เกิดใหม่เป็นขุนนางสารชั่ว แต่ดันเป็นที่หมายปองของเหล่าสตรีสูงศักดิ์ซะงั้น? - ตอนที่ 59 ห้องสมุดและแรงบันดาลใจของลูน่า 3 - มุมมองลูน่า
- Home
- All Mangas
- เกิดใหม่เป็นขุนนางสารชั่ว แต่ดันเป็นที่หมายปองของเหล่าสตรีสูงศักดิ์ซะงั้น?
- ตอนที่ 59 ห้องสมุดและแรงบันดาลใจของลูน่า 3 - มุมมองลูน่า
ตอนที่ 59 ห้องสมุดและแรงบันดาลใจของลูน่า 3 – มุมมองลูน่า
(…สุดท้ายก็กลายเป็นแบบนี้สินะ)
เพราะฉันคาดการณ์ไว้แล้วว่าจะเป็นแบบนี้ จึงไม่ได้รู้สึกประหม่าเท่าไหร่นัก
ฉันตอบคำถามของเขา เมื่อถูกถามว่า ‘สิ่งที่ชอบคืออะไร?’ ฉันก็ตอบออกไปโดยจ้องตาเขาว่า
“สิ่งที่ฉันชอบ… อยู่ตรงหน้าฉันนี่เองค่ะ”
พูดตามตรง การตอบแบบนี้อาจทำให้บางคนรู้ตัว หรือบางคนอาจสงสัยว่า “หรือว่า…” แต่เขาก็ยังทำในสิ่งที่ไม่ทำให้ฉันผิดหวัง หลังจากทำหน้าตกใจ เขาก็หันหลังกลับไปมองข้างหลัง ราวกับจะตามสายตาของฉัน
(…เฮ้อ)
ฉันจ้องตาเขาแท้ๆ แต่ทำไมถึงกลายเป็นว่ามองทะลุไปได้กันนะ
ถึงแม้จะไม่ได้เตรียมใจรับคำตอบ แต่การถูกมองข้ามแบบนี้ก็ทำให้ฉันงงไปเหมือนกัน
“เอ๋? ของที่อยู่ตรงหน้าลูน่าคือ… ไม่ใช่หนังสือใช่ไหม? เอเลน่าบอกฉันว่ามันไม่ใช่หนังสือ”
“ค่ะ ไม่ใช่หนังสือค่ะ”
“ขอเวลาสักครู่นะ ขอฉันคิดสักหน่อย”
“…”
(ถึงจะคิดจริงจังขนาดไหน คุณก็ไม่มีทางตอบถูกหรอก…)
ในเมื่อคุณหันไปมองข้างหลัง นั่นก็เท่ากับคุณหลุดออกจากคำตอบของ ‘สิ่งที่ฉันชอบ’ ไปแล้ว
แน่นอน คนไม่ใช่ ‘สิ่งของ’ การเอา ‘สิ่งที่ชอบ’ ไปเปรียบเทียบกับคนอาจจะไม่เหมาะสม แต่ถ้าพูดอีกแง่ก็คงเหมาะสมอยู่
(…เขาคงไม่มีความคิดแบบนั้นจริงๆ สินะ ว่าตัวเองจะเป็นคำตอบได้)
ในเมื่อเข้าใจว่าเขาเป็นแบบนี้ ฉันก็พอจะเดาได้ว่าเขาจะตอบว่าอะไรต่อไป
ในจังหวะที่ฉันกำลังคิด เขาก็ร้องออกมาเหมือนคิดอะไรได้
“อ๊ะ! หรือว่าสิ่งที่ลูน่าชอบคือ… ชั้นหนังสือเหรอ!?”
“(ตามที่ฉันคิดไว้เลย)ถูกต้องค่ะ”
“เย้! ตอบถูกแล้ว! แต่ก็จริงนะ ชั้นหนังสือมันสำคัญมากสำหรับคนรักการอ่าน ถ้าไม่มีมันก็จัดเก็บหนังสือไม่ได้ แล้วมันก็เป็นของที่แบ่งให้ใครไม่ได้ง่ายๆ แบบในตัวอย่างที่มีคนอยากครอบครองไว้คนเดียวด้วย เข้าใจเลยล่ะ”
“ความคิดยอดเยี่ยมมากค่ะ”
“ฮะๆ ถ้ามีคำใบ้ขนาดนั้น ใครๆ ก็คงตอบถูกแหละ”
“…”
(ถึงจะมีคำใบ้ แต่คนที่ยังตอบไม่ได้ก็อยู่ตรงหน้าฉันนี่แหละ…)
(TLN: อยากควักลูกตาตัวเองออกมาล้างซันไลต์)
อยากจะบอกเขาเหลือเกิน ใบหน้ายิ้มโล่งใจแบบนั้นน่ะ
(คุณไม่รู้ตัวเลยใช่ไหม ว่านี่เป็นแค่การประชด…)
ทั้งที่เขาใช้ความคิดเชื่อมโยงจากตัวอย่างจนได้คำตอบที่ฟังดูสมเหตุสมผล แต่สุดท้ายคำตอบที่เขาได้ก็คือ… ชั้นหนังสือ(TLN:โคตร Sad????)
เขาน่ะ… เป็นคนที่ทั้งน่าปวดหัวและรับมือยากจริงๆ
ถึงจะมีคนเข้าใจผิดว่าเขาแกล้งทำหรือเปล่า ก็ไม่แปลกเลย แบบนี้แหละที่ทำให้เขาไม่รู้ตัวถึงความรู้สึกของคนอื่น จนทำให้เกิดข่าวลือเสียหายจากคนที่เคยสนใจเขา… ฉันคิดได้แบบนั้นโดยไม่ตั้งใจ
“อ๊ะ จริงสิ ลูน่า ฉันลืมจะบอกอะไรไปอย่าง”
“อะไรเหรอคะ”
“งานเลี้ยงครั้งนี้ อย่าพึ่งแค่เอเลน่าอย่างเดียวนะ พึ่งฉันได้เสมอเลย ฉันพร้อมช่วยทุกเมื่อ”
“ช่วยพูดอะไรแบบนั้นด้วยรอยยิ้มหน่อยได้ไหมคะ”
(…อย่าพูดอะไรที่ทำให้ฉันดีใจแบบนั้นสิ)
แบบนี้ไง ถึงได้มีคนมองว่าคุณเป็นคนรับมือยาก คุณน่ะ…
“อ๊ะ… ขอโทษนะ แต่ฉันพูดจริงๆ นะ”
“…”
“ว่าแต่ว่า งานเลี้ยงนี้มีอะไรที่อยากให้ฉันช่วยไหม?”
“ถึงจะมี แต่ด้วยสถานะของฉัน ฉันไม่สามารถร้องขอจากคุณได้หรอกค่ะ”
ฉันพูดออกมาตรงๆ
ถึงจะรู้ว่าคำขอของฉันมันเกินไป และอาจไม่ใช่สิ่งที่ตรงกับสิ่งที่เขาชอบ แต่เพราะมันเป็นคำขอที่ฉันไม่อาจพูดได้โดยไม่ไตร่ตรอง…
แต่ถ้าเป็นคนใจดีแบบเขาแล้วล่ะก็…
“หืม… ถ้าจะพูดจาใจร้ายแบบนั้น ฉันอาจจะผิดสัญญากับลูน่าก็ได้นะ ที่บอกว่าจะไปหอสมุดหลวงด้วยกันอีกครั้ง”
“อ๊ะ… คุณยังจำได้ด้วยหรือคะ…”
“ฮ่าฮ่า ไม่ต้องตกใจขนาดนั้นหรอก งั้นเรื่องนัดไปหอสมุดหลวง ไว้คุยกันอีกทีวันงานเลี้ยงอาหารค่ำแล้วกัน แล้วคำขอที่อยากให้ฉันช่วยคืออะไรล่ะ? ไม่ต้องกังวลนะ ต่อให้เป็นเรื่องอะไรก็เถอะ ฉันไม่โกรธแน่นอน และจะไม่คิดว่าเสียมารยาทด้วย”
“ขะ…ขอบคุณมากค่ะ…”
(ฉันเผลอนิ่งไปโดยไม่ทันรู้ตัว…)
ไม่นึกเลยว่าเขาจะพูดถึงเรื่องนัดหมายขึ้นมาเองแบบนี้…
วันนี้มันช่างเป็นวันที่มีแต่เรื่องดีๆ เกิดขึ้น… แค่เรื่องนี้ก็ทำให้ฉันรู้สึกว่าการตัดสินใจเข้าร่วมงานเลี้ยงอาหารค่ำนั้นคุ้มค่าจริงๆ
ด้วยความรู้สึกเช่นนี้ ฉันจึงตัดสินใจเอ่ยปากออกไป
“ถ้าเช่นนั้น คำขอของฉันก็คือ อยากให้คุณช่วยฉันตอบแทนบุญคุณที่ได้รับจากท่านเอเลน่าค่ะ”
“โอ้… นั่นเป็นสิ่งสำคัญเลยนะ… แต่ฉันไม่เคยรู้เลยว่าเธอเคยได้รับบุญคุณจากเอเลนาด้วย”
เป็นเรื่องที่เพิ่งเกิดขึ้นไม่นานมานี้ เขาไม่รู้ก็ไม่แปลกหรอก
แม้ว่าท่านเอเลน่าเองก็ดูเหมือนจะสนใจเขา แต่เธอก็ยังเปิดโอกาสให้ฉันที่เหมือนจะเป็นศัตรู ได้มีโอกาสใกล้ชิดกับเขามากขึ้น
บุญคุณนี้ฉันจะต้องตอบแทนให้ได้
“เอ่อ… เพื่อไม่ให้เกิดความเข้าใจผิด ฉันขอชี้แจงไว้ว่าฉันไม่ได้เข้าร่วมงานเลี้ยงอาหารค่ำเพียงเพื่อที่จะตอบแทนบุญคุณท่านเอเลน่านะคะ ฉันเข้าร่วมด้วยความตั้งใจของตัวเอง”
“ไม่เป็นไร ฉันเข้าใจดี เอเลน่าไม่ใช่คนที่จะบังคับใครให้เข้าร่วมงานแค่เพื่อชดใช้บุญคุณอยู่แล้ว”
“ค่ะ”
(ช่างน่าอิจฉาจริงๆ… ที่คุณกับท่านหญิงเอเลน่าสามารถเข้าใจกันได้ขนาดนี้)
คำพูดที่ดูมั่นใจของเขา ทำให้ฉันรู้สึกอิจฉาโดยไม่รู้ตัว…
“แล้ววิธีตอบแทนบุญคุณนั้นล่ะ เอเลน่าเป็นคนกำหนดไว้ให้หรือว่าเธอคิดขึ้นมาเอง?”
“ไม่ค่ะ ท่านเป็นคนกำหนดไว้ให้แล้ว ครั้งนี้เธอบอกให้ฉันสนุกกับงานเลี้ยงอาหารค่ำ”
“ฮ่าฮ่า อย่างนี้นี่เอง ถ้าเป็นอย่างนั้น ฉันจะช่วยเธออย่างเต็มที่เลย ฉันต้องทำอะไรบ้าง?”
“ฉันอยากใช้เวลาสองต่อสองกับคุณค่ะ ถ้าเป็นไปได้ อยากออกไปข้างนอกด้วยกัน”
“หา!?”
(เขาตกใจก็ไม่แปลกหรอก… แต่นี่คือสิ่งที่ฉันต้องการ… เพราะฉันยอมแพ้ให้ท่านเอเลน่าไม่ได้ ฉันไม่อยากให้เธอแย่งเขาไป…)
เพราะเป็นคุณ ฉันจึงกล้าที่จะขอเรื่องนี้…
อย่างไรก็ตาม ฉันอยากจะพูดให้ชัดเจนว่า…
แม้ว่าจะไม่มีใครเชื่อเพราะความแตกต่างทางสถานะ แต่ฉันไม่ได้หลงใหลในตำแหน่งของคุณ
ต่อให้คุณมีสถานะต่ำกว่าฉัน ฉันก็คงพูดแบบเดียวกันนี้ออกไป
“อ่า… เอ่อ ที่ลูน่าหมายถึงคือ อยากหาที่พักผ่อนเงียบๆ ใช่ไหม? ไม่ใช่ว่าจะไปเที่ยวกลางคืนอะไรแบบนั้น?”
“ใช่ค่ะ ฉันอยากใช้เวลาเดินเล่นคุยกันเงียบๆ ท่ามกลางลมยามค่ำคืน ในหนังสือที่ฉันเคยอ่าน มันมีฉากแบบนี้ ฉันเลยอยากลองสัมผัสด้วยตัวเอง”
คุณคงไม่มีทางรู้ว่าสิ่งนี้เป็นแค่ข้ออ้าง…
ฉันแค่ต้องการใช้เวลาอยู่กับคุณเพียงสองคน ถ้าเป็นไปได้ ในสถานที่ที่เป็นส่วนตัว…
ถ้าไม่ใช่นอกสถานที่ ฉันก็คงทำในสิ่งที่ตั้งใจไม่ได้…
“นี่คือคำขอของฉัน คุณจะยอมรับมันได้ไหมคะ?”
“แน่นอน ฉันนึกว่าจะเป็นคำขอที่ยิ่งใหญ่กว่านี้เสียอีก”
“สำหรับฉัน นี่เป็นคำขอที่ใหญ่มากเลยค่ะ”
(จริงๆ แล้ว เวลาที่ฉันอยู่กับเขาแบบนี้ มันเหมือนทำให้ความรู้สึกของฉันเริ่มชาไปหมด…)
โดยปกติแล้ว ฉันคงจะถูกตำหนิว่าไม่รู้จักมารยาท เพราะนี่ไม่ใช่คำขอที่ใครจะตอบตกลงได้ง่ายๆ เลย
เพราะฉันที่เป็นลูกสาวของตระกูลบารอน กลับมาขออะไรแบบนี้กับคนที่มาจากตระกูลมาควิส มันเป็นสิ่งที่ไม่น่าเกิดขึ้นได้เลย…
“อ้อ แต่ฉันมีนัดกับเอเลนาด้วยนะ ถ้าเป็นช่วงเวลานั้นก็ขอโทษด้วย”
“ไม่เป็นไรค่ะ ขอบคุณมาก”
(ฉันดีใจจริงๆ… แบบนี้ ฉันก็สามารถทำในสิ่งที่คิดไว้ได้แล้ว…)
เหลือเพียงแค่เตรียมใจ และรวบรวมความกล้า… ฉันแค่ต้องกล้าเผชิญหน้ากับมัน…
“แต่ว่า แน่ใจเหรอที่จะใช้เวลาพักผ่อนกับคนอย่างฉัน? มันอาจจะมีปัญหาอะไรตามมาก็ได้นะ?”
“ปัญหาอะไรหรือคะ?”
“ลูน่าอาจจะยังไม่ค่อยเข้าใจ แต่ว่าการที่ชายหญิงแอบออกไปจากงานเลี้ยงด้วยกัน มันอาจทำให้คนรอบข้างเข้าใจผิดว่าเราคบกันอยู่นะ…”
“ไม่เป็นไรค่ะ ต่อให้เกิดข่าวลือแบบนั้นขึ้น…”
“จริงเหรอ? ถ้าข่าวลือแพร่ไป แล้วมีคนพยายามตามมาสืบ เธออาจจะไม่ได้อ่านหนังสืออย่างสงบอีกนะ?”
“ฉันจะใช้เวลานั้นเพลิดเพลินไปกับการพักผ่อนกับคุณแทนค่ะ”
“ถ้าเธอพูดแบบนั้น ฉันก็ดีใจนะ”
(แต่ฉันไม่มีอะไรพิเศษ คงไม่มีทางที่ข่าวลือว่าเราคบกันจะเกิดขึ้นหรอก…)
แม้ว่าจะมีข่าวลือจริงๆ ก็เถอะ แต่หากฉันสามารถใช้เวลาอยู่กับคุณได้ เท่านั้นก็ดีมากแล้ว
“งั้นถ้ามีอะไร เรียกฉันได้เลยนะ ฉันส่วนใหญ่ก็อยู่คนเดียว”
“อยู่คนเดียวหรือคะ?”
“ฮ่าฮ่า ก็เพราะมีข่าวลือไม่ค่อยดีเกี่ยวกับฉันน่ะสิ”
“แล้ว… คุณเชียไม่มาร่วมงานหรือคะ? ถ้าเขามา คุณก็สามารถให้เขาอยู่ข้างๆ คุณได้ไม่ใช่หรือ?”
“เชียเป็นคนดังน่ะสิ เธอมักจะถูกคนอื่นดึงตัวไปตลอดเวลา… เลยไม่ค่อยมีเวลามาอยู่กับฉันเท่าไหร่”
“ถ้าอย่างนั้น คุณต้องพยายามให้มากขึ้นไม่ให้แพ้เชียนะคะ”
“อะ… ลูน่าเรียกฉันว่า ‘คุณ’ แบบนั้น มันทำให้รู้สึกแปลกๆ ยังไงไม่รู้สิ…”
“ฉันเองก็รู้สึกอายเหมือนกันค่ะ”
“อะไรของเธอเนี่ย?”
“ก็เพราะคุณพูดออกมาแบบนั้นไงเล่า…”
(คุณพูดว่ามัน “รู้สึกแปลกๆ” ฉันเลยเผลอคิดไปว่าเป็นคำเรียกที่พิเศษ…)
เพราะงั้น ไม่ต้องมาบอกว่า “อะไรของเธอเนี่ย” เลยค่ะ
“อืม… เอาเป็นว่าปล่อยผ่านเรื่องนี้ไปก่อน… ฉันมีเรื่องเกี่ยวกับงานเลี้ยงอาหารค่ำที่อยากแนะนำลูน่าสักอย่าง จะได้ไหม?”
“ยินดีเลยค่ะ มันช่วยฉันได้มากเลย เพราะฉันไม่ค่อยคุ้นเคยกับงานแบบนี้”
“ถ้าอย่างนั้น เรื่องที่ฉันอยากจะพูดคือ ถ้ามีใครมาชวนแบบว่า ‘ออกไปด้วยกันไหม?’ หรืออะไรทำนองนั้น ขอร้องว่าอย่าพยักหน้าตอบตกลงทันทีนะ บางคนอาจมีเจตนาไม่ดี”
“ไม่ต้องห่วงค่ะ ฉันไม่ได้ตั้งใจจะออกไปกับใครนอกจากคุณอยู่แล้ว”
ฉันไม่รู้เลยว่าจะคุยอะไรกับคนอื่น และฉันเองก็ไม่มีอารมณ์อยากจะคุยด้วย…
“งั้นก็โล่งใจไป”
“เอ่อ… ฉันเองก็มีเรื่องอยากแนะนำคุณเหมือนกันค่ะ”
“หืม?”
“การที่คุณเป็นคนใจดีนั้นเป็นสิ่งที่ดีมากค่ะ แต่ฉันคิดว่าคุณไม่ควรตอบรับคำเชิญจากทุกคนง่ายๆ คุณเป็นบุตรชายคนโตของตระกูลมาควิสซึ่งเป็นตำแหน่งที่สูงส่ง หากมีปัญหาอะไรเกิดขึ้น มันอาจจะส่งผลเสียได้”
“ขอบคุณที่เป็นห่วง แต่ไม่ต้องห่วงหรอกนะ ฉันก็เหมือนลูน่านั่นแหละ เพราะงั้น ฉันถึงได้เลือกที่จะพักผ่อนกับเธอน่ะ”
“…”
(…ฉันเริ่มจะเก็บยิ้มไว้ไม่อยู่แล้ว…)
หน้าของฉันร้อนผ่าวไปหมด…
ฉันไม่อาจปล่อยให้เขาทำตามใจอีกต่อไป… เพราะฉันไม่อยากให้เขาเห็นหน้าที่แดงของฉัน…
“ขอโทษนะคะ… พอมาคิดดูแล้ว เราเผลอยืนคุยกันนานเกินไป ทั้งที่มาถึงมุมหนังสือที่ตั้งใจจะมาหาแล้วแท้ๆ”
“ฮ่าฮ่า จริงด้วย แล้วมีหนังสือเล่มไหนที่รูน่าอยากแนะนำบ้างไหม?”
“ค่ะ หนังสือแนวรักโรแมนติกที่อยากแนะนำให้คุณอ่านก็คือสองเล่มนี้ค่ะ”
“โอ้… สองเล่มเลย?”
“ค่ะ และเล่มนี้กรุณาอ่านให้จบก่อนถึงวันก่อนงานเลี้ยงอาหารค่ำนะคะ เพราะมันเป็นเล่มที่แปลคำบอกรักไว้อย่างโรแมนติก ฉันอยากฟังความเห็นของคุณเกี่ยวกับมันด้วยค่ะ”
“จริงเหรอ? ฟังดูน่าสนใจจังเลย”
“….”
ภาพที่เขาดูตื่นเต้นและคาดหวังขนาดนั้น ทำให้ฉันเขินจนอยากจะหันหน้าหนีไป…
เนื้อหาในหนังสือที่ฉันกำหนดระยะเวลาให้อ่านนั้น เกี่ยวกับชายหญิงที่แอบออกไปจากงานเลี้ยงด้วยกัน และฝ่ายชายพูดคำโรแมนติกที่ทำให้ทั้งสองกลายเป็นคนรักกัน…
หากเขาอ่านจนจบและจำคำพูดนั้นได้ แล้วฉันพูดคำนั้นออกมา…
มันจะเหมือนฉากในหนังสือมาผสานกับความเป็นจริง…
ความในใจของฉัน คงจะถูกส่งไปถึงเขาได้แน่นอน…
แม้ว่ามันจะยังอีกหลายวัน แต่แค่คิดก็ทำให้ฉันตื่นเต้นจนมือสั่น…
แต่ถึงอย่างนั้น ฉันก็รู้สึกโล่งใจอยู่ลึกๆ…
เพราะฉันได้ตัดสินใจแล้ว…
“เบเรธ เซนท์ฟอร์ด… เตรียมตัวไว้ให้ดีนะคะ”
“อื้ม! ขอบคุณมากเลยนะสำหรับหนังสือที่แนะนำ”
“….”
ฉันไม่ได้หมายความแบบนั้นเลยค่ะ…
จริงๆ แล้ว คำว่า “ซุ่มซ่าม” นั้นเหมาะกับคุณที่สุดแล้ว…
“….บ้า…”
ฉันได้ทำเรื่องที่เสียมารยาทที่สุดลงไปแล้ว
TLN: ตอนต่อๆ ไป อยากให้แปลแบบไหนกันครับ ระหว่าง
-แปลแบบครบทุกประโยคตามดิบ แบบที่ผ่านมา
-แปลแบบย่อลงมา จะไม่ได้ครบทุกประโยคตามดิบ แต่ยังคงโมเมนต์ของแต่ละคน,ใจความสำคัญของตอนอยู่(แต่ก็ยังมีโอกาสพลาดอยู่) ซึ่งแบบนี้จะทำให้ผมลงได้ถี่พอๆกับเรื่องเก่าเลย(วันละ 10-30 ตอน)