เกิดใหม่เป็นภรรยาสุดโหดยุค 80 - บทที่ 15 ฉันดีใจมากที่เห็นเธอทุกข์ใจ
บทที่ 15 ฉันดีใจมากที่เห็นเธอทุกข์ใจ
โจวจินหนานไม่คิดว่าสวี่ชิงจะเข้ามากะทันหันแบบนี้ และที่รอบตัวเธอยังคงมีกลิ่นหอมจาง ๆ ร่างกายของเขาแข็งทื่อและเอนหลังโดยสัญชาตญาณ แต่ก็ลืมไปว่าเขายังอยู่ระหว่างทางขั้นบันได
ต้องขอบคุณทักษะที่ดี เขาจึงถอยลงบันไดไปหนึ่งขั้นเท่านั้น เบี่ยงตัวและลุกขึ้นอย่างรวดเร็ว พลางเอื้อมมือไปจับราวบันไดข้าง ๆ
สวี่ชิงค่อนข้างตกใจเมื่อเห็นโจวจินหนานยืนอย่างมั่นคง เธอจึงถามขึ้นอย่างรวดเร็ว “พี่ใหญ่โจว พี่สบายดีไหมคะ?”
ทันใดนั้น ภายใต้แสงแดดที่เล็ดลอดส่องมา เธอเห็นหูของโจวจินหนานกลายเป็นสีแดง
หญิงสาวค่อนข้างประหลาดใจ เพราะเมื่อครู่เธอเข้าใกล้เกินไป โจวจินหนานเลยเกิดอาการเขินอาย?
โจวจินหนานขี้อายง่ายขนาดนั้นเลยเหรอ?
ด้วยความคิดในใจนี้ เธอก็แอบหัวเราะไม่ได้ ยกมุมปากขึ้น และเอ่ยด้วยน้ำเสียงอ่อนหวาน “พี่ใหญ่โจว ระวังด้วยนะคะ ทางเดินที่นี่แคบมาก และมีของวางอยู่เยอะเลยค่ะ”
ขณะที่พูด เธอก็เดินลงบันไดไปจับมือของโจวจินหนานไว้เพื่อขึ้นไปชั้นบนต่อไป
ทันทีที่เธอมาถึงประตูบ้านบนชั้นสาม เธอก็ได้ยินเสียงสะอื้นไห้ของสวี่หรูเยว่ และเสียงคำรามอย่างไม่เต็มใจของฟางหลานซิน “ออกไปจากที่นี่ซะ แกไม่ได้รับอนุญาตให้มาที่บ้านของฉันอีก!”
สวี่ชิงเก็บรอยยิ้มบนใบหน้า เธอเยาะเย้ยพลางเปิดประตู
เมื่อเปิดประตู เธอเห็นสวี่หรูเยว่นั่งร้องไห้อยู่บนโซฟา ฟางหลานซินยืนอยู่กลางห้องนั่งเล่น หลี่ต้าหย่งคุกเข่าต่อหน้าเธอโดยก้มศีรษะลง
ฟางหลานซินหันศีรษะตามเสียง เมื่อเห็นสวี่ชิง หล่อนก็ดูราวกับกำลังจะกลายเป็นบ้าในทันที รีบเดินไปที่สวี่ชิง ขณะที่กำลังจะอ้าปากสาปแช่ง ก็พลันเห็นโจวจินหนานตามหลังสวี่ชิงมา
การเคลื่อนไหวของหล่อนหยุดลงทันที และคำพูดชั่วร้ายทั้งหมดก็จุกอยู่ในลำคอจนไม่สามารถพูดออกมาได้
สวี่ชิงทำตัวราวกับว่าไม่รู้อะไรเลย และพูดออกมาด้วยท่าทางที่ไร้เดียงสา “เกิดอะไรขึ้นเหรอคะ? หรือว่ายังไม่ถึงเวลาที่ฉันควรจะกลับมา?”
ฟางหลานซินอยากจะฉีกร่างของสวี่ชิงเสียบัดนี้ นี่ไม่ใช่เวลาที่หล่อนควรจะกลับมาแน่นอน!
และยิ่งไม่ควรพาโจวจินหนานกลับมาในเวลานี้ด้วย!!
หล่อนไม่รู้ว่าโจวจินหนานกับโจวจินเซวี่ยนรู้เรื่องนี้แล้ว เมื่อเห็นโจวจินหนาน ปฏิกิริยาแรกของหล่อนก็คือต้องไม่ให้ตระกูลโจวรู้เรื่องนี้
ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น หล่อนก็จะให้สวี่หรูเยว่แต่งงานเข้าตระกูลโจว
เนื่องจากต้องพยายามระงับโทสะ ใบหน้าของฟางหลานซินจึงดูเคร่งขรึม หล่อนสูดหายใจลึกแล้วพูดอย่างใจเย็น “จินหนานก็อยู่ที่นี่ด้วยเหรอ เข้ามานั่งข้างในก่อนสิ”
จากนั้นก็ตวัดมองหลี่ต้าหย่ง และโบกมือให้เขาออกไป
หลี่ต้าหย่งรู้ว่าต่อให้เขาจะคุกเข่าที่นี่จนกว่าจะเสียชีวิต ฟางหลานซินก็ไม่ยอมให้สวี่หรูเยว่แต่งงานกับเขาอยู่ดี
แต่เขาชอบสวี่หรูเยว่ตั้งแต่ยังเป็นวัยรุ่นแล้ว และตอนนี้เขาก็เป็นชายคนแรกของสวี่หรูเยว่ ดังนั้นเขาจะแต่งงานกับสวี่หรูเยว่ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น
ตอนนี้เขาทำได้เพียงกลับไปโน้มน้าวพ่อแม่ ให้เตรียมสินสอดมาให้ฟางหลานซินเพื่อที่หล่อนจะได้ผ่อนคลายลง
เมื่อเห็นแววตาของฟางหลานซิน เขาก็ต้องแอบลงไปชั้นล่างเบา ๆ ผ่านสวี่ชิงและโจวจินหนานไป
ฟางหลานซินดันสวี่หรูเยว่กลับไปที่ห้องนอน และทักทายโจวจินหนานด้วยรอยยิ้มที่น่าเกลียดยิ่งกว่าการร้องไห้ “จินหนาน ฉันขอโทษด้วยนะที่ให้เธอต้องมาเห็นเรื่องตลกซะแล้ว เด็กสองคนนี้โตมาด้วยกันน่ะ ตอนนี้อายุเยอะแล้วแต่ก็ยังมีเรื่องทะเลาะกันเหมือนเดิม เหมือนเด็กที่ยังไม่โต”
โจวจินหนานเอียงศีรษะราวกับฟังคำพูดของฟางหลานซินอย่างจริงจังและพยักหน้าเล็กน้อยหลังจากฟังจบ “มันดูไร้สาระไปหน่อย แต่ผมเพิ่งบอกจินเซวี่ยนไปว่าจะต้องมีความเข้าใจผิดบางอย่างระหว่างพวกเขาแน่”
สวี่ชิงหันไปมองโจวจินหนานด้วยความประหลาดใจ สิ่งที่เขาพูดออกมานั้นดีมากเลย
นี่ไม่เท่ากับเป็นการตบหน้าฟางหลานซิน แล้วบอกกับหล่อนว่าฉันรู้ทุกอย่างแล้ว ไม่ต้องทำอะไรหรอกเหรอ?
เธอคิดว่าบุคลิกของโจวจินหนานนั้นเฉยเมยและเงียบขรึม แต่ไม่คาดคิดเลยว่าจะมีเล่ห์เหลี่ยมด้วย…
เมื่อฟางหลานซินได้ยินคำพูดของโจวจินหนาน ร่างกายของหล่อนก็เหมือนถูกฟ้าผ่า และต้องใช้เวลาสักครู่เพื่อเค้นเสียงออกมา “เธอหมายถึงว่าก่อนหน้านี้… เธอกับจินเซวี่ยนเจอหรูเยว่เหรอ?”
โจวจินหนานพยักหน้า “ผมมองไม่เห็น แต่ผมได้ยินเสียงบางอย่างน่ะครับ”
ฟางหลานซินตื่นตระหนกและโบกมืออย่างรวดเร็ว “ต้องมีเรื่องเข้าใจผิดแน่ หรูเยว่เป็นนักศึกษามหาวิทยาลัยแล้ว ทำไมถึงไปเที่ยวกับพวกอันธพาลได้ล่ะ?”
จากนั้นหล่อนก็หันไปทางสวี่ชิงและจ้องเขม็ง “สวี่ชิง ไม่ใช่ว่าคนพวกนั้นเป็นเพื่อนของเธอหรอกเหรอ?”
สวี่ชิงหัวเราะ “คุณจำผิดหรือเปล่าคะ หลี่ต้าหย่งเป็นเพื่อนฉันตั้งแต่เมื่อไหร่? เมื่อตอนที่หรูเยว่ไปชนบท หลี่ต้าหย่งก็ส่งของไปให้ค่อนข้างเยอะเลยนี่คะ คูปองอาหาร เนื้อ ไข่…”
ฟางหลานซินรู้สึกว่าตนเองช่างปากพาจนนัก หล่อนไม่ควรให้สวี่ชิงได้พูดอะไรสักนิด!
ฟางหลานซินตวัดสายตาแข็งกร้าวมองสวี่ชิง และพูดกับโจวจินหนานด้วยรอยยิ้มแห้ง “ตอนเด็ก ๆ ทั้งคู่โตมาด้วยกันน่ะ มันไม่มีอะไรสำคัญหรอก”
เห็นได้ชัดว่าโจวจินหนานไม่สนใจคำอธิบายที่ลึกซึ้งของหล่อน และพยักหน้าอย่างสุภาพเพื่อขัดจังหวะ “ผมมาที่นี่เพื่อบอกคุณว่าผมอยากพาสวี่ชิงไปกินอาหารเย็น และซื้อเสื้อผ้าฤดูร้อนสองชุดระหว่างทางน่ะครับ”
ฟางหลานซินถึงกับสะอึก แต่ก็ไม่สามารถพูดอะไรเพื่อหักล้างได้ “เอาสิ ๆ พวกเธอไปกันเถอะ แต่กลับมาแต่หัวค่ำหน่อยนะ และระวังความปลอดภัยบนท้องถนนด้วย”
สวี่ชิงรู้ว่าตอนนี้ฟางหลานซินจะยังไม่ลงไม้ลงมือหรือทำอะไรเธอ แต่พอเธอกลับมาในตอนกลางคืนเมื่อใด… มันก็ไม่แน่ว่าหล่อนจะไม่มาหาเรื่อง
ท้ายที่สุด หล่อนก็เป็นคนเสแสร้งเก่งที่สุดที่เคยเจอมาในชีวิต
เธอไม่อยากทนอยู่ภายในห้องที่น่ารำคาญนี่ต่อไป จึงยิ้มและพูดกับโจวจินหนานว่า “พี่ใหญ่โจว รอสักประเดี๋ยวนะคะ ฉันจะเปลี่ยนเสื้อผ้าก่อนแล้วเราจะไปกันค่ะ”
โจวจินหนานพยักหน้า “ได้สิ ไม่ต้องรีบนะ”
สวี่ชิงไปเปลี่ยนเสื้อผ้า ที่โซฟามีเพียงโจวจินหนาน ฟางหลานซินที่ด้านข้าง และไป๋หลางผู้สง่างามนั่งยอง ๆ ที่ข้างขาของโจวจินหนานภายในห้องนั่งเล่น
ฟางหลานซินต้องการฉีกใบหน้าไร้ยางอายของสวี่ชิงต่อหน้าโจวจินหนาน แต่เมื่อดูจากท่าทางของโจวจินหนานแล้ว ดูเหมือนเขาจะชอบสวี่ชิงมาก
หล่อนจึงเอ่ยถามออกไปด้วยความสงสัย “จินหนาน เธอรู้จักชิงชิงมาก่อนหรือเปล่า?”
โจวจินหนานพยักหน้าและตอบด้วยน้ำเสียงแผ่วเบา “รู้จักครับ”
ฟางหลานซินกัดฟันด้วยความเกลียดชัง สวี่ชิงช่างรู้วิธีการผูกมิตรจริง ๆ กลัวว่าเมื่อตอนที่สวี่ชิงรู้จักโจวจินเซวี่ยน เธอจะรู้จักโจวจินหนานแล้ว
ในใจของฟางหลานซินไตร่ตรองซ้ำแล้วซ้ำเล่า ว่าจะพูดให้สวี่ชิงผิดอย่างไร และทำให้โจวจินหนานเชื่อ
ก่อนที่หล่อนจะคิดว่าจะพูดอะไร หล่อนก็เห็นสวี่ชิงออกมาจากห้อง เปลี่ยนเป็นเสื้อสีชมพูอ่อน กระโปรงบานยาวสีดำครึ่งขา และรองเท้าหนังมีส้นสีดำ
ชายเสื้อถูกเก็บเข้าไปในกระโปรง ขับให้เอวเพรียวบางนั้นดูเล็กยิ่งกว่าคนทั่วไปเสียอีก
ผมยาวถูกถักเป็นเกลียวและมัดปลายผมด้วยผ้าเช็ดหน้าลายดอกไม้
สวี่ชิงยืนอยู่ตรงนั้น ดูสวยงามและมีเสน่ห์มาก
ฟางหลานซินรู้อยู่เสมอว่าสวี่ชิงนั้นสวย ดังนั้นหล่อนจึงบอกเสมอว่าอย่าแต่งตัวให้ดูดีเกินไป มันจะกลายเป็นเรื่องง่ายที่พวกคนเลวจะมองข้ามเธอ
ในอดีต สวี่ชิงก็เชื่อฟังมากเช่นกัน เธอมักจะสวมเสื้อผ้าที่เรียบง่าย และไว้ผมหน้าม้ายาวเกือบปิดคิ้ว
ตอนนี้เธอหวีเปิดผมหน้าม้าขึ้น ไม่เพียงแต่ทำให้รู้สึกสดใส แต่ยังทำให้ดวงตาคู่นั้นยิ่งเหมือนเย่หนานผู้เป็นแม่ที่เสียชีวิตไปแล้ว…
ฟางหลานซินกำหมัดแน่นก่อนระงับความเกลียดชังในใจและลุกขึ้นอย่างช้า ๆ “จินหนาน ทำไมเธอไม่กินอาหารกลางวันที่บ้านก่อนออกไปกันละ?”
สวี่ชิงเดินช้า ๆ ไปที่ด้านข้างของโจวจินหนาน “พี่ใหญ่โจวคะ เราไปกันเถอะค่ะ”
เขาไม่ฟังคำพูดของฟางหลานซินเลย
โจวจินหนานลุกขึ้นและพยักหน้าไปทางฟางหลานซิน “ไม่รบกวนดีกว่าครับ พวกเราขอ…”
แต่ก่อนที่เขาจะพูดจบ สวี่หรูเยว่ที่ซ่อนตัวอยู่ในห้องก็รีบวิ่งออกมา หล่อนรีบพุ่งไปที่สวี่ชิงราวคนบ้าพร้อมกรีดร้อง “สวี่ชิง ตอนนี้แกมีความสุขมากไหม? ไม่กลัวว่าฉันจะบอกเรื่องแย่ ๆ ที่เคยทำในอดีตงั้นสิ!!”
…………………………………………………………………………………
สารจากผู้แปล
เข้าใจอาการอกแตกตาย แต่ก็ตายไม่ได้แล้วหรือยังนังแม่เลี้ยง
นังเยว่จะแฉอะไรอีก ที่โดนไปนี่ไม่เข็ดเหรอ
ไหหม่า(海馬)