เกิดใหม่เป็นภรรยาสุดโหดยุค 80 - บทที่ 12 ทำหน้าที่ให้ดี
บทที่ 12 ทำหน้าที่ให้ดี
สวี่ชิงขมวดคิ้ว “ตาของพี่ใหญ่โจวได้รับบาดเจ็บเพราะปกป้องประเทศ เราเรียกเขาว่าตาบอดไม่ได้หรอก เขาเป็นวีรบุรุษที่น่าทึ่งเลยนะ”
ฉินเสวี่ยเหมยเองเวลาฟังคนอื่นคุยกันหล่อนก็ยังพูดคำว่าตาบอดออกมาทันที พอมาตอนนี้จึงรีบตบปากตัวเองอย่างรวดเร็ว “ขอโทษนะ ฉันขอโทษ ฉันไม่ได้ตั้งใจ เธอจะแต่งงานกับเขาไหม?”
สวี่ชิงหัวเราะ “แต่งสิ! ไม่ใช่เพราะอาการบาดเจ็บที่ตาของเขาที่ฉันจะไม่อยากแต่งด้วย แต่เป็นเพราะเขากับโจวจินเซวี่ยนเป็นพี่น้องกัน และคงจะอึดอัดใจที่จะแต่งงานกับเขา แต่หลังจากที่ได้รู้จักเขา ก็พบว่าเขาเป็นคนดีมาก และเป็นคนที่มีความรับผิดชอบสูง การแต่งงานนี้เป็นเขาต่างหากที่สูญเสีย”
ฉินเสวี่ยเหมยเห็นสวี่ชิงพูดถึงโจวจินหนานด้วยดวงตาที่สว่างสดใสขึ้น หล่อนจึงถอนหายใจด้วยความโล่งอก “ดีแล้วที่เธอคิดแบบนี้ ฉันกลัวจริง ๆ ว่าเธอจะคิดไม่ดี….”
สวี่ชิงยิ้มอย่างร่าเริงและชี้ไปที่ข้อมือที่ห่อด้วยผ้าเช็ดหน้า “ฉันเคยมีประสบการณ์มาแล้วเมื่อคิดถึงเรื่องนี้ ฉันจะไม่ล้อเล่นกับชีวิตของฉันอีกแน่นอน”
ฉินเสวี่ยเหมยมีความสุขจากใจจริงเมื่อเห็นสถานะปัจจุบันของสวี่ชิง “ดีมาก ฉันหวังว่าในอนาคตพวกเราจะไปได้ดีนะ”
สวี่ชิงพยักหน้า “อืม เพราะฉะนั้นเวลานัดเจอใครเธอต้องคิดให้รอบคอบนะ”
เมื่อเห็นว่าสวี่ชิงพูดถึงเหตุการณ์ในชีวิตของเธออยู่เสมอ ฉินเสวี่ยเหมยก็นึกขึ้นได้ “ได้สิ ฉันจะคิดอย่างดีเลยละ”
สองสาวพูดคุยกันในลานบ้านอยู่พักหนึ่ง และสวี่ชิงก็ขอให้ฉินเสวี่ยเหมยช่วยดูเรื่องว่ามีคนใกล้เคียงกำลังปล่อยเช่าบ้านบ้างไหม และถามเกี่ยวกับราคาไว้ให้เธอหน่อย
ฉินเสวี่ยเหมยสงสัย “ทำไมเธอถึงจะเช่าล่ะ?”
สวี่ชิงไม่ได้ปิดบังเรื่องนี้ “ฉันต้องการย้ายออกและเริ่มต้นธุรกิจขนาดเล็กในอนาคตน่ะ”
ฉินเสวี่ยเหมยเชื่อว่าสวี่ชิงพูดเรื่องจริง แต่ก็ยังคิดไม่ออก “แม่เลี้ยงของเธอดีต่อเธอมากเลยนี่ แม้แต่แม่ของฉันยังบอกเลยว่ามีแม่เลี้ยงไม่กี่คนในโลกหรอกที่ทำได้เหมือนแม่เลี้ยงของเธอ หางานดี ๆ ให้ทำ และมักจะไปที่สถานีส่งอาหารให้เธออีก”
สวี่ชิงยิ้มเยาะเย้ย ฟางหลานซินนี่ไม่ธรรมดาจริง ๆ ที่สร้างภาพลักษณ์ที่ดีมาได้ขนาดนี้
ถ้าเธอได้เริ่มต้นชีวิตใหม่แล้วจริง ๆ ทุกคนคงกล่าวหาเธอเป็นลูกติดที่ไม่สำนึกบุญคุณ
ดูเหมือนว่าก่อนที่เธอจะย้ายออกไป เธอจะต้องฉีกหน้ากากร้อยเล่ห์ของฟางหลานซินต่อหน้าทุกคนในครอบครัวเสียแล้ว!
สวี่ชิงยิ้ม “ฉันแค่อยากออกไปทำธุรกิจน่ะ พอต้องอยู่บ้านมันก็ยากที่จะไปไหนมาไหน”
ฉินเสวี่ยเหมยจึงไม่ได้สงสัยอะไรอีก “เอาล่ะ เดี๋ยวไว้ฉันไปถามให้นะ”
พ่อแม่ของฉินเสวี่ยเหมยกำลังจะกลับมา สวี่ชิงจึงลุกขึ้นเพื่อบอกลาฉินเสวี่ยเหมย
เธอรู้ว่าหลังจากเกิดอุบัติเหตุครั้งนั้นแล้ว พ่อแม่ของฉินเสวี่ยเหมยก็ไม่ต้องการให้ลูกสาวมีปฏิสัมพันธ์กับเธอ
พวกเขามักจะรู้สึกว่าสวี่ชิงทำผิดพลาดครั้งใหญ่ในเรื่องแบบนี้ ซึ่งทำให้เธอดูเหมือนสุนัขจิ้งจอก
สวี่ชิงออกมาจากบ้านของฉินเสวี่ยเหมย เธอเดินไปรอบ ๆ บริเวณใกล้เคียงอีกครั้งและไปที่สถานี พอหันไปมองรอบ ๆ ก็มีคำขวัญอยู่ทุกหนทุกแห่งและผู้คนแต่งตัวด้วยเสื้อผ้าธรรมดา
แต่มีโอกาสอยู่ทุกที่
สวี่ชิงมีความมั่นใจมากขึ้นหลังจากอ่านมัน
จากนั้นเธอก็ย้อนกลับอย่างช้า ๆ พร้อมที่จะเผชิญหน้ากับสวี่หรูเยว่ต่อไป
เมื่อกลับถึงบ้าน สวี่หรูเยว่ก็อยู่ที่บ้านแล้ว ส่วนฟางหลานซินกับสวี่จื้อกั๋วไม่ได้อยู่ที่นั่น
เมื่อเห็นสวี่ชิงเข้าประตูมา สวี่หรูเยว่ก็ลุกขึ้นจากโซฟาด้วยรอยยิ้มทันที “ชิงชิง มาคืนดีกันเถอะ ฉันผิดไปแล้ว ฉันขอโทษเธอด้วยนะ”
สวี่ชิงหยุดเปลี่ยนรองเท้าและมองย้อนกลับไปที่สวี่หรูเยว่
ดูเหมือนว่าในอดีต ทุกครั้งที่ทั้งสองทะเลาะและตบตีกัน สวี่หรูเยว่จะใช้ประโยคนี้เพื่อเจรจาสงบศึก
เพื่อให้ผู้คนมีอารมณ์ดี ในทางตรงกันข้ามสวี่ชิงดูเหมือนจะกำลังใช้ความคิดบางอย่าง และมีข้อสงสัยบางอย่างเกี่ยวกับยัยหมาป่าตาขาวตรงหน้า
เมื่อเห็นว่าสวี่ชิงไม่ได้พูดอะไร สวี่หรูเยว่ก็เดินไปด้านหน้าสองสามก้าว “สวี่ชิง เราโตมาด้วยกันเหมือนพี่น้อง เธอไม่โกรธฉันใช่ไหม?”
สวี่ชิงก็ยืดตัวขึ้นและมองดวงตาของสวี่หรูเยว่ที่มืดลงเล็กน้อย “ตกลง”
สวี่หรูเยว่เตรียมคำพูดไว้มากมาย แต่กลับไม่คิดว่าสวี่ชิงยอมทันทีแบบนี้อย่างมีความสุข หล่อนตกตะลึงอยู่ครู่หนึ่งแล้วก็หัวเราะพร้อมกับรอยฟกช้ำบนหน้า ซึ่งดูแล้วน่ากลัวนัก
“ดีมาก พรุ่งนี้วันเสาร์เราไปเดินเล่นที่สวนสาธารณะกันนะ เดี๋ยวฉันจะชวนเพื่อน ๆ มาพายเรือด้วยกัน”
สวี่ชิงยิ้มอย่างไร้เดียงสาและหลอกลวง “เอาสิ”
สวี่หรูเยว่มีความสุขที่ได้เห็นคำสัญญาของสวี่ชิง แต่ก็แอบบ่นพึมพำอยู่ในใจ เพราะตั้งแต่เมื่อวานจนถึงวันนี้ สวี่ชิงเป็นเหมือนไก่ชนที่เห็นใครก็สู้กลับ
เธอถามสวี่ชิงอีกครั้ง “เธอจะไปจริง ๆ เหรอ?”
สวี่ชิงก้มหน้าลงทันที “สวี่หรูเยว่ เธอเป็นคนบอกว่าอยากคืนดีแล้วขอให้ฉันไปพายเรือนะ พอตอนนี้ฉันตกลงแล้ว เธอก็มาถามว่าไปจริงไหม อะไรกัน? เธอไม่ได้ตั้งใจจะคืนดีจริง ๆ เหรอ? ไม่อยากพาฉันไปพายเรือจริง ๆ เหรอ?”
สวี่หรูเยว่ส่ายหัวอย่างรวดเร็ว “ไม่ใช่นะ ฉันหมายความอย่างนั้น”
สวี่ชิงพ่นลมอย่างเย็นชา “เช่นนั้นก็ไม่ต้องถาม!”
หลังจากพูดจบ เธอก็ผลักสวี่หรูเยว่ออกไปเพื่อกลับไปที่ห้องของเธอ
สวี่หรูเยว่ที่โกรธแค้นอยู่แทบจะหัวใจวายทันที!
สวี่ชิงไม่รู้จริง ๆ ว่าเกิดอะไรขึ้น และคิดว่าพวกเขาทั้งหมดเคยเห็นใบหน้าที่แท้จริงของหล่อนบ้างไหม?
จนถึงเย็น ฟางหลานซินกับสวี่จื้อกั๋วก็กลับมา
ฟางหลานซินไปที่ห้องครัวเพื่อทำอาหาร ส่วนสวี่หรูเยว่ก็ฝืนทนความรังเกียจของตัวเอง และเรียกสวี่ชิงให้ออกมากินข้าว
สวี่ชิงรู้สึกกินไม่ลง แต่เธอก็ออกมาล้างมือและนั่งลงที่โต๊ะอาหาร มองดูจานหมั่นโถวข้าวโพดและจานของดอง แล้วหยิบหมั่นโถวข้าวโพดขึ้นมาอย่างหน้าตาเฉย
ใบหน้าของสวี่จื้อกั๋วเปลี่ยนเป็นสีเข้ม “ทำไมคุณไม่ทำอาหาร? แล้วแบบนี้จะกินข้าวกันได้อย่างไร?”
ฟางหลานซินเหลือบมองสวี่ชิง ใบหน้าของหล่อนมืดมนลง “ฉันซื้ออาหารเข้าบ้านได้ที่ไหน? ฉันไม่รู้ว่าคุณหาเงินได้เท่าไหร่ต่อเดือน? กินของดองก็ไม่แย่นะ”
สวี่ชิงกลืนหมั่นโถวในปากช้า ๆ มองไปที่ฟางหลานซินแล้วพูดว่า “คุณดูแลเงินเดือนของฉันและของพ่อฉันมาตั้งหลายปี น่าจะมีเงินเก็บมากกว่าห้าร้อยหยวนไม่ใช่เหรอ? ถ้าไม่มีเงินห้าร้อยหยวนของฉัน ทั้งครอบครัวจะอดตายกันหมดเหรอ? หรือเงินพวกนั้นตกไปอยู่กับครอบครัวแม่คุณหมดแล้ว?”
ฟางหลานซินอยากจะยัดโวโวโถวปิดปากของสวี่ชิงจริง ๆ
ทำไมตอนนี้เธอถึงได้กวนประสาทนัก!
สวี่จื้อกั๋วรู้สึกไม่มีความสุขในทันใด “คุณให้เงินฟางคุนใช่ไหม? ถ้าไม่มีคุณ พวกเขาจะอดตายกันหมดหรือไง!”
ฟางหลานซินรู้สึกเสียใจมากขึ้น “นั่นเป็นบ้านแม่ฉันนะ ฉันให้เงินพวกเขาบ้างแล้วมันจะทำไม!”
สวี่ชิงไม่คิดว่ามันเป็นเรื่องใหญ่ เธอจึงพูดอย่างแผ่วเบา “ปัญหาคือครอบครัวเรามีเงินเยอะก็เลยทนไม่ได้ ครอบครัวพ่อแม่ของคุณก็มีกันตั้งเจ็ดแปดคน และคุณเป็นคนเดียวที่ดูแลพวกเขาทั้งหมด”
ฟางหลานซินไม่สามารถทนได้อีกต่อไป เธอโยนตะเกียบลงบนโต๊ะอย่างแรง “สวี่ชิง เธอคิดจะทำอะไร!”
สวี่หรูเยว่กลัวว่าฟางหลานซินกับสวี่ชิงจะทะเลาะกันอีกครั้ง และทำลายแผนของเธอ ดังนั้นจึงรีบคว้าแขนของฟางหลานซินไว้ “แม่คะ แม่ แม่ใจเย็น ๆ ก่อนนะคะ แม่ก็รู้นี่ว่าช่วงนี้ชิงชิงอารมณ์ไม่ค่อยดีน่ะ”
แววตาที่ขุ่นเคืองของฟางหลานซินเปลี่ยนเป็นสีแดงขณะจับจ้องไปที่สวี่จื้อกั๋ว “เป็นเวลาหลายปีที่ฉันได้ยุ่งอยู่กับบ้านโดยไม่เคยเรียกร้องอะไรแม้แต่ครั้งเดียว นอกจากนี้นั่นคือพ่อแม่ของฉัน ฉันช่วยเหลือพวกเขาแล้วมันทำไม? สวี่จื้อกั๋ว ถามความรู้สึกผิดชอบชั่วดีของคุณเองเถอะว่าฉันทำผิดหรือเปล่า?”
ยิ่งคิดเรื่องนี้ก็ยิ่งรู้สึกผิด “เมื่อตอนที่เย่หนานยังมีชีวิตอยู่ มันไม่ใช่…”
…………………………………………………………………………………
สารจากผู้แปล
กลัวใจเหลือเกินค่ะ ถ้าชิงชิงรู้ว่าคนที่ทำร้ายตัวเองในคืนนั้นเป็นคนที่จะแต่งงานด้วย มันควรต้องรู้สึกอย่างไรดีนะ
สะตอมาสะตอกลับไม่โกงนะนังเยว่ ทนไม่ได้เหรอ
ไหหม่า(海馬)