นว่างเปล่าไปหมด
อีกด้านหนึ่ง โจวจินหนานสืบค้นเบื้องหลังของหวงเวินหลงและคนที่หนุนหลังเขา ก่อนเข้าเยี่ยมโดยตรง ซึ่งมันก็เป็นบ้านเล็กหลังนั้นเมื่อครั้งก่อน
หวงเวินหลงตกใจกับการมาเข้าเยี่ยมอย่างกะทันหันของโจวจินหนานนิดหน่อย
เนื่องจากเป็นคนที่เจอแล้วก็ผ่าน จึงจำหน้าไม่ค่อยได้ เขาจึงถามโจวจินหนาน “นายคือ?”
ไม่แปลกที่เขาจะจำโจวจินหนานไม่ได้ ครั้งก่อนโจวจินหนานยังผูกผ้าพันแผลที่ตา มารอบนี้กลับไม่มี ดวงตาเป็นประกายสดใส ทำให้เขารู้สึกแปลกหน้าอย่างมาก
เพียงแต่ว่าหลังจากที่ถามออกไป เขาก็พลันได้สติกลับมา ผู้ชายที่อยู่ตรงหน้าเป็นสามีตาบอดของภรรยาที่เอาทองคำมาขายคนนั้น
หลังดวงตาหายดีแล้ว ความน่าเกรงขามก็ยิ่งมากขึ้นกว่าเดิมเสียอีก
ใบหน้าหวงเวินหลงพลันผุดยิ้ม “ไอหยา ต้องขอโทษด้วยจริง ๆ ที่ดูไม่ออก ที่แท้ก็เป็นลูกค้าเก่าแก่นี่เอง เชิญเข้ามานั่งข้างในก่อนเถอะ”
โจวจินหนานเข้าไปข้างในอย่างไม่เกรงใจ แล้วเดินไปนั่งหน้าโต๊ะตัวเตี้ย มองหมากที่ยังวางไม่เสร็จบนโต๊ะกระดานหนึ่ง
หวงเวินหลงยิ้มแล้วรีบพูด “กลางวันว่างน่ะครับ ไม่มีอะไรทำ ก็เลยเล่นหมากรุกกับตัวเองสองสามตา”
โจวจินหนานนิ่งคิดไม่พูดไม่จา มองกลยุทธ์ในกระดานหมากรุก ยื่นมือหยิบตัวเผ่า*สีแดงลงไปไว้ด้านหน้าหมากสีเขียวของฝ่ายตรงข้าม
*เผ่า เดินเหมือนกับเรือ แต่การกินนั้นต้องมีหมากคั่นไว้ก่อน 1 ตัวจึงจะกินได้
หวงเวินหลวงมองอย่างตกตะลึง นี่มันกลยุทธ์ถอนฟืนใต้กระทะ* ส่งตัวเผ่ามาก็เหมือนการส่งมาตาย แต่ก็สามารถช่วยฝั่งหมากสีแดงจากวิกฤตได้
*หมายถึง การใช้วิธีอ่อนพิชิตแข็ง ฉกฉวยจังหวะและสร้างโอกาสในการทำลายกองทัพส่วนหนึ่งของศัตรูให้แตกพ่ายย่อยยับในภายหลัง
ตัวหมากที่มีแต้มต่ำที่สุด เบี้ยแลกเบี้ย
แต่กลับทำให้กระดานหมากนี้มีชีวิตชีวา
หวงเวินหลงมองโจวจินหนานโดยไม่แสดงอารมณ์ เขานั่งลงยกชาขึ้นจิบสองสามคำ ถึงค่อยเอ่ยปากพูดช้า ๆ “ไม่ทราบว่าคุณมาหาผมครั้งนี้อยากทำกิจการอะไรกับผมหรือ?”
โจวจินหนานยิ้ม “หวงเวินหลง อายุสามสิบสี่ปี เป็นคนมณฑลกานซู อำเภอหลงหนาน เดิมเป็นคนเลี้ยงม้า ตอนเด็กทำงานอยุ่ในร้านขายของเก่าสองสามปี จากนั้นลงใต้แล้วกลับมาที่จังหวัดบ้านเกิด ปัจจุบันทำธุรกิจในตลาดมืด นอกจากเรื่องค้ามนุษย์ นายก็ไม่มีธุรกิจอะไรเคยทำ”
ในใจหวงเวินหลงตกตะลึง แต่สีหน้ายังคงรักษาความนิ่งเอาไว้ “คุณสืบเรื่องของผมเหรอ?”
โจวจินหนานส่ายหน้า “ไม่ ผมแค่ได้ยินมาผ่าน ๆ น่ะ คุณอยู่ในมณฑลนี้มีคนไม่พอใจเยอะ เพื่อความปลอดภัยของภรรยาและลูกสาว จึงได้พาพวกหล่อนไปไว้ในชนบท ยังมีลูกชายนอกสมรสที่เลี้ยงอยู่ที่เซี่ยงไฮ้”
หวงเวินหลงพลันหัวเราะขึ้นมา “ขนาดคุณได้ยินผ่าน ๆ ยังได้ยินละเอียดขนาดนี้เชียว พูดมาเถอะ คุณอยากให้ผมทำอะไร?”
ภรรยาและลูกสาวของเขาอาศัยอยู่ในชนบท เรื่องนี้ใครหลายคนก็รู้
แต่เรื่องที่เขามีลูกชายนอกสมรสนั้นไม่มีใครรู้
เขามีความเชื่อโบราณอยู่อย่างหนึ่งคือ เรื่องกตัญญูสามประการ และการอกตัญญูที่สุดคือการไม่มีทายาทสืบสกุล ดังนั้นเขาจึงให้ความสำคัญกับลูกชายนอกสมรสมาก ทุก ๆ ปีจะต้องคิดหาวิธีเพื่อไปเยี่ยมดูเขาให้ได้สักครั้ง
สองปีผ่านมานี้นโยบายรัฐบาลเริ่มผ่อนปรนลงแล้ว เขาจึงวางแผนจะหาเงินอยู่ที่นี่สักก้อนหนึ่ง หลังจากนั้นค่อยไปเซี่ยงไฮ้สร้างบ้านด้วยมือเปล่า
กลับคิดไม่ถึงว่าโจวจินหนานจะสืบได้ละเอียดถึงเพียงนี้!
ตระกูลที่ดูเหมือนเป็นครอบครัวธรรมดา แต่กลับมีอำนาจในมือไม่เบา
โจวจินหนานหยิบใบขับขี่รถทหารออกมา จากนั้นมองหวงเวินหลง “ภรรยาของผมเปิดร้านเล็ก ๆ ในสถานีรถไฟ เลยหวังว่าเหล่าหวงจะช่วยผมดูแลหล่อนหน่อย”
ทันใดนั้นหวงเหวินหลงก็ถึงบางอ้อขึ้นมา นี่ต้องเป็นเพราะพวกหวงเฉียนเต๋อมันไปเก็บค่าคุ้มครองเป็นแน่ แต่คราวนี้ดูเหมือนมันจะเจอตอเหล็กเสียแล้ว
เขาฉีกยิ้ม “ผมไม่เข้าใจว่าคุณหมายความว่าอะไร ผมก็แค่ทำการค้าขายในตลาดมืดร้านเล็ก ๆ เท่านั้น แม้จะไม่ถึงกับมีหน้าร้าน แต่ก็ไม่ขโมยหรือแย่งมา เงินทุกหยวนสะอาดสะอ้าน”
โจวจินหนานชี้ตัวเบี้ยในกระดานหมาก ยิ้มบาง “ผมคิดว่าอธิบดีเกาช่วงนี้ร่างกายไม่ค่อยดีเท่าไรนะ”
น้ำเสียงจริงใจนั่น ทำให้สีหน้าของหวงเวินหลงก็เปลี่ยนไปทันที อาชีพทุกอาชีพมีอาชีพไหนบ้างที่ไม่มีร่มใหญ่ปกป้องคุ้มครอง
โจวจินหนานลุกขึ้น “ในเมื่อเถ้าแก่หวงทำไม่ได้ งั้นผมก็จะไม่ก้าวก่ายอีก”
หวงเวินหลงรีบลุกขึ้นมา “รอเดี๋ยว ๆ ผมเพิ่งจะนึกออก ดูเหมือนว่าผมพอจะสามารถช่วยคุณได้เล็กน้อย”
โจวจินหนานมองหวงเวินหลงแวบหนึ่ง “งั้นผมก็ต้องขอรบกวนเถ้าแก่หวงแล้ว”
ไม่ต้องพูดให้ชัดเจน หวงเวินหลงกลับเข้าใจอย่างชัดแจ้ง เดินส่งโจวจินหนานจากไป แล้วรีบร้อนไปหาพวกของหวงเฉียนเต๋อ
บางคนไม่สามารถแตะต้อง และมีบางคนที่พวกเขาไม่อาจแตะต้องเด็ดขาดอยู่
ก็เหมือนกับพลังที่แผ่ออกมาจากร่างกายอันน่าเกรงขามของโจวจินหนาน มันเพียงพอให้เขาตกใจกลัวแล้ว
โจวจินหนานกลับไม่ใส่ใจเลยแม้แต่น้อย เดิมทีเขาไม่เห็นคนพวกนี้อยู่ในสายตาอยู่แล้ว เพียงแต่สวี่ชิงต้องทำการค้าขาย ดังนั้นเขาจึงต้องช่วยเธอจัดการธุระเล็กน้อย
ถึงได้ไม่อยากถอนรากถอนโคนพวกเขาทั้งหมด ก็เพราะต่อให้ไม่มีหวงเวินหลง ก็จะยังมีหลี่เวินหลงหวังเวินหลงอยู่ดี
เมื่อเห็นว่าเวลาบ่ายคล้อยแล้ว เขาก็ซื้อน้ำอัดลมจากแผงลอยข้างทาง หลังซื้อน้ำอัดลมเย็นๆ มาสองขวด เขาก็เดินไปหาสวี่ชิงที่สถานีรถไฟ
กลับคิดไม่ถึงว่ากลางทางเขาจะพบกับสองแม่ลูกตู้เว่ยหัวและเจียงช่านช่าน
ตู้เว่ยหัวเห็นว่าดวงตาโจวจินหนานกลับมาหายดีแล้ว ก็ตะลึงเล็กน้อย “จินหนาน ตาเธอหายตั้งแต่เมื่อไหร่”
โจวจินหนานตอบหล่อนตามมารยาท “เพิ่งหายเมื่อไม่กี่วันก่อนเองครับ”
ตู้เว่ยหัวขมวดหัว เห็นชัดว่าหล่อนตำหนิเรื่องที่เขาดวงตาหายดีแล้วไม่บอกตน จากนั้นก็เปลี่ยนคำถาม “น้าได้ยินว่าภรรยาเธอเปิดร้านอาหารอยู่ที่สถานีรถไฟใช่ไหม ไม่กลัวคนอื่นหัวเราะเยาะเอาหรือ?”
โจวจินหนานมุ่นคิ้ว “ทำไมต้องหัวเราะเยาะด้วยครับ?”
เจียงช่านช่านดึงแขนตู้เว่ยหัว “แม่…”
ตู้เว่ยหัวถึงนึกขึ้นมาได้ว่ามีเรื่องอื่นจะถามโจวจินหนาน “เกาจ้านบาดเจ็บหรือ พวกเราเพิ่งไปบ้านเขามาไม่มีใครอยู่เลย ตอนนี้เขาอยู่ที่ไหน?”
…………………………………………………………………………………………………………………………
สารจากผู้แปล
ขุดตอทิ้งเพื่อชิงชิงไปได้หนึ่ง พี่หนานแกจริงจังและจริงใจมากนะ
เรื่องของพี่เกาก็น่าจะวุ่นวายไม่แพ้กัน
ไหหม่า(海馬)