เกิดใหม่เป็นภรรยาสุดโหดยุค 80 - บทที่ 16 พี่ใหญ่โจว ขอฉันมองตาของพี่ได้ไหมคะ
- Home
- All Mangas
- เกิดใหม่เป็นภรรยาสุดโหดยุค 80
- บทที่ 16 พี่ใหญ่โจว ขอฉันมองตาของพี่ได้ไหมคะ
บทที่ 16 พี่ใหญ่โจว ขอฉันมองตาของพี่ได้ไหมคะ?
สวี่หรูเยว่ตะโกนใส่สวี่ชิงราวกับว่าเธอเสียสติ “สวี่ชิง อย่าลืมสิว่าเธอไม่ได้มีเรื่องอื้อฉาวแค่เรื่องเดียว ตอนที่ฉันอยู่ชนบท มีครั้งหนึ่งที่ฉันป่วย…”
ทันใดนั้น ฟางหลานซินก็คว้าแขนของสวี่หรูเยว่แล้วบีบแน่น “หรูเยว่ ลูกกำลังพูดเรื่องไร้สาระอะไร! กลับเข้าบ้านกับแม่!”
สวี่หรูเยว่ร้องไห้ “ทำไมฉันจะพูดไม่ได้? หล่อนสามารถทำเรื่องน่าเกลียดแบบนั้นได้แล้วทำไมฉันจะพูดไม่ได้? อีกอย่าง การที่หล่อนถูกคนอื่นย่ำยี มันก็เป็นความผิดของหล่อนเองที่นิสัยเสีย และดูเหมือนจะหาทางจัดการไม่ได้”
สวี่ชิงรู้สึกได้ถึงไอเย็นยะเยือกที่แผ่ออกมาจากร่างของโจวจินหนาน ถ้าดวงตาของเขามองเห็น แสงที่เปล่งออกมาในเวลานี้ก็ต้องเป็นเหมือนลูกศรเย็นเยียบแน่
แต่เธอแปลกใจว่าสวี่หรูเยว่กำลังพูดถึงเรื่องอะไร?
ทำไมเธอถึงไม่รู้เรื่องนั้นเลย?
อย่างไรเสียฟางหลานซินต้องปกปิดมันไว้แน่ สวี่ชิงเลิกคิ้วขึ้นและมองไปที่สวี่หรูเยว่ “เช่นนั้นก็พูดมา สวี่หรูเยว่ บอกมาสิว่าในตอนนั้นฉันมีเรื่องอื้อฉาวอะไร? เธอไปที่ชนบทในฤดูใบไม้ผลิตอนปี 1978 ตอนนั้นฉันยุ่งกับการทำงานทุกวัน และไม่รู้จริง ๆ ว่าทำเรื่องอื้อฉาวอะไรไป”
ขณะที่พูด เธอก็เดินไปเปิดประตูห้องนั่งเล่น “มาพูดกันดี ๆ เถอะ ให้เพื่อนบ้านได้ฟังด้วย”
ฟางหลานซินบีบข้อมือของสวี่หรูเยว่แน่น หล่อนกัดฟันและคำราม “แค่นี้ยังอายไม่พอรึไง? เข้าบ้านกับแม่”
สวี่หรูเยว่ทนทุกข์ทรมานจากความเจ็บปวด แต่แล้วก็ได้สติและหุบปากทันที พลางจ้องมองที่สวี่ชิงอย่างเกลียดชัง
ฟางหลานซินมองไปที่ชายหนุ่ม “จินหนาน เธอจะไปกินอาหารเย็นกันไม่ใช่เหรอ? รีบไปดีกว่านะ”
โจวจินหนานขมวดคิ้วโดยหันหน้าไปทางฟางหลานซิน “ผมได้ยื่นคำร้องขอแต่งงานแล้ว และอีกไม่นานจะมีคนลงมาพิจารณาเรื่องที่เกิดขึ้น อย่างที่คุณเคยพูดไว้ มีหลักฐานที่แท้จริงจะดีที่สุด มิฉะนั้นผลที่ตามมาจะไม่ง่ายเหมือนการวิจารณ์เปล่า ๆ”
น้ำเสียงนั้นเบามาก แต่สวี่ชิงรู้สึกได้ถึงภัยคุกคามภายใต้คำพูดพวกนั้น
เมื่อรู้สึกถึงความเคลื่อนไหว เธอจึงเอื้อมมือออกไปจับมือโจวจินหนาน “ไปกันเถอะ”
ทันใดนั้น เธอก็ไม่ต้องการให้โจวจินหนานเห็นด้านที่น่ากลัวก้าวร้าวของเธอ เมื่อต้องรับมือกับฟางหลานซินและสวี่หรูเยว่
ฟางหลานซินมองดูสวี่ชิงกับโจวจินหนานจับมือกัน ชายหนุ่มร่างสูงกับหญิงสาวขาเรียวยาว เพียงมองจากด้านหลังก็เห็นได้ว่าเหมาะสมมากแค่ไหน
ในสายตาของหล่อน มันช่างเปล่งประกายเหลือเกิน!
หลังจากที่ทั้งสองคนลงไปข้างล่าง ฟางหลานซินก็ปิดประตูและเดินไปนั่งลงบนโซฟาอย่างแผ่วเบา
หล่อนรู้สึกว่าในช่วงสองวันที่ผ่านมา สวี่ชิงได้ทำลายความสงบสุขของบ้านแต่เดิมที่เคยมี!
เมื่อมองไปที่สวี่หรูเยว่อีกครั้ง หัวใจของหล่อนก็ยิ่งตกประหม่ามากขึ้น
สวี่หรูเยว่ก็ไม่พอใจเช่นกัน “แม่คะ ทำไมแม่ไม่ให้ฉันพูดไปว่าตอนที่ฉันกลับมา หล่อนกำลังมีเรื่องชู้สาวกับผู้ชายอยู่ที่บ้าน”
ฟางหลานซินจ้องที่สวี่หรูเยว่ “เห็นไหมว่าผู้ชายคนนั้นเป็นใคร? หรือลูกจับได้ว่าสองคนนั้นเป็นใคร? พูดไปหล่อนก็ไม่ยอมรับ และสุดท้ายก็มีโจวจินหนานที่ได้ยินเรื่องนี้ สิ่งสำคัญตอนนี้คือจะทำให้การแต่งงานของลูกกับจินเซวี่ยนยุ่งเหยิงไม่ได้”
สวี่หรูเยว่ร้องไห้ออกมาอีกครั้ง “ตอนนี้ฉันเป็นแบบนี้ จินเซวี่ยนไม่ต้องการฉันแล้ว ฉันควรทำอย่างไรดี?”
แววตาของฟางหลานซินมืดมน “เขาต้องแต่งงานกับลูก!”
…
สวี่ชิงพาโจวจินหนานออกมา หญิงสาวเปิดและปิดประตูอย่างรวดเร็ว พลางพูดอย่างเขินอายเล็กน้อย “พี่ใหญ่โจวต้องมาเห็นเรื่องขบขันซะแล้ว”
โจวจินหนานเอียงศีรษะไปทางเธอเล็กน้อย “พวกเขาเป็นแบบนี้กับคุณเสมอเหรอ?”
เขาได้ยินมาว่าแม่เลี้ยงของสวี่ชิงเป็นคนดี ดีกับลูกติดมากกว่าลูกสาวแท้ ๆ เสียอีก
แต่ดูจากสิ่งที่เกิดขึ้นในสองวันที่ผ่านมา เหมือนจะไม่ใช่อย่างนั้น…
สวี่ชิงกลับมาจากการเกิดใหม่ และตัดสินใจว่าจะไม่เป็นแบกรับความขมขื่นกับความขุ่นเคืองทั้งหมดเพียงลำพัง เธอเดินออกไปช้า ๆ กับโจวจินหนาน และกระซิบว่า “จริง ๆ แล้วเมื่อก่อนฉันไม่เข้าใจค่ะ แต่ตอนนี้ฉันรู้แล้ว หล่อนไม่ได้ดีกับฉันจริง ๆ”
“หล่อนให้งานผู้ควบคุมตั๋วแก่ฉัน และคนในโรงพยาบาลก็ยกย่องหล่อนสำหรับผลงานที่ดี หล่อนให้งานที่ดีกับลูกติด และส่งลูกสาวตัวเองไปต่างจังหวัด ต่อมาฉันก็ตระหนักว่าจำนวนคนที่จะได้สอบเข้ามหาวิทยาลัยในเมืองมีจำกัด และตราบใดที่ไปอยู่ต่างจังหวัดหนึ่งปี คุณจะได้สิทธิ์สำหรับการสอบเข้ามหาวิทยาลัย”
ขณะที่พูดแบบนั้น น้ำเสียงของเธอก็ไม่สามารถซ่อนความสูญเสียได้เลย
อย่างไรก็ตาม โจวจินหนานเข้าใจประเด็นนี้ “คุณต้องการสอบเข้ามหาวิทยาลัยเหรอ?”
สวี่ชิงพยักหน้า “ใช่ค่ะ ตอนที่อยู่โรงเรียน คะแนนของฉันค่อนข้างดีเลย”
โจวจินหนานเงียบไปครู่หนึ่ง “ต่อให้คุณจะแต่งงานแล้ว คุณก็ยังสามารถเข้ามหาวิทยาลัยได้นะ ผมจะหาคนมาดูเรื่องเอกสารให้เอง”
สวี่ชิงโบกมืออย่างรวดเร็ว “ไม่ค่ะ ๆ คุณก็รู้ว่าฉันเพิ่งลาออกจากงาน และตอนนี้กำลังหาเช่าบ้านอยู่ …เริ่มธุรกิจขนาดเล็กแล้วค่อยเข้าเรียนเมื่อธุรกิจอยู่ตัวแล้ว”
โจวจินหนานถามคำถามเพิ่มเติมสองสามข้อ “คุณจะเช่าบ้านที่ไหน? แล้วจะทำธุรกิจอะไร?”
สวี่ชิงยิ้ม “เช่าอยู่ตรงที่ที่ใกล้สถานีรถไฟน่ะค่ะ ตรงสถานีมีผู้โดยสารเยอะมาก ฉันจะทำอาหารขายที่สถานีรถไฟ เป็นพวกหมูตุ๋น ตีนไก่ตุ๋น ไข่ตุ๋น และ เต้าหู้ตุ๋นน่ะค่ะ”
โจวจินหนานไม่พูดอะไร ไม่ว่าเสียงดังแค่ไหน เขาก็ได้ยินจากน้ำเสียงที่สดใสของสวี่ชิง ว่าเต็มไปด้วยความหวังสำหรับอนาคต เช่นเดียวกับความผ่อนคลายและความสุขจากก้นบึ้งของหัวใจ
คิดดูแล้วตอนนี้เธอคงจะมีรอยยิ้มที่สดใสบนใบหน้า
หลังจากออกจากบ้าน สวี่ชิงก็พบว่าตอนนี้สายมากแล้ว จึงตัดสินใจพาโจวจินหนานไปรับประทานอาหารกลางวันก่อน จากนั้นจึงส่งเขากลับไปพักผ่อน “พี่ใหญ่โจวอยากกินอะไรคะ เกี๊ยวหรือบะหมี่?”
โจวจินหนานไม่มีความเห็น “ไม่เป็นไร คุณอยากกินอะไรก็สั่งได้เลย”
สวี่ชิงคิดที่จะพาโจวจินหนานไปที่ร้านอาหารของรัฐซึ่งอยู่ห่างจากบ้านไปพอสมควร และการรับประทานอาหารที่ใช้คูปองอาหารได้นั้นมีราคาถูกกว่ามาก
เธอสั่งเกี๊ยวทอดกับเนื้อแกะ หัวไชเท้าสองชิ้น และบะหมี่เนื้อแกะสองชาม
แม้ว่าในชาติที่แล้วการแต่งงานของเธอกับโจวจินหนานจะไม่ยาวนานนัก แต่ก็จำได้ว่าเขาไม่ชอบเนื้อหมู
ชายหนุ่มนั่งอยู่ที่นั่นและฟังการสนทนาของสวี่ชิงกับพนักงานเสิร์ฟ ซึ่งเธอไม่ต้องการเนื้อหมู
เขารู้สึกประหลาดใจเล็กน้อย เป็นไปได้ไหมที่สวี่ชิงไม่ชอบกินหมู?
ท้ายที่สุดหมูก็ถูกกว่าและมีไขมันมากกว่า ทำให้เกี๊ยวมีกลิ่นหอมมากขึ้น!
ที่เขาไม่กินหมูก็เพราะมีประสบการณ์แย่ ๆ
หลังจากที่สวี่ชิงสั่งอาหารไป เธอก็คุยกับโจวจินหนานด้วยรอยยิ้มขณะรออาหาร เนื่องจากเธอตัดสินใจแต่งงานกับเขาและจะใช้ชีวิตให้ดี เธอจึงต้องรู้จักเขาเป็นอย่างดี
“พี่ใหญ่โจวคะ พี่เคยเป็นทหารที่ไหนมาก่อนเหรอคะ”
“ทางใต้ของยูนนาน”
สวี่ชิงกล่าวว่า “พี่เคยอยู่แนวหน้าไหมคะ? ดวงตาของพี่ได้รับบาดเจ็บที่แนวหน้าเหรอ?”
โจวจินหนานส่ายหัว “ไม่ใช่”
เมื่อเห็นว่าคำตอบของเขานั้นเรียบง่ายและสั้นห้วน สวี่ชิงก็รู้ว่าส่วนที่เหลือเป็นส่วนที่ไม่สามารถพูดถึงได้ และมองไปที่คางที่ดื้อรั้นของเขา “ดวงตาของพี่จะต้องหายดีแน่นอนค่ะ”
โจวจินหนานสัมผัสได้ถึงดวงตาที่เร่าร้อนของสวี่ชิง แต่เรื่องดวงตานั้นโรงพยาบาลหลายแห่งได้ออกคำตัดสินมาแล้วว่า ‘ไม่มีความเป็นไปได้ที่จะให้การมองเห็นกลับคืนมา’
หลังจากเงียบไปครู่หนึ่ง เขาก็เอ่ยขึ้น “ถ้าชีวิตนี้ยังไม่ดีขึ้น เธอจะว่าอะไรไหม?”
สวี่ชิงส่ายหัวโดยไม่คิดอะไร “ไม่ค่ะ”
ต่อให้ท้ายที่สุดดวงตาของโจวจินหนานจะหายเป็นปกติในชีวิตที่แล้ว แต่ตอนนี้เธอกลับมาแล้ว และเหตุการณ์บางอย่างได้เปลี่ยนไป เธอก็ไม่รู้ชะตากรรมของทุกคนจะเปลี่ยนไปหรือไม่!
ดังนั้นต่อให้ดวงตาของโจวจินหนานจะไม่ดีไปตลอดชีวิต แต่เธอก็จะอยู่กับเขาไปตลอดชีวิต
เมื่อคิดถึงเรื่องนี้ เธอก็โพล่งออกมา “พี่ใหญ่โจว ขอฉันมองตาของพี่ได้ไหมคะ?”
………………………………………………………………………………….
สารจากผู้แปล
อะไรหรูเยว่ พูดออกมาหน่อยสิว่าตอนนั้นเกิดเรื่องอะไรขึ้น อยากเผือกมั่ง
ไหหม่า(海馬)