เกิดใหม่เป็นขุนนางสารชั่ว แต่ดันเป็นที่หมายปองของเหล่าสตรีสูงศักดิ์ซะงั้น? - ตอนที่ 27 เดทกับลูน่า (3) - มุมมองลูน่า
- Home
- All Mangas
- เกิดใหม่เป็นขุนนางสารชั่ว แต่ดันเป็นที่หมายปองของเหล่าสตรีสูงศักดิ์ซะงั้น?
- ตอนที่ 27 เดทกับลูน่า (3) - มุมมองลูน่า
(……แบบนี้ก็ไม่เลวเหมือนกันนะคะ ออกมาเที่ยวเล่นแบบนี้)
ณ ถนนย่านช้อปปิ้งอันคึกคัก
ในตอนแรกลูน่าก็รู้สึกกังวลกับสถานที่ที่ไม่คุ้นเคย แต่พอถูกเบเรต์จับมือเอาไว้มันก็ทำให้เธอรู้สึกสบายใจจนน่าประหลาด
(พวกคู่รักเขาทำกันแบบนี้ทุกวันเลยรึเปล่านะ? บอกตามตรง…ตอนนี้ฉันเริ่มรู้สึกอิจฉาพวกเขาหน่อยๆแล้วสิ)
สำหรับลูน่านั้นขอแค่มีหนังสือก็พอแล้ว แต่ว่าพอได้สัมผัสการเดทครั้งแรกมันก็ทำให้เธอเกิดรู้สึกอิจฉาพวกเขาเหล่านั้นขึ้นมา
(เป็นครั้งแรกเลยที่ฉันรู้สึกว่าต่อให้ไม่ได้อ่านหนังสือก็ไม่เป็นไร…)
เธอรู้สึกสนุกพอๆกับตอนอ่านหนังสือเลย
“ลูน่ารู้จักเชียไหม?”
“ค่ะ เธอเป็นเมดส่วนตัวของคุณสินะคะ ทำไมงั้นเหรอคะ?”
“คือว่าช่วงนี้น่ะ พฤติกรรมของเชียดูแปลกๆยังไงก็ไม่รู้น่ะสิ เธอก็ไม่ได้ดูเหมือนว่าจะโกรธอยู่นะ แต่บางทีก็พูดจารุนแรงเหมือนจะโกรธยังไงก็ไม่รู้ ฉันก็บอกไม่ถูกเหมือนกัน— ”
“….”
(อยู่ๆก็พูดถึงผู้หญิงคนอื่นได้หน้าตาเฉยเลย ถึงจะเป็นแค่สาวใช้แต่ว่าคุณดูจะกังวลเกี่ยวกับเธอมากเลยสินะคะ )
เธอรู้สึกสับสนอยู่ครู่หนึ่ง
(ถ้าหากว่าฉันสามารถให้คำแนะนำดีๆกับเขาได้ บางทีเราอาจจะรู้จักกันมากขึ้นก็ได้)
ลูน่าจัดระเบียบความคิดของเธอใหม่
หัวใจของเธอเต้นแรง แต่ว่าไม่มีใครสามารถสังเกตุเห็นได้
“แล้วลูน่าคิดว่าไงเหรอ? เกี่ยวกับพฤติกรรมที่แปลกไปของเชียน่ะ”
“นั่นสินะคะ งั้นช่วยบอกมาหน่อยได้มั้ยคะว่าวันนั้นคุณสังเกตุเห็นอะไรแปลกๆไหม หรือเกิดเหตุการณ์อะไรเป็นพิเศษรึเปล่า”
“เอ.. ถ้าจำไม่ผิดวันนั้นน่าจะเป็นวันที่ฉันบอกว่าจะไปเที่ยวเล่นกับลูน่าล่ะมั้ง”
“….เอ่อ นั่นแหละค่ะ คำตอบน่ะ”
เบเรต์ซึ่งกอดอกครุ่นคิดอยู่พักหนึ่งและตอบลูน่า
“เอ๊ะ? คำตอบเหรอ?”
“ที่เธอทำตัวแปลกๆก็เพราะคุณบอกว่าจะมาเที่ยวเล่นกับฉันสองคนไม่ใช่เหรอคะ”
“หรือก็คือ หึงงั้นเหรอ?”
“นอกจากนั้นฉันก็คิดเป็นอย่างอื่นไม่ได้แล้วค่ะ ถ้ามีสถานะเป็นแค่สาวใช้เธอคงจะไม่กล้าแสดงอารมณ์ของเธอออกมาตรงๆนั่นแหละค่ะ”
“อืม….”
“คุณลองนึกภาพเธอตอนปกติดูสิคะ”
“ก็นะ ถ้าตอนปกติถึงแม้เธอจะรู้สึกแบบนั้นจริงๆก็คงไม่แสดงออกทางสีหน้าหรอก แต่ว่าถ้าเป็นเวลาหลังเลิกงานก็ไม่แน่นะ”
“ —ฉันมีคำถามนึงค่ะ คือว่าเชียซังเนี่ยเขาชอบคุณสินะคะ?” TN:ชอบในที่นี้ในดิบอาจจะแปลว่าเคารพ หรือชื่นชมก็ได้นะครับ
(นี่เป็นแค่ความเห็นส่วนตัวของฉันเท่านั้น ไม่มีเหตุผลอะไรมารองรับ)
เขารู้สึกห่วงใยสาวใช้ของตัวเองจริงๆเรื่องนี้แค่มองดูก็รู้แล้ว
“กะ ก็คงงั้นมั้ง… ช่วงนี้ฉันก็รู้สึกว่าเราเริ่มสนิทกันมากขึ้นจริงๆนั่นแหละ”
“ถ้างั้นฉันก็คิดว่าเธอหึงแหละค่ะ การที่เริ่มมีความสัมพันธ์ที่ดีขึ้นเรื่อยๆ แต่อยู่ๆคุณก็บอกกับเธอว่าจะไปเดทกับผู้หญิงคนอื่น จะเป็นแบบนั้นก็คงไม่แปลก แถมฉันเคยได้ยินมาว่าเชียซังเป็นคนที่ค่อนข้างจะใสซื่อบริสุทธิ์ด้วย งั้นทุกอย่างมันก็ลงล็อกแล้วค่ะ”
“ถ ถ้าพูดถึงขนาดนั้นมันก็คงจะจริง”
“เนื้อหอมจังเลยนะคะ”
“อะฮะๆ ไม่ใช่แบบนั้นหรอกน่า”
เมื่อลูน่าเห็นเบเรต์ยิ้มเหยเกเล็กน้อยปากของเธอก็ผ่อนคลายลง
(สาวใช้เกิดรู้สึกหึงเจ้านายกับเด็กในโรงเรียนเดียวกันสินะคะ ฉันคิดว่าเรื่องแบบนี้จะมีแค่ในนิยายซะอีก)
สาวใช้มีหน้าที่แค่ทำตามคำสั่ง และต่อให้เป็นคำสั่งซํ้าซากก็ไม่สามารถปริปากบ่นอะไรได้
แต่ถึงอย่างนั้นเธอกลับรู้สึกหึงและแสดงพฤติกรรมแบบนั้นกับเบเรต์ได้ นั่นบ่งบอกเลยว่าเบเรต์เป็นคนที่ใจดีขนาดไหน
“ถึงจะเป็นเมดสาวผู้สมบูรณ์แบบเมื่อมาอยู่ต่อหน้าคุณก็พังทลายลงได้สินะคะ”
“เอ๊ะ? เมดสาวผู้สมบูรณ์แบบ?”
“ไม่รู้เหรอคะ นั่นเป็นฉายาของเชียซังน่ะค่ะ”
“เอ๊ะ!? จะ..จริงเหรอ!? เป็นฉายาที่ฟังดูสุดยอดจังเลยแหะ…”
เบเรต์มีสีหน้าประหลาดใจ ฉันพยักหน้าเพื่อเป็นการยืนยัน
“ในการสอบเธอได้เกรด A หมดทั้งข้อเขียนและปฏิบัติ ในคลาสของเมดเธอมีคะแนนรวมสูงที่สุดในโรงเรียนด้วยค่ะ”
“ส..สูงสุดในโรงเรียน..จริงเหรอ? ฉันไม่เห็นเคยรู้มาก่อนเลยเรื่องนั้น ”
“ยิ่งคนที่มีความสามารถมากเท่าไหร่ ก็ยิ่งมีแนวโน้มที่จะแสร้งทำเป็นไม่สนใจมากขึ้นเท่านั้น แต่นี่ก็แค่ความเห็นส่วนตัวนะคะ”
“ยะ..อย่างงี้นี่เอง”
(บอกตามตรง ถ้าเป็นฉันก็คงจะทำเหมือนกัน สำหรับเชียซังบางทีเธออาจจะแค่อายที่ได้รับคำชมก็ได้ ฉันก็พอเข้าใจความรู้สึกนั้นอยู่ ..เพราะฉันเองตอนถูกเขาชมเรื่องการแต่งตัวก็อายเหมือนกัน)
นี่คือข้อสรุปของลูน่าที่เธอแอบคิดอยู่เพียงลำพัง
“คือว่านะ ลูน่า”
“อะไรเหรอคะ”
“สาวใช้ที่มีความสามารถขนาดนี้มีโอกาสมากน้อยแค่ไหนเหรอ ที่จะโดนขุนนางคนอื่นเพ่งเล็งน่ะ”
“100%เลยค่ะ ถ้าอิงจากผลการเรียนปัจจุบันของเธอบางทีหลังจากเรียนจบก็คงจะได้รับจดหมายรับรองจากพระราชวังด้วยค่ะ”
“…งั้นเหรอ”
ลูน่ารู้สึกไม่ดีเท่าไหร่เมื่อเห็นเบเรต์พึมพำพลางขมวดคิ้วไปด้วย
“แค่สมมตินะคะ บางทีเธออาจจะโดนรุมแย่งตัวก็เป็นไปได้ ไม่คิดงั้นเหรอคะ”
“อะ…อะฮ่ะๆๆ อาจจะเป็นไปได้ ก็เชียอ่อนแอมากเลยนี่นะ เธอคงไม่กล้าปฏิเสธคำขอจากคนอื่นอย่างเรียบเฉยเหมือนกับลูน่าแน่ๆ อารมณ์คล้ายๆกับหมาน้อยขี้กลัวล่ะมั้ง”
“คุณกำลังพูดถึงใครอยู่งั้นเหรอคะ ฉันคิดว่าไม่มีสาวใช้คนไหนในโรงเรียนแข็งแกร่งเท่าเธอแล้วค่ะ”
“เอ๊ะ? แข็งแกร่ง?”
“เมื่อไม่กี่วันก่อนที่ฉันกำลังเดินไปหาคุณที่ห้องเรียน ฉันเห็นว่ามีผู้ชายคนนึงเข้ามาหาเธอด้วยค่ะ”
“อะ!”
ลูน่าเริ่มเล่าเหตุการณ์ในวันนั้น
“ไม่ว่าเขาจะพยายามเชิญชวนหรือหว่านล้อมแค่ไหน เธอก็ไม่แม้แต่จะเปลี่ยนสีหน้าด้วยซํ้า ฉันเดาว่าพอเธอทำแบบนั้นมันคงจะไปสะเทือนศักดิ์ศรีของเขาล่ะมั้งคะ เขาเลยพยายามเอื้อมมือไปคว้าแขนของเธอ แต่ว่า.. ‘กรุณาอย่ามาแตะตัวฉันค่ะ คิดว่าวางท่าแบบนั้นแล้วฉันจะกลัวงั้นเหรอคะ’ เธอปัดมือของเขาทิ้งและทำสีหน้าอย่างเย็นชาแล้วก็พูดแบบนั้นออกมาค่ะ ”
“เดี๋ยวนะๆ นั่นใช่เชียจริงๆงั้นเหรอ…?”
“ไม่ผิดแน่ค่ะ อีกฝ่ายนึงก็ผงะไปเลยล่ะค่ะเมื่อเธอพูดอย่างนั้น คงไม่ได้คาดหวังว่าจะได้รับการปฏิเสธด้วยท่าทีรังเกียจแบบนั้น”
แน่นอนว่าลูน่าเองก็อยู่ในโหมดเตรียมพร้อมที่จะเข้าไปช่วยเหลือทุกเมื่อหากสถานการณ์เริ่มไม่สู้ดี แต่ทว่าเรื่องราวกลับไม่เป็นอย่างที่คิด กลับเป็นอีกฝ่ายที่ถูกกดดันซะเอง
“ตะ แต่ว่า การที่เธอจะโกรธมันก็ไม่เแปลกใช่มั้ยล่ะ? เป็นใครก็ไม่รู้จักแล้วอยู่ดีๆจะมาจับมันก็น่าหงุดหงิดอยู่นะ”
“นั่นก็จริงนะคะ โดยปกติแล้วเธอจะอ่อนโยนกับคนใกล้ตัวและก็พร้อมจะแยกเขี้ยวใส่ทุกคนที่ไม่ได้มาดี เพราะงั้นฉันเลยคิดว่าเธอไม่ได้อ่อนแอขนาดนั้นหรอกนะคะ”
“พอได้ยินที่เธอเล่า เรื่องของเชียนี่ก็ดูน่ากลัวพอๆกับฉันเลยไม่ใช่เหรอเนี่ย?”
“ถ้าเป็นคนที่โดนแยกเขี้ยวใส่ก็คงจะคิดอย่างนั้นแหละค่ะ ยิ่งโดนพูดต่อหน้าด้วยยิ่งแล้วใหญ่”
“อะฮ่าๆ นั่นสินะ”
เชียที่มีใบหน้าที่อ่อนโยนและใจดี มีบุคลิกที่ดูบอบบางแต่ตอนนี้ตัวตนของเธอเริ่มจะเป็นที่หวาดกลัวของคนอื่นแล้ว เขาคิดอย่างนั้นพลางหัวเราะไปด้วย
“ดูมีความสุขจังเลยนะคะ”
“ก็ฉันไม่คิดว่าเธอจะมีมาตรการป้องกันตัวเองได้แบบนั้นนี่นา”
“ถ้าเมดส่วนตัวเกิดมีปัญหาขึ้นมา มันก็จะกระทบกับคุณด้วยนี่คะ”
“อะ เพื่อปกป้องฉันด้วย งั้นสินะ….”
“คุณเองก็อยากจะปกป้องเธอเหมือนกันไม่ใช่เหรอคะ เพราะงั้นฉันเลยคิดว่าการที่คุณได้รับการปกป้องจากเธอด้วยมันก็เป็นเรื่องที่สมควรอยู่แล้วค่ะ ”
“…ขอบคุณนะ ลูน่า”
“ไม่หรอกค่ะ”
(ตาแหลมจริงๆเลยนะคะ ทั้งเชียซัง…และก็คุณหนูเอเลน่าด้วย)
พอได้รับคำขอบคุณจากเบเรต์ก็มีหน้าของผู้หญิงสองคนผุดขึ้นมาในหัว
“งั้นก็ ทำไมไม่ไปซื้อของขวัญตอบแทนให้เชียซังสักหน่อยล่ะคะ? ฉันว่าเธอน่าจะดีใจนะคะ”
“อะ เข้าท่าดีนะ”
“…….”
(ตอบในทันทีเลยงั้นเหรอ ก็ดูสมกับเป็นคุณดีนะคะ)
รู้สึกขอบคุณจากใจจริง ถ้าไม่ได้รู้สึกแบบนั้นก็คงจะไม่สามารถตอบในทันทีแบบนี้ได้
ลูน่ายิ้มด้วยความรู้สึกขุ่นมัวในใจ
“ถ้างั้น ฉันก็ติดหนี้ลูน่าอีกครั้งแล้วสิเนี่ย?”
“ไม่หรอกค่ะ ได้ให้คำปรึกษาแบบนี้ฉันก็สนุกดีเหมือนกัน….แถมยังรู้สึกดีด้วยค่ะ”
เธอตอบเขาไปแบบนั้นพร้อมกับกุมมือของเบเรต์แน่นขึ้น
TN:กลับมาแล้วครับบ จะรีบทยอยปั่นลงให้นะครับ