อัศวินดำคุงไม่อยากเป็นเซ็นไต - ตอนที่ 107 พบกันอีกครั้งกับลำดับที่ 1
ครั้งหนึ่งร้านของฉันเคยถูกทำลายลงโดยพวกเอเลี่ยน แต่ด้วยความช่วยเหลือของประธานก็เลยทำให้กลับมาเปิดใหม่ได้
ถึงจะชอบบรรยากาศร้านกาแฟเล็กๆ แต่พอได้ร้านใหญ่ขึ้นก็ไม่ได้รู้สึกแย่อะไร
คนของจัสติสครูเซเดอร์และพนักงานจากบริษัทKANAZAKIเองก็แวะเวียนมาบ่อยๆเลยทำให้ยอดขายไปต่อได้ ทว่าเหนือสิ่งอื่นใดก็คือการที่ฉันได้ทำกาแฟต่อนี่แหละ
「เฮ้อ」
「อย่ามาถอนหายใจสิเห้ย ถึงร้านจะยังไม่เปิดแต่มันไม่ดีกับลูกค้านะ」
「หนวกหูน่า」
คอสโม่เองก็เป็นสาวน้อยเอเลี่ยนที่มาช่วยงานร้านฉัน
เด็กคนนี้เหมือนจะเริ่มชินกับชีวิตบนโลกแล้ว เลยมีเวลามานั่งวางข้อศอกถอนหายใจตรงเคาน์เตอร์
「ทำไมยัยพวกนี้ถึงต้องมาสั่งฉันด้วยนะ….ฉันไม่ใช้คนรับใช้พวกเธอสักหน่อย」
「แต่เธอเป็นพนักงานพาร์ทไทม์นะเออ」
「หนวกหู!」
เหมือนเดิมไม่เคยเปลี่ยน
ทั้งที่คิดว่าจะประคำพูดคำจาขึ้นหลังอยู่กับพวกคัตสึมิแท้ๆ แต่ท่าทางจะไม่ไหว
「แล้วเป็นไงบ้างเริ่มเข้ากันได้กับพวกสามสาวข้างบนหรือยัง?」
「……。ยัย 3 คนนั้นน่ากลัวจะตาย」
「่น่ากลัว? ก็จริงอยู่ว่าเวลาสู้พวกเธอโหดสุดๆ แต่ถ้าไม่ได้แปลงร่างก็เหมือนเด็กสาวมอปลายทั่วไปไม่ใช่หรือไง?」
「ทั่วไป?หึ ฟังแล้วอยากจะขำ……」
อะไรของเธอกัน
จะบอกว่าจัสติสครูเซเดอร์ถึงไม่ได้แปลงร่างก็น่ากลัวเหรอ?
ไม่ใช่แล้วม้าง
「แล้วคัตสึมิล่ะ?」
「……ก็ไม่ใช่คนเลวร้ายอะไร แถมยังเอาใจใส่คนที่จะเกือบฆ่าเขาแบบฉันอีก」
「ก็นะ ถึงจะปากเสียไปบ้างแต่นิสัยค่อนข้างดีเลยแหละ」
นั่นคือสิ่งที่ไม่เปลี่ยนแปลงไม่ว่าเขาจะแปลงร่างอยู่หรือไม่
แทบไม่น่าเชื่อว่าเขาจะยังเป็นคนดีได้ทั้งที่เผชิญเรื่องราวหนักหนาในอดีต
「….เตรียมตัวเสร็จแล้ว คอสโม่ เดี๋ยวช่วยออกไปพลิกป้ายร้านหน่อย」
「อ้า」
ราวกับคุ้นเคย เธอเดินออกไปที่หน้าประตูร้านแล้วพลิกป้ายเป็นคำว่า『OPEN』
อีกไม่นานพวกลูกค้าประจำก็เริ่มทยอยกันเข้ามาทีละนิด….และระหว่างที่กำลังคิดแบบนั้นประตูร้านก็เปิดขึ้น
「เหมือนจะมีแขกมาแล้วนะ ออกไปต้อนรับสิ」
「ขะ…เข้าใจแล้วน่า」
ถึงจะขี้บ่นแต่ก็ทำอยู่ดี
คอสโม่เดาะลิ้น ก่อนจะตบแก้มตัวเองด้วยมือทั้งสองแล้วออกไปรับลูกค้า
ทันทีที่เสียงกระดิ่งดังขึ้น อันเป็นสัญญาณของลูกค้ารายแรกวันนี้ คอสโม่ก็เข้าไปต้อนรับเขาด้วยรอยยิ้ม
「ร้านกาแฟเซอไซนัส ยินดีต้อนรับค่ะ!!」
「……มุ」
หือ? เป็นอะไรไปน่ะ?
อยู่ดีๆเสียงที่ดูร่าเริงของเธอก็เปลี่ยนไปเป็นเสียงที่สั่น เธอยืนตัวแข็งต่อหน้าชายผมขาวตรงหน้า
ชายร่างสูงคือลูกค้าคนแรกที่เข้ามาในร้าน
จากที่เห็นน่าจะอายุสัก 50 ไม่ก็ 60 ได้
ชายสูงวัยผมสีขาวที่หวีเรียบไปทางด้านหลัง หนวดเคราได้รับการดูแลเป็นอย่างดี สวมสูทสีดำให้มุมเหมือนพ่อบ้าน สายตาดูเฉียบคม ให้บรรยากาศที่ลึกลับ
「อะ อะ เอ๋? ทะ ทำไมถึงมาอยู่ที่นี่ได้คะ…?」
「……ขอโทษทีมารบกวน หรือจะให้ข้ากลับไปเลยดีล่ะ?」
「มะ มะมะ ไม่ใช่แบบนั้นค่ะ」
คอสโม่ต้อนรับชายผมขาวด้วยน้ำเสียงอันสั่นเทา
ใบหน้าของเธอถูกย้อมไปด้วยสีแดงพร้อมกับน้ำตาที่ไหลออกมา แค่เห็นก็รู้ทันทีว่ามันไม่ปกติ
「เหมือนเจ้าจะสบายดีสินะ」
「ค่ะ……」
「แล้วก็…เอ่อ….เหมาะกับเจ้าดีนะ」
「……」
คอสโม่ที่ตัวสั่นรีบวิ่งขึ้นไปที่ชั้นสองซึ่งพวกคัตสึมิและคนอื่นๆอยู่ทันที
ชายคนนี้เป็นใครกัน….
….เดี๋ยวก่อนนะ การที่เขาทักแบบนี้ก็แปลว่าชายคนนี้รู้ว่าคอสโม่เป็นเอเลี่ยนนี่หว่า
「ขอโทษด้วยนะครับ นี่ครับเมนู」
「อ้อ ครับ」
คอสโม่วิ่งหนีไปแล้ว ฉันเลยต้องออกไปต้อนรับแล้วส่งเมนูให้
พอได้มามองใกล้ๆแบบนี้ ชายคนนี้ส่งบรรยากาศชวนให้รู้สึกน่ากลัวอย่างแปลกประหลาดแต่ก็ช่างดูสุขุม
หากแก่ตัวไปก็อยากแก่ไปเป็นแบบนี้จังวุ้ย
「เนื่องจากข้าไม่คุ้นกับอาหารของที่นี่ เจ้าช่วยแนะนำได้หรือไม่」
「ถ้าอย่างงั้นผมขอแนะนำเป็นชุดกาแฟกับเค้กครับ ได้หรือเปล่า?」
「โอ้ เอาตามนั้นได้เลย」
ถึงจะน่ากลัวแต่ก็ไม่ได้รู้สึกเข้าถึงยากแฮะ
งั้นลองถามความสัมพันธ์ของเขากับคอสโม่ดูสักหน่อยน่าจะดี
「ขอโทษนะครับ ว่าแต่เป็นคนรู้จักของคอสโม่เหรอครับ?」
「หืม? อ้อ คงคุยเรื่องนี้กับเจ้าได้สินะ」
เขากระแอมออกมาทีหนึ่ง ก่อนจะพูดโดยไม่ลังเล
「เด็กคนนั้นคือลูกสาวของข้าเอง ถึงจะเป็นลูกสาวบุญธรรมก็เถอะ」
「……อ้อ」
มีลูกสาวแบบคอสโม่คงปวดหัวน่าดู
「เป็นพ่อของเธอนี่เอง」
「เจ้าคงเป็นผู้ดูแลเธอตอนนี้สินะ」
เขาคงมาหาเธอเพราะเป็นห่วง
ในระหว่างที่กำลังคิดแบบนั้น คอสโม่ที่มีใบหน้าซีดเป็นไก่ต้มก็ลงมาจากชั้น 2 พร้อมกับสามสาวจัสติสครูเซเดอร์แล้วก็เด็กสาวอีกคนหนึ่ง
….ไม่นะ หรือวางแผนจะสู้กันจริงๆ?
ร้านของฉันจะระเบิดอีกไหมเนี้ย?
***
เพื่อนร่วมชั้นของฉัน ไฮรุ โคโนฮานะ
ฉันรู้จักเธอมานานระดับหนึ่ง
หากจะให้ย้อนกลับไปก็คงช่วงตอนม.4 ได้ยินว่าเธอนั่งข้างคัตสึมิคุง
แถมเธอยังพูดถึงเขาให้ฉันฟังอีกด้วย
ว่ากันตามตรงฉันรู้สึกอิจฉาเธอพอสมควรที่ได้นั่งข้างๆเขา แต่อีกมุมหนึ่งก็ดีใจดีเขาไม่ได้ใช้ชีวิตมอปลายอย่างโดดเดี่ยว
นั่นจึงเป็นเหตุผลที่ทำให้ฉันอยากจะพาคัตสึมิคุงไปเจอกับไฮรุ
ก็ไม่ใช่ว่าอยากจะเพิ่มจำนวนคู่แข่งอะไรหรอก แค่อยากให้เจอกันในฐานะเพื่อน
แต่ว่า….
『นอกจากนี้เธอก็จำเรื่องของฉันไม่ได้ด้วย』
สถานการณ์ของเขาซับซ้อนกว่าที่ฉันคิด
เขาบอกว่าไฮรุลืมเรื่องราวของเขาในฐานะเพื่อนไปหมดแล้ว
ถึงจะไม่ได้เล่าอย่างละเอียด แต่ก็พอเดาได้ว่าเกิดเรื่องขึ้นระหว่างพวกเขา
『โฮมุระคุงน่ะ มักจะอยู่ในสภาพง่วงนอนสุดๆตลอดเลย』
แต่ตอนที่ฉันฟังไฮรุเล่าเรื่องของคัตสึมิคุง….ทำไมมันถึงสัมผัสได้ว่าเธอจดจำได้กันล่ะ….
ทว่าก่อนที่จะได้รู้เรื่องอะไรเพิ่ม คอสโม่จังก็โผล่มาเสียก่อน
เธอเรียกพวกเราลงไปข้างล่างด้วยสีหน้าตื่นตระหนก
『———พ่อของฉันปรากฏตัวขึ้นที่ชั้น 1 ของร้านแล้วนะ……!!』
นี่มันหมายความว่ายังไงกัน?
พ่อของคอสโม่จังคือนักรบที่สวมชุดเกราะหนาซึ่งถูกเรียกว่าลำดับที่ 1
พวกฉันจึงรีบลงไปยังชั้นล่างด้วยความตกใจ แล้วก็พบเข้ากับชายชราผมสีขาวกำลังนั่งรอพวกเราอยู่ที่ริมหน้าต่าง
หน้าตาค่อนข้างดูดี ผมหวีเรียบไปทางข้างหลัง สวมสูทสีดำ
ถึงจะเป็นเช่นนั้นฉันก็บอกได้ทันทีว่าชายคนนี้แข็งแกร่งสุดๆ จนอายุไม่ได้มีผลอะไรกับเขาเลย
ครั้งล่าสุดที่เจอกันเขาสวมเกราะทั้งตัวเลยไม่ได้เห็นหน้ามาก่อน แต่คาดไม่ถึงเลยว่าเขาจะมีรูปร่างเช่นนี้
บรรยากาศที่ปกคลุมชวนให้นึกถึงตอนคัตสึมิคุงกำลังสู้อย่างเอาจริง
「พี่ คนคนนั้นคือ……」
「ฮารุ อย่าห่างจากฉันเชียว」
「ค…ค่ะ」
ดูเหมือนเขาจะไม่ได้มีเจตนาสร้างความวุ่นวายที่นี่ แต่พวกเราก็ต้องระวังตัวเผื่อไว้ก่อน
จากนั้นก็เดินไปนั่งที่เคาน์เตอร์เพื่อจับตามองเขาโดยมีคอสโม่จังเดินไปนั่งตรงข้าม สภาพเธอตอนนี้เหมือนกับลูกแมวตัวน้อยเลยแฮะ
「คัตสึมิคุงยังไม่ลงมีอีกเหรอ?」
「นั่นสินะ….ว่าแต่เธอติดต่อกับประธานหรือยัง?」
「จริงสิ」
ฉันพยักหน้าให้กับอากาเนะ
ถึงจะกังวลว่าทำไมคัตสึมิคงจะยังไม่ลงมา แต่การพูดคุยก็เริ่มขึ้นแล้ว
「ดูเหมือนเจ้าจะสบายดีนะ」
「ค..ค่ะ」
น้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความกังวลและแผ่วเบา ต่างจากคอสโม่จังตอนปกติ
「ทะ ทำไมถึงมาที่นี่ได้เหรอคะ?」
「ซันนี่เป็นคนบอกข้ามาน่ะ ดูเหมือนเจ้าจะได้เขาช่วยหลายๆเรื่องเลยสินะ」
「เรื่องนั้นก็ใช่หรอกค่ะ」
ซันนี่ ผู้อยู่ในลำดับที่ 3
ชายร่างยักษ์คนนั้นนี่เอง
พวกเราตั้งใจฟังเรื่องที่เขาพูดอย่างจริงจัง ทว่าชินโดซังที่ยืนอยู่ตรงเคาน์เตอร์กลับทำหน้าซีดทันทีที่ได้ยินชื่อนี้
「ว่าแต่ เดี๋ยวก่อนนะ ทำไมไอ้เจ้าสาระยำซันนี่มันถึงได้รู้ที่ตั้งร้านใหม่ของฉันด้วยล่ะแถมยังบอกกับเอเลี่ยนตัวอื่นอีก แบบนี้ฉันจะรอดไหมเนี่ย?!」
「มาสเตอร์ ตอนนี้กำลังคุยเรื่องสำคัญอยู่นะคะ」
「กรุณาเงียบก่อนค่ะ」
「ไม่ได้ยินที่พวกเขาพูด」
「แต่นี่มันเรื่องเป็นตายของฉันเลยนะเออ!!」
สิ่งที่สำคัญที่สุดตอนนี้คือเรื่องของคอสโม่จังต่างหาก
「ท่านพ่อ ผิดหวังในตัวฉันหรือเปล่าคะ?」
「……」
「ฉันทรยศต่อองค์กร….ท่านรูอิน…และมาอยู่กับพวกจัสติสครูเซเดอร์ที่เป็นศัตรู นอกจากนี้ก็ยังเข้าใจถึงสิ่งที่ท่านรูอินปรารถนาผิดไปอีก」
ทว่าสีหน้าของชายชรากลับไม่ได้เปลี่ยนไปในเชิงผิดหวังต่อคอสโม่จังเลย
「เจ้าก็เป็นเด็กเช่นนี้มาตั้งนานแล้ว」
「……คะ」
「เป็นเรื่องธรรมดาเพราะคนส่วนมากเช่นเจ้าหลังได้เจอกับท่านผู้นั้นก็คงลงเอยไม่ต่างกัน แทนที่จะบอกว่าผิดหวัง ข้าคงต้องบอกว่าเป็นเรื่องที่ช่วยไม่ได้เสียมากกว่า」
คอสโม่จังตอนเจอกันครั้งแรกก็ดุร้ายสุดๆจริงนั่นแหละ
เธออยากจะฆ่าคัตสึมิคุงเพียงอย่างเดียว ก็เข้าใจได้ว่าคงถูกล้างสมองมาได้แหละ
「ข้าไม่มีอะไรจะต่อว่าเจ้าเป็นพิเศษหรอกเกี่ยวกับเรื่องที่เจ้าเข้าร่วมกับจัสติสครูเซเดอร์ ทว่าเจ้าก็ควรจะเตรียมตัวที่จะเผชิญหน้ากับพวกลำดับแห่งดวงดารา รวมถึงข้าเอาไว้ในภายภาคหน้าด้วย」
「เรื่องนั้นเตรียมใจไว้แล้วค่ะ」
「เช่นนั้นก็ดี」
ชายชราจิบกาแฟแล้วยิ้มให้กับลูกสาวตัวเอง
「สีหน้าของเจ้าดูดีขึ้นกว่าแต่ก่อนมาก ท่าทางจะเติบโตขึ้นมากเลยสินะ ที่ข้ามาก็แค่อยากจะเห็นการเติบโตของเจ้าในฐานะผู้เป็นพ่อน่ะ」
「ท่านพ่อ……」
「จงเดินต่อไปในเส้นทางที่เจ้าเลือกเสีย อย่าได้ลังเลตอนนี้เจ้ากำลังจะต้องเผชิญหน้ากับโชคชะตาที่รอเจ้าอยู่ และเจ้าจะเป็นคนกำหนดมันด้วยตัวเอง」
「……ค่ะ」
มาถึงตรงนี้การสนทนาของทั้งสองก็ได้หยุดลง ความเงียบงันได้มาปกคลุมทั่วร้าน
แม้จะเป็นศัตรู แต่ท่าทางในฐานะพ่อจะไม่ได้เลวร้ายไปเสียหมด
「เช่นนั้น ต่อไปก็พวกเจ้า」
「「「!」」」
สายตาของเขาหันมาหาพวกเรา
ฉันวางมือเอาไว้ตรงอุปกรณ์แปลงร่างที่มือซ้ายทันที ก่อนจะเฝ้าระวังท่าทีของเขาสุดๆ
「อย่าได้เอาแต่อยู่ข้างในนั้น จงออกมาเสีย」
ชายชราพูดอะไรแปลกๆออกมาแทนซะงั้น
จงออกมาเสีย? ใครกันล่ะ?
———อึก
ทันใดนั้นเองความทรงจำประหลาดก็ไหลเข้ามาในหัวฉัน
ฉันพยายามทรงตัวเอาไว้ไม่ให้ล้มลงจากอาการปวดหัว ทางอากาเนะกับอาโออิก็มีสภาพไม่ต่างกัน
「พะ พี่เป็นอะไรไป?! อากาเนะซังกับคิราระซังก็ด้วย เป็นอะไรหรือเปล่าคะ?!」
「……นี่มัน……!」
「ความทรงจำตอนฝัน…?……?」
「ท่านอาซาฮี?」
ความทรงจำในช่วงที่เราถูกฝึกฝนภายในฝันอันแสนเนิ่นนาน
ท่านอาซาฮี แกนพลังงานของสูทจัสติสครูเซเดอร์
『อย่าได้คิดจะใช้เล่ห์กระจอกเช่นนั้น』
『หยุดทำตัวน่าสมเพช แล้วเอาจริงเอาจังให้มากกว่านี้เสีย』
『รุนแรงยิ่งกว่านี้ ทุ่มให้สุดแรง』
『ข้อดีของเจ้ามีเพียงหน้าอกกับก้นหรืออย่างไรกัน!!』
ทั้งคำพูดที่ดูคุกคามทางเพศสุดๆและการถูกกระทืบยำเละภายในความฝัน เธอผู้นี้คือคนที่ฝึกฝนพวกเราภายในห้วงแห่งฝัน
….หรืออย่างน้อยก็น่าจะแบบนั้นแหละ
「สาวนักล่าหัวโรคจิต!!……!!」
「เครื่องจักรสังหาร โกลโกเวอร์ชั่นธนู……!!」(ref:golgo 13)
「จ้าวขวานคลั่งพลังช้าง…!!」
จำได้หมดแล้ว
ภายในความฝันนั้น ฉันได้รับการฝึกฝนเยี่ยงสปาตัน!!
ทันทีที่พวกเราจำได้ พวกเราต่างก็เอ่ยชื่อของเธอที่พวกเราตั้งกันเองทันที แผ่นหลังของฉันกับอากาเนะพิกชนกันเหมือนกับหมดแรง
「อากาเนะ ยังไหวสินะ?」
「อ้า เรายังไหว」
อากาเนะดึงสติกลับมาอย่างรวดเร็วแล้วลุกขึ้นยืนทันที ก่อนจะมองไปรอบๆแล้วยืดเส้นยืดสาย
……ไม่สิ เธอคนนีไม่ใช่อากาเนะนี่?!
「ท่านอาซาฮี?」
「เราก็มิได้ตั้งใจจะเผยตัวให้ผู้ใดได้พบเจอ ทว่าการได้เจอกับผู้มีชะตาในช่วงเวลาที่เรายังมีชีวิตอยู่ ก็เป็นเรื่องที่มิอาจเลี่ยงได้ในการออกมา」
「แล้วเกิดอะไรขึ้นกับอากาเนะกันคะ?!」
「มิต้องเป็นห่วง นางปลอดภัย」
ค่อยสบายใจขึ้นมาหน่อย…。
ดวงตาของอากาเนะตอนนี้เป็นสีแดงประกาย ก่อนจะใช้สายตานั้นมองไปยังชายชราแล้วยิ้มออกมา
「มิได้เจอกันเสียนาน วาส」
「ท่าทางสิ่งที่เจ้าพูดจะทำได้จริงสินะ」
「เรามิใช่พวกพูดจาโกหกอยู่แล้ว ความเป็นไปได้มากมายได้นำพาตัวเราหลังสิ้นใจลงมายังจุดนี้ อย่างที่เคยพูด」
จากนั้นท่านอาซาฮีก็เดินไปนั่งตรงข้ามกับวาสที่มีคอสโม่จังนั่งอยู่ก่อน
「ช่วยหลบหน่อยผมเขียว」
「ผมเขียว?! เดี๋ยวสิ?! อย่ามาผลักกันสิยะ」
ท่านอาซาฮีนั่งข้างๆคอสโม่จังโดยผลักเธอเข้าไปให้ลึกว่าเดิม ก่อนจะไขว้ขาขึ้น
ท่าทางที่ดูหยิ่งผยองของเธอไม่ต่างจากที่เจอในฝันสักนิด
「เรามิได้ต้องการเผยตัวให้ผู้ใดเห็นแท้ๆ ทว่าเพราะเจ้าเราจึงจำเป็นต้องเผยตัวออกมา」
「แปลว่าข้าคงทำอะไรพลาดไปเสียแล้วสินะ」
「ก็อย่างที่เจ้าพูด….นี่คือครั้งสุดท้ายที่ข้าจะออกมาแสดงเจตจำนงเสรีของตัวเราเอง หากมีอะไรที่เจ้าต้องการจะพูดก็พูดมาเสียตอนนี้」
ดูมีออร่าแบบผู้ใหญ่ที่ไม่เหมือนอากาเนะเลยสักนิด
ทั้งสง่างามและเคลื่อนไหวได้ชวนหลง นี่มันอากาเนะร่างทองชัดๆ?!
「……ข้าไม่มีอะไรจะกล่าว」
「หือ?」
「ทันทีที่ข้ารับรู้ถึงตัวตนของเจ้าได้ สิ่งที่ข้าต้องการรู้ก็หมดสิ้นแล้ว」
「……คุคุ ท่าทางเจ้าจะเปลี่ยนไปหลังมีลูกสาวนะ ทว่าก็ยังทำตัวห่างเหินเช่นเคย」
ท่านอาซาฮียิ้มออกมา
เธอกับเพื่อนเก่าเพื่อนแก่กับชายชราคนนี้เหรอ?
ไม่สิแทนที่จะบอกว่าเป็นเพื่อนกัน
น่าจะบอกว่าคู่แค้นเสียมากกว่า เพราะสัมผัสได้ถึงความเกลียดชังของเธอที่มีต่อเขาได้ชัดเลย
「พวกนางแข็งแกร่ง ท้ายที่สุดพวกนางจะเป็นผู้ปลิดชีวิตของเจ้า」
「ข้าก็หวังให้เป็นเช่นนั้น ไม่งั้นคงจะเน่าเบื่อแย่」
หลังคุยจบเขาก็ยืนขึ้นแล้วตรงไปหามาสเตอร์
「หากอยู่นานกว่านี้เรื่องน่ารำคาญจะตามมาอีกมาก ขอคิดเงินเลยแล้วกัน」
「มะ ไม่จำเป็นต้องจ่ายหรอกค่ะ! กับอีแค่ร้านกระจอกๆแบบนี้ ไม่จำเป็นเลยสักนิด!!」
เส้นเอ็นได้ปูดโปนออกมาจากหน้าผากของมาสเตอร์ทันทีที่คอสโม่จังพูดขึ้น
「ก็อย่างที่คอสโม่บอก ไม่ต้องจ่ายเงินหรอกครับ เดี๋ยวผมไปหักเงินจากค่าจ้างยัยนี่เอง」
「ไหงงั้นเล่า!!」
สถานการณ์เริ่มวุ่นวายขึ้นคอสโม่จังโวยวายใส่มาสเตอร์ทันที ทางชายชราที่เห็นก็ยิ้มออกมา
จากนั้นประธานกับคัตสึมิคุงก็ลงมาจากชั้นสอง
ทันใดนั้นเองประธานก็ถอนหายใจออกมาและแสดงสีหน้าปั้นยาก ทางคัตสึมิคุงเหมือนจะไม่รู้สึกกดดันอะไรเลยสักนิด
「โกลดี้」
「อาจารย์……!」
「ข้าไม่มีสิทธิ์จะให้เจ้าเรียกเช่นนั้นหรอก…แต่ว่า….ดีจริงๆที่เจ้ายังสบายดี」
จากนั้นเขาก็มองไปยังคัตสึมิคุงที่อยู่ข้างๆ
「เป็นครั้งที่สองสินะที่พวกเราได้เจอกัน เจ้าหนู」
「นี่นาย……」
「เจ้าสนุก กับการพูดคุยหรือเปล่า?」
การพูดคุย……?
คัตสึมิคุงเบิกตากว้างขึ้นทันทีหลังได้ยินคำถามของลำดับที่ 1 ก่อนจะถอนหายใจออกมา
「มันจะไปสนุกได้ยังไงกันเล่า」
「ฮ่าๆๆ เจ้าคงจะเป็นผู้เดียวที่สามารถพูดเช่นนั้นได้ นี่สินะเหตุผลที่ท่านผู้นั้นสนใจในตัวเจ้า」
「น่ารำคาญชิบ……」
ลำดับที่ 1 หัวเราะแล้วหันมาหาพวกเรา
「พอได้เห็นพวกเจ้าข้าเองก็สนุกไม่น้อย」
「ท่านพ่อ……」
「ได้เห็นลูกสาวของตัวเองสบายดีข้าก็สบายใจ」
ชายชราเดินออกจากร้านไปทั้งอย่างนั้น
ประธานทำได้เพียงเฝ้ามองด้วยความตกใจ ก่อนจะหมดแรงจนทรุดลงกับพื้น
「ฉันไม่คิดเลยสักนิดว่าเขาจะโผล่มาด้วยตัวเอง….กรีน!! ทำไมเธอถึงไม่บอกฉันกันฟะว่าพ่อของเธอคือลำดับที่ 1!! ดูสิเหงื่อไหลออกมาเป็นน้ำแล้วเนี้ย!!」
「ใครจะไปรู้ว่าจะรู้จักกันล่ะยะ แล้วก็อย่ามาเรียกฉันว่ากรีนนะเห้ย!!」
「ฉันจะไปรู้ได้ยังไงกันฟะยัยโง่!! นี่มันลำดับที่ 1 เลยนะเห้ย สัตว์ประหลาดที่โหดร้ายสุดๆรองลงมาจากรูอิน เพียงแค่ปรากฏตัวก็ทำให้โลกสั่นสะเทือนแล้ว หากเขาต้องการพื้นที่ทั้งหมดรอบๆนี่คงเหลือแค่ฝุ่น!! แบบนี้ไม่ดีแล้วสิ!!」
ทำไมอิตาประธานถึงมาซ้ำเติมคอสโม่จังที่น้ำตาคลออยู่นะ
ว่าแล้วฉันก็พยายามจะเข้าไปปกป้องเธอ…แต่เอ๋….เหมือนฉันจะลืมอะไรไปสักอย่างหรือเปล่า….
「อากาเนะ!!จริงสิ เธอกลับมาเป็นปกติแล้วเหรอ!?」
แล้วฉันก็นึกขึ้นได้ว่าอากาเนะถูกท่านอาซาฮีสิ่งร่างอยู่นี่หว่า
ฉันจึงรีบหันไปหาเธอ แต่ก็พบว่าท่านอาซาฮีกำลังยืนอยู่ตรงหน้าของคัตสึมิคุงเสียแล้ว
เนื่องจากความสูงที่ต่างกัน ท่านอาซาฮีเลยต้องเงยหน้าขึ้นมองคัตสึมิคุงและสบตากัน
「……เธอเป็นใคร แล้วทำอะไรกับอากาเนะกัน」
「อย่าได้กังวล เราคือสิ่งที่เรียกว่าแกนกลางของจัสติสสูท ตอนนี้เราเพียงแต่ยืมร่างของนางมาชั่วคราว แน่นอนว่านางก็เห็นชอบแล้ว」
คัตสึมิคุงจ้องมองไปยังท่านอาซาฮี
พอได้ยินแบบนั้นเขาก็คลายการระวังลงนิดหน่อย
「รู้สึกต่างจากยัยฮิลด้าจริงด้วยแฮะ….ไม่ได้ขนลุกอะไร」
「อย่าเอาเราไปรวมกับนางงูพิษผู้นั้นสิ แล้วก็อย่าใช้สายตาแบบนั้นจ้องเรานานเพราะอากาเนะเหมือนจะรับไว้ไม่ไหว」
คัตสึมิคุงที่ได้ยินแบบนั้นก็เกาแก้มด้วยความลำบากใจ
「งั้นก็ยินดีที่ได้รู้จักแล้วกัน ฉันคัตสึมิ โฮมุระ」
「เรามีนามว่า อาซาฮี หรือจะเรียกว่าอะไรก็ตามแต่ใจเจ้า นอกจากนี้มิจำเป็นต้องพูดจาทางการเช่นนั้นก็ได้」
เอ๋? ทำไมกันล่ะ ท่านอาซาฮี ทีตอนเจอกับฉันครั้งแรกบอกให้เติมท่านลงไปข้างหน้าด้วยแท้ๆ?!
สัมผัสได้ถึงการเลือกปฏิบัติอย่างชัดเจนสุดๆ
ว่าแล้วท่านอาซาฮีก็ค่อยๆวางมือเอาไว้บนแก้มของคัตสึมิคุงแล้วยิ้มออกมา
「ว่าแล้วเชียว พอได้เห็นกันตรงๆเช่นนี้มันแปลกเสียจริง」
「หือ……」
「ความเป็นไปได้….โชคชะตาที่กำลังขับเคลื่อน…ฟุฟุฟุ….นี่ก็เป็นอีกสิ่งหนึ่งงั้นหรือ」
……มันจะใกล้เกินไปหน่อยไหม?
ท่านอาซาฮีคิดจะทำอะไรกัน ทำไมฉันถึงรู้สึกแปลกๆ
「เอาล่ะ เราคงต้องจัดการแทนเจ้าพวกคนมิได้เรื่องสินะ」
「เอ๋?」
ฉันที่ไม่เข้าใจว่ากำลังจะเกิดอะไรขึ้นในวินาทีถัดไปช่างโง่เขลา
ท่านอาซาฮีได้ทำการใช้แขนทั้งสองข้างของเธอโอบคอของคัตสึมิคุงเอาไว้และดึงริมฝีปากเขาเข้ามาหาเธอทันที
「!?」
「หืม พลาดไปงั้นหรือ」
ก่อนที่ริมฝีปากทั้งสองจะบรรจบกัน หน้ากากของอัศวินขาวก็ถูกขวางกั้นเอาไว้
การขโมยจูบในครั้งนี้ของท่านอาซีฮีล้มเหลวไม่เป็นท่า
「อึก!!」
「หื้ม ช่างน่าเสียดาย」
ในขณะที่ทุกคนกำลังตกใจกับการกระทำของท่านอาซาฮี ร่างของเธอก็หมดแรงล้มลงไปราวกับหุ่นเชิดถูกตัดสาย
อากาเนะคนเดิมได้กลับมาแล้ว ส่วนคัตสึมิคุงที่ปลดหน้ากากออกก็เดินเข้าไปพยุงอากาเนะทันที
「โฮ่ย อากาเนะเป็นอะไรหรือเปล่า?」
「!!??」
การกระทำที่เกิดขึ้นก่อนหน้านี้
คัตสึมิคุงที่อยู่ในระดับใกล้ชิดสุดๆ
เป็นฉันก็คงมีสภาพไม่ต่างจากเธอแหง
「บะ……」
「บะ?」
「แบบนี้ไม่ไหวหรอกกกกกกก」
ดูเหมือนอากาเนะที่เริ่มเข้าใจสถานการณ์ทั้งหมดก็เกิดอาการคลั่งทันที ดวงตาของเธอเบิกกว้างใบหน้าของเธอเปลี่ยนเป็นสีแดงฉ่ำ ก่อนที่ตาขาวของเธอจะเลิกขึ้นแล้วหมดสติไปอีกครั้ง
「อะ อากาเนะะะะะ?!?!」
คัตสึมิคุงรีบพยุงร่างของเธอที่หมดสติไปเอาไว้ได้ทัน
ถึงจะเป็นการจูบผ่านหน้ากากก็เถอะ แต่มันก็สามารถพูดได้ว่าประสบความสำเร็จแล้ว
「ถึงจะผ่านหน้ากาก แต่ร้ายกาจจริงๆ」
「บัดซบ」
「……」
ว่ากันตามตรงฉันอยากจะเดินไปตบหน้าเธอให้ตื่นขึน้ทันที แต่ก็ไม่สามารถบอกได้ว่าเป็นความผิดของอากาเนะเสียทีเดียว….ไม่สิ ยังไงนั่นก็ร่างของเธอ ยกโทษให้ไม่ได้
ส่วนท่านอาซาฮีที่ก่อเรื่องเอาไว้ก็รีบหนีหายไปทันที
「ไม่รู้ทำไมแต่เหมือนคัตสึมิเองก็มีช่วงเวลาลำบากเหมือนกันสินะ」
「นะ นั่นมันอะไรกัน? หรือว่าแกนกลางของจัสติสสูทจะตื่นรู้ขึ้นมาแล้วงั้นเหรอ?!」
「โฮมุระ ฉันว่าทางที่ดีนายควรจะไปอยู่คนเดียวในที่ที่ไม่มีใครมายุ่งได้นะ…」
ตอนนี้คงต้องบอกประธานเกี่ยวกับเรื่องของท่านอาซาฮีกับชายชรานั่นแล้วสิ
โดยเฉพาะเรื่องของท่านอาซาฮี คงต้องอธิบายให้ละเอียดยิบ
***
ท่านอาซาฮีเป็นพวกชอบทำอะไรตามใจอยากไม่สนโลก ส่วนเซ็ตติ้งการสิงร่างจะคล้ายกับอิมมาจินในเดนโอ
ชิโระผู้ดึงสติได้ทันก่อนใครเพื่อนทำงานได้ดีเช่นเคย
–จบ—
ท่านอาซาฮี 1 : 0 JC
มาเม้ามอยหลังอ่านกันได้ที่เพจนะครับ แล้วก็ขอบคุณสำหรับทุกท่านที่ช่วยหารค่าไฟ และสามารถช่วยค่าไฟคนแปลได้ที่ กสิกร 2092612913 หรือ QR Code