cat2auto | นิยาย นิยายออนไลน์ นิยายวาย นิยาย PDF
  • หน้าหลัก
  • อ่านมังงะ
  • เว็บอ่านมังงะ
  • นิยายวาย [Yaoi]
  • Nekopost
  • Niceoppai
  • รออัพเดท
  • มังงะ18+
  • แทงหวย24
  • manga
Advanced
  • หน้าหลัก
  • อ่านมังงะ
  • เว็บอ่านมังงะ
  • นิยายวาย [Yaoi]
  • Nekopost
  • Niceoppai
  • รออัพเดท
  • มังงะ18+
  • แทงหวย24
  • manga
  • Romance
  • Comedy
  • Shoujo
  • Drama
  • School Life
  • Shounen
  • Action
  • MORE
    • Adult
    • Adventure
    • Anime
    • Comic
    • Cooking
    • Doujinshi
    • Ecchi
    • Fantasy
    • Gender Bender
    • Harem
    • Historical
    • Horror
    • Josei
    • Live action
    • Manga
    • Manhua
    • Manhwa
    • Martial Arts
    • Mature
    • Mecha
    • Mystery
    • One shot
    • Psychological
    • Sci-fi
    • Seinen
    • Shoujo Ai
    • Shounen Ai
    • Slice of Life
    • Smut
    • Soft Yaoi
    • Soft Yuri
    • Sports
    • Tragedy
    • Supernatural
    • Webtoon
    • Yaoi
    • Yuri
Prev
Next

อัศวินดำคุงไม่อยากเป็นเซ็นไต - ตอนที่ 100 เซไคเซ็นไตจู่โจม 2

  1. Home
  2. All Mangas
  3. อัศวินดำคุงไม่อยากเป็นเซ็นไต
  4. ตอนที่ 100 เซไคเซ็นไตจู่โจม 2
Prev
Next

 

เมื่อพวกเรามาถึงจุดที่พวกเซไคเซ็นไตบุกมา สิ่งที่เห็นเป็นอย่างแรกก็คือวัตถุสีดำจำนวนมากติดอยู่กับอาคารหรือพื้นดิน

 

เมืองที่ไร้ซึ่งผู้คน

 

เหล่าพวกเซไคเซ็นไตรอเราอยู่ในจุดที่เด่นชัดสุดๆ

 

 

เรด บลู กรีน และฮิลด้า

 

ในขณะที่สงสัยที่ทำไมถึงไม่เห็นเยลโล่ฝั่งนั้น เระมก็สั่งให้ฮาคัวที่กำลังขับยานเปิดประตูยาน

 

 

 

「ฮาคัว เปิดประตูได้เลย」

 

「เข้าใจแล้ว! ประธาน อย่าถูกทิ้งเอาไว้ข้างหลังคนเดียวล่ะ!」

 

 

ไม่สำคัญว่าพวกมันจะรอพวกเราอยู่หรือเปล่า

 

ทันทีที่ไวท์ 5 เปิดประตูยานออก ฉันก็กระโดดลงจากยานเพื่อไปกำจัดพวกเซไคเซ็นไตทันที

 

 

 

「โฮ่ย!? โฮมุระ!?」

 

「ไปฆ่ามันกันเลย!」

 

「เอาเด้」

 

「จะยิงคุ้มกันจากด้านหลัง」

 

 

คอสโม่ส่งเสียงเหมือนตกใจออกมาส่วนพวกอากาเนะก็พร้อมใจบุกไม่ต่างกับฉัน

 

เมื่อยืนยันเป้าหมายได้แล้ว ฉันก็เร่งความเร็วของโปรโตวันพุ่งไปหาอีกฝ่ายทันที

 

 

 

「คึ มาแล้วสินะอัศ———」

 

「พูดมากเว้ย」

 

 

ฉันใช้หมัดในการยัดหัวของมอทัลเรดก่อนจะลากร่างของมันไถไปโดนมอทัลบลูกับกรีน แล้วกระทืบพวกมันซ้ำอีกที

 

 

———ไอ้เจ้าพวกนี้ก็ร่างปลอมเหรอ? น่ารำคาญชิบ

 

「ว่าไงจ๊ะ!」

 

 

คนเดียวที่เหลืออยู่คือฮิลด้าที่สวมสูทสีชมพู

 

วิธีรับมือกับยัยนี่ก็คือการปลดหัวเข็มขัดออกมาจากร่างของคนที่ถูกสิง

 

 

「!」

 

 

ทันทีที่ฉันพุ่งเข้าไปหาฮิลด้าโดยหมายจะกระชากหัวเข็มขัดออก ร่างกายของฉันก็ถูกหยุดเอาไว้ด้วยพลังลึกลับ

 

พอมองไปรอบๆก็พบว่ามีคลื่นปริศนาถูกปล่อยออกมาจากซากของมอทัลเรด

 

 

「———หือ?」

 

『คัตสึมิ การเคลื่อนไหวของนายถูกหยุดไว้เพราะคลื่นพลังงาน!』

 

「แล้วต้องทำยังไง?」

 

『ฝืนขยับต่อต้าน!』

 

 

เข้าใจง่ายดีวุ้ย

 

จากนั้นฉันก็ทำการขยับร่างกายให้ได้มากที่สุดตามคำแนะนำของโปรโต

 

ในที่สุดก็หลุดออกมาได้

 

 

「ขีดจำกัดในการหยุดด้วยพลังแห่งดวงดาราขั้นสุดคือไม่กี่วิสินะ…..」

 

「……」

 

「ไม่คิดจะคุยกันเลยสิน้า!」

 

 

ไม่มีเวลามาสนใจยัยนี่แล้ว

 

ต้องรีบปลดหัวเข็มขัดแล้วปล่อยคนที่ถูกสิงออกมา

 

 

「แย่จริง! ถ้าถูกแย่งไปก็จบกันพอดีเนอะ!」

 

 

ในขณะที่ฉันกำลังจะบุกต่อ ฮิลด้าก็ทำการปลดการแปลงร่างของเธอออก

 

เข็มขัดที่ฉันหมายจะกระชากออกมาได้หายไปราวกับถูกกลืนกิน

 

 

「!」

 

「ทีนี้นายก็ไม่สามารถโจมตีฉันในร่างมนุษย์โลกที่ไร้เดียงสานี่ได้สินะ?」

 

 

หญิงสาวที่ปรากฏต่อหน้าของฉันดูอายุมากกว่าฉันนิดหน่อย

 

ผมหยักศกยาวประบ่า สวมเสื้อสเวตเตอร์แบบเรียบๆกับกางเกงยีนส์ เหมือนคนทั่วไปที่ออกมาเดินเล่นในเมือง

 

ยากจะเชื่อจริงๆว่าเป็นคนที่หายตัวไปเมื่อหลายเดือนก่อน แต่ออร่าที่ปล่อยออกมาชัดเจนว่าไม่ใช่มนุษย์

 

 

「ได้เจอกันด้วยร่างนี้เป็นครั้งที่สองหรือเปล่านะ คัตสึมิ โฮมุระคุง」

 

 

 

ฮิลด้าเดินเข้ามาหาฉันที่ยืนนิ่งอยู่ แม้ว่าเธอจะไม่ได้แปลงร่าง เธอก็ไม่ได้แสดงท่าทางหวาดกลัวหรือระวังใดๆเลย

 

ดวงตาที่เป็นประกายแสงสีชมพูชวนให้น่าขนลุกจ้องมองมาทางฉัน

 

 

 

「นายแตะต้องฉันไม่ได้หรอก เพราะนายคือผู้ผดุงความยุติธรรมนี่เนอะ? โมโมโกะบอกมาน่ะ」

 

 

ฉันไม่ตอบอะไรกลับไป แต่ฮิลด้าก็ยิ้มอย่างสนุกสนานและแสดงบางอย่างที่เหมือนสวิตซ์ภายในมือให้ฉันดู

 

 

 

「ถึงจะหยุดนายได้ไม่กี่วิ แต่มันก็คงมากพอให้กดปุ่มนี้ได้น้า」

 

「……」

 

「หุหุ รู้ไหมว่าจะเกิดอะไรขึ้นหลังกดปุ่มนี้?」

 

 

….บางทีมันอาจจะเป็นอุปกรณ์ในการเปิดการทำงานของพวกสัตว์ประหลาดสีดำรอบตัวฉัน

 

แล้วก็อย่างที่คิดไม่กี่วินาทีต่อมา วัตถุสีดำก็เริ่มมีรอยแตกเหมือนไข่ จากนั้นสัตว์ประหลาดสีดำก็โผล่ออกมา

 

 

「ตอนนี้ฉันกำลังลำบากใจอยู่น่ะ ว่าควรจะให้สัตว์ประหลาดดวงดาราโจมตีเมืองดีหรือจะให้พวกมันบุกโจมตีพร้อมกันกับพวกเราดีน่ะ…อย่างไหนจะทำให้ลำบากมากกว่านั้นน้า」

 

 

….ยัยนี่น่ารำคาญชิบ

 

มัไม่ใช่แค่ปรสิตธรรมดา

 

มันฉลาดกว่าพวกเซไคเซ็นไตที่ต้องตายซ้ำตายซากหลายเท่า

 

แถมไม่รู้สึกเลยสักนิดว่ายัยนี่ตั้งใจจะเอาชนะฉันจริงๆจังๆ

 

 

 

「ไม่ว่าจะทางไหนพวกแกก็ไม่มีโอกาสชนะหรอก」

 

「นั่นก็จริง ฉันก็ไม่คิดหรอกว่าพวกมันจะชนะนายได้」

 

 

งั้นยัยนี่ต้องการอะไรกันล่ะ?

 

พอเห็นว่าฉันเปิดปากพูดยัยนี่ก็เหมือนจะอารมณ์ดีขึ้นแล้วยิ้มออกมา

 

 

「เอ้าๆ ทำสีหน้าเหมือนมีอะไรจะพูดต่อนะ?」

 

「……โมโมโกะ คาเสะอุระ」

 

 

ฮิลด้าหรี่ตาลงในขณะที่ฉันพูดชื่อของหญิงสาวที่ถูกยึดร่าง

 

 

「โมโมโกะงั้นเหรอ? เสียใจด้วยนะคนที่ใช้ร่างอยู่ตอนนี้คือฉัน」

 

「ฉันรู้ว่าเธอกำลังอยู่ในจุดที่ลำบาก」

 

 

แม้ว่าเธอจะไม่พูดอะไรออกมาแต่จิตสำนึกของเธอยังคงอยู่แน่นอน

 

ฉันสัมผัสได้ถึงเสียงขอความช่วยเหลือจากเธอ

 

 

 

「ก็บอกแล้วไงว่าคนที่อยู่ตรงหน้าของนายตอนนี้ไม่ใช่โมโมโกะ」

 

「แต่ว่าช่วยรออีกสักหน่อยนะ」

 

 

ฉันเมินเสียงของฮิลด้าและคุยกับคาเสะอุระซังที่เฝ้ามองฉันจากห้วงจิต

 

คนที่ฉันอยากจะคุยด้วยคือเธอไม่ใช่ฮิลด้า

 

ฉันไม่คิดจะสนใจยัยโรคจิตที่ทำทุกอย่างวุ่นวายไปทั่วหรอก

 

 

 

「ฉันสัญญาว่าจะช่วยเธอให้ได้แน่นอน」

 

「……คึก ก็บอกแล้วไงว่าไม่ใช่——」

 

 

จากรอยยิ้มที่ดูสนุกสนาน สีหน้าของฮิลด้าตอนนี้ได้เปลี่ยนไปแล้ว

 

ฉันถอยออกมาจากเธอนิดหน่อยพอสัมผัสได้ถึงอารมณ์ที่เปลี่ยนไป

 

ในจังหวะเดียวกันนั้นเอง พวกอากาเนะก็ร่อนลงมาถึงพื้น

 

 

 

「ดูเหมือนพวกมันตั้งใจจะใช้คนปกติเป็นเหยื่อล่อ」

 

「ก็คงจะอย่างงั้น พวกมันไม่มีปัญญาสู้เราตรงๆนี่นา วิถีตัวร้ายก็แบบนี้แหละ」

 

 

หลังสิ้นเสียงของเรด เสาแห่งแสงสี่เสาก็พุ่งลงมาจากฟ้า ปรากฏร่างของ มอทัลเรด บลู กรีน และเยลโล่ซึ่งพ่ายแพ้ไปก่อนหน้านี้

 

 

 

「พวกมันคงไม่ได้คิดว่าจะลงมาได้สบายๆสินะ?」

 

 

ฉันไม่รอช้าพุ่งเข้าไปยัดหมัดใส่อีกฝ่ายทันที

 

 

ทว่าการโจมตีก็ถูกป้องกันเอาไว้ด้วยสนามพลังโปร่งแสงที่น่าจะเป็นของมอทัลเยลโล่

 

「แรงชะมัดขนาดใช้อุปกรณ์เสริมแล้วนะ…!! อยากกลับแล้วอ่ะ….」

 

「โย้ช เวทีของพวกเราพร้อมแล้ว!」

 

「ได้เวลาใช้ของใหม่สักที」

 

「……」

 

 

ต่างจากคราวก่อน เหมือนพวกเซไคเซ็นไตจะลงมาพร้อมกับอุปกรณ์เสริมสีเงินประดับตามร่างกาย

 

สิ่งที่สะดุดตาที่สุดก็คงเป็นเกราะที่ปิดร่างกายส่วนบนเอาไว้

 

มันมีพลังงานแปลกๆแผ่ออกมา พร้อมกับแสงสีรุ้นอ่อนๆชวนขนลุก

 

 

「ฮิลด้า ขอโทษที่ทำให้เธอต้องลำบากในการรับมือกับพวกมันแต่ตอนนี้สถานการณ์เปลี่ยนไปแล้ว」

 

「อะ อึก! อ้าาาา ฉันใช้พลังมากเกินไปตอนรับมือกับพวกมัน คงจะต่อสู้ไม่ได้ไปสักพัก ของฝากพวกนายด้วยล่ะ」

 

「อ้า ปล่อยให้เป็นหน้าที่ของฉันเอง ด้วยอุปกรณ์ใหม่นี้แหละ พวกเราจะไม่มีวันพ่ายแพ้!」

 

 

ฉันละอยากจะฆ่าพวกมันไปให้หมดแต่ตอนนี้พวกสัตว์ประหลาดมันเริ่มเคลื่อนไหวแล้วเหมือนกัน

 

จะปล่อยให้มัมนทำตามใจชอบก็ไม่ได้

 

ทว่านั่นมันก็แค่ตอนที่ฉันอยู่ตัวคนเดียว แต่ตอนนี้ฉันมีพวกพ้องที่ไว้ใจได้

 

 

 

「เรมะ พวกฉันไม่สามารถหยุดพวกสัตว์ประหลาดสีดำนั่นได้」

 

『ฉันเห็นสิ่งที่เกิดขึ้นแล้ว! ดังนั้นการต่อสู้กับพวกเซไคเซ็นไตจะเป็นหน้าที่ของจัสติสครูเซเดอร์ ส่วนนายกับกรีนรีบมุ่งหน้าไปกำจัดพวกสัตว์ประหลาดให้หมดซะ!』

 

「รับทราบ」

 

 

เนื่องจากเจ้าพวกนี้มันเหมือนเป็นอมตะ ฆ่าพวกมันไปก็ไม่มีประโยชน์

 

ดังนั้นจึงจำเป็นต้องเล็งยานของพวกมันแทน แต่ก็ไม่รู้ว่าพวกมันซ่อนยานไว้ที่ไหน

 

ดังนั้นคงต้องกำจัดสัตว์ประหลาดที่สร้างความเสียหายก่อน

 

 

 

「คอสโม่ พวกเราจะไปจัดการสัตว์ประหลาดกัน」

 

「เอ๋!? สรุปนี่ฉันต้องไปจัดการกับนายเหรอ?!」

 

「เรด เยลโล่ บลูขอฝากพวกมันด้วยล่ะ」

 

「เข้าใจแล้ว นายก็ระวังตัวด้วยล่ะ」

 

「ฟังที่ฉันพูดหน่อยสิยะ!?」

 

 

ฉันหันกลับไปหาพวกสัตว์ประหลาดที่กำลังเริ่มเคลื่อนไหว

 

พวกมันโผล่ออกมาเต็มเมืองไปหมด

 

หน้าที่ของฉันก็คือการต่อยและกระทืบพวกมันให้หมด

 

นี่คือสิ่งที่ฉันกับคอสโม่ต้องจัดการ

 

 

 

「ลุยกันเลยคอสโม่」

 

「……ชิบ! โถ้เอ้ย! เข้าใจแล้ว! จะไปด้วยก็ได้!」

 

 

เหมือนคอสโม่จะทำใจยอมรับได้สักที ว่าแล้วฉันก็พุ่งเข้าไปโจมตีสัตว์ประหลาดตัวที่ใกล้ที่สุดก่อนทันที จนร่างส่วนบนของมันระเบิดเป็นเสี่ยงๆ

 

จากนั้นฉันก็พุ่งไปข้างหน้าต่อทันที ระหว่างนั้นก็ได้รับการต่อต่อมาจากเรมะ

 

 

『คัตสึมิคุง! ไวท์ 5 พบสัญญาณของคนที่อพยพหนีไปไม่ทัน ดังนั้นนายช่วยป้องกันพวกสัตว์ประหลาดดวงดาราไม่ให้เข้าใกล้ไวท์ 5 ทีได้ไหม?!』

 

「อ้า รับทราบ เดี๋ยวจะจัดการให้」

 

『คัตซึน! จะทำการส่งข้อมูลไปให้นะ』

 

 

หลังสิ้นเสียงของฮาตัว ภาพแผนที่ภายในเมืองก็ปรากฏขึ้นในหน้ากาก พร้อมจุดสีแดงจำนวนมาก

 

นี่คือจุดที่พวกสัตว์ประหลาดอยู่เหรอ?

 

 

 

『ไม่รู้ว่าจะช่วยนายได้ไหม แต่ฉันก็จะพยายามให้เต็มที่!!』

 

「ขอบใจมากฮาคัว」

 

 

ฉันเข้าใจดีเลยว่าเธอก็เป็นหนึ่งในกำลังรบที่สำคัญ

 

อย่างน้อยก็ในฐานะที่พึ่งพาทางจิตใจ

 

จากนั้นฉันก็หันไปคุยกับคอสโม่ที่น่าจะได้ข้อมูลดังกล่าวด้วย

 

 

「คอสโม่ ช่วยกำจัดพวกมันทุกตัวที่โผล่มาตรงหน้าเธอที หรือหากพบใครที่หนีไปไม่ทันก็ฝากปกป้องด้วยล่ะ」

 

「รับทราบ…ถึงไม่จำเป็นต้องห่วงคนแบบนาย แต่ก็ระวังตัวด้วยล่ะ」

 

「เธอนี่ปากไม่ตรงกับใจจริงๆ」

 

「……หนวกหูน่า」

 

「คนละภาพกับตอนที่ตั้งใจจะฆ่าฉันเลยวุ้ย」

 

「ถ้ายังไม่หยุดพูดเรื่องนั้นอีก ฉันจะฆ่านายจริงๆด้วย!」

 

 

อันที่จริงมันก็ไม่ใช่สิ่งที่ฉันจะพูดได้หรอกนะ

 

เพราะตัวฉันในอดีตที่ต้องต่อสู้เพียงลำพัง ฉันก็ไม่ได้มีนิสัยแบบนี้หรอก

 

แต่น่าแปลกที่ฉันไม่รู้สึกเกลียดสิ่งที่เป็นอยู่ตอนนี้เลย

 

พอสูดหายใจเข้าออกเสร็จก็มองไปยังพวกสัตว์ประหลาดตรงหน้า

 

 

 

「แต่เจ้าพวกนี้มันมีเยอะชะมัด」

 

「ยัยฮิลด้านั่น……」

 

 

สัตว์ประหลาดเกาะอยู่เต็มตัวอาคารไปหมด

 

ฉันบ่นออกมาขณะมองดูร่างอันใหญ่โตของพวกมันที่สวมเกราะชวนให้นึกถึงนักรบสีดำ กำลังพุ่งเข้ามาใส่

 

 

「ก็มีแต่ต้องจัดการพวกมันให้หมดสินะ ลุยกันเลย เลโอ!!」

 

 

 

『โฮก!』

 

『LA! LA! LA! LIOOOooN!!!!』

 

 

คอสโม่ที่อยู่ข้างๆฉันได้ทำการเสียบกุญแจเข้าไปที่ดาบซึ่งด้ามจับเหมือนกับหน้าสิงโต

 

แถมยังมีการเล่นBGMเหมือนรายการเด็กดูด้วยวุ้ย แต่เสียงดันเพราะสุดๆ จากนั้นไลอ้อนเซเบอร์ก็ถูกห่อหุ่มด้วยออร่าสีม่วง

 

 

 

『EAT→EVIL!!』

 

『DELICIOUS!!』

 

 

 

「เอาเลย!!」

 

 

ปืนยิงกระสุนพลังงานได้ถูกสร้างขึ้นรอบตัวของเธอ

 

จากนั้นมันก็ทำการยิงใส่พวกสัตว์ประหลาดที่โถมเข้ามา

 

 

 

「ฉันว่าลดเสียงได้ก็ลดเถอะนะ ไอ้นั่นน่ะ」

 

「……」

 

「เอ่อ…อันที่จริงมันก็ไม่ได้แย่อะไรหรอก」

 

 

พอเห็นคอสโม่ที่ทำท่าจิตตกฉันก็พอจะเข้าใจอะไรหลายๆอย่างที่เกิดขึ้นกับเธอได้ จากนั้นจึงตั้งสติใหม่แล้วหันไปหาพวกสัตว์ประหลาดแทน

 

ไม่สำคัญหรอกว่าเหลือกี่ตัว แค่ฆ่ามันให้หมดก็พอ

 

 

「คิดเหรอว่าแค่จำนวนจะงัดฉันลงได้?」

 

 

ออร่าสีแดงแผ่ออกมาจากบริเวณคอของโปรโตวันเหมือนผ้าพันคอ

 

ฉันเตะพื้นพุ่งไปหาพวกสัตว์ประหลาดและขยี้พวกมันทิ้งจนร่างแตกเป็นเสี่ยงๆเหมือนดอกไม้ไฟ

 

 

「อย่ามาล้อกันเล่นนะเว้ย ไอ้พวกกระจอกนี่」

 

 

สภาพของพวกมันเหมือนสิ่งที่สร้างขึ้นมาเลียนแบบสัตว์ประหลาดมากกว่า

 

ด้วยความสามารถแค่นี้ ถึงจะมีมากสักแค่ไหนก็ไม่ใช่คู่มือของฉันเลย

 

***

 

จนถึงตอนนี้สิ่งที่น่ารำคาญของพวกเซไคเซ็นไตคือความเป็นอมตะของพวกมัน มันจะคืนชีพได้เรื่อยๆจนกว่ายานจะถูกทำลาย

 

แต่ตอนนี้กลับรู้สึกต่างออกไป

 

ชุดเกราะส่วนเสริมที่มันพกติดตัวมาด้วยคราวนี้เหมือนจะเพิ่มพลังให้พวกมันมากจริงๆ

 

 

 

「ด้วยอุปกรณ์ดวงดารานี้จะทำให้พลังของพวกเราก้าวกระโดด!」

 

 

พื้นที่รอบๆของมอทัลเรดเริ่มบิดเบี้ยว ร่างกายของพวกเราเริ่มถูกดึงดูดเข้าไปหามัน

 

พลังของมันคือควบคุมแรงโน้มถ่วงสินะ

 

 

 

「พลังของฉันเองก็เหมือนกัน!!」

 

「!」

 

 

มอทัลกรีนที่ยืนอยู่ข้างๆมอทัลเรดได้ปล่อยควันพิษสีเขียวออกมารอบตัว

 

ชักไม่ดีแล้วสิ……!

 

 

 

「เยลโล่!」

 

「รู้แล้วเด้!」

 

 

เธอพุ่งออกไปข้างหน้าพร้อมกับขวานสายฟ้า ก่อนจะใช้มันทำลายควันพิษที่เข้ามา

 

ทว่าขวานที่ใช้ฟาดใส่ควันพวกนั้นกลับเริ่มมีรอยกัดกร่อนขึ้นที่คม

 

 

 

「ชิ?! ท่าจะบ่ดีแล้วเด้!」

 

ว่าแล้วคิราระก็ขว้างขวานใส่อีกฝ่ายขณะบ่นออกมา ก่อนจะหยิบขวานอันใหม่มาเปลี่ยน

 

 

 

「บลู!」

 

「รับทราบ」

 

 

ทันทีที่ควันเริ่มจางหายไปฉันก็พุ่งเข้าไปโจมตีโดยมีอาโออิยิงกระสุนพลังงานสนับสนุนจากข้างหลัง

 

ทั้งที่คิดว่าการโจมตีนี้จะถึงตัวพวกมันแน่นอน แต่มอทัลเยลโล่กลับกระโดดเข้ามากางบาเรียป้องกันไว้ได้ทั้งหมด

 

 

「…..ฉันจะหยุดเจ้าแรงโน้มถ่วง คิราระจัดการกับควันพิษ ส่วนอาโออิสนับสนุนจากข้างหลังต่อที」

 

「เข้าใจแล้ว」

 

「รับทราบ」

 

 

หลังตรวจสอบพลังของศัตรูเบื้องต้น ฉันก็แจงตำแหน่งงานให้แต่ละคนแล้วเริ่มโจมตีต่อ

 

ควันสีเขียวได้แผ่มาทางฉันที่กำลังหาทางรับมือกับแรงโน้มถ่วง แต่กระแสไฟฟ้าของคิราระก็มาหยุดมันเอาไว้

 

 

「คราวนี้แหละฉันจะเอาชนะเธอให้ได้ เรด!!」

 

「หุบปาก」

 

 

ฉันไม่สนใจคำพูดของมอทัลเรดแล้วพุ่งเข้าโจมตีอย่างสุดกำลัง

 

การโจมตีของฉันเล็งไปยังหัวของพวกมันทั้ง 4 คนที่เรียงกันอยู่ ทว่าในจังหวะสุดท้ายมันกลับถูกเบี่ยงออกไปด้วยพลังลึกลับ

 

 

「เกราะดวงดาราที่ความสามารถในการเพิ่มความสามารถของพวกเรา หรือก็คือตอนนี้ตัวฉันสามารถดึงพลังแห่งดวงดารามาใช้ได้อย่างเต็มที่แล้วยังไงล่ะ」

 

「……」

 

 

 

จากนั้นมอทัลเรดก็ทำการปัดกระสุนพลังงานที่อาโออิยิงใส่อย่างง่ายดาย

 

ฉันไม่สนใจคำพูดของมอทัลเรดแล้วทำการโจมตีโดยหมายจะฟันหัวของเขาทิ้งอีกรอบ ทว่าการโจมตีก็ถูกขัดขวางเอาไว้ด้วยดาบใหญ่ที่โผล่ขึ้นมากลางอากาศโดยที่มือของเขาไม่ขยับเลย ก็แปลว่าสามารถใช้แรงโน้มถ่วงคุมดาบได้ด้วยสินะ

 

ความหงุดหงิดก่อตัวขึ้นในใจของมันมากเรื่อยๆ ฉันจำเป็นต้องเปลี่ยนวิธีการต่อสู้ ใช้พละกำลังเพียงอย่างเดียวไม่น่าจะสามารถฆ่าศัตรูตัวนี้ได้แน่

 

 

 

「แต่จะดีเหรอ? ที่มีเล็งฉันคนเดียว」

 

「ย้ากกก!!」

 

 

มอทัลกรีนโผล่เข้ามาโจมตีด้วยขวานทั้งสองของเขา

 

 

「แล้วพวกแกคิดว่าเรดเป็นคนเดียวที่อยู่ตรงนี้หรือไง!」

 

 

เยลโล่ได้ตามเข้ามาแล้วต้านการโจมตีจากขวานของมอทัลกรีนก่อนสวนกลับไป

 

หลังจากขวานของเขาถูกกระแทกกลับ ฉันก็ปลดดาบที่กำลังปะทะกับมอทัลเรด

 

「……」

 

 

ฉันก็หยิบมีดสั้นออกมาแล้วแทงเข้าไปยังสีข้างของมอทัลกรีนที่เสียการทรงตัวจากแรงปะทะของคิราระ

 

ก็ไม่ใช่ว่าการเล็งไปยังจุดที่ไม่มีเกราะหนามันจะโจมตีเข้าอะไรเป็นพิเศษหรอก

 

แต่ฉันเดาว่าการป้องกันของมอทัลเรด กับบาเรียของมอทัลเยลโล่ไม่น่าจะป้องกันการโจมตีแบบนี้ได้

 

เมื่อเห็นว่าสิ่งที่ฉันคิดมันจริง ฉันก็ทำการกระซวกซ้ำไปอีก 3 ที

 

「อั๊ค!?」

 

「เยลโล่!」

 

「รับทราบเด้!」

 

 

เมื่อได้ยินเสียงของฉันแขนของเยลโล่ที่ปกคลุมด้วยไฟฟ้าก็กระแทกเข้ากับลำตัวของมอทัลกรีนส่งผลให้ทำอีกฝ่ายกระเด็นไป

 

เป้าหมายต่อไปคือมอทัลเรด

 

พอคิดได้แบบนั้นพวกเราก็หันเป้าไปหามอทัลเรดโดยไม่สนใจมอทัลกรีนที่ปลิวไป ก่อนจะสังเกตว่าดาบใหญ่ของมอทัลเรดกำลังส่องแสงสีแดงออกมา

 

 

「เอาไปกิน!」

 

「「!」」

 

 

รับการโจมตีนั่นไปตรงๆแย่แน่

 

สัญชาตญาณของฉันบอกแบบนั้นจึงรีบทำการเตรียมตัวหลบ ทว่ากระสุนพลังงานของอาโออิก็ยิงใส่เข้าที่หน้าของมอทัลเรด

 

แม้ว่ากระสุนพลังงานจะถูกปัดป้องไว้ได้ด้วยพลังปริศนา แต่มันก็ช่วยซื้อเวลาให้การโจมตีของดาบใหญ่หน่วงออกไปนิดหน่อยจนทำให้ฉันและคิราระหลบทัน

 

 

 

「ถอยกันก่อน」

 

「อ้า!」

 

 

รู้เลยว่าไม่ใช่คู่ต่อสู้ที่รับมือได้ง่ายเหมือนเมื่อก่อน

 

ฉันกับคิราระถอยไปยังจุดที่อาโออิอยู่ซึ่งไม่ไกลจากพวกเรานัก แน่นอนว่าไม่ได้ลดความระวังจากอีกฝ่ายลงเลย

 

 

「ช่วยได้เยอะเลยบลู」

 

「ไม่ต้องห่วง เป็นหน้าที่ของหัวหน้าที่ต้องปกป้องลูกน้อง」

 

 

 

「เธอไม่มีทางเป็นหัวหน้าได้หรอก หากทำตัวแบบนี้อยู่」

 

「อุ คงต้องเลือดท่วมให้สมกับเป็นเรดก่อนสินะ」

 

「หยุดเถียงกันได้แล้วเด้」

 

 

ฉันหันกลับไปมองพวกเซไคเซ็นไตระหว่างที่พูดคุยเล่นกัน

 

ฮิลด้าน่าจะใช้พลังทั้งหมดไปกับการเผชิญหน้าคัตสึมิคุงตอนแรกไปแล้วเลยอยู่ในสภาพที่ไม่ได้แปลงร่าง

 

ฝ่ายปะทะหลักๆตอนนี้คือมอทัลเรดกับกรีน

 

ฝ่ายป้องกันคือมอทัลเยลโล่

 

ส่วนมอทัลบลูตอนนี้ยังไม่ได้เคลื่อนไหวอะไร….

 

 

「มอทัลบลู! เจ้านั่นมัน!!」

 

「———」

 

อนุภาคสีน้ำเงินค่อยๆแผ่ปกคลุมร่างของมอทัลกรีน ซึ่งมันกำลังทำการรักษาร่างกายที่บาดเจ็บของเขา

 

….เข้าใจแล้ว หน้าที่ของเขาคือการรักษาพวกพ้อง…ไม่สิต้องบอกว่าซ่อมละมั้ง 

 

ถึงอยากจะฆ่าเขาก่อน แต่มอทัลเยลโล่ก็ทำท่าเหมือนปกป้องเขาเต็มที่เลย คงจะไม่ใช่เรื่องง่าย

 

 

 

「……ลำบากชะมัด」

 

 

ก็รู้อยู่หรอกว่าพวกมันต้องเตรียมตัวมารับมือกับพวกเรา

 

แน่นอนว่าการจัดการพวกมันไม่ใช่เรื่องยากนัก หากไม่มีมอทัลเยลโล่ละก็นะ

 

ไม่รู้ว่าเพราะอะไรแต่การต่อสู้คงลำบากกว่านี้แน่หากเธอ ไม่เอาแต่ปักหลักปกป้องมอทัลบลูที่ทำหน้าที่ในการรักษา โดยไม่โจมตีพวกเราเลย

 

 

 

『เรด สถานการณ์เป็นยังไงบ้าง?!』

 

「ดูเหมือนต้องใช้เวลาอีกสักพักค่ะ พวกมันค่อนข้างตึงมือเพราะติดอุปกรณ์เสริมอันใหม่」

 

『งั้นก็ไม่มีทางเลือกนอกจากต้องใช้ไม้ตายลับสินะ』

 

 

…หมายความว่าเขาจะใช้มันแล้วสินะ?

 

ฉันพยักหน้าให้กับคำพูดของประธาน

 

 

『ช่วยซื้อเวลาให้ฉันอีกสักหน่อยเถอะ ทันทีที่คนอพยพเสร็จ ฉันจะรีบไปที่นั่นทันที!!』

 

「……อ๊ะ เดี๋ยวหมายถึงอะไรคะ?」

 

 

จากนั้นการติดต่อก็ถูกตัดไปทันที

 

ฉันก็เข้าใจหรอกว่าเขามีไพ่เด็ดในมือ แต่ไม่เข้าใจว่าทำไมต้องมาหาพวกเราด้วย

 

***

คุยท้ายตอน

การเมินเฉยต่อสิ่งที่ฮิลด้าพูดคือวิธีการรับมือกับเธอที่ดีที่สุด

อันที่จริงแล้ว การที่คัตสึมิเมินคำพูดของฮิลด้านั้นทำให้เธอได้รับความเสียหายทางจิตใจเป็นอย่างมาก แถมยังปลุกบาดแผลในอดีตของเธอขึ้นมาด้วย

 

–จบ—

 

ไลอ้อนเซบ้าก็ยังคงแสดงพลังได้สุดยอดเช่นเคย

 

หรือว่าตอนหน้าประธานจะได้ฉายแสงแล้ว?!?

 

 

มาเม้ามอยหลังอ่านกันได้ที่เพจนะครับ แล้วก็ขอบคุณสำหรับทุกท่านที่ช่วยหารค่าไฟ  และสามารถช่วยค่าไฟคนแปลได้ที่ กสิกร 2092612913 หรือ QR Code

Prev
Next
MY READING HISTORY
You don't have anything in histories
POPULAR MANGA
กระบี่จงมา
กระบี่จงมา
บทที่ 992.2 ดอกไม้แดงบนภูเขาเขียวดุจเพลิงลุกไหม้ 27 พฤศจิกายน 2024
บทที่ 992.1 ดอกไม้แดงบนภูเขาเขียวดุจเพลิงลุกไหม้ 27 พฤศจิกายน 2024
323r
ท่านอ๋องผู้โหดร้ายกับหมอปีศาจ
ตอนที่ 2138 จะทำลายพวกเจ้า 27 พฤศจิกายน 2024
ตอนที่ 2137 เทือกเขาแห่งความตาย 27 พฤศจิกายน 2024
เทพกระบี่มรณะ (chaotic sword god)
เทพกระบี่มรณะ (chaotic sword god)
ตอนที่ 2528 - การตัดแขน 27 พฤศจิกายน 2024
ตอนที่ 2527 - ชำระหนี้แค้น 27 พฤศจิกายน 2024
61d44445LSpjhqcZ
เปิดระบบสุดโกงอัปสกิลหมอ
บทที่ 869 ที่หลบภัย 27 พฤศจิกายน 2024
บทที่ 868 ผมซับเหงื่อให้ครับ 27 พฤศจิกายน 2024
Full-time-Artist-ใครว่าผมไม่เหมาะเป็นศิลปิ
Full-time Artist ใครว่าผมไม่เหมาะเป็นศิลปิน
ตอนที่ 775 อาภรณ์หลวมโพรกมิเสียดาย เพื่อเจ้าข้าผ่ายผอมยอมอิดโรย 27 พฤศจิกายน 2024
ตอนที่ 774 ผีเสื้อรักบุปผา 27 พฤศจิกายน 2024
นิยายแปล-~จ้าวนักสู้เกิดใหม่ทั้งทีดันเป็นนางร้าย-~-ลูน่าอยากรีไทร์แล้ว
[นิยายแปล] ~จ้าวนักสู้เกิดใหม่ทั้งทีดันเป็นนางร้าย ~ ลูน่าอยากรีไทร์แล้ว
ตอนที่ 53 - 030:แผนการฝึกนักบุญ⑦ ค้นหาศัตรู 27 พฤศจิกายน 2024
ตอนที่ 52 - 029:แผนการฝึกนักบุญ⑥ ก่อนการต่อสู้ 27 พฤศจิกายน 2024
Here for more Popular Manga

Comments for chapter "ตอนที่ 100 เซไคเซ็นไตจู่โจม 2"

MANGA DISCUSSION

ใส่ความเห็น ยกเลิกการตอบ

You must Register or Login to post a comment.

  • HOME
  • COOKIE POLICY

© 2026 Madara Inc. All rights reserved