cat2auto | นิยาย นิยายออนไลน์ นิยายวาย นิยาย PDF
  • หน้าหลัก
  • อ่านมังงะ
  • เว็บอ่านมังงะ
  • นิยายวาย [Yaoi]
  • Nekopost
  • Niceoppai
  • รออัพเดท
  • มังงะ18+
  • แทงหวย24
  • manga
Advanced
  • หน้าหลัก
  • อ่านมังงะ
  • เว็บอ่านมังงะ
  • นิยายวาย [Yaoi]
  • Nekopost
  • Niceoppai
  • รออัพเดท
  • มังงะ18+
  • แทงหวย24
  • manga
  • Romance
  • Comedy
  • Shoujo
  • Drama
  • School Life
  • Shounen
  • Action
  • MORE
    • Adult
    • Adventure
    • Anime
    • Comic
    • Cooking
    • Doujinshi
    • Ecchi
    • Fantasy
    • Gender Bender
    • Harem
    • Historical
    • Horror
    • Josei
    • Live action
    • Manga
    • Manhua
    • Manhwa
    • Martial Arts
    • Mature
    • Mecha
    • Mystery
    • One shot
    • Psychological
    • Sci-fi
    • Seinen
    • Shoujo Ai
    • Shounen Ai
    • Slice of Life
    • Smut
    • Soft Yaoi
    • Soft Yuri
    • Sports
    • Tragedy
    • Supernatural
    • Webtoon
    • Yaoi
    • Yuri
Prev
Next

หฤโหดโคตรนักเวทย์ (Mage are too Op) - ตอนที่ 129

  1. Home
  2. All Mangas
  3. หฤโหดโคตรนักเวทย์ (Mage are too Op)
  4. ตอนที่ 129
Prev
Next

ตอนที่ 129 : ไม่มีความชอบธรรม

 

ภายในปราสาเล็กๆในเมืองมอลลี่ นายกของเมืองเบทเทลนั้นกําลังเฉลิมฉลองอยู่

 

องค์กรดวงตาสีเทานั้นถูกทําลายไปแล้ว และสัตว์ประหลาดสาวที่เป็นอมตะนั่นก็ไม่ได้ปรากฏตัวมาให้เห็นกว่าสิบวันแล้ว ดูเหมือนว่าเธอจะกลัวถูกฆ่าและจากไปแล้ว

 

ปัญหาร้ายแรงของเขาทั้งสองนั้นได้รับการจัดการภายในครั้งเดียว ตอนนี้เบทเทลรู้สึกว่าชีวิตของเขานั้นไม่เคยง่ายดายและมีความสุขขนาดนี้มาก่อน

 

พวกลูกน้องของเขาต่างเข้ามาเพื่อดื่มอวยพรให้กับเขา ขณะที่ขุนนางที่อ่อนแอต่างออกมา เพราะว่ามันถึงเวลาแสดงความน่าดึงดูดของพวกเขาแล้ว

 

เวตชายที่เป็นเพื่อนที่สนิทที่สุดของเขา หยิบแก้วไวน์พร้อมพูดด้วยน้ําเสียงเสียใจอยู่ด้านข้างเขา “น่าเสียดายนะที่เจ้าปล่อยผู้หญิงที่ชื่อเอลลี่ไป เธอนั้นทั้งเป็นอมตะและงดงาม มันมีหลายวิธีมากที่จะเล่นกับเธอ หากเจ้าไม่ต้องตัวนางแล้ว เจ้าควรส่งนางให้ข้าสิ”

 

“เจ้าไม่สามารถควบคุมเธอได้หรอก” เบทเทลนึกถึงความรู้สึกพิเศษที่เอลลี่มอบให้กับเขาตลอดเวลา จากนั้นก็ยิ้มออกมาอย่างดูถูก “ผู้หญิงคนนั้นเป็นทั้งคนงี่เง่าและคนโง่ ทั้งยังไม่เก่งในการต่อสู้, แต่มีท่าที่หยิ่งยโส ต่างจากผู้หญิงคนอื่นที่เจ้าเคยพบมาก่อน ข้านั้นไม่ใส่ใจที่จะให้นางมาเป็นสตรีที่แท้จริงของเมืองนี้ ขอเพียงแค่ให้นางลดความมั่นใจของนางลงหน่อย”

 

เวตมึนงงไปทันที จากนั้นเขาก็หัวเราออกมาเสียงดัง “มีผู้หญิงกี่คนกันที่นายพูดแบบนี้กัน ฉันเหนื่อยที่จะฟังมันต่อไปแล้ว”

 

“มันคือความจริง ผู้หญิงคนนี้ต่างออกไป เธอนั้นไม่สนใจในความมั่งคั่ง เธอสนใจแค่รูปแบบในการดําเนินชีวิตเท่านั้น” เบทเทลพูดออกมาด้วยความเสียใจ “เธอนั้นต่างจากผู้หญิงทั่วไป เธอนั้นน่าหลงไหลทว่ากลับไม่หยาบกระด้าง เรียบร้อยแต่ไม่ให้ความรู้สึกที่เรียบง่าย มันเป็นครั้งแรกที่ข้าได้เจอผู้หญิงแบบนี้ ทว่าเธอนั้นหยิ่งทระนงและยากที่จะควบคุม”

 

หลังจากเวตได้ยินเรื่องพวกนี้เขาก็กล่าวว่า “ข้ายิ่งสนใจนางเข้าไปอีกเมื่อเจ้าพูดออกมาแบบนี้”

 

“มันน่าจะมีบุตรีทองคํามากกว่าหนึ่งคน ไว้พวกเราลองไปหาพวกเธอที่เมืองอื่นดู เราสามารถล่อสักคนหรือสองคนมาที่นี่ได้ หวังหว่าบุตรีทองคําทั้งหมดจะโง่เหมือนเอลลื่นะ”

 

เมื่อคิดถึงเรื่องราวที่อธิบายไม่ได้ พวกเขาทั้งคู่ก็หัวเราะออกมาพร้อมกัน

 

เมื่อพวกเขาหัวเราะจบพวกเขาก็ไปคุยกับแขกคนอื่นๆ มันมีเสียงประหลาดดังขึ้นมาจากทางตะวันออก ขนาดเสียงดังภายในห้องโถงยังไม่สามารถกลบเสียงนั่นลงได้

 

ทันใดนั้นภายในห้องโถงก็เงียบลง เหลือเพียงเสียงดนตรีเท่านั้นที่ยังคงบรรเลงอยู่

 

จากนั้นก็มีเสียงดังเกิดขึ้นอีกครั้งตอนนี้มีหลายคนที่ได้ยินมันอย่างชัดเจน มันเป็นเสียงของอะไรบางอย่างที่ถูกโยนลงมาจากที่สูงและชนเข้ากับบางสิ่ง

 

ท่าทางของแขกส่วนใหญ่นั้นเต็มไปด้วยความสับสนและไม่เข้าใจว่าเกิดอะไรขึ้น ทว่ามีบางส่วนมีท่าที่แปลกและเหมือนจะคุ้นชินกับเสียงของมัน

 

ความรู้สึกแย่ๆเริ่มก่อตัวขึ้นมาในความคิดของพวกเขา

 

และนั่นก็รวมถึงเบทเทลด้วยเช่นกัน

 

เขายกมือขึ้นมาเพื่อให้นักดนตรีหยุดบรรเลง

 

จากนั้นเสียงดังครั้งที่สามก็ดังขึ้นมาจากในระยะไกล ในตอนนี้มันสามารถได้ยินได้อย่างชัดเจน

 

“นั่นมันเครื่องยิงหินขนาดยักษ์!”

 

เบทเทลรู้สึกกังวลอย่างควบคุมไม่ได้ ใครมันกล้าจู่โจมเมืองของเขากัน?

 

เขานั้นคิดที่จะออกไปดู ทหารก็วิ่งเข้ามาด้วยท่าทางตื่นตระหนกและพูดด้วยความตกใจว่า “ท่านนายกตอนนี้เลวร้ายมาก เจ้าพวกดวงตาสีเทามันกลับมาแล้ว! มันมาพร้อมเครื่องยิงหินหลายอันและทําลายประตูเมืองของเราอยู่”

 

“นั่นเป็นไปไม่ได้” เบทเทลคํารามออกมา “ดวงตาสีเทานั้นถูกทําลายไปแล้ว”

 

ทหารคนนั้นพูดขึ้นมาว่า “แต่ว่าพวกมันนั้นกําลังตะโกนอยู่หน้าเมือง”

 

“พวกมันมีกี่คนกัน?” เบทเทลถามด้วยความโกรธ

 

“อย่างต่ําก็ห้าสิบคน” ทหารตอบกลับมาด้วยเสียงเบา

 

ทันทีที่เบทเทลได้ยิน เขาก็เตะทหารคนนั้นล้มลงพื้นและตะโกนออกมา “ห้าสิบคน? มันมีทหารเฝ้าประตูเมืองอย่างต่ําก็ห้าร้อยคน ไม่นับรวมพวกกองหนุน แต่เจ้าก็ยังไม่สามารถจัดการได้งั้นเหรอ?”

 

“พวกข้าพยายามแล้ว พวกเราส่งคนออกไปสองร้อยคนก่อนหน้านี้และ” ทหารคนนั้นก้ม หัวลงต่ํา “ราวกับผู้ใหญ่รังแกเด็กการต่อสู้จบลงภายในเวลาไม่ถึงสิบนาที คนกว่าร้อยคนในฝั่งเรานั้นตายเรียบ ส่วนพวกที่เหลือต่างถูกจับเป็นเชลย และห้าสิบคนนั้นไม่เป็นอะไรเลยแม้แต่น้อย พวกเขานั้นป็นผู้เชี่ยวชาญทั้งหมด”

 

เ“นั่นเป็นไปไม่ได้!” เบทเทลทุบแก้วที่อยู่บนพื้น เสียงแตกดังไปในห้องโถงที่เงียบสงัด “ต่อให้เป็นที่เมืองหลวงแต่ก็ยากที่จะรวบรวมผู้เชี่ยวชาญที่ทรงพลังได้ถึงห้าสิบคน พวกเรานั้นอยู่ในชนบทไม่ต้องพูดถึงผู้เชี่ยวชาญถึงห้าสิบคนเลยแค่รวบรวมคนธรรมดาได้ห้าสิบคนก็ถือว่ายอดเยี่ยมแล้ว กองกําลังต่อต้านดวงตาสีเทานั้นความแข็งแกร่งลดลงเป็นอย่างมาก ไม่สามารถกระทั่งรวบรวมคนธรรมดาได้ห้าสิบคนด้วยซ้ํา นับประสาอะไรกับผู้เชี่ยวชาญถึงห้าสิบคน”

 

ทหารคนนั้นก้มหัวลงต่ําและไม่กล้าพูดอะไรออกมา

 

เวตที่ยืนอยู่ถัดไปจากเบทเทลนั้นเดินเข้ามาพร้อมกล่าวว่า “นี่ไม่ใช่เวลามาต่อว่าทหารผู้น้อยเสียหน่อย นําทหารไปดูกันเถอะว่าเกิดอะไรขึ้นกันแน่”

 

เบทเทลนั้นสูดลมหายใจเข้าลึกและยิ้มออกมาอย่างเขินอายให้แก่แขกโดยรอบ “ ข้าต้องขอโทษด้วยที่ทําให้งานเลี้ยงนี้เสียหาย ขอให้ทุกท่านนั้นกลับไปยังบ้านของทุกท่านด้วย”

 

หลังจากนั้นแขกทั้งหมดก็จากไป ราวกับว่าพวกเขายอมแพ้และหนีไป

 

ในขณะที่เบทเทลนั้นเรียกรวมทหารชั้นยอดกว่าสี่ร้อยนายในปราสาทและมุ่งหน้าไปยังกําแพงเมือง

 

เขานั้นออกจากปราสาทไปพร้อมกับทหาร มีผู้เล่นที่ไม่เป็นที่สังเกตุหกคนอยู่ใกล้กับบริเวณปราสาท และพวกเขาก็สํารวจโดยรอบปราสาทในทิศทางที่ต่างกัน พวกเขานั้นเปิดเผยรอยยิ้มชั่วช้าบนใบหน้าของพวกเขา

 

เมื่อเบทเทลและกองทัพของเขามาถึงยังกําแพง มันก็เป็นเวลาเดียวกันกับตอนที่เขาเห็นหินขนาดยักษ์พุ่งจากกลางอากาศมาชนเข้ากับกําแพงเมือง

 

ท่ามกลางเสียงกรีดร้องของทหารสองนายที่ถูกบดขยี้จนกลายเป็นเศษเนื้อ ทหารห้าถึงหกนายเองก็บาดเจ็บจากเศษหินที่แตกออกมาเป็นเสี่ยงๆ อาการบาดเจ็บของพวกเขานั้นต่างรุนแรงต่างกันออกไป

 

“นักธนูขึ้นมาบนกําแพงพร้อมข้า ส่วนที่เหลือป้องกันประตูเมืองซะ”

 

เบทเทลตะโกนออกคําสั่งจากนั้นก็วิ่งไปที่ทางขึ้นของกําแพง

 

กําแพงเมืองนั้นถูกโจมตีด้วยหินสี่ก้อน ถึงแม้ว่ามันจะดูแย่เพราะเศษหินและรอยร้าวนั้นกระจายอยู่เต็มไปหมดและแม้แต่ที่กบังก็ยังถูกทําลาย แต่มันไม่ใช่ผลกระทบที่ร้ายแรงนัก

 

เบทเทลวิ่งไปยังที่กําบังและเห็นคนสวมหน้ากากและสวมชุดคลุมดําถึงสามสิบคน พวกเขานั้นยืนกันเป็นรูปสี่เหลี่ยมจตุรัสเล็กๆยืนอยู่ห่างไปไม่ไกลนัก ห่างจากขบวนรูปสี่เหลี่ยมจตุรัสนั่นเล็กน้อยมีศพของทหารยามอยู่เป็นจํานวนมาก

 

ตรงบริเวณด้านหลังของขบวนทัพมีคนในเสื้อคลุมดํากว่ายี่สิบคนกําลังใช้เครื่องยิงหินสามเครื่องอยู่ และมีชายในชุดดําที่แข็งแรงหลายคนต่างร่วมมือกันยกหินขนาดใหญ่ไว้ตรงเครื่องยิงหิน

 

ถึงแม้ว่าพวกคนในชุดคลุมดําพวกนั้นจะปกปิดใบหน้าตัวเองเอาไว้ ทว่าดวงตาของพวกเขานั้นเต็มไปด้วยความเยาะเย้ยและความจองหอง

 

ท่าทางจองหองที่เขาคุ้นเคย ดวงตาของเอลลี่ก็เป็นอย่างนี้เช่นกัน

 

เขาสูดลมหายใจเข้าลึกและเกิดความกังวลขึ้นในใจ จากนั้นเขาก็เห็นคนที่ดูคุ้นเคยเดินออกมาจากทางด้านหลังของเครื่องยิงหิน

 

นั่นคือเอลลี่

 

ผู้คนที่กําลังใช้งานเครื่องยิงหินอยู่ต่างก็หยุดลง

 

เอลลี่ถือกระดาษไว้ในมือของเธอ มองไปที่เบทเทลที่อยู่ห่างออกไปด้วยสีหน้าเย้ยหยัน

 

ชายที่รับผิดชอบในการไลฟ์สตรีมกระโดดขึ้นและวิ่งไปรอบๆตลอดเวลา เพื่อส่งภาพใกล้ๆของทั้งคู่อยู่ตลอดเวลา

 

ผู้เล่นร่ายเวทย์ขยายเสียงให้กับเอลลี่ ขณะที่โรแลนด์เองก็ร่ายการสื่อสารไร้พรมแดนออกมา

 

เอลลี่นั้นมองไปที่เบทเทลอย่างเงียบๆ ด้วยความอาลัยอาวรณ์เล็กน้อยภายในดวงตาของเธอ จากนั้นเธอก็มีท่าที่มุ่งมั่นพร้อมอ่านออกมาเสียงดัง “นายกของเมืองมอลลี่ เบทเทลนั้นเป็นคนเลือดเย็นและเย็นชา ครั้งหนึ่งเขาเคยมอบดอกเบญจมาศของเขาให้กับกอรี

 

กอรีนั้นคือผู้มีอิทธิพลที่เขาต้องการให้เอลลิ่นอนด้วย

 

เสียงที่ดูเรียบร้อยในแบบหญิงสาวของเอลลี่ดังขึ้นทั่วเมืองด้วยผลของการขยายเสียง

 

และเนื่องจากการสื่อสารไร้พรมแดน ทําให้ทุกคนสามารถเข้าใจคําพูดของเธอ เมื่อพวกเขาได้ยินดวงตาของพวกเขาก็หรี่ลงและไม่กล้ามองไปที่เบทเทล

 

เนื่องจากคําสบประมาทนั้นรุนแรงเกินไป แม้ว่าจะไม่มีคําหยาบแม้แต่น้อย ภายใต้ผลของการสื่อสารไร้พรมแดน สิ่งที่คนทั้งเมืองได้ยินก็คือเสียงของเอลลี่ที่มีสําเนียงแบบขุนนางเก่าแก่ เธอนั้นเล่าเรื่องที่เบทเทลฆ่า, เผา, ข่มขืน และปล้นทรัพย์ ทั้งยังใช้ร่างกายของตัวเองเพื่อประจบกอรีที่เป็นผู้มีอิทธิพลอีกต่างหาก ความสกปรกนี้เหนือกว่าที่เหล่าพลเมืองจะสามารถจินตนาการออกได้ และที่สําคัญเอลลี่ได้เล่าว่าเขานั้นสมรู้ร่วมคิดกับกอรี โดยมีข้อสงสัยว่าพวกเขานั้นกําลังบูชายัญปีศาจโดยพยายามจะเปลี่ยนที่นี่ให้กลายเป็นสวรรค์ของเหล่าปีศาจ อย่างไรก็ตามเขานั้นปิดบังเรื่องทั้งหมดไว้ จากนั้นเธอก็ร้องตะโกนออกมา

 

“ใครกันแน่ที่ปกครองอาณาจักรแห่งนี้ในตอนนี้!”

 

เหล่า NPC ที่ได้ฟังต่างก็แสดงท่าที่ออกมา “โอ้พระเจ้า เมืองมอลลี่แห่งนี้ยังเป็นดินแดนของมนุษย์อยู่หรือไม่? ยังเป็นสรวงสวรรค์ที่ท่านเคยมองดูอยู่หรือไม่?”

 

ทั้งเหล่าทหารและประชาชนต่างรู้สึกสะเทือนใจเมื่อได้ยินคําพูดที่สวยหรูและน่าเศร้าจากศัตรู

 

โดยเฉพาะเหล่าทหารขัวญกําลังใจของพวกเขานั้นลดลงอย่างชัดเจน

 

เบทเทลนั้นไม่เคยได้ยินใครกล้าด่าทอเขาอย่างรุนแรงหรือแม้แต่กล่าวโทษเขามาก่อน เขานั้นเคยแค่เพียงกล่าวโทษคนอื่น แต่วันนี้เขากลับโดนประนามโดยผู้หญิงโง่เง่าในสายตาของเขา สถานการณ์ในตอนนี้นั้นใหญ่โตเป็นอย่างมาก

 

เขานั้นโกรธมากจนสั่นไปทั้งตัวใบหน้าของเขากลายเป็นสีขาว เขาคํารามออกมาในที่สุด “ยิงธนูซะ เอาธนูมาให้ข้า และยิงให้พวกมันตายไปซะ”

 

คลื่นของลูกศรถูกยิงลงมาจากกําแพง และตกลงมาประปรายตรงหน้าของกลุ่มผู้สวมชุดดํา

 

เหล่าผู้เล่นนั้นได้คํานวนระยะของธนูและลูกศรของศัตรูไว้แล้วพวกเขาไม่โง่พอที่จะเข้าสู่ระยะโจมตีของพวกเขา

 

หลังจากการอ่านคําแถลงการก็ทําให้เบทเทลนั้นเต็มไปด้วยความโกรธ เอลลี่นั้นรู้สึกโล่งออก มาจากในร่างกายของเธอ และจากนั้นเครื่องยิงหินก็เริ่มขยับอีกครั้ง

 

เบทเทลกัดฟันและคํารามออกมา “ย้ายเครื่องยิงหินของพวกเราไปตรงกําแพงเมือง”

 

“นั่นต้องใช้เวลา ท่านนายก”

 

เครื่องยิงหินนั้นค่อนข้างใหญ่และการแยกและประกอบพวกมันนั้นต้องใช้เวลา

 

“เชี่ยเอ้ย…พวกที่อยู่ในชุดคลุมดํานั่นต้องเป็นบุตรทองคําทั้งหมดแน่ๆ” เบทเทลเองก็เป็นผู้เชี่ยวชาญเช่นกัน เขาเป็นนักดาบสายความเร็ว การมองเห็นของเขานั้นดีกว่าคนธรรมดามาก

 

“เครื่องยิงหินของพวกมันคุณภาพแย่มาก มันจะพังหลังจากใช้ไปเพียงไม่กี่ครั้ง” เบทเทลต่อยไปที่ที่กําบังและคํารามออกมา “แค่รอจนกว่าเครื่องยิงหินของพวกมันจะพังนั่นจะเป็นโอกาสที่พวกเราจะใช้โต้กลับ”

 

เบทเทลนั้นใจเย็นลงและถอนหายใจออกมาอย่างโล่งอก เขานั้นคิดว่าเขายังมีโอกาสที่จะชนะอยู่

 

การแถลงการต่อต้านเขานั้นในตอนนี้ส่งผลกระทบไม่น้อย สําหรับขุนนางบางครั้งการถูกพูดเช่นนี้ใส่นั้นเลวร้ายกว่าดาบเสียด้วยซ้ํา

 

เพราะมันทําให้เกรียติของขุนนางนั้นเสื่อมเสีย

 

เขาหายใจเข้าลึกหลายครั้งและกําลังจะสงบใจได้อย่างสมบูรณ์ แต่ทันใดนั้นคนที่อยู่ข้างเขาก็ตะโกนออกมาว่า “พระเจ้า ปราสาทของท่านนายกนั้นถูกไฟไหม้ มันกําลังถูกไฟไหม้!”

 

เบทเทลหันไปมองยังปราสาทที่อยู่ไกลออกไปที่กําลังถูกปกคลุ่มไปด้วยควันสีดําซึ่งมี “มังกรเพลิง” ปรากฏให้เห็นจางๆเป็นระยะ

 

ครึ่งวินาทีต่อมาเชือกที่เรียกว่าสติในหัวของเบทเทลก็ขาดออก

 

ทุกอย่างพังแล้ว!

 

***

 

ดอกเบญจมาศ = ประตูหลัง

 

Prev
Next

YOU MAY ALSO LIKE

download-1
Carefree Path of Dreams
5 กรกฎาคม 2022
123456789
เฮอร์มีส ระบบเปลี่ยนโลก
7 ธันวาคม 2021
Royal-Roader-1
Royal Roader on My Own
20 พฤษภาคม 2021
128160352
Gate of God
5 กรกฎาคม 2022
MY READING HISTORY
You don't have anything in histories
POPULAR MANGA
กระบี่จงมา
กระบี่จงมา
บทที่ 992.2 ดอกไม้แดงบนภูเขาเขียวดุจเพลิงลุกไหม้ 27 พฤศจิกายน 2024
บทที่ 992.1 ดอกไม้แดงบนภูเขาเขียวดุจเพลิงลุกไหม้ 27 พฤศจิกายน 2024
323r
ท่านอ๋องผู้โหดร้ายกับหมอปีศาจ
ตอนที่ 2138 จะทำลายพวกเจ้า 27 พฤศจิกายน 2024
ตอนที่ 2137 เทือกเขาแห่งความตาย 27 พฤศจิกายน 2024
เทพกระบี่มรณะ (chaotic sword god)
เทพกระบี่มรณะ (chaotic sword god)
ตอนที่ 2528 - การตัดแขน 27 พฤศจิกายน 2024
ตอนที่ 2527 - ชำระหนี้แค้น 27 พฤศจิกายน 2024
61d44445LSpjhqcZ
เปิดระบบสุดโกงอัปสกิลหมอ
บทที่ 869 ที่หลบภัย 27 พฤศจิกายน 2024
บทที่ 868 ผมซับเหงื่อให้ครับ 27 พฤศจิกายน 2024
Full-time-Artist-ใครว่าผมไม่เหมาะเป็นศิลปิ
Full-time Artist ใครว่าผมไม่เหมาะเป็นศิลปิน
ตอนที่ 775 อาภรณ์หลวมโพรกมิเสียดาย เพื่อเจ้าข้าผ่ายผอมยอมอิดโรย 27 พฤศจิกายน 2024
ตอนที่ 774 ผีเสื้อรักบุปผา 27 พฤศจิกายน 2024
นิยายแปล-~จ้าวนักสู้เกิดใหม่ทั้งทีดันเป็นนางร้าย-~-ลูน่าอยากรีไทร์แล้ว
[นิยายแปล] ~จ้าวนักสู้เกิดใหม่ทั้งทีดันเป็นนางร้าย ~ ลูน่าอยากรีไทร์แล้ว
ตอนที่ 53 - 030:แผนการฝึกนักบุญ⑦ ค้นหาศัตรู 27 พฤศจิกายน 2024
ตอนที่ 52 - 029:แผนการฝึกนักบุญ⑥ ก่อนการต่อสู้ 27 พฤศจิกายน 2024
Here for more Popular Manga

Comments for chapter "ตอนที่ 129"

MANGA DISCUSSION

ใส่ความเห็น ยกเลิกการตอบ

You must Register or Login to post a comment.

  • HOME
  • COOKIE POLICY

© 2026 Madara Inc. All rights reserved