cat2auto | นิยาย นิยายออนไลน์ นิยายวาย นิยาย PDF
  • หน้าหลัก
  • อ่านมังงะ
  • เว็บอ่านมังงะ
  • นิยายวาย [Yaoi]
  • Nekopost
  • Niceoppai
  • รออัพเดท
  • มังงะ18+
  • แทงหวย24
  • manga
Advanced
  • หน้าหลัก
  • อ่านมังงะ
  • เว็บอ่านมังงะ
  • นิยายวาย [Yaoi]
  • Nekopost
  • Niceoppai
  • รออัพเดท
  • มังงะ18+
  • แทงหวย24
  • manga
  • Romance
  • Comedy
  • Shoujo
  • Drama
  • School Life
  • Shounen
  • Action
  • MORE
    • Adult
    • Adventure
    • Anime
    • Comic
    • Cooking
    • Doujinshi
    • Ecchi
    • Fantasy
    • Gender Bender
    • Harem
    • Historical
    • Horror
    • Josei
    • Live action
    • Manga
    • Manhua
    • Manhwa
    • Martial Arts
    • Mature
    • Mecha
    • Mystery
    • One shot
    • Psychological
    • Sci-fi
    • Seinen
    • Shoujo Ai
    • Shounen Ai
    • Slice of Life
    • Smut
    • Soft Yaoi
    • Soft Yuri
    • Sports
    • Tragedy
    • Supernatural
    • Webtoon
    • Yaoi
    • Yuri
Prev
Next

อัศวินดำคุงไม่อยากเป็นเซ็นไต - ตอนที่ 137 โลกคู่ขนาน 14

  1. Home
  2. All Mangas
  3. อัศวินดำคุงไม่อยากเป็นเซ็นไต
  4. ตอนที่ 137 โลกคู่ขนาน 14
Prev
Next

 

สามวันแล้วตั้งแต่ฉันมาเข้าร่วมกับกองกำลังนี้

 

ตอนนี้ทุกคนในฐานได้รับรู้ถึงตัวตนของฉันหมดแล้ว แต่ก็ไม่ได้เกิดความวุ่นวายอะไรเหมือนที่ฉันคิดไว้นัก จากที่อากาเนะบอกเหมือนพวกเขาจะขอบคุณฉันด้วยซ้ำที่ทำให้สถานที่แห่งนี้สะดวกสบายสุดๆ

 

 

「……เห้อ」

 

 

ตอนนี้ฉันอยู่บนดาดฟ้าของฐาน

 

รูโหว่ที่ฉันเคยระเบิดจนเป็นรูได้รับการซ่อมแซม ตอนนี้ผู้คนสามารถใช้ชีวิตกันได้อย่างปกติ ฉันนั่งพิงราวกั้นก่อนจะจ้องมองไปยังภาพเบื้องล่าง

 

 

 

「เละสุดๆ」

 

 

ทิวทัศน์ของเมืองเปลี่ยนไปจนฉันไม่คุ้นตา

 

อาคารและตึกที่พังทลาย ถนนที่เละจนไม่สามารถเรียกว่าถนนได้อีกต่อไป

 

ฉันไม่เคยจินตนาการมาก่อนเลยว่าโลกที่เต็มไปด้วยสัตว์ประหลาดจะออกมาแบบไหน

 

พอได้มาเห็นด้วยตาของตัวเองจริงๆ ….มันอาจจะเป็นโลกที่หากตัวฉันพ่ายแพ้ให้กับพวกเอเลี่ยนก็ได้

 

 

 

「คัตสึมิคุง รู้ไหมว่า 30% ของเศษซากพวกนี้มันฝีมือนายน่ะ」

 

「……อึก」

 

「ระหว่างที่ต่อสู้กับโลกา นายก็จัดหนักจัดเต็มจนอาคารบ้านเรือนเละไม่เป็นท่าเลยน้า」

 

「หนวกหูน่า……」

 

 

ฉันถอนหายใจให้กับฮิลด้าที่โผล่มาหาฉันซึ่งกำลังนั่งดื่มด่ำกับบรรยากาศยามค่ำคืน

 

ชอบมาเกาะติดไม่เลิกจริงๆ

 

 

「นี่เธอน่ะ」

 

「อะไรเหรอ?」

 

「พอกลับไปโลกเดิมแล้วเราต้องเป็นศัตรูกันจริงเหรอ」

 

「แน่นอนสิ เพราะนั่นคือความตั้งใจจริงของฉัน」

 

เอาจริงเหรอยัยนี่

 

เพราะฉันตอนนี้ฉันสัมผัสถึงความเกลียดชังแบบเดิมจากเธอไม่ได้อีกแล้ว

 

 

 

「ถึงแม้ตอนนี้เหมือนตัวฉันจะถูกนายครอบงำไม่ให้อยากจะต่อต้านนายก็เถอะ แต่นั่นก็ไม่สำคัญเลยเพราะฉันจะไม่ยอมให้ตัวเองไหลไปตามกระแสแน่นอน」

 

「……」

 

「เชื่อฉันเถอะน่า ฉันเป็นศัตรูกับนายจริงๆ นะ นั่นคือเรื่องที่ฉันตัดสินใจแล้ว」

 

 

หากพูดถึงขนาดนี้ก็ตามสบายละกัน

 

จากที่เดายัยนี่เองก็คงจะมีปัญหาในแบบของตัวเองแหละ

 

 

 

「อีกอย่าง นายไม่ควรมาเปิดใจให้ฉันง่ายแบบนี้น้า♪」

 

「ไม่เคยเปิดตั้งแต่แรกแล้วเถอะ」

 

「อะ อึก……」

 

 

 

หากพูดถึงเรื่องเปิดใจให้ยัยนี่ ฉันไม่เคยเปิดมาตั้งแต่แรกแล้วเถอะ

 

พอฉันพูดไปแบบนั้น แก้มของฮิลด้าก็กระตุกไปมาจนน่าสงสัย จากนั้นฉันก็ถอนหายใจออกมาอีกครั้ง ไม่นานนักเสียงคลื่นก็ดังออกมาจากลำโพงที่ติดอยู่บนดาดฟ้า

 

 

「หือ เริ่มแล้วสินะ」

 

「เอ๋ อะไรน่ะ?」

 

 

จากนั้นฉันก็กลับไปพิงราวกั้น

 

ทันใดนั้นเองเสียงเพลงเบาๆ ก็ดังขึ้นมาจากลำโพง

 

 

『สวัสดีค่ะทุกท่าน!』

 

เสียงอันร่าเริงสดใสของฮารุได้ดังขึ้นทั่วฐาน

 

ดนตรีที่เปิดเล่นในโลกที่กำลังจะล่มสลาย เธอตั้งใจจะสร้างความบันเทิงให้กับผู้ฟังที่ยังใช้ชีวิตกันอยู่บนโลกนี้

 

 

『ฉันมีชื่อว่า ฮารุ ฮินาตะค่ะ โดยได้รับหน้าที่ในการกระจายเสียงตามสายนับตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป แม้โลกจะกลายเป็นแบบนี้ไปแล้ว ฉันก็หวังว่าจะสร้างรอยยิ้มให้กับทุกท่านได้นะคะ!!』

 

 

จะบอกว่าเป็นรายการวิทยุก็คงยาก แต่ก็ถือว่าเป็นก้าวแรกที่ดี

 

 

「อยากสร้างรอยยิ้มสินะ」

 

 

มันดีกว่าการต้องมาฝืนยิ้มด้วยพลังที่น่ารังเกียจนั่นเป็นไหนๆ

 

ฉันยิ้มออกมาในขณะที่ฟังการออกอากาศของฮารุ จากนั้นนกฮูกจักรกลก็บินมาตรงหน้าของฉัน

 

 

「มาแล้วสินะ」

 

 

นกฮูกที่สร้างมาจากฮิลด้า

 

ไอเท็มสุดเจ๋งที่ใช้รวบรวมข้อมูลและลาดตระเวนค้นหาศัตรู

 

 

 

『ฮูก ฮูก!』

 

「อ้าขอบใจนะ ไดฟุกุ」

 

「ไดฟุกุ?!เอ่อ คัตสึมิคุง?ไอ้นั่นมันชื่อของนกฮูกเหรอ?」

 

 

นกฮูกสีชมพูได้บินมาเกาะที่มือซ้ายของฉันก่อนมันจะแปลงร่างกลายเป็นนาฬิกาข้อมือแล้วฉายข้อมูลออกมา

 

 

「ข้อมูลในพื้นที่รอบๆ แล้วก็จุดที่พวกสัตว์ประหลาดอยู่」

 

『♪』

 

「เก่งมาก」

 

 

เดี๋ยวเอาไปให้เรมะดีกว่า

 

หลังจากลูบไดฟุกุที่กลับไปเป็นนกฮูกอีกครั้ง ฉันก็กลับไปคุยกับฮิลด้าที่จ้องมองฉันโดยไม่พูดอะไร

 

 

 

「ฮิลด้ามาสร้างบาเรียอันใหม่กัน」

 

「……เฮ้อ」

 

 

ฮิลด้าเปลี่ยนร่างเป็นหัวเข็มขัดก่อนจะเกิดแสงสว่างขึ้นทั่วบริเวณ

 

 

ฉันเองก็ต้องทำในสิ่งที่ทำได้ เหมือนกับฮารุ

 

***

 

หลังจากร่วมมือกับฮิลด้าในการตั้งติดบาเรียใหม่และเตรียมสภาพแวดล้อมให้เหมาะสมอีกครั้ง เรมะก็เรียกฉันไปหาเพื่อแสดงโรงเก็บยานซึ่งสร้างขึ้นมาใหม่

 

พอไปถึงก็พบว่า อากาเนะ อาโออิ คิราระได้มาถึงก่อนแล้ว พอเห็นฉันกับฮิลด้าก็เข้ามาทักทายฉัน

 

 

「คัตสึมิซังก็ถูกเรียกมาสินะ」

 

「……อ้า」

 

 

รู้สึกแปลกๆ นิดหน่อยที่ถูกเรียกว่าซังแทนที่จะเป็นคุง

 

แต่โลกใบนี้พวกอากาเนะก็อายุน้อยกว่าฉัน คงจะไม่ใช่เรื่องแปลกอะไร

 

 

「แล้วก็ขอบคุณเรื่องบาเรียด้วยค่ะ」

 

「หากจะขอบคุณบอกกับยัยนี่เถอะ เพราะมันคือความสามารถของเธอ」

 

 

ฉันดันหลังของฮิลด้าให้ไปอยู่ตรงหน้าอากาเนะ

 

อยู่ดีๆ ฮิลด้าที่ถูกผลักออกไปก็กลับมาหลบอยู่ข้างหลังฉันทันที

 

 

 

「เดี๋ยวสิ คัตสึมิคุงอยู่ดีๆ ก็ทำอะไรของนายน่ะ….」

 

「หา? ฉันไปทำอะไรให้?」

 

「……ไม่มีอะไรหรอก」

 

 

อะไรของยัยนี่

 

ในขณะที่ฉันสงสัยว่าฮิลด้ามาหลบหลังฉันทำไม เร็กซ์ก็มาถึง

 

ตอนนี้เธอได้แขนเทียมมาใส่แล้วซึ่งเป็นฝีมือของเรมะ เสื้อยืดกางเกงยีนส์ที่เธอใส่มันชวนให้รู้สึกคล้ายกับชิออนซังแม่ของเธอจริงๆ

 

 

 

「เร็กซ์ก็ด้วยเหรอ?」

 

「อ้า ได้ยินว่าของที่ฝ่ากซ่อมไว้เสร็จแล้วน่ะ」

 

 

อุปกรณ์ของเธอที่พังไปเพราะต่อสู้กับฉันได้รับการซ่อมแซมแล้ว

 

 

「งั้นก็เหลือแค่….」

 

「เรมะไม่ได้โผล่หน้ามาเลยตลอด 3 วัน สงสัยเหมือนกันว่าจะสบายดีไหม」

 

「ได้ยินว่าเขาผลาญวัสดุไปเยอะด้วยสิ」

 

 

พอพูดกันเสร็จ ประตูตรงหน้าของเราก็เปิดขึ้น ก่อนจะมีร่างร่างหนึ่งกระโดดออกมาจากข้างใน แล้วกลิ้งไปมากับพื้น ก่อนจะเด้งตัวขึ้นมายืนตรงหน้าพวกเรา

 

 

「ขอโทษที่ปล่อยให้พวกเธอรอซะนาน!!」

 

 

เรมะ ชายหนุ่มผมบลอนด์สวมชุดคลุมสีขาวซึ่งชอบทำอะไรแปลกๆ แต่ก็เต็มเปี่ยมไปด้วยความมั่นใจเหมือนโลกของฉันปรากฏตัวขึ้น

 

อากาเนะกับคนอื่นๆ ที่เห็นแบบนั้นก็…..

 

 

「「「……ใครน่ะ?」」」

 

「ฉันไง ฉันเอง!! เรมะ คาเนะซากิ!!」

 

 

ดูเหมือนพวกเธอจะสับสนกับใบหน้าของเรมะไม่น้อย เพราะก่อนหน้าเขาพันทั้งหน้าไว้ด้วยผ้าพันแผลนี่เนอะ

 

 

 

「ผู้บัญชาการหน้าแบบนี้นี่เอง」

 

「เพราะเคยเห็นแค่ในสภาพผ้าพันแผลทั่วหน้า…ไม่ชินเลยแฮะ」

 

「เสียของชะมัด」

 

「ปฏิกิริยาของพวกเธอมันแอบโหดร้ายไปหน่อยไหม?แต่ก็เอาเถอะ ฉันหายดีแล้วนั่นแหละคือทั้งหมดที่สำคัญ」

 

 

แอบต่างจากเรมะที่ฉันรู้จักนิดหน่อย หากเป็นที่ฉันรู้จักคงไปยั่วมือพวกอากาเนะต่อแล้วแหง

 

「ฉันจะอธิบายต่อละนะ เริ่มจากสูทขับเคลื่อนรุ่นถัดไปของพวกเธอสร้างเสร็จเรียบร้อยแล้ว!!」

 

「แค่ 3 วันเนี่ยนะ?」

 

「เพราะข้อมูลที่ได้มามันมากพอน่ะ นอกจากนี้มันก็ไม่ได้สมบูรณ์แบบเท่าที่หวังไว้ด้วย แต่ก็ดีมากพอสำหรับเวลาที่มีแล้ว!!」

 

 

จากนั้นเขาก็ควบคุมเทอร์มินัลภายในมือและเปิดใช้งานบางอย่าง

 

ไม่นานนักแคปซูลที่เก็บบางสิ่งไว้ทั้ง 3 อันก็เปิดฝากออก

 

ไอสีขาวได้พวยพุ่งออกมาก่อนจะปรากฏสูทสีแดง เหลือง น้ำเงิน

 

มันไม่ใช่สูทขับเคลื่อนแบบที่พวกเธอใช้กันก่อนหน้านี้ แต่มันเป็นสูทที่มีไว้สวมบนร่างของผู้ใช้คล้ายกับจัสติสสูทที่ฉันรู้จัก

 

 

ทว่าหากจะให้บอกความต่างก็คงเป็นเกราะที่ถูกคลุมทั่วสูททำให้มันเหมือนกับสูทขับเคลื่อนขนาดจิ๋ว

 

「ถ้าจะให้ตั้งชื่อของมันก็คงจะเป็น จัสติสอาร์เมอร์ แม้จะมีขนาดเล็กกว่าสูทขับเคลื่อน แต่ประสิทธิภาพในการป้องกันและพลังทำลายล้างสูงกว่าเดิมถึง 3 เท่า!!」

 

「นี่สินะพลังใหม่ของพวกเรา……」

 

「เมทัลฮีโร่……」

 

「โห สุดยอด」

 

 

อากาเนะพูดออกมาด้วยความตื่นเต้น อาโออิพูดอะไรสักอย่างที่ฉันไม่เข้าใจ

ส่วนคิราระก็แสดงท่าทางสนใจไม่น้อย

 

ทว่าสายตาของฉันตอนนี้กลับจับจ้องไปทางคิราระอย่างช่วยไม่ได้

 

 

「…มีอะไรเหรอ คัตสึมิคุง?」

 

「เอ่อ ไม่มีอะไรหรอก」

 

 

 

….ยังไงฉันก็ควรจะพูดเรื่องนั้นสินะ

 

ฉันรู้ว่ามันไม่ใช่เรื่องที่ฉันควรไปยุ่งเพราะมันไม่ใช่โลกของฉัน แต่ฉันก็ปล่อยเธอคนนั้นไว้ตามลำพังไม่ได้

 

 

「พวกเราเหลือเวลากันไม่มากแล้ว จากนี้อยากจะให้พวกเธอทดสอบประสิทธิภาพกันสักหน่อย เป้าหมายจากนี้คือการยึดอาณานิคมที่ 3 ให้สำเร็จ ฝ่ายตรงข้ามคือสัตว์ประหลาดทากไฟฟ้าที่สะสมพลังงานไฟฟ้าเอาไว้จำนวนมหาศาล!! และทันทีที่ปราบมันได้สำเร็จ พวกเราจะมุ่งไปโจมตีโอเมก้าต่อทันที!!」

 

「「「「ฮ่ะ!!」」」」

 

เพียงแค่ช่วงเวลาสั้นๆ เขาทำออกมาได้ขนาดนี้เลยแฮะ

 

ในกรณีที่เลวร้ายสุดฉันก็คิดแผนที่จะไปสู้กับพวกมันเพียงลำพังเอาไว้แล้ว แต่เห็นแบบนี้ก็คงจะฝากแผ่นหลังไว้กับพวกอากาเนะได้แน่นอน

 

 

 

「แล้วก็เร็กซ์ อุปกรณ์ของเธอทั้งหมดฉันซ่อมให้เสร็จแล้ว」

 

「อ้า ขอบใจมาก」

 

「นอกจากนี้เหมือนจะมีอะไรแปลกๆ อยู่ในอุปกรณ์ของเธอด้วยสิ ฉันก็เลยพัฒนาAIขึ้นเพื่อช่วยเหลือในการเคลื่อนไหวของเธอ」

 

「AI สนับสนุนเหรอ?เดี๋ยวก่อนนะไอ้นั่นมัน」

 

『ฉันเอง』

 

 

เสียงหนึ่งดังขึ้นจนทำให้เร็กซ์แสดงสีหน้าแหยงออกมา

 

มันคือเสียงที่ออกมาจากหมวกใบเดิมของเธอ

 

 

 

『ฉันคือ GRD เป็น AI ที่สร้างโดยเรมะ คาเนะซากิเพื่อสนุบสนุนเธอ ฝากตัวด้วย』

 

「……ชีวิตฉันจะหลุดพ้นจากมันได้ไหมเนี้ย」

 

「มันเป็นสุดยอด AI ที่อ้างอิงมาจากฉันเชียวนะ จะต้องมีประโยชน์กับเธอแน่นอน!!」

 

 

เร็กซ์ถึงกับเอามือก่ายหน้าผากในขณะที่เรมะหัวเราะออกมา

 

จากนั้นพวกเราก็พูดคุยกันเรื่องแผนต่อ

 

 

 

「หลังเอาชนะโอเมก้าได้ การต่อสู้กับสัตว์ประหลาดก็จะจบลง」

 

 

ถึงปัญหาจากอวกาศจะยังไม่ได้รับการแก้ไข แต่ตอนนี้ต้องจัดการกับโอเมก้าซะก่อน

 

 

***

 

แผนจะเริ่มขึ้นในอีก 2 วัน

 

แม้จะดูเหมือนเร็ว แต่หากคิดถึงเวลาที่โลกจะล่มสลายพวกเราก็ต้องรีบเหมือนกัน

 

ต้องเอาชนะทากไฟฟ้ากับโอเมก้าให้ได้

 

 

「ถ้าผนึกความสามารถของโอเมก้าได้ด้วยพลังจากฮิลด้าก็น่าจะพองัดมันลงไหว」

 

 

ในโลกของฉันโอเมก้าพ่ายแพ้ก็จริง แต่มันเป็นสัตว์ประหลาดที่แข็งแกร่งสุดๆ หากไม่ได้พลังของอัลฟ่าในการช่วยเหลือไม่ให้พวกเราตกเป็นเป้าของพลังโอเมก้าคงจะสู้มันไม่ไหว

 

อันที่จริงฉันก็ไม่ค่อยเข้าใจความสามารถของมันจริงๆ หรอก แต่อัลฟ่าบอกประมาณว่าเป็นพลังที่ทำให้สิ่งมีชีวิตตรงหน้าถูกทำลายลงทันที

 

 

 

「ก่อนอื่นก็สัตว์ประหลาดทากสินะ?」

 

「จากได้เร็กซ์บอก ดูเหมือนมันจะบวมขึ้นเพราะพลังงานที่สะสมเอาไว้เพื่อให้โอเมก้าใช้งาน แต่ถ้าผนึกความสามารถของมันได้ก็ไม่น่าจะเป็นภัยคุกคามนัก」

 

 

ส่วนเรื่องพวกกีกี้ที่เหลือ ถึงจะมีเยอะแต่ด้วยความสามารถของพวกสาวๆ ตอนนี้น่าจะไม่มีปัญหา

 

หลังพูดคุยอะไรกันเสร็จแล้ว พวกเราก็ออกมาจากโรงเก็บยานบินและมุ่งหน้าไปยังห้องของตัวเอง

 

 

「แล้วเจอกันนะคะ คัตสึมิซัง」

 

「หากมีเวลาก็มาเจอฮารุได้」

 

「อ้า」

 

 

ฉันตอบอากาเนะกับอาโออิไป

 

 

 

หลังทั้งสองคนบอกลา คิราระก็เหมือนกำลังจะบอกลาฉัน แต่ฉันก็เรียกเธอไว้ก่อน

 

 

「เอ่อ คิราระขอเวลาเดี๋ยวได้ไหม?」

 

「เอ๋?มีอะไรจะพูดกับฉันเหรอคะ?」

 

 

คิราระกระพริบตาสงสัย

 

ทางอากาเนะกับอาโออิเองก็สงสัยไม่ต่างกัน

 

 

「ไม่มีอะไรมากหรอก แค่อยากถามอะไรนิดหน่อยน่ะ」

 

「ก็ไม่ได้คิดว่าจะพูดอะไรแปลกๆ หรอกนะคะแต่……」

 

 

อยู่ดีๆ อากาเนะกับอาโออิก็เดินเข้ามาวางมือไว้บนไหล่ของคิราระ

 

 

 

「อย่าได้คิดจะพูดอะไรแปลกๆ เชียวล่ะคิราระ」

 

「อย่าคิดจะรุกก่อนเพื่อน」

 

 

「เดี๋ยวเถอะ นี่พวกเธอเห็นฉันเป็นคนยังไงเนี้ย?」

 

 

ไม่ว่าจะโลกใบไหนพวกเธอก็มีปฏิสัมพันธ์ทำนองนี้เสมอ

 

จากนั้นอาโออิกับอากาเนะก็วิ่งหนีไปโดยทิ้งให้คิราระบ่นอยู่คนเดียว

 

 

「ว่าแต่มีเรื่องอะไรเหรอคะ?」

 

「เอ่อ….ไปคุยกันที่ดาดฟ้าได้ไหม?แล้วก็ฮิลด้าเธอช่วยกลับไปก่อนเถอะ」

 

「เข้าใจแล้ว ก็พอจะเดาได้แหละว่าอยากคุยอะไร」

 

 

พอฮิลด้าจากไป พวกเราก็มุ่งไปที่ดาดฟ้า

 

มันคือสถานที่ที่ไม่ค่อยมีใครมากันนักเลยเหมาะกับพูดเรื่องสำคัญ

 

 

「ว่าแต่ทำไมถึงพาฉันมาที่นี่เหรอคะ เรื่องมันลับขนาดนั้นเลยเหรอ?」

 

「ที่ผ่านมาเหนื่อยมากเลยสินะ」

 

「คะ?」

 

 

ฉันพูดคุยกับคิราระที่แสดงสีหน้าร่าเริงออกมา

 

เธอที่ได้ยินแบบนั้นก็สับสนไม่น้อย

 

 

「อันทีจริงฉันอยากจะคุยเรื่องนี้กับเธอมานานแล้ว…แต่กว่าจะรวบรวมความกล้าได้ก็ใช้เวลาพอสมควร」

 

「อะอะอะ อะไรกันคะ ทำไมพูดเหมือนจะสารภาพรักกันเลยล่ะ?!」

 

「ฉันรู้ว่ามันไม่สมควร และฉันอาจจะไม่ใช่คนที่เหมาะสมพอจะมาพูดเรื่องนี้กับเธอ แต่อย่างน้อยขอให้ฉันได้พูดหน่อยเถอะ」

 

 

ฉันพูดพร้อมกับตรงที่กั้น

 

แม้สีหน้าของเธอจะยังสดใสดี แต่สายตาของเธอที่ฉันเห็นมันไม่ได้ยิ้มอยู่เลยสักนิด

 

 

 

 

「นี่คิราระ เธอกำลังฝืนตัวเองอยู่ใช่ไหม?」

 

「หมายถึงอะไรคะ?ฉันไม่ได้ฝืนอะไรสักหน่อย」

 

 

คิราระปฏิเสธแล้วโบกมือไปมา

 

 

「อากาเนะเป็นคนที่สามารถยอมรับอะไรต่างๆ ได้ง่ายและมีจุดหมายชัดเจนในการทำอะไรสักอย่างแม้จะเป็นอีกโลกก็ไม่เปลี่ยน เรื่องที่เกิดขึ้นเลยไม่ส่งผลกระทบอะไรกับเธอที่มีจิตใจแข็งแกร่งนัก」

 

「เอ่อ คัตสึมิคุง?」

 

「ต้องขอบคุณฮารุที่ทำให้อาโออิกลับมาเป็นปกติได้ เพราะอาโออิมีคนที่รอคอยอยู่ข้างหลัง จึงมีความหวังในการมีชีวิตอยู่ต่อ….แต่เธอน่ะไม่เหมือนกัน」

 

「…ฉันไม่รู้ว่า คุณกำลังพูดอะไรอยู่….」

 

 

คิราระน่ะต่างออกไป

 

เธอไม่เหมือนกับอากาเนะที่สามารถยืนหยัดใช้ชีวิตต่อไปได้

 

แม้ใบหน้าของเธอจะดูยิ้มแย้มสดใส แต่ภายในของเธอคงบอบช้ำสุดๆ

 

 

「ไม่ต้องคิดมากหรอกค่ะ ฉันน่ะสบายดีหายห่วง」

 

「สำหรับคนที่ตั้งใจจะตายไปพร้อมกับสัตว์ประหลาดแม็กม่าฉันไม่คิดว่าสบายดีหรอก」

 

 

อาโออิสิ้นหวังเพราะฮารุน้องสาวของเธอกลายเป็นสัตว์ประหลาด

 

หากเป็นแบบนั้น ทำไมคิราระถึงได้เลือกจะระเบิดตัวตายล่ะ?

 

เพราะเป็นสถานการณ์ที่เลี่ยงไม่ได้งั้นเหรอ

 

ไม่เลยคิราระที่ฉันรู้จักน่ะ ไม่ใช่คนแบบนั้นเลยสักนิด

 

 

 

「เป็นเรื่องที่เกิดอีกโลกสินะคะ?แต่ฉันไม่คิดจะทำแบบนั้นหรอกค่ะ」

 

「ไม่หรอก หากฉันไม่มาเธอทำมันแน่」

 

「……ทำไมถึงได้มั่นใจขนาดนั้นกันคะ」

 

 

เพราะเธอน่ะไม่ต่างอะไรกับฉันในตอนเด็กที่เสียพ่อกับแม่ไปแล้วน่ะสิ

 

ไม่ว่าจะยิ้มหรือปกปิดไว้สักแค่ไหน แต่ภายในใจของเธอคงร้องไห้อยู่เสมอ

 

 

「ที่นี่ไม่มีใครนอกจากเธอกับฉันหรอก」

 

「ไม่ต้องฝืนอีกแล้วก็ได้」

 

「ฉันเป็นแค่คนที่มาจากอีกโลก จะพูดให้ฉันฟังก็ไม่มีปัญหา」

 

「ดังนั้น…..」

 

「ปลดปล่อยมันออกมาเถอะ คิราระ」

 

 

ฉันสบตากับเธออย่างจริงใจ

 

….ฉันก็ไม่ได้ชอบตัวเองที่ต้องมาทำอะไรแบบนี้หรอก แต่เพื่อคิราระฉันจำเป็นต้องทำ

 

 

「หากเธอเข้าสู้ทั้งที่อยู่ในสภาพนี้ เธอจะเป็นคนที่ฆ่าอากาเนะกับอาโออิในสนามรบแน่นอน」

 

 

คิราระคว้าคอเสื้อของฉันและพลักฉันไปชนกับกำแพงที่ใกล้กับบันไดทางขึ้น

 

ดวงตาของเธอตอนนี้เต็มไปด้วยความโกรธและน้ำตาที่ไหลออกมา

 

 

 

「ที่คุณพูดมามันออกจะล้ำเส้นเกินไปหน่อยแล้วนะคะ!!」

 

 

รอยยิ้มได้หายไป และแทนที่ด้วยเสียงกรีดร้อง

 

 

 

「ทั้งที่ฉันพยายามอย่างหนักแท้ๆ ในการประคองชีวิตเอาไว้ ทั้งขับสูทขับเคลื่อนไปต่อสู้กับพวกสัตว์ประหลาด!! ผู้คนมากมายตรงหน้าฉันได้ตายลง!! คิดว่าฉันที่ผ่านเรื่องแบบนั้นมาแล้วต้องฝืนทำตัวปกติมันยากแค่ไหน คุณรู้บ้างไหม?!!?」

 

「……」

 

「หากโลกใบนี้ถูกกอบกู้เอาไว้ได้ แล้วฉันล่ะคะ?ฉันควรจะทำยังไงต่อดี ครอบครัวของฉันจะกลับมางั้นเหรอ?ไม่เลยค่ะ ปฏิหาริย์แบบที่อาโออิเจอน่ะ ไม่มีทางเกิดขึ้นกับฉันหรอก เพราะว่า…เพราะ….」

 

 

เธอปล่อยมือจากคอเสื้อฉันก่อนจะคุกเข่าลงกับพื้นแล้วพูดด้วยเสียงอันแผ่วเบา

 

 

「ครอบครัวของฉันถูกสัตว์ประหลาดฆ่าไปต่อหน้าต่อตาฉัน…อึก」

 

 

ฉันก็พอเดาได้อยู่แล้ว

 

นั่นคือสิ่งที่คอยค้ำจุนจิตใจของคิราระซึ่งเป็นเพียเด็กสาวธรรมดาคนหนึ่งเอาไว้นี่นา

 

 

 

「นี่ คัตสึมิซัง จากนี้ฉันจะใช้ชีวิตยังไงต่อไปดีล่ะคะ」

 

 

คิราระก้มหน้าแล้วพูด

 

 

「ตอนที่ฉันได้ยินวาระสุดท้ายของตัวเองในโลกของเร็กซ์ซัง รู้ไหมคะว่าตอนนั้นฉันคิดยังไง ฉันคิดว่าน่าอิจฉาจังเลยนะที่เธอสามารถตายได้ในขณะที่ช่วยเพื่อนของตัวเองสำเร็จ」

 

「……」

 

「แล้วฉันก็เกลียดตัวเองค่ะที่ฉันเป็นแบบนั้น เพราะนั่นคงทำให้อากาเนะกับอาโออิเสียใจมากแน่ๆ ……」

 

บางทีคิราระในโลกใบนี้คงจะมีสภาพแบบนี้ตั้งแต่ได้พบกับอากาเนะและคนอื่นๆ

 

นั่นจึงเป็นสาเหตุที่ทำให้พวกเขาหรือแม้กระทั่งเร็กซ์ไม่เคยสังเกตถึงความผิดปกตินี้

 

ตัวฉันก็ไม่สามารถให้คำตอบที่ถูกต้องกับเธอได้หรอก

 

แต่อย่างน้อยฉันก็ไม่สามารถทิ้งเธอเอาไว้ได้

 

 

 

「ฉันเข้าใจดีว่าเธอ อิจฉาตัวเธอโลกนั้นขนาดไหน」

 

「……คะ」

 

 

เธอคงจะคิดว่าฉันจะต่อว่าเธอ แต่เปล่าเลย

 

ฉันมองขึ้นไปบนฟ้าโดยที่ไม่สบตากับเธอซึ่งน้ำตานองเต็มหน้า

 

「ฉันเองก็อยากจะตายไปพร้อมกับพ่อแม่ของฉันเหมือนกัน หากเป็นแบบนั้นชีวิตของฉันก็คงจะจบลงพร้อมกับความทรงจำอันแสนสุขที่มีกับพวกเขา ฉันคงไม่ต้องใช้ชีวิตอย่างเจ็บปวดมาจนถึงตอนนี้」

 

 

ฉันมั่นใจว่าตัวฉันในโลกใบนี้คงไม่ต้องมาเจอคำพูดอันแสนโหดร้ายจากพ่อแม่ตัวเอง

 

เขาไม่ใช่เด็กแห่งปาฏิหาริย์ที่รอดชีวิตมาได้ แต่เป็นหนึ่งในเหยื่อของเหตุคราวนั้น

 

 

 

「แต่มันก็ไม่ได้เป็นแบบที่ฉันหวัง」

 

 

ในโลกใบนี้ตัวฉันได้ตายไปพร้อมกับพ่อแม่ และนั่นอาจจะเป็นเหตุลให้สัตว์ประหลาดแมงมุมไม่ถูกจำกัดลงง่าย

 

แม้ฉันจะพึงพอใจกับฉากจบของตัวเอง แต่เมื่อรู้ว่าฉันที่เป็นแบบนั้นจะส่งผลอะไรกับโลกนี้บ้างฉันก็รู้สึกเสียใจขึ้นมาทันที

 

ผู้คนที่เหลือจะไร้ซึ่งความหวังซึ่งฉันไม่ต้องการเลยสักนิด

 

 

「แน่นอนว่า โคตะ นานากะ โอมะซัง โคโยมิซังคงจะไม่สามารถกลับมามีชีวิตอยู่ได้อีก」

 

「……อึก」

 

「แต่ว่านะ ตัวเธอน่ะไม่เหลืออะไรแล้วจริงๆ เหรอ?เธอคิดจริงเหรอว่าหากตัวเองตายไปจะไม่มีใครมาสนใจ?สิ่งที่เธอต่อสู้มาจนถึงตอนนี้มันมีเพียงการแก้แค้นพวกสัตว์ประหลาดเหรอ?เธอไม่คิดเลยเหรอว่ามันมีบางสิ่งที่หลงเหลือในมือของเธอนอกจากสิ่งนั้น?」

 

 

มันไม่ใช่แบบนั้นเลย

 

แม้ในโลกของฉันเธอจะถูกล้อว่าเป็นเพียงยัยคนธรรมดาไม่มีอะไรเป็นพิเศษ แต่เธอน่ะคือสิ่งที่ขาดไปไม่ได้เลยสำหรับพวกพ้อง ความธรรมดาที่คอยเยียวยาจิตใจทุกคน

 

คิราระตอบกลับฉันด้วยน้ำเสียงที่สั่นเทา

 

 

 

「มีอยู่จริงด้วยสินะคะ….」

 

 

เธอเช็ดน้ำตาด้วยแขนเสื้อ ก่อนจะเงยหน้าขึ้น

 

 

「ตอนนี้ฉันยังมีพวกพ้องที่คอยต่อสู้เคียงข้างฉัน….」

 

「อื้อ เพราะงั้นเธอไม่ได้ตัวคนเดียวนะ」

 

「……ค่ะ」

 

 

ฉันยื่นมือออกไปหาคิราระเพื่อดึงเธอให้ลุกขึ้นยืนอีกครั้ง

 

ตราบใดที่เธอตระหนักเรื่องนี้ได้ ทุกอย่างก็จะไม่เป็นไร

 

 

 

 

「…แล้วคัตสึมิซังล่ะคะ ตอนนี้คุณรู้สึกยังไง?」

 

ในขณะที่ฉันกำลังจะกลับไปข้างล่าง คิราระก็ถามขึ้นมาซะก่อน

 

ฉันเองก็ควรจะเปิดอกกับเธอสินะ

 

 

 

「ถ้าฉันคิดจะตาย คงมีคนพยายามหยุดฉันอย่างแน่นอน ดังนั้นฉันจึงไม่สามารถตายได้ตามใจชอบแล้วน่ะ」

 

「ฉันก็ว่างั้นค่ะ」

 

「แถมหนึ่งในคนที่จะหยุดฉันเอาไว้ก็คือตัวเธออีกโลกหนึ่งนั่นแหละ」

 

 

เพราะมีคนคอยมาวุ่นวายอยู่รอบตัวฉันเสมอ ฉันจึงสามารถเปลี่ยนแปลงตัวเองที่งี่เง่าได้

 

จนถึงตอนนี้ก็ยังรู้สึกขอบคุณพวกเธอไม่หาย

 

 

「ว่าแต่ทำไมถึงรู้จักคนในครอบครัวของฉันได้เหรอคะ?จากที่พูดเหมือนจะค่อนข้างสนิทกันด้วยสิ」

 

 

อันที่จริงนอกจากครอบครัวของคิราระ ฉันก็รู้จักทั้งของอากาเนะและอาโออิด้วย

 

เพราะหลายๆ อย่างก็เลยทำให้ฉันกลายเป็นพวกไปเกาะบ้านพวกเธอกินอยู่พักหนึ่ง

 

 

「อันที่จริง……」

 

 

ไม่สิเดี๋ยวก่อน

 

ึถึงจะตอบกลับไปแบบปกติได้…แต่แหย่เธอสักหน่อยดีกว่า

 

หากอ้างอิงจากที่อาโออิเคยบอกการทำแบบนี้จะช่วยเปลี่ยนบรรยากาศที่หนักหน่วงได้ดี

 

 

「…เอ่อ…โคโยมิซังแม่ของเธอน่ะ」

 

「คะ?」

 

「เคยเอาอัลบั้มตอนเธอในสมัยเด็กมาให้ฉันดูด้วยแหละ」

 

「เดี๋ยวก่อนนะคะ! ช่วยอธิบายรายละเอียดให้มากกว่านี้หน่อยค่ะ?!เดี๋ยวสิคัตสึมิซัง?!」

 

「……ฉันขอตัวกลับก่อนละกัน」

 

「เดี๋ยวสิคะ โฮ้ย รอก่อนเด้!?!」

 

 

ว่าแล้วฉันก็หนีมาจากคิราระ

 

โดยที่มีเธอวิ่งไล่ตามจากข้างหลัง แต่ฉันมั่นใจแล้วว่าน้ำเสียงอันสดใสของเธอที่พูดออกมาตอนนี้มันไม่เหมือนก่อนหน้า ฉันก็เลยวิ่งหนีคิราระอย่างสุดกำลังพร้อมรอยยิ้ม

 

***

อธิบายท้ายตอน

 

คิราระในโลกนี้กับคัตสึมิมีสภาพจิตใจไม่ค่อยต่างกันนัก

 

ในเส้นเวลาเดิมโศกนาฏกรรมที่ครอบครัวเธอถูกสัตว์ประหลาดฆ่าต่อหน้าต่อตาของเธอได้สร้างบาดแผลที่ไม่มีวันเลือนหายให้กับจิตใจของเธอ ทางอาโออิเองก็จิตใจแตกสลายไปหลังเอาชนะฮารุที่กลายเป็นสัตว์ประหลาดไปแล้ว พวกเธอจึงเลือกจบชีวิตของตัวเองลงในการต่อสู้

 

—จบ—

 

แรกๆ ขำหลังๆ ซึม ส่วนพลังของโอเมก้า เดาว่าโอเมก้าโลกคัตสึมิน่าจะโดนอาสึจัดการอะไรมาก่อนแล้ว จนทำให้พวกคัตสึมิโต่นมันลงได้ แถมอิงจากตอนที่อัลฟ่าบอกว่าหากโอเมก้าไม่อนุญาตจะใช้พลังแทรกแซงไม่ได้อีก

 

 มาเม้ามอยหลังอ่านกันได้ที่เพจนะครับ แล้วก็ขอบคุณสำหรับทุกท่านที่ช่วยหารค่าไฟ  และสามารถช่วยค่าไฟคนแปลได้ที่ กสิกร 2092612913 หรือ QR Code

 

Prev
Next
MY READING HISTORY
You don't have anything in histories
POPULAR MANGA
กระบี่จงมา
กระบี่จงมา
บทที่ 992.2 ดอกไม้แดงบนภูเขาเขียวดุจเพลิงลุกไหม้ 27 พฤศจิกายน 2024
บทที่ 992.1 ดอกไม้แดงบนภูเขาเขียวดุจเพลิงลุกไหม้ 27 พฤศจิกายน 2024
323r
ท่านอ๋องผู้โหดร้ายกับหมอปีศาจ
ตอนที่ 2138 จะทำลายพวกเจ้า 27 พฤศจิกายน 2024
ตอนที่ 2137 เทือกเขาแห่งความตาย 27 พฤศจิกายน 2024
เทพกระบี่มรณะ (chaotic sword god)
เทพกระบี่มรณะ (chaotic sword god)
ตอนที่ 2528 - การตัดแขน 27 พฤศจิกายน 2024
ตอนที่ 2527 - ชำระหนี้แค้น 27 พฤศจิกายน 2024
61d44445LSpjhqcZ
เปิดระบบสุดโกงอัปสกิลหมอ
บทที่ 869 ที่หลบภัย 27 พฤศจิกายน 2024
บทที่ 868 ผมซับเหงื่อให้ครับ 27 พฤศจิกายน 2024
Full-time-Artist-ใครว่าผมไม่เหมาะเป็นศิลปิ
Full-time Artist ใครว่าผมไม่เหมาะเป็นศิลปิน
ตอนที่ 775 อาภรณ์หลวมโพรกมิเสียดาย เพื่อเจ้าข้าผ่ายผอมยอมอิดโรย 27 พฤศจิกายน 2024
ตอนที่ 774 ผีเสื้อรักบุปผา 27 พฤศจิกายน 2024
นิยายแปล-~จ้าวนักสู้เกิดใหม่ทั้งทีดันเป็นนางร้าย-~-ลูน่าอยากรีไทร์แล้ว
[นิยายแปล] ~จ้าวนักสู้เกิดใหม่ทั้งทีดันเป็นนางร้าย ~ ลูน่าอยากรีไทร์แล้ว
ตอนที่ 53 - 030:แผนการฝึกนักบุญ⑦ ค้นหาศัตรู 27 พฤศจิกายน 2024
ตอนที่ 52 - 029:แผนการฝึกนักบุญ⑥ ก่อนการต่อสู้ 27 พฤศจิกายน 2024
Here for more Popular Manga

Comments for chapter "ตอนที่ 137 โลกคู่ขนาน 14"

MANGA DISCUSSION

ใส่ความเห็น ยกเลิกการตอบ

You must Register or Login to post a comment.

  • HOME
  • COOKIE POLICY

© 2026 Madara Inc. All rights reserved