cat2auto | นิยาย นิยายออนไลน์ นิยายวาย นิยาย PDF
  • หน้าหลัก
  • อ่านมังงะ
  • เว็บอ่านมังงะ
  • นิยายวาย [Yaoi]
  • Nekopost
  • Niceoppai
  • รออัพเดท
  • มังงะ18+
  • แทงหวย24
  • manga
Advanced
  • หน้าหลัก
  • อ่านมังงะ
  • เว็บอ่านมังงะ
  • นิยายวาย [Yaoi]
  • Nekopost
  • Niceoppai
  • รออัพเดท
  • มังงะ18+
  • แทงหวย24
  • manga
  • Romance
  • Comedy
  • Shoujo
  • Drama
  • School Life
  • Shounen
  • Action
  • MORE
    • Adult
    • Adventure
    • Anime
    • Comic
    • Cooking
    • Doujinshi
    • Ecchi
    • Fantasy
    • Gender Bender
    • Harem
    • Historical
    • Horror
    • Josei
    • Live action
    • Manga
    • Manhua
    • Manhwa
    • Martial Arts
    • Mature
    • Mecha
    • Mystery
    • One shot
    • Psychological
    • Sci-fi
    • Seinen
    • Shoujo Ai
    • Shounen Ai
    • Slice of Life
    • Smut
    • Soft Yaoi
    • Soft Yuri
    • Sports
    • Tragedy
    • Supernatural
    • Webtoon
    • Yaoi
    • Yuri
Prev
Next

อัศวินดำคุงไม่อยากเป็นเซ็นไต - ตอนที่ 101 เซไคเซ็นไตจู่โจม 3

  1. Home
  2. All Mangas
  3. อัศวินดำคุงไม่อยากเป็นเซ็นไต
  4. ตอนที่ 101 เซไคเซ็นไตจู่โจม 3
Prev
Next

 

หากจะให้ฉันอธิบายสถานการณ์คร่าวๆก็คือพวกฉันจำเป็นต้องหยุดพวกเซ็นไตอวกาศพวกนั้น

 

ทางคัตสึมิคุงกับกรีนกำลังไปช่วยปกป้องพวกคนที่หลบหนีไม่ทันระหว่างนั้นก็กำจัดสัตว์ประหลาดดวงดาราไปด้วย ส่วนทางจัสติสครูเซเดอร์ก็รับมือกับพวกเซไคเซ็นไตที่ติดตั้งอุปกรณ์เสริมมา

 

คงจะเป็นเรื่องยากสำหรับพวกจัสติสครูเซเดอร์ในการเอาชนะพวกมันที่ติดตั้งของใหม่มา

 

แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าพวกเธอจะพ่ายแพ้

 

ตอนนี้สิ่งที่ฉันทำได้คือการจำกัดความเสียหายให้แคบที่สุดและอพยพคนที่ยังเหลืออยู่

 

 

「ทาเรีย รายงานสถานการณ์การอพยพ!」

 

『ลังจากตรวจสอบปฏิกิริยาทางชีวภาพในพื้นที่โดยรอบดูเหมือนจะมีผู้ที่ยังไม่สามารถอพยพได้ทันหลงเหลือค่ะ ต้องการจะมุ่งหน้าไปเลยไหมคะ?』

 

 

「แน่นอนสิ ชิราคาวะคุง! มุ่งหน้าเต็มพิกัด!」

 

「เข้าใจแล้ว!!」

 

 

ยานขนาดยักษ์ ไวท์ 5 พุ่งตัวออกไปด้วยความเร็ว

 

ทั่วเมืองตอนนี้เต็มไปด้วยสัตว์ประหลาดดวงดารา โชคยังดีที่ตอนนี้พวกมันเล็งแต่พวกคัตสึมิคุง พวกเราเลยเคลื่อนไหวได้ง่าย

 

 

「สัตว์ประหลาดดวงดารางั้นเหรอ ทำไมมันถึงได้มีองค์ประกอบที่คล้ายกับสัตว์ประหลาดบนโลกจังฟะ」

 

『จากการวิเคราะห์ ดูเหมือนว่ามันจะใช้วิธีการสร้างของสัตว์ประหลาดบนโลกแต่วัสดุที่ใช้เป็นของต่างดาวค่ะ』

 

「ถ้าให้เดาก็น่าจะเป็นพวกซากศพของลำดับแห่งดวงดาราที่ตายไป…แต่ไม่ว่าจะยังไงนั่นก็ไม่ใช่สิ่งที่คนปกติคิดจะทำแน่」

 

 

ทหารที่ไร้ซึ่งเจตจำนง อาจจะดูเป็นของที่ใช้สะดวก แต่มันก็ไม่ต่างอะไรกับการเหยียบย่ำชีวิตที่จบลงไปแล้ว

 

ส่วนจุดที่ลำบากสุดๆก็คงจะเป็นพลังของพวกมันเทียบกับลำดับแห่งดวงดาราชั้นต้นๆได้เลย

 

 

「นั่นจึงเป็นเหตุผลที่เลือกคัตสึมิคุงกับกรีน」

 

 

โปรโตวันที่พลังขั้นสุดยอด กับความสามารถของกรีนที่คาดเดาอนาคตได้

 

ปัจจุบันจัสติสครูเซเดอร์ยังพลังในการทำลายล้างที่สูง จึงไม่เหมาะสำหรับการรับมือกับพวกมันเท่าไหร่

 

 

 

「ประธาน เรามาถึงกันแล้ว ฉันจะเปิดประตูยานให้รีบจัดการซะ!」

 

「อ้า เดี๋ยวฉันจัดการเอง」

 

 

ดูเหมือนว่าระหว่างที่กำลังคิดอะไรคนเดียวพวกเราก็มาถึงดาดฟ้าที่มีคนซึ่งอพยพไปไม่ทันซ่อนตัวอยู่

 

ในขณะที่ตรวจสอบความปลอดภัยโดยรอบฉันก็ลงไปข้างล่างตรงจุดที่ส่งสัญญาณทางชีวภาพมา

 

 

「ถึงคนที่ยังอพยพไม่ทัน!! ทีมช่วยเหลือมาถึงแล้ว!!」

 

 

ไม่มีเสียงตอบรับกลับมา

 

ก่อนที่อีกไม่กี่วินาที ประตูดาดฟ้าจะถูกเปิดแล้วปรากฏร่างของชายหญิง 5 ชีวิต

 

เป็นคู่สามีภรรยาสูงอายุ กับลูกสาวของเขาและเด็กๆอีก 2 คน

 

หญิงสาวผู้ที่เหมือนจะเป็นแม่ของเด็กทั้งสองเดินเข้ามาเหมือนเป็นตัวแทนของกลุ่ม โดยปล่อยให้คู่สามีภรรยาสองคนปกป้องเด็ก

 

 

「ปะ เป็นทีมช่วยเหลือเหรอคะ?」

 

「อ้า! ตรงนี้มันอันตราย รีบขึ้นยานมาเร็วเข้า!」

 

『มีปฏิกิริยาปริศนากำลังพุ่งเข้ามาค่ะ』

 

「ชิบ!」

 

 

รู้ได้ทันทีว่ามันคืออะไร ฉันรีบหยิบปืนหันไปเล็งยิงยังสัตว์ประหลาดดวงดาราที่พุ่งเข้ามา

 

ชิ ไม่ตายจริงด้วยวุ้ย

 

『ใช้ฉันสิคะ! ใช้ฉัน!!』

 

「เห้อ ช่วยไม่ได้!! ทาเรีย!」

 

 

ในขณะที่ฉันกำลังจะติดอุปกรณ์แปลงร่างซึ่งหยิบออกมาจากกระเป๋าไว้บนแขน ร่างของสัตว์ประหลาดดวงดาราก็ร่วงลงจากดาดฟ้าพร้อมกับแสงประกายสีแดงที่พุ่งผ่านไป

 

ไว้ใจได้จริงด้วยสินะ

 

รูขนาดใหญ่เกิดขึ้บนร่างของมันก็ที่จะระเบิดไปในอากาศ

 

 

 

 

「คัตสึมิคุง……!」

 

 

ถึงจะมองไม่ทัน แต่เขาคงเข้ามาช่วยฉันเอาไว้

 

งั้นก็ไปกันต่อ!

 

 

 

「เอ้าทุกคน รีบขึ้นมาเร็ว!」

 

「คะ ค่ะ!」

 

 

หลังจากยืนยันว่า 5 คนขึ้นมาครบแล้ว ประตูยานไวท์ 5 ก็ปิด

 

พอให้ทาเรียตรวจสอบเพิ่มทั่วเมืองก็ไม่พบใครที่ตกค้างอีก ก็หมายความว่า 5 คนนี้คือกลุ่มสุดท้าย

 

 

 

「ว้าว นี่มันอัศวินขาวแหละ!!」

 

「โห! จริงด้วย!!」

 

「อ่ะ อ้าาา ใช่แล้วจ้า เอาเป็นว่าตอนนี้ไม่เป็นไรแล้วนะ แต่ไปนั่งเงียบๆก่อนได้ไหม」

 

ดวงตาของเด็กทั้งสองเป็นประกายทันทีที่เห็นชิราคาวะคุงซึ่งกำลังขับยานอยู่ ท่าทางพวกเขาคงสบายใจที่ตัวเองรอดแล้วละมั้ง

 

พอชิราคาวะคุงเห็นแบบนั้นก็หันมาโบกมือให้นิดหน่อย

 

 

 

 

「แต่ไม่ใช่อัศวินดำสินะ……」

 

「ผู้หญิงเหรอ? ……ผิดคนละมั้ง」

 

「ทำไมถึงทำท่าผิดหวังขนาดนั้นเล่า?」

 

 

ชิราคาวะคุงอายุ 1 ปี ได้รับการโจมตีทางจิตใจเข้าให้แล้ว!!

 

แต่ก็คงงั้นแหละมั้ง ในมุมของพวกเด็กๆชิราคาวะคุงไม่ใช่สิ่งที่พวกเขาเคยเห็นด้วยนี่เนอะ

 

จากนั้นฉันก็บอกให้พวกเขาไปนั่งแล้วคาดเข็มขัดเอาไว้

 

 

 

 

「ขะ ขอขอบพระคุณมากเลยนะคะที่มาช่วยพวกเรา!」

 

「ไม่ต้องสุภาพขนาดนัน้ก็ได้ เป็นหน้าที่ของพวกฉันอยู่แล้วที่ต้องปกป้อง」

 

 

แอบเขินนิดหน่อยแฮะพอถูกหญิงสาวขอบคุณขณะไปช่วยเธอคาดเข็มขัดเพราะมือของเธอสั่นจนคาดมันไม่ได้ แต่ก็คงเป็นปฏิกิริยาปกติเมื่อคนดีๆแบบฉันเข้ามาหาแหละ———

 

 

『โกลดี้……?』

 

 

 

อยู่ดีๆก็ขนลุกวุ้ย!!

 

พอสัมผัสได้ว่าอารมณ์ของทาเรียเปลี่ยนไปจนผิดปกติ ฉันก็หันไปตรวจสอบเข็มขัดของเด็กชายที่นั่งข้างๆ

 

 

 

「คุณลุงเป็นเพื่อนของอัศวินดำเหรอครับ?」

 

 

 

「ใช่แล้ว ฉันคือคนที่คอยสนับสนุนเขาเอง…ตอนนี้ไม่เป็นไรแล้วนะ ฉันจะพาพวกเธอไปยังที่ปลอดภัยเอง」

 

「อื้อ!」

 

 

ฉันหันไปมองชิราคาวะคุงที่กำลังขับยานอยู่

 

ตอนนี้ไวท์ 5 กำลังมุ่งหน้าไปยังเขตปลอดภัย ทว่าอยู่ดีๆมันก็หยุดลงซะงั้น

 

 

 

 

「ชิราคาวะคุงเกิดอะไรขึ้น?」

 

「ประธาน ดูเหมือนพวกมันจะเล็งมาทางเราแล้วค่ะ」

 

「……!」

 

 

พอมองจากมุมของห้องนักบินก็พบว่ามีพวกสัตว์ประหลาดดวงดารากำลังเล็งยานของพวกเราเต็มไปหมด

 

แบบนี้แย่แล้วสิ

 

ไม่รู้ทำไมตอนนี้มันถึงมาเล็งพวกเรา

 

อาจจะเป็นเพราะคำสั่งจากพวกเซไคเซ็นไตก็ได้ หรือไม่ก็พวกมันมีความนึกคิดเป็นของตัวเองหลงเหลืออยู่ แต่เอาเป็นว่าหากรับมือกับพวกมันทั้งหมด ถึงเป็นไวท์ 5 ก็ไม่น่าเอาอยู่

 

 

「ประธาน」

 

「หือ?」

 

 

ชิราคาวะคุงหันหน้ามามองฉันก่อนจะพูดด้วยน้ำเสียงจริงจัง

 

 

「อาจจะเวียนหัวนิดหน่อยนะ」

 

「นี่เธอหมายถึง———」

 

 

วินาทีต่อมา ชิราคาวะคุงก็ทะยานขึ้นไปบนฟ้าเป็นเส้นตรง

 

เนื่องจากการเปลี่ยนแปลงกะทันหันของแรง G ร่างของฉันจึงพุ่งลงไปข้างหลังทันที

 

 

「โอ้ย!? โฮ้ยๆๆๆ ชิราคาวะคุงทำอะไรเนี้ย!?」

 

「……」

 

 

 

ไม่ตอบเฉย!?

 

ทันทีที่ไวท์ 5 เริ่มเคลื่อนตัวอีกครั้ง พวกสัตว์ประหลาดหลายตัวก็เริ่มกระโดดเข้ามาโจมตี

 

บางส่วนก็ถูกเปลวเพลิงจากไอพ่นสีฟ้าท้ายยานเผาทิ้งไป

 

 

「ชะ ชิราคาวะคุง อย่าพุ่งตรงไปที่ศูนย์อพยพนะ!!」

 

「รู้แล้วน่า นี่ก็กำลังหาทางอยู่」

 

 

เพื่อสนับสนุนชิราคาวะคุง ฉันจึงเรียกทาเรียให้ติดตั้งอาวุธของไวท์ 5

 

 

 

「ทาเรีย แพ็คเกจ  1 กับ 6 ทำงานได้!!」

 

『รับทราบแล้วค่ะ จะทำการติดตั้งทันที』

 

 

หมายเลข 1 คือเครื่องยิงขีปนาวุธ 6 ลำก้อง ส่วนหมายเลข  6 คือปืนเลเซอร์เล็งเป้าอัตโนมัติ

 

พอสิ้นเสียงของทาเรีย อาวุธพวกนั้นก็โผล่ออกมาจากยานแล้วกำจัดพวกสัตว์ประหลาดที่เกาะอยู่ตามปีกของยานให้ร่วงหล่นลงไป

 

เสียงระเบิดได้ดังกึกก้องไปทั่วยาน

 

 

「คะ คึก!?」

 

「นี่เรากำลังจะตายกันหมดเหรอ?」

 

「มะ ไม่ต้องเป็นห่วงนะ ถึงการขับจากนี้จะยากลำบากไปบ้าง แต่สนามพลังโน้มถ่วงพิเศษที่ถูกสร้างขึ้นภายในยานยังสามารถทำงานได้ ทำให้ยังคงระดับต้านแรง G เอาไว้ไหว!!」

 

『มาสเตอร์ สงบสติลงก่อนค่ะ ฉันไม่คิดว่านั่นจะเป็นคำอธิบายที่เด็กเล็กจะเข้าใจได้ค่ะ』

 

 

นั่นสินะ เอาแต่ตื่นเต้นไปหน่อยจนเป็นฉันเองที่ยังไม่ได้นั่งคาดเข็มขัดอยู่คนเดียว

 

 

แต่การที่ยานต้องเร่งความเร็วขนาดนี้เพื่อหนีพวกสัตว์ประหลาดก็บ่งบอกได้ชัดว่าพวกมันเร็วสุดๆเหมือนกัน

 

 

 

 

「ทาเรียโอนสิทธิ์ควบคุมการยิงมาให้ฉัน!!」

 

『แต่ว่าท่านฮาคัวกำลังควบคุมส่วนบิน———』

 

「ฉันจะทำมันทั้งคู่นั่นแหละ หากปล่อยให้เป็นแบบนี้ฉันปกป้องพวกเธอไม่ไหวแน่!!」

 

 

พอเธอได้ขับยานก็เหมือนจะเปลี่ยนไปเป็นคนละคน จากนั้นเธอก็ทำการควบคุมคอนโซลด้วยมือขวาที่ยังว่างอยู่

 

เธอใช้ไวท์ 5 ได้เหมือนมือเท้าแล้วสินะ สมกับที่มีความสามารถในการเรียนรู้สุดน่าทึ่งจริงๆ

 

เธอดึงคันโยกควบคุมสุดแรงเพื่อหมุนกลับยานไวท์ 5 แล้วเล็งอาวุธไปยังพวกสัตว์ประหลาดที่ใกล้เข้ามา

 

 

「เอาไปกินซะ!!」

 

 

ขีปนาวุธถูกยิงออกไปพร้อมกันทั้งหมด

 

พวกที่หลบได้ก็จะถูกเลเซอร์ผ่าครึ่ง

 

 

「แฮก…แฮกๆ」

 

「ชะ ชิราคาวะคุง……? ยังไหวใช่ไหม?」

 

「ยังไหวอยู่———ชิ มาอีกแล้ว!!」

 

「หือ!?」

 

 

ชิราคาวะคุงเหมือนจะสัมผัสบางอย่างได้ จึงเร่งเครื่องไวท์ 5 

 

เพียงไม่กี่วินาทีหลังสิ้นเสียงของเธอ ไวท์ 5 ก็เกิดการสั่นสะเทือนขึ้น

 

 

「บัดซบ!」

 

 

ชิราคาวะคุงเดาะลิ้นอย่างไม่พอใจขณะพยายามขับยานต่อไป

 

ถึงพวกผู้อพยพที่มาด้วยจะไม่ได้รับผลกระทบจากแรง G แต่สีหน้าของพวกเขาก็ซีดไม่น้อย

 

ไม่ได้แล้ว ฉันต้องทำให้พวกเขาสบายใจขึ้น!

 

 

「ทุกคน———」

 

「ชิ ไม่ร่วงไปซักทียะ!! เอาไปกิน ตายไปซะให้หมด ไอ้พวกแมลงน่ารำคาญ!!」

 

「ชิราคาวะคุง! พวกเราคือฝั่งธรรมมะไม่ใช่หรือไง!!?」

 

 

ไปติดเชื้อมาจากคัตสึมิคุงหรือยังไงกันนะ?!

 

คัตสึมิคุงกับเรดน่ะฉันพอจะทำใจได้แล้ว แต่เธออย่าไปอยู่กับฝ่ายนั้นอีกคนเถอะขอร้อง

 

หรือว่าไปแล้วหว่า? ได้ยินว่าพวกเด็กทารกได้รับอิทธิพลจากคนเลี้ยงดูง่ายด้วยสิ

 

 

 

 

「ประธาน ไวท์ 5 นี่แกร่งสุดๆไปเลย!!」

 

「อ้า ก็ต้องงั้นสิ…ว่าแต่ไหงมาพูดเอาตอนนี้———」

 

『สร้างบาเรียขึ้นมาที่ส่วนหน้าของยานแล้วค่ะ ท่านฮาคัว พร้อมเข้าปะทะค่ะ』

 

「โย้ชชชชช!!」

 

「ชิราคาวะคุง!? ทาเรีย!?」

 

 

ยัยนี่ตั้งใจจะใช้ยานเข้าชนร่างของสัตว์ประหลาดอย่างไม่ลังเลเลยเหรอฟะ?!

 

จากนั้นยานที่กางบาเรียเอาไว้ก็พุ่งชนเข้ากับร่างของสัตว์ประหลาดจนแหลกเป็นชิ้นๆ

 

 

「เอาล่ะ ใช้โอกาสนี้หนี———」

 

『ฆ่า』

 

『ฆ่า』

 

『ฆ่า』

 

「……ชิ」

มากันไม่หยุดสักทีถึงจะฆ่าไปเยอะแล้วก็ตาม

 

ไม่ว่าจะกำจัดไปเท่าไหร่ ตัวใหม่ก็จะเข้ามาแทนที่

 

 

「……คิดว่าจะยอมแพ้หรือไงกัน」

 

 

ทว่าจิตวิญญาณของชิราคาวะคุงก็ไม่ได้อ่อนแอลงเลย

 

เธอจับคันบังคับเอาไว้แน่น และบังคับยานเพื่อฝ่าฟันพวกสัตว์ประหลาด จากนั้นประกายแสงสีแดงก็ทะลุผ่านร่างของพวกสัตว์ประหลาดตรงหน้ายานทั้งหมด

 

พอสังเกตดูก็พบว่ามีร่างหนึ่งกำลังยืนอยู่ตรงหน้ายานไวท์ 5

 

 

 

『คิดไม่ถึงเลยวุ้ยว่าพวกแกจะฉลาดถึงขึ้นมาโจมตียาน』

 

 

เสียงของชายที่น่าไว้ใจที่สุดในจักรวาล ไรเดอร์ผ้าพันคอสีแดง ค่อยๆใช้หมัดของเขาในการสังหารพวกสัตว์ประหลาดทั้งหมด

 

 

「คัตซึน!!」

 

『ฮาคัว พยายามได้ดีมาก』

 

「อื้อ!」

 

 

จากนั้นเขาก็หันมาคุยกับฉันที่อยู่ข้างในยานโดยที่ไม่ละสายตาจากพวกสัตว์ประหลาดข้างนอกยาน

 

 

『ดูเหมือนว่าพวกมันจะเริ่มเคลื่อนไหวได้มีสติปัญญาขึ้นนะ』

 

「แน่ใจเหรอคัตสึมิคุง?」

 

『อ้าดูพวกมันสิ』

 

 

หลังคัตสึมิคุงบอก ฉันก็สังเกตร่างของพวกมันตอนนี้เหมือนว่าเปลือกสีดำที่ห่อหุ้มเอาไว้จะแตกออกเป็นชิ้นๆไปหมดแล้ว

 

 

 

「คัตสึมิคุงนี่มัน……」

 

『อ้า เหมือนกับสัตว์ประหลาดของโลกเราเลย….แต่จะให้ชี้จุดชัดเลยก็คงยากแหละ』

 

 

ก็หมายความว่าหากปล่อยพวกมันหลุดออกไป

 

ก็มีโอกาสที่มันจะให้กำเนิดสัตว์ประหลาดบนโลกขึ้นมาใหม่หรือเปล่านะ?!

 

 

『ปล่อยให้ฉันกับคอสโม่จัดการพวกมันเอง ไม่ปล่อยให้มันเหลือรอดไปแน่นอน』

 

จากนั้นเขาก็มองเห็นพวกคนที่อพยพซึ่งมากับยานของพวกเรา

 

 

『เดี๋ยวฉันจะปกป้องยานนี้จนกว่าจะถึงจุดอพยพเอง รีบตรงไปได้เลย』

 

「……อื้อ เข้าใจแล้ว!」

 

『ฝากด้วยล่ะ ฮาคัว』

 

 

เขากระโดดลงจากไวท์ 5 แล้ววิ่งไปมาบนท้องฟ้าเพื่อทำลายล้างพวกสัตว์ประหลาด

 

ในขณะที่ได้รับการปกป้องชิราคาวะคุงก็เคลื่อนยานต่อไปยังจุดอพยพ

 

หากเป็นอัศวินดำ….หากเป็นคัตสึมคุงละก็ไม่เป็นไรแน่นอน

 

เพราะฉันเชื่อมั่นในความแข็งแกร่งของเขา

 

 

 

 

「ไม่เป็นไรแล้วนะ อัศวินดำจะปกป้องพวกเราเอง」

 

「……อื้อ」

 

 

ฉันวางมือไว้บนหัวของเด็กชายเพื่อคลายกังวล

 

ต้องรีบส่งพวกเขาไปยังศูนย์อพยพ

 

ทว่าก็ยังโล่งใจไม่ได้

 

 

「ต่อจากนี้แหละคือของจริง」

 

 

หลังส่งพวกเขาเสร็จ พวกเราก็จะสามารถต่อสู้ได้โดยไม่ต้องกังวลข้างหลังอีก

 

หากเป็นศัตรูปกติแค่จัสติสครูเซเดอร์ก็น่าจะเพียงพอ แต่ตอนนี้พวกมันติดตั้งอุปกรณ์ใหม่มาเต็มไปหมด แถมเหมือนจะมีแผนอะไรอยู่ด้วย

 

หากให้ฉันเดามันน่าจะเป็นการโจมตีจากฟากฟ้าเหมือนกับคราวก่อน

 

ดังนั้นต้องเตรียมตัวให้พร้อม

 

 

 

「ถึงเวลาได้ลากคอพวกเซ็นไตอวกาศออกมาเชือดแล้ว」

 

จากนี้ไปจัสติสครูเซเดอร์จะได้รับพลังที่แท้จริงของพวกเธอ 

 

 

 

「ชิราคาวะคุง หลังส่งผู้อพยพเสร็จพวกเราจะมุ่งหน้าไปหาจัสติสครูเซเดอร์ทันที」

 

「นายตั้งใจจะทำอะไรน่ะ?」

 

「ของมันก็แน่อยู่แล้ว」

 

 

ฉันยิ้มให้กับชิราคาวะคุงที่เอียงหัวสงสัย

 

ฉันอาจจะลงเอยด้วยการเป็นเหมือนคัตสึมิคุงก็ได้ แต่ว่า….

 

 

 

「มาแสดงให้พวกเอเลี่ยนได้เห็นกันว่ามาหาเรื่องฉันจะเป็นยังไง」

 

 

ตอนแรกก็คิดว่าจะกังวลเพราะไม่ได้สู้มานานแล้ว แต่น่าแปลกที่ฉันกลับตื่นเต้นสุดๆ

 

ก่อนหน้านี้ฉันต้องยืมมือคัตสึมิคุงและคนอื่นๆในการต่อสู้ แต่ตอนนี้มันได้เปลี่ยนไปแล้ว

 

***

อุปกรณ์เสริมของพวกมันแข็งแกร่งกว่าที่ฉันคิด

 

นอกจากจะป้องกันการฟันของฉันได้แล้ว แรงโน้มถ่วงของมอทัลเรดยังดึงร่างของฉันเข้าไปหามันอีกด้วย แถมจะฟันก็ทำไม่ได้อีก

 

การโจมตีของมอทัลกรีนก็มีฤทธิ์กัดกร่อนที่ต้านได้ยาก

 

บาเรียของมอทัลเยลโล่ก็ทำให้คนอื่นโจมตีได้ยาก

 

ไหนจะพลังในการฟื้นฟูของมอทัลบลูอีก

 

ถึงไม่อยากยอมรับแต่พลังของมันพวกสนับสนุนกันได้ดีจริงๆ

 

จุดประสงค์ก็เพื่อโค่นพกเราด้วยการสนับสนุนกันและกัน

 

เหมือนกับพวกเรา

 

 

 

「เหมือนพวกเราจะเป็นฝ่ายตั้งรับแทนแล้วสิ!!」

 

「……」

 

 

แทนที่จะรับพลังโจมตีของแรงโน้มถ่วงไปตรงๆ ฉันใช้ใบดาบในการเบี่ยงมันออก

 

ความแตกต่างในอุปกรณ์ช่างชัดเจน

 

ความสามารถไม่สามารถชดเชยในเรื่องนี้ได้

 

แต่ก็ไม่คิดจะยอมแพ้ง่ายๆหรอก

 

 

 

「เยลโล่ โจมตีประสาน」

 

「จัดมาเด้!」

 

 

เยลโล่ปล่อยกระแสไฟฟ้าออกมาโดยมีฉันพุ่งเข้าไปโจมตีอย่างรุนแรง

 

ทว่าการโจมตีของพวกเราก็ถูกบาเรียของทอมัลเยลโล่และสนามพลังของมอทัลเรดป้องกันเอาไว้ ทว่าฉันก็ไม่คิดจะหยุด

 

 

 

「เปล่าประโยชน์!」

 

「ไม่มีทางที่พวกเธอจะเอาชนะฉันได้หรอก!!」

 

 

 

แล้วมันจะทำไมกันล่ะ

 

หากคิดว่าฉันจะยอมแพ้เพราะแค่โจมตีไม่ได้ละก็พวกแกคิดผิดแล้ว

 

ตลอดหลายปีที่ผ่านมาฉันเจอเรื่องแบบนี้มานับครั้งไม่ถ้วนแล้ว

 

สัตว์ประหลาดที่ใช้พลังความสามารถสุดไร้เหตุผล

 

ทว่าสุดท้ายพวกมันก็ประมาทและถูกพวกเรากำจัดทิ้ง

 

 

「บลู! ระเบิดควัน!!」

 

「รับทราบ」

 

 

 

หรือจะเป็นเพราะมีอัศวินดำคุงกันนะ?

 

พอมีเขาอยู่ด้วยใกล้ๆ ฉันไม่รู้สึกเลยว่าตัวเองจะพ่ายแพ้

 

หากพวกเราแพ้ก็จะมีอีกหลายชีวิตต้องสูญสิ้น

 

ดังนั้นพวกเราจะสู้ต่อไป

 

 

「เรด จับแขนฉัน!」

 

「อ้า」

 

 

ในจังหวะที่บลูสร้างม่านควัน เยลโล่ก็ยื่นมือมาให้ฉันจับ 

 

จากนั้นเธอก็กว้างฉันขึ้นไปข้างบน

 

 

「……」

 

 

ฉันพุ่งลงไปจอดที่ด้านหลังของมอทัลบลูอย่างเงียบงัน ก่อนจะโจมตีใส่ฮีลเลอร์ที่สร้างความลำบากในการต่อสู้ที่สุด

 

 

「พี่คะ!」

 

 

ทว่าการโจมตีนั้นก็ถูกบาเรียของมอทัลเยลโล่ปกป้องเอาไว้….พี่งั้นเหรอ?

 

ไอ้ตุ๊กตาไร้ชีวิตนี่เป็นพี่ของมอทัลเยลโล่เหรอ?

 

 

เสียงที่หลุดออกมาอาจจะเป็นเพราะสัญชาตญาณของเธอเอง แถมบาเรียของมอทัลเยลโล่ที่รีบสร้างขึ้นมาเหมือนจะไม่ได้แข็งแกร่งเท่าที่คิด จึงเกิดรอยร้าวขึ้น

 

 

「ทำไม…พวกเธอถึงยังไม่ยอมแพ้อีก…?」

 

「หากคิดว่าพวกฉันจะยอมแพ้ละก็ พวกฉันคงไม่มีทางมายืนอยู่ตรงนี้ได้หรอก」

 

「ทั้งที่ได้เห็นความต่างของพลังขนาดนี้แล้ว……」

 

「แล้วมันทำไมกันล่ะ? แค่นั้นต้องยอมแพ้เหรอ? หากมีสิ่งที่ต้องปกป้องอยู่ไม่ว่าจะเหตุผลไหนก็ไม่มีทางหรอก」

 

 

ของมันแน่อยู่แล้ว

 

หลังสิ้นคำพูดนั้นไหล่ของมอทัลเยลโล่ก็สั่นไปมา

 

ฉันไม่รู้ว่ายัยนั่นรู้สึกยังไง

 

ไม่เข้าใจด้วยซ้ำว่าทำไมมอทัลบลูถึงได้ไม่พูดจาอะไรสักคำแล้วเอาแต่รักษาพวกพ้องที่ทำเหมือนเขาเป็นขยะ

 

 

 

「ทำไม  ทำไม……」

 

「เป็นอะไรของเธอเนี่ย?」

 

 

ดูเหมือนว่าสติของเธอจะไม่มั่นคง บาเรียเริ่มแตกออก แล้วปลายดาบของฉันก็พุ่งเข้าไปหาร่างมอทัลเยลโล่ทันที

 

「ซะ ซวย———」

 

 

ทว่าในจังหวะนั้นเอง มอทัลบลูที่ควรจะอยู่นิ่งๆ กลับผลักร่างของมอทัลเยลโล่ออกไปและถูกดาบแทงใส่แทน

 

 

 

「———อั๊ก」

 

「มาทำกันได้นะ!! เรด!!」

 

「……」

 

 

ฉันถูกโจมตีสวนเข้ามาที่ไหล่

 

พอเป็นแบบนี้ฉันจึงปล่อยดาบแล้วกระโดดถอยออกมา

 

 

 

「……รู้สึกแย่ชะมัด」

 

 

การจะต้องสู้กับคนพวกนี้มันทำให้ฉันรู้สึกแย่ไม่เหมือนกับพวกสัตว์ประหลาด

 

หากมอทัลเยลโล่กับบลูมีนิสัยชั่วร้ายเหมือนกับมอทัลเรดฉันก็คงจะฟันได้อย่างไม่ลังเลแล้วแท้ๆ

 

ยุ่งยากจริง

 

 

「เรดเป็นอะไรไหม?」

 

「อ้า ไม่เป็นไร ยังพอทนไหว」

 

「พวกเราต้องซื้อเวลาอีกนานแค่ไหนกันนะ」

 

 

อย่างน้อยก็น่าจะจนกว่าคัตสึมิคุงและคอสโม่จังกำจัดพวกสัตว์ประหลาดหมด หรือไม่ก็ประธานอพยพคนหนีไปจนเสร็จ

 

ต้องพยายามให้มากกว่านี้แล้วสิ

 

 

「เอาล่ะทุกคนคงต้องพยายาม———」

 

 

ในขณะที่ฉันกำลังจะเข้าปะทะกับพวกมันใหม่โดยการสร้างดาบยเล่มใหม่ออกมา ไวท์ 5 ที่ขับโดยชิราคาวะจังก็ปรากฏขึ้นเหนือหัวพวกฉัน

 

 

 

จากนั้นมันก็หยุดนิ่งในอากาศก่อนจะเปิดประตูยานออก และแล้วร่างของชายผมบลอนด์สวมเสื้อคลุมสีขาวก็กระโดดลงมาจากยาน…เอาจริงดิ?!

 

 

 

「อ๊ากกก!!」

 

 

ร่วงลงมากับพื้นนอนแน่นิ่ง ใช้แล้วเจ้าหมอนี่คือเรมะ คาเนะซากิ หรือที่รู้จักกันในชื่อของประธานนั่นแหละ

 

ดูเหมือนจะเจ็บไม่น้อย แต่เขาก็พยายามลุกขึ้นโดยกัดฟันทนเอาไว้

 

 

 

 

「หึ หึหึหึ ขอโทษที่ปล่อยให้รอ ฉันมาแล้ว!!」

 

「ขอเปลี่ยนเป็นคัตสึมิคุงด้วยค่ะ」

 

「ใครเค้ารอกัน」

 

「กลับไปนอนบ้านเถอะ」

 

「หยุดพูดได้แล้วเจ้าเด็กพวกนี้นี่!! ไม่รู้หรือไงว่าฉันต้องพยายามขนาดไหน!!」

 

 

ประธานชี้นิ้วใส่พวกฉันก่อนจะหันไปหาพวกเซไคเซ็นไต

 

 

 

「……ใครกัน」

 

「ฉันคือโกลดี้ หรือถ้าชือบนโลกก็ เรมะ คาเนะซากิ」

 

 

ทำไมถึงพูดได้อย่างองอาจขนาดนั้นนะ ใช้อิตาคนไม่ได้เรื่องจริงเหรอ?

 

ทันทีที่ประธารปรากฏตึวขึ้น ฮิลด้าที่เอาแต่ดูเงียบๆก็เริ่มเคลื่อนไหว

 

เหมือนเธอจะระวังตัวไม่น้อยเลยด้วย

 

 

「คิดว่าแค่อดีตลำดับแห่งดวงดาราปลายแถมจะเปลี่ยนสถานการณ์ได้เหรอ?」

 

「ก็จริงว่าฉันอ่อนแอ อันที่จริงด้วยอาการบาดเจ็บยิ่งทำให้ฉันอ่อนแอกว่าสมัยก่อนอีกหลายเท่าเลย」

 

「งั้นนายตั้งใจจะมาซื้อเวลาเหรอ?」

 

「ทำไมถึงคิดงั้นล่ะ ทั้งที่ฉันคิดว่าเธอฉลาดแท้ๆนะ ฮิลด้า」

 

「หา?」

 

 

ประธานพูดยั่วยุอีกฝ่ายก่อนจะหยิบนาฬิกาสีทองขอบดำออกมาจากกระเป๋าเสื้อ———『จัสติสเชนเจอร์』

 

ฮิลด้าที่เห็นแบบนั้นก็รีบยิงกระสุนพลังงานใส่ประธานทันทีก่อนที่เขาจะได้แปลงร่าง

 

 

 

「ปะ ประธาน!」

 

「ไม่เป็นไร!!」

 

 

ในขณะที่ฉันกำลังตั้งใจจะเข้าไปช่วยเขา อนุภาคสีทองก็ปรากฏขึ้นรอบตัวของประธาน เหมือนกับบาเรียที่คอยปัดป้องการโจมตี

 

 

「ร่างกายฉันมันอ่อนแอก็จริง แต่มันสมองของฉันน่ะแกร่งกว่าพวกแกน่ะ ใช่แล้ว เพราะฉันคืออัจฉริยะยังไงล่ะ!!」

 

『UNIVERSE!!!』

 

 

ประธานกดปุ่มที่อุปกรณ์แปลงร่าง เสียงที่ส่งออกมาไม่เหมือนกับของพวกเรา

 

 

 

「จนถึงตอนนี้สิ่งที่ฉันทำได้คือการสร้างสูท สอนวิธีใช้ แล้วเฝ้ามองพวกเธอ!!!!」

 

 

 

『Loading N. N. N. Now  Loading → Loading N. N. N. Now  Loading →』

 

 

 

「แต่นับจากวันนี้เป็นต้นไป ทุกสิ่งทุกอย่างจะแปรเปลี่ยน อัศวินดำ จัสติสครูเซเดอร์!! นับจากนี้ฉันจะเปิดเส้นทางให้กับพวกเธอเอง!!」

 

 

ประธานยกแขนซ้ายขึ้นมาตรงใบหน้าก่อนจะกดปุ่มด้านข้างนาฬิกาอีกครั้ง

 

 

「ซาจิทาเรียส!! ขอพลังของเธอให้ฉันยืมอีกครั้งเถอะ!!」

 

 

 

『Anywhere as long as一 I am with you!!!!』

 

『Flame GOLD! Acceleration!!!』

 

 

เสียงของทาเรียเหมือนจะตื่นเต้นยิ่งกว่าเดิม

 

อนุภาคสีทองได้เข้ามาห่อหุ้มร่างกายของประธาน

 

เกราะสีทองก่อตัวขึ้นบนร่างของเขา สูทที่เข้าใช้ช่างคล้ายกับของพวกเราเหลือเกิน จากนั้นเขาก็ทำการสะบัดมือหนึ่งครั้งเพื่อกำจัดอนุภาคที่ปกคลุมร่างของเขาจนหมดสิ้น

 

 

 

『CHANGE → UP RIGING!! SYSTEM OF JUSTICECRUSADE……!!』

 

 

 

「ฉันผู้นี้คือจัสติสโกลด์!! นักรบแห่งดาวโลก จากนี้จะขอทำการสั่งสอนพวกแกเอง!!」

 

 

ชุดเกราะที่ดูแวววาวและฉูดฉาดสุดๆ กำลังชี้นิ้วไปหาพวกเซไคเซ็นไต

 

–จบ—

ฮาคัวเด็ก 1 ขวบผู้ซึมซับสังคมแห่งการนองเลือด

ว่าแต่บทเสียงแปลงร่างประธารมันแปลกๆนะ…..คิดไปเองแหละมั้ง

 

มาเม้ามอยหลังอ่านกันได้ที่เพจนะครับ แล้วก็ขอบคุณสำหรับทุกท่านที่ช่วยหารค่าไฟ  และสามารถช่วยค่าไฟคนแปลได้ที่ กสิกร 2092612913 หรือ QR Code

Prev
Next
MY READING HISTORY
You don't have anything in histories
POPULAR MANGA
กระบี่จงมา
กระบี่จงมา
บทที่ 992.2 ดอกไม้แดงบนภูเขาเขียวดุจเพลิงลุกไหม้ 27 พฤศจิกายน 2024
บทที่ 992.1 ดอกไม้แดงบนภูเขาเขียวดุจเพลิงลุกไหม้ 27 พฤศจิกายน 2024
323r
ท่านอ๋องผู้โหดร้ายกับหมอปีศาจ
ตอนที่ 2138 จะทำลายพวกเจ้า 27 พฤศจิกายน 2024
ตอนที่ 2137 เทือกเขาแห่งความตาย 27 พฤศจิกายน 2024
เทพกระบี่มรณะ (chaotic sword god)
เทพกระบี่มรณะ (chaotic sword god)
ตอนที่ 2528 - การตัดแขน 27 พฤศจิกายน 2024
ตอนที่ 2527 - ชำระหนี้แค้น 27 พฤศจิกายน 2024
61d44445LSpjhqcZ
เปิดระบบสุดโกงอัปสกิลหมอ
บทที่ 869 ที่หลบภัย 27 พฤศจิกายน 2024
บทที่ 868 ผมซับเหงื่อให้ครับ 27 พฤศจิกายน 2024
Full-time-Artist-ใครว่าผมไม่เหมาะเป็นศิลปิ
Full-time Artist ใครว่าผมไม่เหมาะเป็นศิลปิน
ตอนที่ 775 อาภรณ์หลวมโพรกมิเสียดาย เพื่อเจ้าข้าผ่ายผอมยอมอิดโรย 27 พฤศจิกายน 2024
ตอนที่ 774 ผีเสื้อรักบุปผา 27 พฤศจิกายน 2024
นิยายแปล-~จ้าวนักสู้เกิดใหม่ทั้งทีดันเป็นนางร้าย-~-ลูน่าอยากรีไทร์แล้ว
[นิยายแปล] ~จ้าวนักสู้เกิดใหม่ทั้งทีดันเป็นนางร้าย ~ ลูน่าอยากรีไทร์แล้ว
ตอนที่ 53 - 030:แผนการฝึกนักบุญ⑦ ค้นหาศัตรู 27 พฤศจิกายน 2024
ตอนที่ 52 - 029:แผนการฝึกนักบุญ⑥ ก่อนการต่อสู้ 27 พฤศจิกายน 2024
Here for more Popular Manga

Comments for chapter "ตอนที่ 101 เซไคเซ็นไตจู่โจม 3"

MANGA DISCUSSION

ใส่ความเห็น ยกเลิกการตอบ

You must Register or Login to post a comment.

  • HOME
  • COOKIE POLICY

© 2026 Madara Inc. All rights reserved