เกิดใหม่เป็นขุนนางสารชั่ว แต่ดันเป็นที่หมายปองของเหล่าสตรีสูงศักดิ์ซะงั้น? - ตอนที่ 46 มุมมองเอเลน่า
- Home
- All Mangas
- เกิดใหม่เป็นขุนนางสารชั่ว แต่ดันเป็นที่หมายปองของเหล่าสตรีสูงศักดิ์ซะงั้น?
- ตอนที่ 46 มุมมองเอเลน่า
ตอนที่ 46 มุมมองเอเลน่า
“ขอโทษที่ต้องพูดแบบนี้นะ แต่วันนี้ที่เอเลน่ามารับฉันด้วยตัวเอง ทำให้ฉันรู้สึกโล่งใจจริงๆ”
“หืม?”
“ก็อย่างที่รู้ ฉันไม่ได้มีโอกาสเจอพ่อของเธอบ่อยนัก ก็เลยอดกังวลไม่ได้”
ในระหว่างที่กำลังเดินทางไปยังคฤหาสน์ตระกูลลูแคลร์ด้วยรถม้า เบเรธพูดออกมา ขณะเดียวกันเอเลน่าก็เผยรอยยิ้มเล็กๆ
“ก็พ่อของฉันสั่งมาแบบนี้แหละ”
“หา?”
“ก็เพราะว่าถ้าฉันมากับนาย นายจะได้ผ่อนคลายระหว่างนั่งในรถม้าไงล่ะ พ่อคงไม่อยากให้นายต้องเหนื่อยก่อนเริ่มการประชุมล่ะสิ”
“อะ…แบบนี้นี่เอง ฉันก็ว่ามีอะไรแปลกๆ ที่เธอมารับ…ต้องยอมรับเลยว่าพ่อของเธอรอบคอบจริงๆ”
“ฮึๆ ก็นั่นแหละ คนที่ฉันเคารพนับถือ จะไม่เก่งได้ยังไงล่ะ”
ถึงคำชมเชยเช่นนี้จะได้ยินบ่อยในวงสังคม แต่เอเลน่ารับรู้ได้ว่าเขาพูดมันออกมาจากใจจริง
(ดีใจจังเลย…) เอเลน่าคิดในใจเมื่อได้ยินคำชมพ่อของเธอ การที่ครอบครัวได้รับการยกย่องแบบนี้ทำให้เธอรู้สึกอบอุ่นหัวใจ
“ฉันต้องพยายามให้เต็มที่ในการพบปะครั้งนี้… ถึงฉันจะเป็นฝ่ายได้รับเชิญ แต่ก็เป็นการรบกวนเวลาของเขาอยู่ดี”
“นายทำได้แน่นอน”
“พูดด้วยความมั่นใจเชียวนะ…”
“ก็ฉันคิดแบบนั้นจริงๆ พ่อของฉันไม่เคยทำอะไรแบบนี้มาก่อนเลยนะ”
“อะ… ขอบคุณนะ”
ในขณะที่เบเรธมองออกไปนอกหน้าต่างรถม้าด้วยท่าทางที่ดูไม่สงบ เอเลน่าแอบสังเกตเห็นความแตกต่างเล็กๆ น้อยๆ ในตัวเขา
“เฮ้อ อย่าเพิ่งเครียดมากเลยล่ะ แค่ทำตัวสง่างามไว้ก็พอแล้ว”
“พูดง่ายไปหน่อยไหม? เธอรู้นี่ว่าอีกฝ่ายไม่ใช่ใครที่เราจะประมาทได้”
“จริงๆ แล้ว… ตอนอยู่ต่อหน้าเชียน่ะ นายดูไม่มีปัญหาเลยนี่นา”
“ฮะ ฉันรู้ว่าเธอจะพูดแบบนี้”
เอเลน่าเพ่งมองเขาด้วยสายตาเจ้าเล่ห์ ขณะที่เบเรธยิ้มเก้อแก้เขินพร้อมกับเกาศีรษะ
“ที่ฉันต้องทำตัวสงบนิ่งต่อหน้าเชีย ก็เพราะไม่อยากให้เธอต้องเป็นห่วงไงล่ะ ถ้าเธอกังวลระหว่างทำงาน อาจจะพลาดได้ แถมฉันก็ไม่อยากให้เธอเห็นฉันในสภาพดูไม่ได้ด้วย”
“เหรอ… แต่ดูเหมือนความประหม่าในตัวของนายจะแสดงออกมาเต็มที่ต่อหน้าฉันเลยนะ”
“ขอร้องล่ะ อย่าบอกเรื่องนี้กับเชียนะ ฉันอยากเป็นเจ้านายที่เธอภูมิใจต่อไป”
“สักวันเชียก็ต้องรู้อยู่ดี”
“ก่อนถึงวันนั้น ฉันจะทำตัวให้ชินกับเรื่องแบบนี้เองล่ะ”
“พูดง่ายจังเลยนะ… ก็ได้ ฉันจะไม่บอก ถือว่าเป็นการช่วยนาย”
“ขอบคุณนะ”
เอเลน่ายิ้มบางๆ อย่างเข้าใจ แม้เธอจะรู้ว่าเขาคงไม่ได้หมายความลึกซึ้งอะไร แต่เธอก็อดถอนหายใจในใจไม่ได้
(ดีแล้วล่ะ… เชียคงจะไม่ว่าอะไรหรอก ถ้าเธอรู้เรื่องนี้ เธอก็คงคิดว่าเขาทำเพื่อเธอและเธอคงจะภูมิใจจนเอาไปอวดคนอื่นแน่ๆ)
เอเลน่าแอบยิ้มเล็กๆ ขณะมองเขา รู้สึกเหมือนถูกจับตามองอยู่จากเบเรธ แต่อย่างไรก็ตามเธอก็ยังเลือกที่จะเก็บความรู้สึกเหล่านี้ไว้ในใจ
ท่ามกลางการสนทนาเบาๆ เอเลน่าก็เริ่มรู้สึกถึงบางอย่างในใจของเธอ ความรู้สึกที่ยังไม่สามารถแสดงออกมาเป็นคำพูดได้
“เอาล่ะ… เอาเป็นว่า ฉันจะพยายามทำให้ดีที่สุดสำหรับการพบปะครั้งนี้ก็แล้วกัน”
“แน่นอน นายทำได้แน่ๆ”
ความสนทนาของพวกเขายังคงดำเนินต่อไป แต่ในใจของเอเลน่า กลับมีความรู้สึกบางอย่างที่กดดันและยากจะปิดบังได้
(…ฉันก็ดีใจนะที่เขาใส่ใจเชีย แต่ว่า… ฉันเองก็อยากให้เขามองฉันบ้าง…)
แม้จะพยายามเก็บซ่อนความรู้สึกเหล่านั้น แต่ความอิจฉาที่แทรกเข้ามาในใจของเอเลน่าก็ทำให้เธอรู้สึกว้าวุ่น
“นี่… เบเรธ”
“อะไรเหรอ?”
“ฉันจะยอมจับมือกับนายเป็นกรณีพิเศษ… ถือเป็นรางวัลที่นายใส่ใจเพื่อนของฉันขนาดนั้น”
“หา? ทำไมล่ะ?”
“ก็เพื่อช่วยให้นายผ่อนคลายความประหม่าไง เขาว่ากันว่าเวลาสัมผัสกับอุณหภูมิร่างกายคนอื่น มันช่วยให้จิตใจสงบขึ้นนะ”
“อะ… เข้าใจแล้ว”
เบเรธตอบด้วยน้ำเสียงคลุมเครือ ทำให้เอเลน่ารู้สึกไม่ดี
(เขาจะรู้หรือเปล่า? ว่าฉันแค่ใช้ข้ออ้างนี้เพื่อ…)
ด้วยความกังวล เธอรีบหาข้อแก้ตัวเพิ่มเติมทันที
“อย่าเข้าใจผิดนะ! ฉันแค่เสนอเรื่องนี้เพื่อช่วยให้นายหายตื่นเต้นก็เท่านั้น!”
“จริงเหรอ? แค่เพื่อช่วยให้ฉันไม่ประหม่า?”
ดวงตาสีม่วงของเธอเบิกกว้าง เมื่อรู้สึกเหมือนว่าเขากำลังสงสัยความตั้งใจที่แท้จริงของเธอ
แต่สุดท้าย ความกังวลของเธอก็เป็นเพียงความคิดฟุ้งซ่าน
“ปฏิกิริยาแบบนี้… หรือเธอจะแกล้งฉัน? การจับมือกันอาจทำให้ฉันยิ่งประหม่ามากกว่าอีกนะ”
“…”
(ใช่สิ… ฉันไม่จำเป็นต้องลนลานขนาดนี้ เขาออกจะซื่อบื้อขนาดนั้น จะรู้ได้ยังไงว่าฉันคิดอะไรอยู่)
เอเลน่าเริ่มกลับมาตั้งสติใหม่ ความมั่นใจก็ค่อยๆ คืนมา พร้อมรอยยิ้มเย้ยหยัน
“อ้อ? หมายความว่ายังไง? หรือว่านายเห็นฉันเป็นผู้หญิงคนหนึ่งเลยรู้สึกเขินที่จะจับมือกัน?”
“ก็…เปล่าสักหน่อย”
“งั้นก็ดี ฉันจะช่วยให้นายหายประหม่าเอง”
“เฮ้อ… ก็ได้ ถ้ามันจะช่วยให้ฉันหายประหม่า” เบเรธถอนหายใจยอมรับพร้อมยื่นมือออกมา
“ทำไมพูดเหมือนจำใจอย่างนั้นล่ะ? อย่างน้อยก็ควรขอบคุณฉันหน่อยสิ” เอเลน่าเอ่ยพลางลุกขึ้นจากที่นั่ง แล้วขยับไปนั่งข้างเขาแทน
รอยยิ้มซุกซนปรากฏบนใบหน้าของเธอ
(หึๆ นายมันโง่จริงๆ ตกลงมาเล่นตามเกมของฉันง่ายๆ แบบนี้)
“เร็วเข้า เอามือมาสิ หรือว่านายจะประหม่าจริงๆล่ะ?”
“ก็เปล่านะ แต่… ทำไมรู้สึกเหมือนกำลังโดนยั่วโมโหยังไงไม่รู้”
“พูดอะไรน่ะ? การยั่วโมโหนายมันมีประโยชน์อะไรกับฉันล่ะ?”
เบเรธถอนหายใจอีกครั้ง ก่อนจะวางมือไว้ตรงหน้าเธอ เอเลน่าจ้องมองมือของเขาอยู่ชั่วครู่ ก่อนจะค่อยๆ ยื่นมือของเธอไปวางทับ
“มือของนายนี่หยาบจังเลยนะ” เธอเอ่ยขึ้นหลังจากสัมผัส
“อะไรน่ะ? นั่นมันคำชมเหรอ?” เบเรธเลิกคิ้วถาม
“ก็แค่พูดตามที่รู้สึก…” เอเลน่าเบี่ยงสายตาหลบเล็กน้อย ขณะที่มืออีกข้างของเธอวางไว้ที่หน้าอกตัวเอง เพื่อปิดบังเสียงหัวใจที่เต้นแรงจนแทบจะได้ยิน
ในขณะที่เธอยังคงเขินอาย ความรู้สึกขุ่นมัวในใจของเธอที่มีต่อเชียก็ค่อยๆ จางลง
TLN:วันนี้แค่นี้ครับ เป็นเรื่องที่ต้องมานั่งขัดคำใหม่เยอะมาก เลยจะลงช้าหน่อยนะครับ