เกิดใหม่เป็นขุนนางสารชั่ว แต่ดันเป็นที่หมายปองของเหล่าสตรีสูงศักดิ์ซะงั้น? - ตอนที่ 50 การพบปะ 2
- Home
- All Mangas
- เกิดใหม่เป็นขุนนางสารชั่ว แต่ดันเป็นที่หมายปองของเหล่าสตรีสูงศักดิ์ซะงั้น?
- ตอนที่ 50 การพบปะ 2
ตอนที่ 50 การพบปะ 2
“ขออนุญาตค่ะ”
เอเลน่ากล่าวพร้อมกับวางถ้วยชาไว้ก่อนจะเดินออกจากห้องรับรองไป
หลังจากดื่มชาอุ่นที่เพิ่งชงมาเพื่อดับกระหายแล้ว ท่านเคานต์อิลเชสตัสยิ้มอย่างพึงพอใจพลางพูดเชิงชักชวน
“รสชาติดีใช่ไหม? ชาที่เอเลน่าชงเองน่ะ”
“ครับ จริง ๆ แล้วผมค่อนข้างประหลาดใจเลยทีเดียว เธอมีคนสอนหรืออะไรทำนองนั้นหรือเปล่าครับ?”
“อืม ฉันจ้างคนมาสอนเธอเองล่ะ”
“นั่นช่างเป็นการสอนที่ไม่เหมือนใครเลยนะครับ”
โดยปกติแล้ว ชนชั้นขุนนางจะไม่ลงมือชงชาเอง งานเหล่านี้เป็นหน้าที่ของคนรับใช้หรือผู้ช่วยส่วนตัวมากกว่า
“ฮะฮะ งั้นฉันขอถามหน่อย เบเรธ นายคิดว่าทำไมฉันถึงให้มีการสอนเธอเรื่องนี้กันล่ะ?”
“เอ๊ะ… เอ่อ…”
เบเรธรู้สึกสับสนกับคำถามที่ถูกถามอย่างไม่คาดคิด แต่เนื่องจากเขาเกี่ยวข้องกับเอเลน่ามาไม่น้อย เขาจึงพอจะนึกถึงคำตอบขึ้นมาได้
(หรือว่า…ท่านเคานต์อยากลองดูว่าฉันรู้จักเอเลน่ามากแค่ไหนกันนะ…)
ด้วยความที่เขากำลังพูดคุยกับบุคคลที่ไม่ธรรมดา ความคิดนี้จึงแวบเข้ามาในหัวเขาโดยไม่ตั้งใจ
“ผมไม่ได้มั่นใจนัก แต่บางทีท่านอาจจะต้องการสอนเธอให้เคารพคนที่มีฐานะต่ำกว่า เพื่อปลูกฝังให้มีความเคารพต่อทุกคน… อะไรทำนองนั้นหรือเปล่าครับ? ถึงคนที่มีฐานะต่ำกว่าอาจดูด้อยกว่า แต่เราก็สามารถเรียนรู้อะไรหลายอย่างจากพวกเขาได้”
“อืม นายพูดถูกต้องแล้ว หากจะขยายความอีกหน่อย ฉันต้องการให้เอเลน่าเป็นคนที่ได้รับความเคารพและชื่นชมจากคนอื่น ถ้าเธอมีอคติต่อคนที่มีฐานะต่ำกว่า เธอก็ไม่มีวันกลายเป็นคนที่ได้รับความชื่นชมอย่างแท้จริง”
“ผมเข้าใจแล้วครับ”
จากคำตอบนี้ เบเรธรับรู้ได้ว่าเอเลน่าและอลันได้รับการอบรมเลี้ยงดูอย่างดีและเป็นไปตามความตั้งใจของท่านเคานต์
“…ดังนั้น ท่านเคานต์เลยมองเรื่องนี้ในแง่บวกอย่างนั้นหรือครับ”
“นายหมายถึงแผนของอลันสินะ?”
“ครับ”
“หากนั่นเป็นสิ่งที่เขาอยากทำ ฉันก็ไม่มีเหตุผลที่จะไม่สนับสนุน ด้วยโชคดีที่เขามีรากฐานที่แข็งแกร่งในตอนนี้ ความท้าทายที่เขากำลังเผชิญอยู่จึงสามารถลองทำได้ หากเขาล้มเหลวก็ไม่เป็นไร เขาเพียงแค่ต้องนำบทเรียนนั้นไปใช้ในครั้งต่อไปเท่านั้นเอง”
การเริ่มต้นทำสิ่งใหม่ย่อมมาพร้อมกับความเสี่ยงที่สูงกว่าปกติ แต่การที่ท่านเคานต์ยอมให้มีความท้าทายนั้น สะท้อนให้เห็นถึงความมั่นคงและความมั่นใจในตัวลูกชายของเขา
“แต่จริง ๆ แล้ว เหตุผลที่ฉันให้การสอนเรื่องนี้ยังมีอีกข้อหนึ่ง”
“อีกข้อหนึ่งเหรอครับ?”
เหตุผลเพิ่มเติมที่ว่านี้ทำให้เบเรธรู้สึกสงสัยจนเผลอเอียงคอ ท่านเคานต์หัวเราะเบา ๆ พลางยกมุมปากอย่างเจ้าเล่ห์ก่อนจะเปิดเผยคำตอบ
“ฝึกฝนเพื่อเป็นเจ้าสาวน่ะ ถ้าเธอสามารถเสิร์ฟชาได้อย่างเหมาะสม มันจะช่วยสร้างความประทับใจได้มากทีเดียว”
“ฮะ ฮะฮะ… ท่านนี่ช่างรอบคอบจริง ๆ นะครับ”
เบเรธหัวเราะแห้ง ๆ ขณะตอบกลับ แต่คำว่า “การฝึกฝนเพื่อเป็นเจ้าสาว” นั้นทำให้เขานึกถึงข้อความในบัตรเชิญที่เขาได้รับมา
หัวใจของเขาเริ่มเต้นเร็วขึ้นขณะที่พยายามควบคุมตัวเองให้ดูปกติที่สุด
“ฉันพูดเองก็อาจจะฟังดูลำเอียง แต่เอเลน่าช่างเป็นลูกสาวที่ยอดเยี่ยมจริง ๆ ใช่ไหม? แม้จะมีนิสัยที่ดื้อรั้นไปบ้าง แต่ฉันมั่นใจว่าในอนาคตเธอจะงดงามยิ่งกว่านี้ นายคิดว่ายังไงล่ะ?”
“…ค ครับ ผมเข้าใจดีว่าทำไมถึงมีคนมาขอแต่งงานกับเธอมากขนาดนี้”
“เช่นนั้น นายย่อมรู้สึกประหลาดใจกับสิ่งที่เขียนในบัตรเชิญใช่ไหม?”
“ม แน่นอนครับ!”
สิ่งที่ผุดขึ้นในใจของเบเรธมีเพียงอย่างเดียว
(ทะ…ทำไมจู่ ๆ บทสนทนาก็มาถึงเรื่องนี้…)
เขารู้สึกเหมือนถูกดึงเข้าไปในบทสนทนาของท่านเคานต์โดยไม่รู้ตัว และปล่อยให้การสนทนาเดินหน้าไปตามที่อีกฝ่ายต้องการ
แต่ถึงอย่างนั้น เขาเองก็มีบางสิ่งที่อยากจะพูดออกมาก่อนเช่นกัน
“…อันที่จริง ผมอยากจะถามว่าท่านเคานต์อิลเชสตัสจริงจังกับเรื่องนี้แค่ไหนกันครับ…”
“โอ้?”
“จากที่ได้พูดคุยกันในครั้งนี้ ผมรู้สึกว่าท่านตั้งใจใช้คำว่า ‘การหมั้นหมาย’ เพื่อจงใจสร้างความหมายบางอย่างขึ้นมา ผมเข้าใจถูกไหมครับ…”
พูดตรง ๆ ก็คือ เบเรธเชื่อว่าคำว่า ‘การหมั้นหมาย’ ที่ถูกใช้ในจดหมายนั้น ไม่ได้มาจากความตั้งใจที่จะจัดการหมั้นหมายอย่างแท้จริง
“เฉียบคมเหมือนเคยนะ เบเรธ อย่างที่นายว่า ฉันอาจจะพูดเกินจริงไปหน่อย เพราะไม่สามารถหาคำที่เหมาะสมได้น่ะ”
ท่านเคานต์ก้มศีรษะลงพร้อมเอ่ยคำขอโทษ แต่เพราะเป็นเขา เบเรธจึงไม่เชื่อในสิ่งที่ได้ยิน
“ไม่จำเป็นต้องขอโทษหรอกครับ แต่คำว่า ‘หาคำที่เหมาะสมไม่ได้’ เป็นเพียงข้ออ้างใช่ไหมครับ? ในเมื่อเป็นท่านเคานต์อิลเชสตัส”
“ฮะฮะฮะฮะ”
ราวกับต้องการจะบอกว่า ‘ถูกต้อง’ ท่านเคานต์หัวเราะเสียงดัง ก่อนจะกระแอมเบา ๆ แล้วพูดต่อ
“ถ้าหากไม่ใช่ว่าฉันมีความสัมพันธ์ที่ดีต่อพ่อแม่ของนาย ฉันคงไม่คิดวางแผนแบบนี้หรอก…แต่ก็อย่างที่นายเดาไว้ ฉันอยากให้นายตระหนักถึงบางอย่าง หากวันหนึ่งนายสนิทสนมกับเอเลน่า”
“อ๊ะ!?”
“ข้าคิดไว้แล้วว่าเจ้าจะมีปฏิกิริยาที่ไม่ชอบใจในเรื่องนี้ แต่ข้าก็โล่งใจที่มันไม่ได้เลวร้ายอย่างที่คิด”
“ม…มันมีเจตนาแบบนั้นจริง ๆ ด้วยสินะครับ…”
เขารู้สึกเหมือนตัวเองถูกหลอกใช้โดยไม่รู้ตัว และความจริงนี้ทำให้เบเรธอดรู้สึกอึดอัดไม่ได้
‘ในโรงเรียน ฉันถูกมองว่าน่ากลัว เพราะฉะนั้นหากจะเลือกคู่ครอง ฉันก็อยากได้คนที่สามารถล้อเล่นกันได้ ฉันคิดว่าเราสนิทกันดีอยู่แล้ว และไม่ว่าอย่างไรก็คงไปด้วยกันได้ดี’
นี่คือสิ่งที่เบเรธเคยพูดกับเอเลน่า หากไม่มีคำว่า ‘การหมั้นหมาย’ ในจดหมาย เบเรธคงไม่มีวันพูดอะไรแบบนั้นออกมา
“อย่างที่นายรู้ เอเลน่าถูกขอแต่งงานมาหลายครั้ง แต่ก็ปฏิเสธไปหมด…เพราะเธอบอกว่าอยากเลือกจากคนที่เธอเคยเกี่ยวข้องด้วยตัวเอง”
“ฮะฮะ…สมเป็นเอเลน่าจริง ๆ ครับ”
เหตุผลนั้นช่างเหมาะสมกับเธอจนเบเรธเผลอยิ้มขมขื่นออกมา
“แต่การปฏิเสธบ่อย ๆ ก็ยิ่งทำให้คนที่ต้องการเธอมีความมุ่งมั่นมากขึ้น…และในตอนนี้ก็มีบางคนที่เริ่มแสดงความดื้อรั้น ฉันเลยอยากใช้คำพูดที่หนักแน่นอย่าง ‘การหมั้นหมายของเอเลน่าเกิดขึ้นแล้ว’ เพื่อยุติเรื่องนี้เสีย”
“…”
“ความปรารถนาของฉันคือให้เอลีน่าได้แต่งงานกับชายที่รักเธอในตัวตนของเธอ ไม่ใช่เพราะรูปลักษณ์ของเธอ และหากเป็นไปได้ ฉันก็อยากให้ชายคนนั้นเป็นคนที่สามารถปกป้องเธอได้”
สายตาของท่านเคานต์ที่ส่งมาช่างจริงจังจนทำให้เบเรธรู้สึกเหมือนโดนมองทะลุ
“วันนี้ ฉันตั้งใจจะมาดูท่าทีของนาย และจากที่ฉันเห็น ฉันสามารถฝากเอเลน่าไว้กับนายได้ ไม่สิ ฉันขอฝากเธอไว้กับนายด้วย”
“อ๊ะ…”
เขาต้องตกใจเมื่อได้ยินคำพูดที่ชัดเจนถึงขั้นนี้
“อาจจะดูเหมือนตัดสินใจเร็วเกินไป แต่ช่วงนี้เอเลน่าดูอารมณ์ดีมาก ตอนที่เธอพูดถึงนายก็จะยิ้มออกมาเสมอ…จากที่ฉันเห็น เธอก็คงไม่ได้รู้สึกแย่กับความสัมพันธ์นี้เสียทีเดียว ฉันคงไม่ต้องพูดให้มากไปกว่านี้”
ท่านเคานต์ยิ้มบางเบา ราวกับนึกถึงเหตุการณ์ที่ผ่านมา ก่อนจะพูดต่อ
“แต่นายสบายใจได้ ฉันไม่คิดจะกดดันนายหรอก การที่ฉันพูดแบบนี้เป็นเพียงการแสดงความรู้สึกของฉันเท่านั้น”
“เอ๊ะ…”
“แน่นอนว่าฉันยังคงสนับสนุนเอเลน่าอยู่เสมอ แต่เรื่องแบบนี้ไม่ใช่สิ่งที่พ่อแม่ควรเข้าไปแทรกแซง ใช่ไหม?…และฉันก็ไม่ชอบความไม่ยุติธรรมเช่นกัน”
“ค…ความไม่ยุติธรรมงั้นหรือครับ?”
เบเรธเอียงคอด้วยความงุนงง เพราะไม่เห็นความเชื่อมโยง แต่สิ่งที่ท่านเคานต์พูดต่อทำให้เขาเข้าใจในทันที
“อย่าบอกนะว่าเจ้าลืมไปแล้ว? เมื่อไม่กี่วันก่อน นายพาเด็กสาวคนอื่นไปออกเดทนี่นะ”
“อ๊ะ! นะ นั่นมัน…ถึงจะเป็นเดทก็จริง แต่ไม่ใช่อย่างที่ท่านเคานต์จินตนาการไว้แน่นอนครับ!”
“โอ้? สร้างบรรยากาศขนาดนั้นแล้วยังไม่ใช่คนรักอีกหรือ?”
“เอ่อ…ครับ…”
ท่านเคานต์กล่าวคำที่ชวนให้เขาต้องสะดุ้ง แต่ถึงอย่างนั้น เบเรธก็ยังตอบตามความจริง
“ฮะฮะ ถ้าข้าคิดผิดก็คงน่ายินดีอยู่หรอก”
ท่านเคานต์หัวเราะเบา ๆ ก่อนจะเปลี่ยนหัวข้อ
“…ว่าแต่ เบเรธ”
ชื่อของเขาถูกเรียกอย่างจริงจัง และทันใดนั้นบรรยากาศก็เปลี่ยนไป
“ฉันมีบางอย่างอยากจะขอร้องนาย ได้ไหม?”
“คะ…คำขอนั้นคืออะไรหรือครับ…?”
“ไม่ใช่เรื่องยากหรอก ฉันเพียงอยากให้นายช่วยใส่ใจเอเลน่าและอลันต่อไปก็เท่านั้น แน่นอนว่าฉันจะตอบแทนน้ำใจนี้ให้นาย”
ทันทีที่พูดจบ ท่านเคานต์ก็ล้วงมือเข้าไปในกระเป๋าเสื้อหน้าอก หยิบแผ่นทองแดงสลักตราประจำตระกูลลูเครอออกมาวางบนโต๊ะ ก่อนจะอธิบายต่อ
“นี่เปรียบเสมือนบัตรที่สามารถใช้บริการร้านค้าของพวกเราได้โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย นายสามารถใช้ได้ไม่จำกัดจำนวนครั้ง อีกทั้งยังจะได้รับการต้อนรับที่ที่นั่งพิเศษเสมอ จะใช้เป็นที่พักผ่อนหรืออะไรก็ได้ตามใจนาย”
“……”
“เป็นอย่างไรบ้าง ฉันว่ามันเป็นข้อเสนอที่ไม่เลวเลยนะสำหรับนักเรียนอย่างนาย”
“ขอบคุณครับ แต่ผมไม่สามารถรับสิ่งนี้ไว้ได้”
เบเรธโค้งคำนับก่อนจะปฏิเสธคำเสนอนั้น
“โอ้ เหตุผลล่ะ?”
“อาจฟังดูไม่สุภาพ แต่ผมคิดว่ามันเป็นสิ่งตอบแทนที่ไม่จำเป็นครับ เพราะผมตั้งใจจะใส่ใจทั้งสองคนนี้ต่อไปด้วยความเต็มใจอยู่แล้ว”
“ฮึ…ฮะฮะฮะ งั้นเองสินะ! ฉันขอโทษที่พยายามทำอะไรน่าเบื่อแบบนั้น”
“ไม่เป็นไรครับ”
“ฉันไม่คิดว่านายจะตอบมาแบบนี้…ดูเหมือนว่าเอเลน่าจะต้องพยายามให้เต็มที่แล้วล่ะ”
“ฮะ…ฮะฮะ…”
เบเรธตอบกลับด้วยรอยยิ้มเจื่อน ในขณะที่พยายามหลบเลี่ยงบทสนทนาที่ชวนลำบากใจ
หลังจากนั้น ทั้งคู่ใช้เวลาพูดคุยเรื่องเล็กน้อยต่ออีกไม่กี่สิบนาที จนกระทั่งถึงเวลาที่ท่านเคานต์ต้องกลับไปจัดการงานของตนเอง การสนทนาจึงได้จบลง
“วันนี้ฉันรู้สึกสนุกมาก ขอบใจนายมากนะ”
“ไม่เลยครับ ผมต่างหากที่ต้องขอบคุณ ท่านทำให้วันนี้ของผมเป็นวันพิเศษมาก ขอบคุณครับ”
ทั้งสองลุกขึ้นยืนจับมือกันและกล่าวคำลาจากด้วยรอยยิ้ม
“เบเรธ นายกำลังจะไปใช้เวลาที่ห้องของเอเลน่าต่อใช่ไหม?”
“ค…ครับ นั่นคือสิ่งที่วางแผนไว้ครับ”
“ถ้าหากนายคิดจะทำอะไรไม่เหมาะสมล่ะก็ อย่าลืมรับผิดชอบให้เรียบร้อยด้วยล่ะ ฮะฮะฮะ”
“อะ…เอ่อ ปกติท่านควรจะห้ามไม่ไช่เหรอครับ…”
“ฉันก็บอกแล้วนี่ว่าอยากฝากเอเลน่าไว้กับนาย”
พร้อมกับคำพูดนั้น ท่านเคานต์ยิ้มกว้างและตบบ่าเบา ๆ ราวกับกำลังส่งกำลังใจให้เบเรธอย่างเปิดเผย
TLN: 2-4 ตอนต่อไป เรือเอเลน่าลอยแน่ครับ ส่วนของลูน่า…..ก็รอต่อไปครับ????↕️