เกิดใหม่เป็นขุนนางสารชั่ว แต่ดันเป็นที่หมายปองของเหล่าสตรีสูงศักดิ์ซะงั้น? - ตอนที่ 24 เชียกับเอเลน่าและศัตรูลูน่า (2)
- Home
- All Mangas
- เกิดใหม่เป็นขุนนางสารชั่ว แต่ดันเป็นที่หมายปองของเหล่าสตรีสูงศักดิ์ซะงั้น?
- ตอนที่ 24 เชียกับเอเลน่าและศัตรูลูน่า (2)
“ทะ ท่านลูน่าคนนั้นกำลังจะไปเดทกับท่านเบเรต์งั้นเหรอคะ!?”
เชียตกใจแบบขั้นสุด
เธอเบิกตาโพลงยืนขึ้นอย่างกระทันหัน
“ใช่แล้วล่ะ ฉันได้ยินมาเต็มสองหูเลยเธอตอบว่า ‘ตกลง’ น่ะ ฉันไม่รู้มาก่อนเลยว่าเบเรต์รู้จักกับคุณหนูลูน่าด้วย แถมยังชวนเธอไปเดทอีก”
“ท่านลูน่าเขาตอบกลับมาเป็นจดหมายเหรอคะ?”
“ฉันได้ยินมากับตัวเลยล่ะ ในห้องเรียนของพวกเรา”
“……?”
“อาร่า โทษทีนะจ๊ะ อธิบายไม่ละเอียดพอสินะคะ คือว่าคุณหนูลูน่าเขามาหาเบเรต์ถึงห้องเรียนของพวกเราเลยน่ะ”
“เอะ เออออ๊!? จริงเหรอคะ!? ”
มีข้อยกเว้นแค่เวลาเดินกลับบ้าน นอกจากนั้นไม่มีเวลาไหนเลยที่ลูน่าก้าวออกจากห้องสมุด นี่คือข้อมูลกิจวัตรประจำวันที่ลูน่าทำอยู่ทุกวัน
และเชียก็รู้ข้อมูลนั้นเช่นกัน เพราะงั้นสิ่งที่เอเลน่าบอกมันถึงทำให้เชียตกใจเป็นอย่างมาก
“ปฏิกิริยาของคนปกติมันต้องเป็นอย่างนี้สิ อย่างที่คิดทุกคนรอบตัวก็มีปฏิกิริยาแบบเชียเหมือนกัน”
“อะ..เอ่ออ คือว่า ท่านลูน่าชอบท่านเบเรต์ ระ -เหรอคะ?”
“พอฉันเห็นฉากที่อยู่ตรงหน้าฉันก็คิดแบบนั้นแหละ ถึงเบเรต์จะพูดว่า ‘บางทีลูน่าคงไม่อยากให้ฉันเสียหน้า’ แต่ว่าคุณหนูลูน่าเธอเป็นคนที่ให้ความสำคัญกับเวลาส่วนตัวของตัวเองเป็นอันดับแรกใช่ไหมล่ะ? เพราะงั้นฉันเลยสงสัยว่ามันจะเป็นอย่างที่เบเรต์พูดจริงงั้นเหรอ ”
“จนถึงตอนนี้เธอก็ปฏิเสธทุกคำเชิญจากทุกๆด้วยสินะคะ…..”
“นั่นสินะ ‘ไม่ไปค่ะ มันเสียเวลาปล่า’ ถ้าตามปกติเธอจะพูดแบบนั้นหรืออาจจะแรงกว่านั้นด้วยซํ้า”
“อือออ—…….”
หลังจากที่ทั้งสองสาวเชื่อมโยงข้อมูลที่ตนมีเข้าด้วยกัน และก็ได้พบว่ามีความเป็นไปได้สูงที่ลูน่าจะชอบเบเรต์อย่างแน่นอน
เชียเอาสองมือน้อยๆขึ้นมากุมหัวและโอดครวญ
“เด็กนิสัยดีแบบเธอก็แสดงออกว่าอิจฉาแบบนี้เป็นเหมือนกันสินะ”
“อะ! มะ ไม่ใช่แบบนั้นนะคะ!! งานของฉันคือการสนับสนุนท่านเบเรต์อย่างเต็มที่ไม่ว่าจะเรื่องไหนก็ตามและต้องไม่สร้างความเดือดร้อนให้นะคะ! ”
“สีหน้ากับเหตุผลที่เธอพูดมันไปคนละทางกันแล้วนะ เห็นทำสีหน้าซะน่ากลัวเลย”
“อะ…….”
ความหึงหวงถือเป็นพิษร้ายอย่างหนึ่งที่จะกัดกินทั้งตัวเองและผู้อื่น
เป็นสิ่งที่ไม่ควรแสดงออกมาให้เห็น เป็นสิ่งที่ควรจะซ่อนเอาไว้ในส่วนที่ลึกที่สุดในจิตใจ แต่ว่า มันคงเป็นเรื่องยากสำหรับสาวน้อยไร้เดียงสาที่อายุเพียงแค่ 16 ปี
“เชีย เรื่องนี้ฉันจะไม่บอกใครหรอก ฉันสัญญา”
“……ฉันไม่อยากให้ท่านเบเรต์เจอคนที่ชอบเลยค่ะ”
หลังจากที่เอเลน่าพูดปลอบใจเธอ เชียก็ตอบด้วยเสียงแผ่วเบาราวกับว่ามันเป็นเพียงแค่ความปราถนาเล็กๆของตัวเธอ
“……แล้วทำไมเธอถึงไม่อยากให้เบเรต์เจอคนที่ชอบเหรอ?”
“เพราะมันจะทำให้ท่านเบเรต์สนใจฉันน้อยลงค่ะ….”
“เอ๊ะ?”
‘นั่นคือเหตุผลงั้นเหรอ?’ แม้ว่ามันจะเป็นคำตอบที่ฟังดูงี่เง่าแต่เชียก็ไม่สนใจและตอบกลับเอเลน่าด้วยความรู้สึกอันแรงกล้า
“ถ้าท่านเบเรต์เกิดเจอคนที่เขารักขึ้นมา ไม่ว่าจะตอนไปโรงเรียนหรือว่าตอนกลับจากโรงเรียน ฉันก็จะไม่สามารถเดินเคียงข้างท่านเบเรต์ได้อีกแล้ว ไม่มีแม้กระทั่งเวลาที่จะได้คุยกับสบายๆในคฤหาสน์ด้วยซํ้า เรื่องแบบนั้นฉันไม่เอาด้วยหรอกค่ะ…….”
เนื่องจากนิสัยของเบเรต์เปลี่ยนจากหน้ามือเป็นหลังมือ เขาใจดีกว่าแต่ก่อนมาก
ด้วยเหตุนี้ทำให้ระยะหว่างระหว่างเธอกับเขาแคบลงและมีความสัมพันธ์ใกล้ชิดกันมากขึ้น
กล่าวได้คือ นี่คือช่วงเวลาที่เชียมีความสุขที่สุดตั้งแต่เธอทนบากบั่นทำงานหนักมานานหลายปี
เธอเพียงแค่ต้องการปกป้องพื้นที่ศักดิ์สิทธิ์ที่ตัวเองหวงแหนก็เพียงเท่านั้น
“ฟุฟุ~ เป็นเหตุผลที่น่ารักจังเลยนะ คาดไม่ถึงเลยจริงๆ”
“ถ้างั้น แล้วท่านเอเลน่ามีเหตุผลแบบไหนเหรอคะ….?”
“เอะ……”
“ท่านเอเลน่าก็บอกเหตุผลของตัวเองมาด้วยสิคะ ไม่งั้นมันก็ไม่ยุติธรรมสิ…”
“กะ…ก็ อะ เอ่อ นี่มันเป็นแค่เหตุผลชั่วคราว? มะ มันเป็นแค่เหตุผลชั่วคราวนะ… ”
‘นักเรียนทุกคนล้วนเท่าเทียมกัน’ การตอบโต้ของเชียเป็นตัวอย่างที่ดีในคำพูดนี้
เอเลน่าทำหน้าเหมือนไม่มีทางเลือกอื่นและตอบกลับเชียไป แต่ว่ายิ่งเธอพูดเสียงก็ยิ่งค่อยๆเบาลง เบาลงไปเรื่อยๆ
“ถึงจะไม่ใช่คุณหนูลูน่า…..แต่เป็นฉันแทนไม่ได้เหรอ……อะไรประมาณนั้น…”
ชั่วขณะนั้นเอเลน่าก็กวาดสายตาเลิ่กลั่กไปมา ใบหน้าของเธอกลายเป็นสีแดงสด
เป็นปฏิกิริยาธรรมชาติของสาวจำพวก ‘ซึนเดเระ’
“คือว่า ท่านเอเลน่าชอบท่านเบเรต์เหรอคะ…..?”
“ทะ ทำไมกลายเป็นแบบนั้นไปได้ล่ะ! ”
“ลางสังหรณ์ของผู้หญิงค่ะ”
“……”
ตอนนี้เชียไม่ได้เอ่ยทักเอเลน่าที่ทำหน้าเหมือนเด็กสาวที่กำลังตกอยู่ในห้วงแห่งความรักอยู่
ถ้าเบเรต์อยู่ที่นี่ก็คงจะพูดว่า ‘อาเร๊ เป็นไรอะเอเลน่า ทำไมหน้าแดงแบบนั้นล่ะ’ พูดแกล้งให้เธอโมโหแบบนั้นอีกเช่นเคย
“ตะ…แต่ฉันไม่ได้ชอบหมอนั่นจริงๆนะ พูดจริงๆนะ! ”
“จริงเหรอคะ?”
“จริงสิ”
“…….”
เชียยังคงจ้องไปที่เอเลน่าอย่างไม่วางตา
“…………….”
“ข..ขอร้องล่ะ ช่วยหยุดจ้องฉันแบบนั้นที มันน่ากลัวนะ…ฉะ ฉันก็แค่คิดว่าน่าจะไม่ได้ชอบหมอนั่นล่ะมั้ง? คิดว่านะ….”
เอเลน่าพ่ายแพ้ต่อสายตาที่เชียจ้องมองมาและหันหน้าหนีอย่างเก้ๆกังๆ
“เชียก็น่าจะรู้นี่ ด้วยฐานะของฉันตอนนี้จะโดนจับหมั้นกับใครหน้าไหนเมื่อไหร่ก็ไม่รู้ …บางทีอาจจะไปเจอกับคนที่ไม่ได้ชอบเลยด้วยซํ้า”
“การแต่งงานทางการเมืองสินะคะ”
“อื้อ ตอนนี้ยังเป็นนักเรียนอยู่เลยยังพอหาทางปฏิเสธไปได้อยู่ก็จริง แต่ถ้าหลังจากนั้นล่ะ? มันก็น่าจะดีกว่าไม่ใช่เหรอที่จะหาคนที่ชอบแล้วก็ชิงหมั้นไว้ก่อนน่ะ…? พูดแบบนี้มันก็น่าอายอยู่นะ แต่ว่าฉันเองก็อยากแต่งงานกับคนที่ฉันรักจริงๆมากกว่านะ ไม่ใช่การจับคลุมถุงชนแบบนั้น”
การแต่งงาน นั่นหมายความว่ามันคือการตกลงปลงใจที่จะใช้อีกครึ่งชีวิตที่เหลือในการอยู่ร่วมกันของคนสองคน แน่นอนว่าเป็นเรื่องปกติที่ทุกคนจะอยากใช้ครึ่งชีวิตที่เหลือนั้นกับคนที่ตนรักอย่างแท้จริง
เอเลน่ากำลังวางรากฐานอย่างช้าๆเพื่อที่จะทำลายการแต่งงานทางการเมืองที่ตัวเองไม่ชอบ
“เชีย ฉันจะบอกเธอให้เป็นกรณีพิเศษเลยนะ….ตัวเลือกอันดับหนึ่งของฉันตอนนี้…..ก็คือหมอนั่นน่ะแหละ”
“เอ๊ะ!? ”
“มะ มันก็ไม่ใช่เรื่องน่าแปลกอะไรขนาดนั้นนี่นา ถึงฉันจะเข้าใจหมอนั่นผิดมาจนถึงตอนนี้ก็เถอะ หมอนั่นอาจจะไม่ใช่ผู้ชายที่แสนดี แต่ก็เป็นคนที่รู้จักถ่อมตัว มีนํ้าใจกับทุกคนโดยที่ไม่เกี่ยงฐานะว่าจะสูงหรือตํ่ากว่า ถึงจะชอบทำเป็นเก๊กแต่ก็เป็นคนหัวดีมากๆคนนึง ฉันเองก็คิดไม่ถึงเหมือนกันว่าจะเข้ากับคนแบบหมอนั่นได้”
ขณะที่พยายามให้เหตุผลว่า ‘แค่นี้ก็เพียงพอต่อการเป็นตัวเลือกอันดับแรกแล้วใช่ไหม?’ เอเลน่าก็พยายามซ่อนความเขินอายภายใต้ใบหน้าที่บูดบึ้งนั่น
“เพราะงั้นแหละ บอกตามตรงก็คือฉันอิจฉานั่นแหละ ฉันรู้สึกขยะแขยงตัวเองจริงๆที่คิดแบบนี้ แต่ฉันก็ได้แต่หวังว่าคุณหนูลูน่าจะไม่มีตามองผู้ชายขนาดนั้นนะ ”
“ฮิฮิ ฉันดีใจนะคะที่ได้ยินท่านเอเลน่าพูดอย่างนั้น เรื่องที่ท่านเบเรต์จะไปมีคนรักอะไรนั่นฉันขอคัดค้านหัวชนฝาเลยล่ะค่ะ”
“แล้วเชียคิดว่าอีกสักกี่ปีเบเรต์ถึงจะมีคนรักได้เหรอ?”
“นั่นสินะคะ…..สักปีนึง! ไม่สิ 3 ปีดีกว่า…. อืมมม อย่างที่คิดสัก 6 ปีแล้วกันค่ะ! เอ๊…ไม่ใช่สิ เอาสัก 8 ปีก็แล้วกัน………”
“ดีล่ะ เอาเรื่องนี้ไปบอกเบเรต์ดีกว่า เพราะเหมือนว่าเธอพยายามจะกั๊กตัวเขาเอาไว้คนเดียวเลยนี่นา ”
“อะ ฉันไม่ได้ตั้งใจจะทำแบบนั้นนะคะ!! ”
หลังจากนี้อีก8ปีก็จะเป็นช่วงเวลาที่การแต่งงานทางการเมืองมีผลบังคับใช้ต่อเอเลน่าทันที
เอเลน่าที่หน้ามุ่ยเล็กน้อยและพูดกดดันเชียด้วยสายตาเฉียบคม และเชียที่โบกมือปฏิเสธอย่างสิ้นหวัง
การประชุมลับ? ของสองสาวก็ได้ดำเนินต่อไปจนกระทั่งถึงเวลาคาบเรียนต่อไป