cat2auto | นิยาย นิยายออนไลน์ นิยายวาย นิยาย PDF
  • หน้าหลัก
  • อ่านมังงะ
  • เว็บอ่านมังงะ
  • นิยายวาย [Yaoi]
  • Nekopost
  • Niceoppai
  • รออัพเดท
  • มังงะ18+
  • แทงหวย24
  • manga
Advanced
  • หน้าหลัก
  • อ่านมังงะ
  • เว็บอ่านมังงะ
  • นิยายวาย [Yaoi]
  • Nekopost
  • Niceoppai
  • รออัพเดท
  • มังงะ18+
  • แทงหวย24
  • manga
  • Romance
  • Comedy
  • Shoujo
  • Drama
  • School Life
  • Shounen
  • Action
  • MORE
    • Adult
    • Adventure
    • Anime
    • Comic
    • Cooking
    • Doujinshi
    • Ecchi
    • Fantasy
    • Gender Bender
    • Harem
    • Historical
    • Horror
    • Josei
    • Live action
    • Manga
    • Manhua
    • Manhwa
    • Martial Arts
    • Mature
    • Mecha
    • Mystery
    • One shot
    • Psychological
    • Sci-fi
    • Seinen
    • Shoujo Ai
    • Shounen Ai
    • Slice of Life
    • Smut
    • Soft Yaoi
    • Soft Yuri
    • Sports
    • Tragedy
    • Supernatural
    • Webtoon
    • Yaoi
    • Yuri
Prev
Next

อัศวินดำคุงไม่อยากเป็นเซ็นไต - ตอนที่ 89

  1. Home
  2. All Mangas
  3. อัศวินดำคุงไม่อยากเป็นเซ็นไต
  4. ตอนที่ 89
Prev
Next

 

มันก็ผ่านมานานมากแล้วตั้งแต่ที่ฉันได้รับพลังแห่งดวงดารา

 

ตอนที่ฉันกับพี่ชายซึ่งเป็นสมาชิกครอบครัวเพียงคนเดียวของฉันที่เหลืออยู่ ใช้ชีวิตอยู่ภายในดวงดาวที่กำลังจะตายโดยไม่รู้เลยว่าพวกเราทั้งสองจะอยู่ได้ไปถึงเมื่อใด พวกเราก็ได้ยินเสียงกระซิบจากห้วงอวกาศ

 

 

 

เซเลสเทีย…ซีกัล

 

ยักษาแห่งเนบิวลาที่เป็นแสงสว่างภายในความมืดมิดทั่วจักรวาล มอบพลังให้กับเรา

 

 

『พลังแห่งดวงดาราคือพลังที่เชื่อมโยงระหว่างดวงดาว』

 

 

 

『จักรวาลกำลังตกอยู่ในวิกฤต』

 

 

 

『ความอาฆาตขนาดมหึมากำลังกลืนกินจักรวาล』

 

 

『นักรบทั้ง 5 รวมถึงพวกเจ้าต้องจับมือกันเพื่อเอาชนะความชั่วร้ายและนำความสงบสุขมาสู่จักรวาลแห่งนี้』

 

 

ว่ากันตามตรงฉันไม่ได้สนใจความสงบสุขอะไรนั่นเลยสักนิด

 

อยากจะสาปแช่งดวงดาวที่บัดซบนี่ที่ทำให้ฉันกับพี่ต้องมาเจอความโหดร้าย

 

อยากจะละทิ้งวิถีชีวิตที่ดำเนินต่อไปอย่างไร้จุดหมาย รอเพียงแค่วันตาย อยากจะชมทิวทัศน์ที่แตกต่างออกไป

 

ดังนั้นฉันจึงยอมรับพลังนั้นโดยไม่ได้สนใจว่ามันคืออะไรและต้องต่อสู้กับอะไรกันแน่

 

….ทว่ากว่าฉันจะรู้ตัว ทุกอย่างมันก็สายเกินไปแล้ว

 

 

「ฮายยย เยลโล่」

 

「……เธอต้องการอะไร」

 

 

ในขณะที่ฉันกำลังนั่งอยู่คนเดียวในห้องทดลองของยานแม่ ไรเดอร์สีชมพูที่ชวนขนลุก หญิงสาวผู้นำปัญญหาทั้งหลายเข้ามาได้ปรากฏตัว

 

ร่างของเธอได้ปลดการแปลงร่างออกแล้ว ซึ่งสิ่งที่เห็นก็คือร่างของหญิงสาวชาวโลกที่ผมยาวมาถึงไหล่

 

 

 

「อย่าพูดใจไร้เยื่อใยใส่กันแบบนี้สิ รู้หรือเปล่าว่าฉันชอบเธอจริงๆ นะ? 」

 

「อยากจะอ้วก」

 

 

ฉันรู้สึกขยะแขยงฮิลด้า ก็เลยไม่จำเป็นต้องทำอะไรดีด้วย

 

เพราะยัยนี่ พิ้งค์เลยเกือบจะถูกทำลายทิ้ง

 

ไม่มีทางที่ฉันจะเชื่อใจยัยนี่ได้ โดยเฉพาะการที่ไม่รู้เลยสักนิดว่าในหัวของยัยนี่มีแผนอะไร

 

ถึงเรดกับกรีนจะมองว่ายัยนี่เป็นคนที่มีประโยชน์ในฐานะขุมพลังใหม่ แต่ว่า….

 

 

 

「เครื่องช่วยชีวิตดูเหมือนจะทำงานได้ปกติดีสิน้า? 」

 

ฮิลด้ามองเข้าไปในหลอดแก้ว

 

ภายในนั้นมีร่างของพิ้งค์กำลังหลับใหลอยู่

 

 

 

「…ไม่รู้เลยว่าเธอจะตื่นขึ้นมาตอนไหน แถมจะกลับมาเป็นปกติหรือเปล่าก็รับประกันไม่ได้…」

 

「แล้วทำไมไม่ปล่อยให้ตายๆ ไปซะล่ะ? 」

 

「……หา!」

 

「อุ้ย น่ากลั๊วน่ากลัว」

 

 

ฉันจ้องไปยังใบหน้าของอีกฝ่าย ฮิลด้าก็ยกมือขึ้นมาทำท่าเหมือนจะขอโทษแล้วก็เดินไปมาพร้อมกับรอยยิ้ม

 

「เธอมาทำอะไรกันแน่」

 

「ก็แค่มีบางอย่างอยากจะให้เธอเห็นน่ะ」

 

「……」

 

「ไม่ต้องระวังตัวขนาดนั้น ฉันแค่อยากอวดผลงานที่ทำมาให้ใครสักคนฟังน่ะ」

 

「……ผลงาน? 」

 

 

ฉันจำได้ว่าฮิลด้าของห้องทดลองส่วนตัวกับเรด เธอใช้มันทำอะไรในช่วงสั้นๆ แบบนี้กัน?

 

 

 

「โดยพื้นฐานก็เสร็จสิ้นไปแล้ว ที่เหลือก็แค่ต้องหาสถานที่ใช้…..ตั้งแต่ได้มาเป็นสมาชิกของเซไคเซ็นไต ก็ได้ห้องทดลองใหม่ที่สุดสะดวกสบายมา จึงต้องแสดงผลลัพธ์ที่เหมาะสม」

 

「เอาเป็นว่าคืออยากจะให้ฉันไปดูใช่ไหม? 」

 

「อื้อ มีอะไรมากมายอยากจะให้เธอได้เห็นน่ะ!」

 

 

….ถึงจะปฏิเสธ ยัยนี่ก็คงตามตื้ออีก

 

ฉันถอนหายใจแล้วปล่อยมือจากคอนโซลในมือก่อนจะตั้งระบบให้ทำงานแบบอัตโนมัติ

 

จากนั้นก็เดินตามฮิลด้าที่เดินนำไปด้วยความร่าเริง โดยมีพิงค์หลับไหลอยู่ข้างหลัง

 

 

 

 

「เอ้า ถึงแล้วจ้า!」

 

 

ด้วยการใช้วาร์ปที่เชื่อมต่อระหว่างยาน พวกฉันจึงมาถึงหน้าประตูห้องทดลองของฮิลด้าอย่างง่ายดาย

 

ฮิลด้าเปิดประตูและปิดมันอย่างรวดเร็วเมื่อฉันเข้าไปข้างใน แล้วสิ่งที่ปรากฏตรงหน้าของฉันก็คือ———

 

 

「นี่มัน อะไรกัน……」

 

 

———แคปซูลจำนวนมกาได้เรียงกันเป็นจำนวนมาก

 

มีคนอยู่ข้างในเหรอ? ไม่อยากจะเชื่อ นี่เธอใช้ระบบช่วยชีวิตในการ…ไม่สิ ไม่ใช่

 

 

 

 

「พวกเขาตายหมดแล้วสินะ……? 」

 

 

ใบหน้าที่ฉันเห็นภายในนั้นช่างคุ้นเคย

 

 

 

「เพราะคนพวกนี้……」

 

「ใช่แล้วลำดับที่ 30 ถึง 21 ที่พวกเธอฆ่าทิ้งไปไง」

 

「ทำไมพวกเขาถึงมาอยู่ที่นี่ได้……? 」

 

 

การสังหารลำดับที่ 30 ถึง 21 เป็นการตัดสินใจของเรดเพียงผู้เดียว

 

ส่วนสาเหตุก็เพราะเขาทนรอไม่ไหวแล้ว เลยอยากจะลัดคิว

 

 

 

「อ้อ ฉันเก็บมาน่ะ พอดีคิดว่าอาจจะเอามาใช้ประโยชน์ในภายหลังได้」

 

「ใช้ประโยชน์……? 」

 

 

ยัยนี่พูดบ้าอะไรกัน

 

เก็บศพพวกนี้มาเพราะคิดจะหาทางใช้งานเนี่ยนะ?

 

 

 

「อันที่จริงยังเหลือของในสต็อกอีกนะ…..จะบอกว่านี่แค่น้ำจิ้มก็ได้」

 

「เธอคิดจะทำอะไรของเธอกันแน่……? 」

 

ไม่มีทางที่การรวบรวมเอาศพของลำดับดวงดาราจะเป็นความคิดที่ดีแน่นอน

 

ทว่าฮิลด้าก็ยิ้มออกมาอย่างไร้เดียงสา ก่อนจะหยิบเอาเซไคเชนเจอร์ซึ่งเป็นอุปกรณ์แปลงร่างของมอทัลพิ้งค์ออกมาจากกระเป๋า

 

 

 

「เธอคงรู้อยู่แล้วว่าอุปกรณ์แปลงร่างนี้ไม่ใช่แค่สิ่งที่มีไว้ดึงพลังแห่งดวงดาราออกมาใช้ได้ แต่มันยังเป็นอุปกรณ์ในการกรองพลังนั้นด้วย」

 

「เรื่องนั้นฉันรู้อยู่แล้ว……อย่าบอกนะว่า!」

 

「จ้า ตามนั้นเลย!」

 

 

 

『FEAR STEAM GUN』

 

 

ฮิลด้านำปืนขึ้นมาไว้ในมือของเธอ ก่อนจะเล็งไปยังแคปซูลที่ใกล้ที่สุดแล้วเหนี่ยวไก

 

 

「แล้วก็นะๆ! พอเอางานวิจัยของเกาส์ที่ทำกับสัตว์ประหลาดบนโลกมาผสมด้วยแล้วกันก็จะได้แบบนี้!!」

 

 

ศพที่อยู่ภายในแคปซูลถูกควันสีม่วงปกคลุมเอาไว้ จนฉันไม่สามารถมองเห็นสิ่งใดได้เลย ไม่นานนักเสียงที่ชวนขนลุกก็ดังขึ้นมาจากภายในแคปซูล

 

 

 

「ฉันจะให้เธอได้เห็นของดี」

 

 

ฮิลด้าควบคุมเทอร์มินัลในมือแล้วเปิดแคปซูลออก

 

จากนั้นสัตว์ประหลาดตัวใหญ่ก็ค่อยๆ โผล่ออกมาจากศพในแคปซูล

 

 

สัตว์ประหลาดที่รูปร่างคล้ายมนุษย์ ตรงแขนมีใบดาบที่แหลมคมพร้อมกับกรงเล็บที่ยืดยาว

 

ไม่มีอารมณ์ใดๆ สะท้อนออกมาจากดวงตาที่เหลืองของมัน ชวนให้รู้สึกขนลุกกว่าเดิม

 

 

「……อึก」

 

 

ฉันพูดอะไรไม่ออกกับสิ่งที่แปรเปลี่ยนไปจากเดิมจนไม่เห็นร่องรอย

 

 

「ถ้าจะตั้งชื่อ ก็เอาเป็นสัตว์ประหลาดดวงดาราเป็นยังไง น่าจะเหมาะเนอะ? 」

 

「อะ……อุ……」

 

「แหม่ๆ งั้นก็มาดูหน่อยซิ เจ้านายของแกคือใครเอ่ย? 」

 

 

สิ่งที่ถูกเรียกว่าสัตว์ประหลาดดวงดาราค่อยๆ ยกมือที่เหมือนอาวุธร้ายขึ้นแล้วชี้นิ้วไปทางฮิลด้าและฉันที่อยู่ข้างหลังเธอ

 

 

 

「เจ้า นาย……」

 

「โย้ช! เด็กดีๆ การทดลองประสบความสำเร็จจ้า! ดีใจจริงๆ ที่ผลลัพธ์มันออกมาดี」

 

 

 

ฮิลด้ายิ้มออกมาอย่างไร้เดียงสาก่อนจะลูบหัวสีดำของสัตว์ประหลาดดวงดารา

 

ยัยนี่ทำให้สิ่งนี้เชื่อฟังได้เหรอ?

 

เพราะพลังของมันที่ฉันสัมผัสได้นั้นแกร่งสุดๆ จนไม่น่าเชื่อว่าเธอจะคุมไหว….

 

 

 

「เป็นไงล่ะ น่าทึ่งสุดๆ เลยล่ะสิ? 」

 

「เธอจะทำอะไรกับมันกัน? 」

 

「สัตว์ประหลาดดวงดารา…ที่เป็นข้ารับใช้ของเราเซไคเซ็นไต เรียกง่ายๆ ก็คือพวกลูกน้องไง」

 

 

การจะหาลูกน้องมันต้องทำขนาดนี้เลยเหรอ?

 

「แล้วเธอคิดจะใช้พวกมันทำอะไรกัน……!!」

 

「แน่นอนสิว่าต้องเอาไปสู้!」

 

 

ฮิลด้ายิ้มอย่างมีความสุข

 

ในขณะที่ฉันรู้สึกขนลุกสุดๆ กับใบหน้าของเธอ มันเป็นสิ่งที่ชั่วร้ายมากเสียจนไม่คิดว่าจะออกมาจากใบหน้าของมนุษย์โลก จากนั้นเธอก็พูดต่อ

 

 

「ในที่สุด เรื่องปัญญาอ่อนอย่างการให้เขาเติบโตด้วยปลาตัวเล็กๆ ก็จบลงแล้วนี่นา ดังนั้นก็ไม่จำเป็นต้องยั้งมืออีก!」

 

 

ฮิลด้าพูดจบก็หันไปหาสัตว์ประหลาดดวงดารา

 

 

 

「ก่อนอื่นก็ต้องมาดูกันสักหน่อยว่าเด็กคนนี้มีความสามารถมากแค่ไหน คงต้องดูด้วยว่าพลังที่จะดึงออกมาใช้ได้เท่าไหร่ การทดลองขั้นถัดไปเริ่มแล้วจ้า!」

 

 

 

……。

 

ฉันทำอะไรไม่ได้เลย

 

การกระทำของฮิลด้าก็ไม่ต่างอะไรกับเรดที่สนใจแต่เรื่องของตัวเองโดยไม่มองคนรอบข้าง

 

จะเกิดอะไรขึ้นกับพวกเราต่อไปกันนะ

 

แต่สิ่งหนึ่งที่ฉันมั่นใจเลยก็คืออนาคตข้างหน้ามันไม่ได้สวยหรูแน่นอน

***

ดูเหมือนฉันจะได้รับอนุญาตให้เข้าไปในสำนักงานใหญ่ที่โดนโจมตีง่ายกว่าที่คิด

 

แม้ว่าจะต้องผ่านขั้นตอนอะไรนิดหน่อยแต่ก็โล่งใจที่สามารถไปยังห้องขังได้

 

ไม่ใช่ว่าว่างถึงขนาดหาอะไรทำหรอก

 

แต่มันเป็นสถานที่ที่ความทรงจำหลายๆ อย่างวนเวียนอยู่ก็เลยอยากจะมาเห็นก่อนไม่มีโอกาส

 

 

 

「……」

 

「……」

 

「……」

 

「……」

 

 

เมื่อพวกเราทั้งหมดมาเจอกัน ก็ตัดสินใจตรงไปยังสำนักงานใหญ่…แถมลักษณะการเดินก็เหมือนกับทุกครั้ง อากาเนะ อาโออิ คิราระ เดินล้อมฉันเอาไว้

 

 

 

「รอเดี๋ยวนะ……!」

 

 

ฉันที่เดินอยู่ตรงกลางของเหล่าสาวๆ ที่สวมชุดปลอมตัวแบบแปลกๆ กันออกมาจนทำให้สายตาของคนรอบๆ สนใจหนักกว่าเดิม

 

 

 

 

「ไอ้แบบนี้มันจะดีเหรอฟะ!? 」

 

「อย่าพูดสิคัตสึมิคุง พวกฉันต้องระวังไม่ให้คนอื่นรู้ตัวนะ」

 

「นายบ่มีทางฮู้หรอกว่าจะเกิดอะไรขึ้นบ้าง」

 

「เดินตามมาแบบปกติ」

 

 

ปลอมตัวแบบไหนกันฟ ไอ้แบบนี้มันยิ่งเด่นกว่าเดิมเสียจนมองจากดาวอังคารยังรู้เลยมั้ง!

 

 

「ฉันก็ปลอมตัวแล้วนี่ไง!」

 

「ไม่ได้หรอก เพราะโอกาสที่ใครบางคนจะรู้ถึงตัวตนของนายผ่านเสียงกับท่าทางไม่ใช่ศูนย์เสียหน่อย」

 

「เอาจริงดิ…ว่าแต่ทำไมพวกหล่อนถึงไม่เนียนเดินตามแทนฟะแบบนั้น」

 

 

มันมีด้วยเหรอไอ้พวกโรคจิตที่รู้ได้ด้วยเสียงกับท่าทาง?

 

น่ากลัวชิบ

 

 

 

「เอาเป็นว่าที่พวกเธอทำมันผิดปกติเกินไป ช่วยเดินกันแบบที่คนเค้าทำเถอะ」

 

 

ฉันถอนหายใจแล้วเดินต่อ

 

พวกเรานั่งรถไฟจากบ้านของอากาเนะตรงไปยังสำนักงานใหญ่จัสติสครูเซเดอร์

 

ปัจจุบันพื้นที่รอบๆ ถูกปิดเอาไว้โดยอนุญาตให้เฉพาะผู้เกี่ยวข้องเข้าไปได้

 

 

 

「จากนี้คงต้องเข้าไปทางลับแทนสินะ? 」

 

「อื้อ อันที่จริงก็เคยใช้อยู่สองสามครั้ง ไม่มีปัญหา」

 

 

ฉันเข้าไปที่ซอยร้างใกล้ๆ กับสำนักงานใหญ่

 

มันเป็นซอยมืดเพราะแสงอาทิตย์ส่องมาไม่ถึง

 

 

 

「นี่มัน」

 

 

ทางตันที่ไม่น่าจะมีอะไรอยู่

 

จากนั้นอาโออิก็ยกอุปกรณ์แปลงร่างในมือขึ้นมากดอะไรบางอย่าง จากนั้นกำแพงก็ส่องแสงสีแดงออกมาเหมือนสแกนอะไรสักอย่างก่อนจะเปิดเป็นทางเดินทอดยาวลงไปข้างล่าง

 

 

「โห……」

 

「ดูเหมือนประธานจะยังเปิดใช้เครื่องสำรองพลังงานสินะ」

 

「เอาล่ะ ไปกันเถอะ」

 

 

พอได้เห็นทางที่เหมือนประตูลับแล้วมันก็ชวนให้ใจเต้นแปลกๆ

 

แม้สำนักงานใหญ่จะโดนโจมตีไปอย่างหนัก แต่เหมือนใต้ดินจะไม่ได้รับผลกระทบอะไรเลยสักนิด แกร่งชะมัด

 

พอลงบันไดไปได้สักพัก ภาพที่แสนคุ้นเคยก็ปรากฏตรงหน้า

 

 

「เข้ามาถึงนี่เลยสินะ……」

 

「ใช้ได้แค่กรณีฉุกเฉิน」

 

 

เนื่องจากสำนักงานใหญ่ของจริงอยู่ใต้ดินก็เลยไม่ได้รับผลกระทบอะไรนัก

 

ทว่าอุปกรณ์สำคัญหลายๆ อย่างเหมือนจะโดนยนย้ายออกไปแล้ว

 

ฉันไม่สนใจและมุ่งตรงไปยังห้องขังทันที

 

 

「……เห้อ รู้สึกเหมือนผ่านมานาแล้วจริงๆ วุ้ย」

 

 

ภายในห้องยังคงเต็มไปด้วยสิ่งต่างๆ ที่ดูไม่เหมือนห้องขังเลยสักนิด

 

ไม่ว่าจะของขวัญจากพวกเรมะ ของที่อากาเนะกับคนอื่นๆ เอามาตั้งไว้

 

อันที่จริงฉันก็เคยมาตอนเสียความทรงจำไปอยู่หรอก แต่ความรู้สึกตอนนั้นกับตอนนี้มันไม่เหมือนกัน

 

 

 

 

「……ปกติพวกเราก็มากันที่นี่แหละ」

 

「หือ? 」

 

 

ฉันหันไปหาอากาเนะที่ชี้นิ้วไปยังโต๊ะตรงกลางห้อง

 

 

「หมายถึงพวกเธอมานั่งคุยกันตรงโต๊ะนี้เหรอ แถมยังมี 5 ตัวอีก」

 

「อื้อ ก็มีอัลฟ่าจังอยู่ด้วยนี่นะ เธอชอบมาวนเวียนอยู่ในห้องนี้บ่อยๆ น่ะ」

 

 

ถ้าเป็นยัยนั่นที่ไปไหนมาไหนได้อย่างอิสระก็คงมีบางครั้งที่มาแหละมั้ง

 

อาจจะเป็นเพราะฉันความจำเสื่อมด้วยเลยเกิดเหงาหรือเปล่าหว่า

 

ฉันนั่งลงบนเก้าอี้ที่นั่งเป็นประจำ จากนั้นพวกอากาเนะก็นั่งลงตามราวกับรู้ที่ของตัวเอง

 

 

 

「ว่าแต่โซระเป็นยังไงบ้างคิราระ? 」

 

「โซระ? อ้อคอสโม่จังนะเหรอ? 」

 

 

….อ้อ จะว่าไปชื่อจริงยัยนั่นคือคอสโม่นี่หว่า

 

ฉันคงต้องตั้งสติใหม่เสียหน่อยว่าโซระเป็นชื่อปลอม

 

 

 

「เด็กคนนั้นก็เข้ากับครอบครัวของพวกเราได้ในทันทีเลย….มั้ง」

 

「อ้า……ก็งั้นแหละมั้ง」

 

 

ครอบครัวของเธอก็เป็นครอบครัวที่ดี

 

ถึงฉันจะไม่รู้ว่าสิ่งที่ครอบครัวปกติจริงๆ ควรเป็นเช่นไรก็เถอะ แต่อย่างน้อยนั่นก็คือสิ่งที่ฉันคิด

 

 

「นานากะกับโคตะเหมือนจะบ่ชอบเท่าไหร่ที่คัตสึมิคุงหายไปตอนแรก แต่หลังจากพวกเขาเล่นกับคอสโม่จัง ก็เรียกว่าได้สานสัมพันธ์กันได้ดีจนเป็นเพื่อนเล่นเกมที่ดี」

 

***

 

「ฮ่าๆ! ฉันขึ้นน้ำแล้ว เจ้าพวกเด็กเวร!! ฉันจะทำให้พวกนายเสียใจที่มาดูถูก—โอ้ย กระดองงงงงงง?!」

 

「โดนเข้าเต็มๆ! ทีนี้ก็นำแล้ว!」

 

「โย้ช」

 

「โฮก」

 

「เดี๋ยวก่อนสิ ไม่ยุติธรรมเลย เลโอ! ทำไมถึงได้เก่งขนาดนี้เนี้ย…ไม่สิ ก่อนหน้านั้น แกเป็นคนยิงใส่ฉันสินะ!? 」

 

***

「อ้า……พวกนั้นสนุกกันน่าดู……」

 

「นะ นั่นสินะ ต้องสนุกมากแน่ๆ 」

 

 

แม้ว่าจะเคยเจอกับอะไรพวกนี้

 

แต่ฉันก็ดีใจที่ยัยนั่นปรับตัวได้

 

 

 

「แล้วบ้านของอากาเนะล่ะ? 」

 

「เป็นบ้านที่ดีนะ พี่สาวสองคนของเธอก็เป็นคนดี」

 

「คัตสึมิคุง ยัยพวกนั้นไม่ใช่คนดีหรอก ยัยพวกนั้นก็แค่พวกของขาดที่ทำอะไรตามใจชอบต่างหาก」

 

「นั่นพี่สาวหล่อนนะเห้ย!? 」

 

 

ทำไมถึงพูดเย้ยพี่สาวตัวเองด้วยรอยยิ้มขนาดนั้นได้ฟะ?!

 

ว่าแต่บรรยากาศแปลกๆ นี่มันอะไรกัน?

 

หรือฉันไม่ควรจะพูดเรื่องครอบครัวของคนอื่นดีกว่า

 

เปลี่ยนเรื่องดีกว่ามั้ง

 

 

 

 

「ฉันมีน้องสาว」

 

「หือ ก็แปลว่าพวกเธอทุกคนมีพี่น้องหมดเลยสินะเนี่ย」

 

「หมายความว่าฉันเองก็มีคุณสมบัติของพี่่สาวอยู่ในตัวด้วย!!」

 

「……? ว่าแต่เธออายุน้อยกว่าฉันจริงเหรอเนี่ย? 」

 

「คิ้ววว」

 

 

จะทำเสียงแปลกๆ เพื่ออะไรกันฟะ?

 

หันถึงกับรู้สึกคันยิบๆ เมื่ออาโออิทำตัวแปลกๆ

 

 

「จะ จะโดนปฏิบัติราวกับเป็นน้องสาวแล้ว….」

 

「ช่วยอย่าทำตัวแปลกๆ ได้บ่? 」

 

「น่ารำคาญจริงๆ หรือจะจัดการกับยัยนี่เลยดีนะ? 」

 

 

คิราระกับอาโออิได้มาสะกิดขอความเห็นฉันด้วยซะงั้น

 

การพูดคุยที่ไร้สาระนี้ช่างชวนให้นึกถึงวันเก่าๆ

 

 

 

 

「……ที่นี่เกิดอะไรขึ้นเยอะจริงๆ 」

 

 

ฉันพ่ายแพ้ให้กับพวกเธอและถูกจับมาขังเดี่ยวในห้องนี้

 

ตอนแรกก็ไม่ได้คาดหวังอะไร แต่มันกลับสนุกกว่าที่ฉันคิดเอาไว้

 

แม้จะต้องยอมรับความจริงที่ว่ายัยพวกนี้มันเพี้ยนกันทุกคนก็เถอะ

 

 

 

「คัตสึมิคุง ว่าแต่ทำไมถึงอยากมีที่นี่เหรอ? 」

 

「หือ? ก็ไม่ใช่เหตุผลพิเศษอะไรหรอก จะว่ายังไงดีล่ะ มันเป็นเรื่องที่ยากจะพูดออกมาได้ในสถานที่ปกตินะ…ฉันก็เลยอยากจะมาที่นี่เพื่อพูดอะไรบางอย่างให้มันชัดเจน」

 

 

ฉันได้ตอบคำถามที่อากาเนะเคยถามอีกครั้งให้ชัดเจนขึ้น

 

ถึงจะไม่ใช่เหตุผลพิเศษอะไรนัก แต่บางอย่างบอกกับฉันว่าฉันควรพูดมันตอนนี้ ณ ที่แห่งนี้

 

 

 

「อุ ขอแต่งงาน? 」

 

「จะบ้าเรอะ? 」

 

「……」

 

 

พอฉันตอบกลับแบบนั้นอาโออิก็หมดสภาพล้มตัวลงบนโต๊ะ

 

อะไรของยัยนี่ฟะ

 

ทางอากาเนะกับคิราระเองก็เหมือนจะทำท่าผิดหวังแปลกๆ

 

 

 

「….ตั้งแต่ความทรงจำกลับมา ฉันก็ไม่มีโอกาสได้คุยกับพวกเธอจริงๆ จังๆ เสียที」

 

「ก็มีเรื่องวุ่นๆ เยอะเลยนี่เนอะ」

 

 

ทั้งที่ตั้งของสำนักงานใหญ่ถูกเปิดเผย จนต้องย้ายของหนี

 

ฉันที่ไม่มีที่ไปเลยต้องไปหาจุดซุกหัวนอนใหม่

 

กว่าจะหาโอกาสคุยกับพวกเธอพร้อมกันทั้ง 3 คนได้ก็ผ่านมาพักใหญ่ๆ

 

「พวกเธอจำวันที่ฉันเสียความทรงจำไปได้ไหม? 」

 

 

ทั้งสามพยักหน้าให้กับฉัน

 

ในระหว่างที่ฉันกำลังคุยกับพวกเธอ ในวันนั้นพวกผู้กอบกู้ก็เข้ามาโจมตีเสียก่อน

 

สุดท้ายฉันก็เสียความทรงจำแล้วสร้างปัญหาให้กับพวกเธอ

 

แต่ว่ายังไงคำพูดในวันนั้นก็เป็นสิ่งที่ฉันควรจะพูดให้มันชัดเจน

 

แม้จะทำให้ฉันต้องมาบิดตัวอายเอาทีหลังก็เถอะ

 

 

「ในตอนนั้นที่ฉันบอกว่าฉันสามารถรวมทีมกับพวกเธอได้แล้วนั่นฉันพูดจริงนะ….ถึงจะเคยต่อสู้ด้วยกันมาหลายครั้งแล้วก็เถอะ มาพูดเอาป่านนี้อาจะสายเกินไป แต่ความตั้งใจของฉันไม่เคยเปลี่ยน」

 

「คัตสึมิคุง……」

 

「เฮ้อ พูดไปจนได้สินะ….ให้ตายสิ เขินชะมัด」

 

ฉันก็รู้ตัวหรอกว่ากำลังพูดในสิ่งที่ไม่เหมาะกับตัวฉันเลยสักนิด

 

แต่ถึงจะน่าอายขนาดไหนก็ไม่มีทางเลือกนอกจากต้องพูดต่อ

 

 

 

「จากนี้ก็หวังว่าอะไรๆ มันจะดีกว่าเดิม ดังนั้นได้โปรดเป็นพวกกับฉันด้วยเถอะ」

 

 

ฉันพูดคำเหล่านี้ออกมาด้วยความเขินอายพร้อมกับจ้องมองไปยังอากาเนะและคนอื่นๆ

 

จากนั้นพวกเธอก็แสดงอาการตกใจออกมา

 

 

「ไม่จริง……」

 

「คัตสึมิคุง…」

 

「เดเระแตก……? 」

 

「อ่านบรรกาศหน่อยสิฟะ!? 」

 

 

ไม่รู้เลยหรือไงกว่าฉันจะพูดออกมาได้ไม่ใช่เรื่องง่าย?!

 

 

「มันก็ประมาณนี้แหละ!!」

 

「อ่ะ อื้อ แน่นอนสิ จากนี้ไปพวกเราเป็นเพื่อนกันจริงๆ แล้ว!」

 

「งะ งั้นพวกเราก็ออกไปฉลองกันดีบ่? 」

 

「รูทยังไม่ถูกปิดโดยสมบูรณ์สินะ? 」

 

「ทำไมฉันรู้สึกแปลกๆ ซะเองฟะ!!」

 

 

 

แต่แบบนี้ก็พูดได้แล้วหรือเปล่านะว่าพวกเราเป็นเพื่อนกันแล้วจริงๆ!?

 

 

 

「ถ้างั้นก็หมายความว่าพวกเราเป็นเพื่อนกลุ่มแรกของนายสินะ? 」

 

「ไม่หรอก พวกเธอไม่ใช่เพื่อนกลุ่มแรกของฉัน」

 

「เอ๋!? แล้วใครกันเป็นคนแรกของนาย!? 」

 

「ผู้หญิงที่นั่งข้างฉันตอนเรียนอยู่น่ะ」

 

「!!? 」

 

 

ทำไมถึงทำหน้าตกใจเหมือนคนอย่างฉันมันจะไม่มีใครคบกันฟะ!!

 

ฉันมีเพื่อนกับเขาเหมือนกันนะเฟ้ย น่าจะหนึ่งหรือสองคนนี่แหละหากให้นับ

 

ในขณะที่บรรยากาศกำลังดำเนินไปในทิศทางแปลกๆ เครื่องแปลงร่างในมือของพวกเราก็ส่งเสียงขึ้น

 

นี่มัน…..

 

 

『แจ้งเตือน! เอเลี่ยนบุก! เอเลี่ยนไม่ทราบชื่อปรากฏขึ้นตามสถานที่ต่างๆ แล้วออกอาละวาดแล้ว!!』

 

「ว่าไงนะ!」

 

『พวกมันมีด้วยกัน 5 ตัว! ฉันจะส่งพิกัดไปให้พวกเธอเอง รีบมุ่งหน้าไปเดี๋ยวนี้เลย!!』

 

 

พวกเอเลี่ยนมันบุกไม่สนวันหยุดจริงๆ

 

ไม่ต่างอะไรกับสัตว์ประหลาดบนโลกเลย

 

ถึงจะเป็นแบบนั้นก็อดรำคาญใจไม่ได้จริงๆ

 

 

「พวกเราไปกันเถอะ」

 

「อื้อ!」

 

「จัดมาเด้」

 

「โกโก」

 

 

ฉันลุกจากเก้าอี้แล้ววิ่งออกห้องขังไป

 

ในจังหวะสุดท้ายที่วิ่งออกไปฉันได้หันหลังกลับไปมองมันอีกครั้ง

 

 

「……ในที่สุดฉันก็สามารถก้าวออกมาได้แล้วจริงๆ สินะ」

 

 

ในอดีตที่ต้องค่อยต่อสู้กับพวกสัตว์ประหลาดเพียงลำพัง

 

ทั้งที่เคยคิดว่าแบบนี้ก็ดีอยู่แล้วแท้ๆ แต่การได้รวมพลังกับคนอื่นนี่มันก็ไม่เลวแฮะ

 

ในเมื่อโลกยังตกอยู่ในอันตรายการต่อสู้ของฉันก็ยังไม่จบ

 

 

———ทั้งหมดก็เพื่อปกป้องโลกใบนี้ไว้

 

–จบ—

เนื้อเรื่องของฮารุจะอยู่ในภาคแยกนะครับ รอจบบทนี้ก่อนละกันค่อยลง

 

มาเม้ามอยหลังอ่านกันได้ที่เพจนะครับ แล้วก็ขอบคุณสำหรับทุกท่านที่ช่วยหารค่าไฟ  และสามารถช่วยค่าไฟคนแปลได้ที่ กสิกร 2092612913 หรือ QR Code

 

 

 

Prev
Next
MY READING HISTORY
You don't have anything in histories
POPULAR MANGA
กระบี่จงมา
กระบี่จงมา
บทที่ 992.2 ดอกไม้แดงบนภูเขาเขียวดุจเพลิงลุกไหม้ 27 พฤศจิกายน 2024
บทที่ 992.1 ดอกไม้แดงบนภูเขาเขียวดุจเพลิงลุกไหม้ 27 พฤศจิกายน 2024
323r
ท่านอ๋องผู้โหดร้ายกับหมอปีศาจ
ตอนที่ 2138 จะทำลายพวกเจ้า 27 พฤศจิกายน 2024
ตอนที่ 2137 เทือกเขาแห่งความตาย 27 พฤศจิกายน 2024
เทพกระบี่มรณะ (chaotic sword god)
เทพกระบี่มรณะ (chaotic sword god)
ตอนที่ 2528 - การตัดแขน 27 พฤศจิกายน 2024
ตอนที่ 2527 - ชำระหนี้แค้น 27 พฤศจิกายน 2024
61d44445LSpjhqcZ
เปิดระบบสุดโกงอัปสกิลหมอ
บทที่ 869 ที่หลบภัย 27 พฤศจิกายน 2024
บทที่ 868 ผมซับเหงื่อให้ครับ 27 พฤศจิกายน 2024
Full-time-Artist-ใครว่าผมไม่เหมาะเป็นศิลปิ
Full-time Artist ใครว่าผมไม่เหมาะเป็นศิลปิน
ตอนที่ 775 อาภรณ์หลวมโพรกมิเสียดาย เพื่อเจ้าข้าผ่ายผอมยอมอิดโรย 27 พฤศจิกายน 2024
ตอนที่ 774 ผีเสื้อรักบุปผา 27 พฤศจิกายน 2024
นิยายแปล-~จ้าวนักสู้เกิดใหม่ทั้งทีดันเป็นนางร้าย-~-ลูน่าอยากรีไทร์แล้ว
[นิยายแปล] ~จ้าวนักสู้เกิดใหม่ทั้งทีดันเป็นนางร้าย ~ ลูน่าอยากรีไทร์แล้ว
ตอนที่ 53 - 030:แผนการฝึกนักบุญ⑦ ค้นหาศัตรู 27 พฤศจิกายน 2024
ตอนที่ 52 - 029:แผนการฝึกนักบุญ⑥ ก่อนการต่อสู้ 27 พฤศจิกายน 2024
Here for more Popular Manga

Comments for chapter "ตอนที่ 89"

MANGA DISCUSSION

ใส่ความเห็น ยกเลิกการตอบ

You must Register or Login to post a comment.

  • HOME
  • COOKIE POLICY

© 2026 Madara Inc. All rights reserved