เกิดใหม่เป็นขุนนางสารชั่ว แต่ดันเป็นที่หมายปองของเหล่าสตรีสูงศักดิ์ซะงั้น? - ตอนที่ 25 เดทกับลูน่า (1)
- Home
- All Mangas
- เกิดใหม่เป็นขุนนางสารชั่ว แต่ดันเป็นที่หมายปองของเหล่าสตรีสูงศักดิ์ซะงั้น?
- ตอนที่ 25 เดทกับลูน่า (1)
“ท่านเบเรต์วันนี้เรามาลองจับคู่กับชุดสูทสีกรมนี่กันเถอะค่ะ”
“มาทำผมกันด้วยเถอะค่ะ เดี๋ยวฉันช่วยเอง”
“เข้าใจมั้ยคะ กรุณาไปให้ถึงจุดนัดพบก่อนเวลา 20 นาที ด้วยนะคะ”
“ดูดีมากเลยค่ะ แล้วก็ท่านเบเรต์คะ ด้วยการแต่งตัวแบบนี้ของท่านเบเรต์แล้วบางทีของท่านลูน่าก็น่าจะเหมือนกัน ฉันคิดว่ามันจะต้องดูเด่นมากแน่นอนเลยค่ะ เพราะฉะนั้นพยายามอย่าไปที่ๆคนพลุกพล่านดีกว่านะคะ ”
ผมถูกเชียที่ทำตัวแปลกๆตั้งแต่เมื่อเช้าให้คำแนะนำอย่างเสร็จสรรพ พร้อมกับส่งตัวออกจากคฤหาสน์
และผมก็ได้มาถึงสถานที่นัดพบข้างๆหอนาฬิกาขนาดใหญ่ที่ติดกับอาคารศาลเจ้า
“….ดูเหมือนลูน่าจะยังไม่มานะ”
ที่นี่คือสถานที่นัดพบไม่ผิดแน่
ผมมองไปรอบๆ เพื่อดูให้แน่ใจว่าเธอยังมาไม่ถึงและเงยหน้าขึ้นมองหอนาฬิกา
ขณะนี้เวลา 13:10 น.
(มาถึงก่อนเวลานัด 20 นาที ตามที่วางแผนไว้)
ขณะที่ผมกำลังตรวจสอบเวลานัดและกำลังจะเดินไปนั่งม้านั่งใกล้ๆ
“ทำไมถึงเมินกันล่ะคะ เบเรต์ เซนต์ฟอร์ด ฉันก็อยู่ตรงนี้นะคะ”
“เหวอ!? ข ขอโทษ! ฉันไม่ทันเห็นน่ะ…มาถึงก่อนแล้วเหรอเนี่ย?”
“ค่ะ ฉันนั่งอยู่ที่ระเบียงด้านหลัง แต่ถ้ามองจากตรงนี้ล่ะก็ไม่เห็นแน่นอน”
ลูน่าพูดเป็นเชิงแก้ต่างให้เหตุผลงี่เง่าๆของผม แต่ว่าถึงจะรู้ว่าอยู่ที่นั่นผมก็อาจจะไม่เห็นเธออยู่ดีเพราะบรรยากาศของลูน่าต่างไปจากปกติมาก
ผมสีขาวอมฟ้าของเธอซึ่งปกติแล้วจะมัดเป็นแกละด้านข้าง แต่ตอนนี้เธอปล่อยผมยาวสลวยแทนและสวมหมวกปีกกว้างพร้อมกับชุดวันพีชสีดำใส่คู่กับเสื้อคลุมปอนโชสีเทาเหลืองโทนเข้ม
ลูน่ายังคงมีสีหน้าท่าทางและเสียงอันเรียบเฉยและดวงตาสีทองที่ดูง่วงนั่นก็ยังคงเหมือนเช่นเดิม แต่ว่าสไตล์การแต่งตัวเสริมให้ดูมีบรรยากาศน่ารักและสุภาพเรียบร้อยออกมาทำให้ดึงดูดสายตาคนรอบข้างพอสมควร
“คือว่านะ ลูน่ามาถึงนานแค่ไหนแล้วเหรอ? ฉันคิดว่าฉันก็มาก่อนเวลานัดพอสมควรแล้วนะ”
“ฉันเพิ่งมาถึงมาสักครู่นี่เองค่ะ”
“จริงเหรอ? ไม่ใช่ว่ายืมบทพูดจากนิยายรักมาหรอกใช่มั้ย?”
ผมพูดล้อเล่นไปอย่างนั้น แต่ดูเหมือนผมจะพูดถูกซะงั้น
“รู้ดีจังเลยนะคะ จริงๆแล้วฉันมาถึงเมื่อหนึ่งชั่วโมงก่อนแล้วค่ะ”
“เอ๊ะ นานขนาดนั้นเลยเหรอ!? ขอโทษจริงๆนะ ให้รอซะนานเลย”
“อย่ากังวลไปเลยค่ะ เพราะฉันไม่รู้ว่าโดยพื้นฐานแล้วควรจะมาก่อนนัดประมาณเท่าไหร่ดี งั้นไว้ครั้งหน้าฉันจะมาก่อนสัก 20 นาทีก็แล้วกันค่ะ”
“อะ อะฮ่าๆๆ…. ประโยคนั้นมันควรเป็นของฉันไม่ใช่เหรอ”
ผมคิดว่าเธอคงจะพูดจริงที่ว่าไม่เคยออกมาเที่ยวเล่นแบบนี้เลย
เริ่มรู้สึกเสียใจซะแล้วสิที่ไม่ได้เตรียมตัวหาข้อมูลมาให้ดีกว่านะ
“เอ่อ ระหว่างที่รอฉันอยู่…ไม่เป็นไรใช่ไหม?”
“ไม่เป็นไรที่ว่าคืออะไรคะ”
“ก็อย่าง ไม่โดนทักบ้างเหรอ? ก็ชุดที่เธอใส่มันดูเหมาะมากเลยน่ะสิ แล้วยังปล่อยผมแบบนั้นอีก มันดูน่ารักมากเลยล่ะนะ”
“……อะ”
ทันใดนั้น ลูน่าก็ดึงหมวกปีกกว้างของเธอมาบังหน้า
“น่าจะโดนเข้ามาทักสัก 10 คนได้เลยมั้ง?”
“….มะ ไม่ได้เยอะขนาดนั้นหรอกค่ะ มีแค่สี่คนเองค่ะ ถึงจะไม่รู้ว่าทำไมทุกคนถึงเดาะลิ้นและก็เดินจากไปเฉยๆ ไม่เข้าใจเลยจริงๆค่ะ”
“อันนี้ฉันแค่เดานะ คือไม่ใช่ว่าลูน่ายืนนิ่งไม่ตอบสนองอะไรหรอกเหรอ?”
เพราะผมรู้จักเธอถึงสามารถเดาได้ไม่ยาก
—เธอคงจะทำสีหน้าเรียบเฉยเหมือนไม่แยแส ไม่แสดงปฏิกิริยาอะไร แค่ยืนนิ่งเมินไปทั้งๆอย่างนั้น
“เป็นการตอบสนองที่ไม่เหมาะสมเหรอคะ? ชื่อก็ไม่รู้จัก หน้าก็ไม่รู้จักด้วยซํ้าเนี่ยนะคะ?”
“มันก็พูดยากนา แต่ว่าโดยปกติแล้วก็น่าจะตอบไปตามมารยาทนะ อย่างน้อยๆส่ายหน้าก็ยังดี”
“งั้นเหรอคะ ทำเรื่องไม่ดีไปซะแล้วสิ ไว้คราวหน้าจะระวังค่ะ”
“ก็นะ ถ้ามีเรื่องสำคัญจริงๆอีกฝ่ายก็คงจะบอกชื่อตัวเองก่อนล่ะนะ ไม่ต้องพยายามฝืนเปลี่ยนตัวเองก็ได้นะ ค่อยเป็นค่อยไปก็ได้ ”
“งั้นเหรอคะ”
ลูน่าเอียงหัวซ้ายทีขวาทีอย่างน่ารักทุกครั้งที่ถามผม และผมก็อธิบายให้เธอหายสงสัยในทันที
“การตอบสนองแบบนั้นของลูน่า ถ้ามองในฐานะของครอบครัวหรือว่าคนรักฉันคิดว่ามันทำให้สบายใจมากเลยล่ะนะ แบบนั้นน่ะ”
“ไม่ยอมไปตามคำเชิญชวนอย่างแน่นอน เพราะมั่นใจในเหตุผลข้อนั้นน่ะเหรอคะ?”
“อื้อ คนที่สามารถปฏิเสธคำเชิญชวนจากเพศตรงข้ามว่า NO อย่างตรงไปตรงมาแบบนั้น ฉันคิดว่ามันน่าดีใจและก็สบายใจมากเลยล่ะนะ”
“คุณก็เหมือนกันเหรอคะ”
ลูน่าถามผมด้วยความกระตือรือร้นเล็กน้อยและช้อนตาขึ้นมามองผม
“แน่นอนสิฉันเองก็ดีใจเหมือนกัน ลูน่าเองก็เหมือนกันไม่ใช่เหรอ? ถ้าหากฉันเกิดโดนเด็กผู้หญิงทักขึ้นมาระหว่างนั้น มันก็ทำให้เธอรู้สึกกังวลแล้วก็ไม่สบายใจใช่ไหมล่ะ?”
“……เป็นความรู้สึกแย่แบบแปลกๆจังเลยนะคะ อาจจริงอย่างที่คุณพูดนั่นแหละค่ะ”
“ฮะๆ ใช่มั้ยล่ะ เพราะงั้นแหละขอบคุณนะ ที่ยังอุส่าห์รอฉันทั้งๆที่มีคนมาทักขนาดนั้น”
“ไม่ใช่เรื่องที่ต้องขอบคุณหรอกค่ะ เพราะฉันสัญญาแล้วนี่คะว่าวันนี้จะใช้เวลาว่างไปกับคุณน่ะ”
“….ขอบใจนะ”
(จะว่าไงดี พอโดนลูน่าพูดต่อหน้าแบบนี้แล้วรู้สึกจั๊กจี้ยังไงก็ไม่รู้แหะ…. ปกติแล้วเธอไม่ค่อยจะพูดอะไรแบบนี้ด้วยสิ)
ผมคิดว่าคงต้องใช้เวลาอีกสักพักกว่าจะชินกับภาพลักษณ์ที่ไม่คุ้นเคยของลูน่า
“คือว่านะ ฉันสงสัยมาสักพักใหญ่ๆแล้วน่ะ ….ทำไมตอนฉันพูดอยู่เนี่ยลูน่าถึงเริ่มถอยไปเรื่อยๆตั้งแต่เมื่อกี้แล้วล่ะ?”
“…..ไม่ใช่แบบนั้นสักหน่อยนี่คะ”
–เมื่อผมถามไปแบบนั้นไหล่เธอก็สะดุ้งเล็กน้อย
“อะ หรือว่าการแต่งตัวของฉันมันดูแปลกๆงั้นเหรอ..? เลยรู้สึกอายที่จะอยู่ข้างๆ แบบนั้นรึเปล่านะ….”
“ไม่ใช่แบบนั้นหรอกค่ะ ….ค คุณเองก็ดู ทะ..เท่ดีเหมือนกันค่ะ…”
ลูน่าเริ่มดึงหมวกปีกกว้างมาบังหน้าเธออีกครั้ง
“ขอโทษที่ทำให้เข้าใจผิดนะคะ คือฉันแค่กำลังประหม่าอยู่น่ะค่ะ ที่ผ่านมาจนถึงตอนนี้เรายังไม่เคยออกมาเที่ยวด้วยกันแบบนี้เลยนี่คะ”
“อาา อย่างนี้นี่เอง”
“แล้วอีกอย่าง คือนี่เป็นครั้งแรกที่ฉันเห็นคุณในชุดลำลองแบบนี้….น่ะค่ะ”
“เอาล่ะ ไม่เป็นไรๆ เดี๋ยวความกังวลของเธอมันก็จะหายไปเร็วๆนี้ล่ะ เพราะงั้นทำใจให้สบายเข้าไว้”
“ค่ะ…ขอรบกวนด้วยนะคะ”
ลูน่าก้มหัวอย่างสุภาพและพูดต่อ
“เอ่อ…แล้วเราต้องไปทำอะไรต่อเหรอคะ?”
“ตอนนี้กำลังคิดว่าจะไปแถวๆย่านช็อปปิ้งก่อนเลยดีไหมน่ะ จะได้ไปเดินดูหลายๆด้วย คิดว่าน่าจะสนุกดีนะ ”
“เข้าใจแล้วค่ะ ถ้างั้นเราไปกันเลยมั้ยคะ”
ทันทีที่เธอพูดอย่างนั้นสิ่งที่ผมไม่คาดคิดก็เกิดขึ้น
“มือค่ะ…. เชิญเลย”
“เอ๊ะ?”
ลูน่ายื่นมืออันบอบบางและขาวเนียนไร้ที่ติมาทางผม
“พี่สาวของฉันบอกไว้ค่ะ เดี๋ยวคุณจะถูกเอาตัวไปเลยต้องจับมือกันเอาไว้ค่ะ”
“……”
(เดี๋ยวนะครับโอเน่-ซามะ? ผมว่ามันฟังดูแปลกๆอยู่นะครับ เอาเถอะว่าไงก็ว่าตามกัน)
เพราะผมเองก็ยังไม่รู้กฎเกณฑ์ของโลกใบนี้ดีเหมือนกัน ตามนํ้าไปละกัน
“ถ้างั้นฉันจะจับมือเธอแล้วนะ?”
“………ขอบคุณมากค่ะ”
—ผมถามยืนยันเธออีกครั้งเมื่อได้คำตอบผมก็ยื่นมือไปจับมืออันเนียนนุ่มของลูน่าและบีบกระชับให้แน่นเล็กน้อยเพื่อที่มือจะได้ไม่หลุดออกจากกัน
“งั้นก็ไปกันเลยมั้ย ถ้าลูน่ามีที่ๆอยากจะแวะก็บอกได้นะ”
“อะ…เอ่อคือว่า ขอโทษนะคะ อย่างที่คิดไม่ต้องจับมือกันดีกว่าค่ะ ไม่คิดเลยว่ามันจะน่าอายขนาดนี้”
“หืมม? พอลองคิดดูทำแบบนี้มันก็ปลอดภัยกว่าจริงๆนั่นแหละนะ เพราะงั้นก็ทนๆเอาหน่อยแล้วกัน”
(ถ้าเกิดเรื่องอะไรขึ้นกับลูกสาวของบารอนล่ะก็ ผมคงรับผิดชอบไม่ไหวแน่ ….แล้วเดิมทีผมก็เป็นคนชวนเธอมาอีก)
ลูน่าพูดขณะดึงหมวกมาปิดหน้าไว้ การจับมือกันแบบนั้นเริ่มทำให้ผมตระหนักได้ถึงความรับผิดชอบที่ต้องแบกรับ
นอกจากนั้น การจับมือกันแบบนี้ผมก็คิดว่าไม่เลวเท่าไหร่
“ยะ..อย่าแกล้งฉันนักเลยค่ะ….”
“อ๋าา แล้วใครกันน้าเป็นคนพูดว่า ‘ฝากให้ฉันจัดการทั้งหมด’ เพราะงั้นมันก็ช่วยไม่ได้หรอกน้า”
“…….โม่วว”
“อะฮ่าๆ”
เธอพยายามดึงมือกลับแต่ก็ต้องยอมแพ้อย่างรวดเร็วเพราะผมเริ่มกุมมือเธอให้แน่นขึ้นกว่าก่อนหน้านี้เล็กน้อย