cat2auto | นิยาย นิยายออนไลน์ นิยายวาย นิยาย PDF
  • หน้าหลัก
  • อ่านมังงะ
  • เว็บอ่านมังงะ
  • นิยายวาย [Yaoi]
  • Nekopost
  • Niceoppai
  • รออัพเดท
  • มังงะ18+
  • แทงหวย24
  • manga
Advanced
  • หน้าหลัก
  • อ่านมังงะ
  • เว็บอ่านมังงะ
  • นิยายวาย [Yaoi]
  • Nekopost
  • Niceoppai
  • รออัพเดท
  • มังงะ18+
  • แทงหวย24
  • manga
  • Romance
  • Comedy
  • Shoujo
  • Drama
  • School Life
  • Shounen
  • Action
  • MORE
    • Adult
    • Adventure
    • Anime
    • Comic
    • Cooking
    • Doujinshi
    • Ecchi
    • Fantasy
    • Gender Bender
    • Harem
    • Historical
    • Horror
    • Josei
    • Live action
    • Manga
    • Manhua
    • Manhwa
    • Martial Arts
    • Mature
    • Mecha
    • Mystery
    • One shot
    • Psychological
    • Sci-fi
    • Seinen
    • Shoujo Ai
    • Shounen Ai
    • Slice of Life
    • Smut
    • Soft Yaoi
    • Soft Yuri
    • Sports
    • Tragedy
    • Supernatural
    • Webtoon
    • Yaoi
    • Yuri
Prev
Next

สามีข้าคือขุนนางใหญ่ - บทที่ 828 เจียวเจียวออกศึก

  1. Home
  2. All Mangas
  3. สามีข้าคือขุนนางใหญ่
  4. บทที่ 828 เจียวเจียวออกศึก
Prev
Next

บทที่ 828 เจียวเจียวออกศึก

“บ้าไปแล้ว บ้าไปแล้ว บ้าไปแล้ว! บ้าไปแล้วจริงๆ !”

จ้าวเติงเฟิงพุ่งตัวเข้าไปในกระโจมของเหวินเหรินชง ใช้เท้าถีบเหวินเหรินชงที่หลับอยู่ “ตื่นเร็ว! ผู้บัญชาการบ้าไปแล้ว!”

“บ้าก็บ้าไปสิ” เหวินเหรินชงพลิกตัวอย่างไม่แยแสทั้งยังหลับต่อ

จ้าวเติงเฟิงอ้าปากค้าง “ไม่สิ เจ้าเป็นอะไรของเจ้า ตีเหล็กมาเป็นสิบปีก็เลยตีหัวตัวเองจนปัญญานิ่มไปแล้วหรือ! ข้าบอกว่าผู้บัญชาการบ้าไปแล้ว! บ่ายวันพรุ่งนี้เขาจะยกทัพบุกโจมตีเมือง! แถมยังรบสองศึกพร้อมกัน เจ้าว่าเหลือเชื่อหรือไม่! พวกเรามีทหารกี่นาย เมืองฉวี่หยางมีทหารกี่นาย พวกเราเร่งทัพมาเหนื่อยแค่ไหน ทัพใหญ่เมืองฉวี่หยางรอแค่ข้าศึกมาเยือน จะสู้ได้เช่นไร”

“ใช่ว่าไม่เคยสู้เสียหน่อย” เหรินเหวินชงเอ่ยเสียงเรียบ

จ้าวเติงเฟิงชะงักไปครู่ถึงได้สติกลับมา เขายกนิ้วนับว่าหลายปีที่ผ่านมาออกรบมากี่ศึก เซวียนหยวนยกกองทัพทหารม้าสองหมื่นนายขับไล่ทัพใหญ่แคว้นจิ้นสี่หมื่นนาย

ปัญหาอยู่ที่ว่า ครานั้นทหารแคว้นจิ้นเดินทางมานับพันลี้ ฝ่ายที่อ่อนกำลังคือทหารแคว้นจิ้น ส่วนพวกเขาคือฝ่ายที่รอข้าศึกมาเยือน

ไม่ว่าจะเป็นกำลังรบหรือกำลังทหารพวกเขาก็ล้วนแต่ได้เปรียบเหนือกว่า

ทว่ายามนี้ จะเทียบกับกองทหารม้าเฮยเฟิงในยามนั้นได้อย่างไร

“หากแม่ทัพเซวียนหยวนยังอยู่ บางทีอาจพอเอาชนะได้ แต่ผู้บัญชาการน้อยของพวกเรา… เหอะๆ ” จ้าวเติงเฟิงมองโลกในแง่ร้ายเหลือเกิน

“เหตุข้าต้องมาด้วย”

“ข้าเองก็บ้าไปแล้ว”

“อยู่ดีไม่ว่าดีชัดๆ ”

“เดิมคิดว่าคงได้สู้หลายศึก อย่างน้อยก็ได้ฆ่าพวกหมาแคว้นจินแคว้นเหลียง จะว่าไปก็ดี ที่ไม่ถูกทหารตระกูลหนานกงฆ่าเสียก่อนเหมือนพวกนั้น เหตุใดข้าถึงได้ซวยเช่นนี้…”

เหรินเหวินชงทำเอาเขาหวาดผวา

เขาพูดคุยกับกู้เจียวอยู่บ่อยครั้ง รู้ว่าผู้บัญชาการน้อยคนนี้ไม่ได้มีความอดทนเหมือนอย่างที่เห็นภายนอก แต่ว่าตามตรง ศึกในวันพรุ่ง เขาเองก็ไม่กล้าคาดหวังอันใดมากนัก

เช่นนี้ไม่เรียกว่ารนหาที่ตายหรอกหรือ

กู้เจียวมั่นใจในตัวเองมากเกินไป ต่อให้ศึกในวันพรุ่งนี้ไม่มีแม้แต่โอกาสชนะ นางเองก็คงนอนหลับได้ลง

ราตรีไร้ฝัน

ยามเช้า นางเรียกแม่ทัพใหญ่ทั้งหกมายังใต้ร่มไม้ สั่งการยุทธการณ์ออกศึกอย่างละเอียด

มู่ชิงเฉินและที่ปรึกษาหูเองก็อยู่ด้วย

ที่ปรึกษาหูรับหน้าที่จดบันทึก ยามยกทัพกลับบันทึกเหล่านี้ล้วนแต่ต้องนำรายงานต่อราชสำนัก

กู้เจียวใช้กิ่งไม้วาดแผนที่บนพื้นโดยคร่าว ชี้ไปที่หนึ่งในสามเหลี่ยมพลางเอ่ย “นี่คือตำแหน่งของพวกเราในยามนี้ หน่วยเสบียงสองหน่วยกำลังเข้าใกล้เมืองฉวี่หยาง แยกย้ายกันไปทางประตูเมืองทิศเหนือและประตูเมืองทิศตะวันออก พวกเราอยู่ใกล้กับประตูทิศเหนือมากที่สุด เมื่อครู่ข้าได้ดูชัยภูมิมาแล้ว เรียบไปกับเส้นทางนี้เหมาะแก่การซุ่มโจมตีบนหุบเขา ประเดี๋ยวข้านำทหารม้าสองพันนายไปปล้นเสบียงนอกประตูเมืองทิศเหนือ ปล้นเสร็จแล้วก็จะมากลับที่นี่ จากนั้นพวกเราจะเตรียมซุ่มโจมตีทัพใหญ่ตระกูลหนานกง”

“อีกอย่าง เพื่อกระจายกำลังทหารของพวกเรา หน่วยเสบียงทางประตูทิศตะวันตกก็ต้องมีคนไปปล้น พอกองทัพตระกูลหนานกงตามมา อย่าได้ต่อกรด้วย แสร้งทำเป็นถอยทัพ พาพวกเขาอ้อมเส้นทาง ยิ่งไกลเท่าใดก็ยิ่งดี”

“กว่าพวกเขาจะรู้ตัว ก็ติดกับดักถูกล่อออกมาจากถ้ำเสียแล้ว เพิ่มกำลังเสริมบนหุบเขาก็ไม่ทันการณ์แล้ว”

“ข้ากับตระกูลหนานกงมีความแค้นต่อกัน ข้าฆ่าหนานกงลี่ ขอแค่ข้าปรากฏตัว พวกเขาต้องส่งกำลังทหารส่วนใหญ่ไล่ล่าข้าแน่นอน ด้วยเหตุนี้ข้าจึงประมาณการกำลังทหารบนหุบเขาไว้หมื่นนาย ทางประตูเมืองทิศตะวันออกจึงส่งกำลังหารไปได้แต่สองพันนาย นี่คือหน้าที่อันยากลำบากและอันตรายอย่างยิ่ง ต่อให้กำลังทหารครึ่งหนึ่งของพวกนั้นไล่ล่าข้า ที่เหลืออยู่ก็อย่างน้อยหมื่นนายขึ้นไป หาพวกเจ้าถูกไล่ตามได้ทัน จุดจบมีเพียงพ่ายศึก เรื่องนี้ ข้าหวังว่าพวกเจ้าคงเข้าใจดี”

แม่ทัพหน้าฝ่ายซ้ายเฉิงฟู่กุ้ยยกมือคำนับ “ผู้บัญชาการเซียว ข้าน้อยยินดีนำทัพมุ่งไปยังประตูเมืองทิศตะวันตก!”

แม่ทัพหน้าฝ่ายขวาจ้าวเหล่ยเองก็ยกมือคำนับพลางเอ่ย “ให้ข้าน้อยไปเถิด! แม่ของข้าน้องเป็นชาวฉวี่หยาง ข้าน้อยเคยอยู่ที่ฉวี่หยางอยู่ช่วงหนึ่ง ค่อนข้างคุ้นเคยกับชัยภูมิที่นี่”

กู้เจียวเหลียวไปมองจ้าวเหล่ย เอ่ยสีหน้าจริงจัง “ดี เช่นนั้นหน่วยเสบียงทางประตูทิศใต้ก็มอบให้เจ้าจัดการก็แล้วกัน เจ้าไปเตรียมทหารได้”

จ้าวเหล่ยลุกขึ้นแล้วเดินจากไป

กู้เจียวบอกตำแหน่งซุ่มโจมตีและแผนการโดยละเอียดแก่คนที่เหลืออยู่ ทั้งยังให้เฉิงฟู่กุ้ยเรียกทหารม้าทัพหน้าสองพันนายบุกปล้นเสบียง

หลังจากทุกคนแยกย้าย มู่ชิงเฉินเอ่ยกับกู้เจียว “ข้าจะไปกับเจ้า”

“ไม่ เจ้าไปปล้นเสบียงทางประตูทิศตะวันตกกับจ้าวเหล่ย” กู้เจียวเอ่ยก่อนจะชะงักไป หันไปมองเขาด้วยสีหน้าเรียบเฉย “หลังจากได้เสบียงมาแล้ว ฆ่าจ้าวเหล่ยเสีย”

มู่ชิงเฉินตกตะลึง “เขา…”

กู้เจียวเอ่ย “เขาคือสายลับ”

ในฝัน จ้าวเหล่ยคือหนอนบ่อนไส้ของค่ายเฮยเฟิง ระหว่างที่ข้ามเขาหลิ่วโจวจึงถูกทหารแคว้นจิ้นและแคว้นเหลียงล้มเอาไว้ ราคาที่ต้องจ่ายนั้นเหลือคณนา

คราวนี้ก็เป็นจ้าวเหล่ยที่ส่งข่าวไปยังตระกูลหนานกง ตระกูลหนานกงถึงได้รู้ล่วงหน้าว่าพวกเขากำลังเดินไปยังฉวี่หยาง

ตระกูลหนานกงจงใจส่งหน่วยเสบียงออกไป เพื่อใช้เป็นเหยื่อล่อให้พวกเขาออกศึกทั้งที่อ่อนกำลัง

เหตุใดถึงไม่สู้กับพวกเขาโดยตรงน่ะหรือ นั่นเป็นเพราะพวกเขามีป่าเป็นชัยภูมิหนุนหลัง หากถอยเข้าป่าไป ในป่านั้นก็จะเป็นลานล่าสัตว์ของผู้ใดนั้นก็ยากจะเอ่ย

ด้วยเหตุนี้จึงจำเป็นต้องคิดหาวิธีล่อกองทัพทหารม้าเฮยเฟิงที่ถนัดรบในป่าทึบ

ส่วนเหตุใดถึงแบ่งเสบียงออกเป็นสองหน่วยนั้น เป็นเพราะตระกูลหนานกงประเมินนางไว้สูง หมายว่าจะสามารถทอนกำลังทหารม้าเฮยเฟิงมาได้กึ่งหนึ่ง ทั้งยังจะได้ฆ่านางได้ง่ายขึ้น

แต่น่าเสียดายที่นางไม่คิดจะแบ่งกำลังทหาร

เมื่อจ้าวเหล่ยได้พบกับตระกูลหนานกง จ้าวเหล่ยย่อมบอกความจริงกับตระกูลหนานกงในทันที ทั้งยังจะร่วมมือกับทัพใหญ่ตระกูลหนานกงขจัดทหารม้าเฮยเฟิงสองพันนายในทันที

มู่ชิงเฉินสงสัย “เหตุใดเจ้าถึงไม่ฆ่าเสียตั้งแต่ตอนนี้”

กู้เจียวเอ่ย “คนที่ไปปล้นเสบียงกับจ้าวเหล่ย ล้วนแต่เป็นคนของเรา ทหารพวกนั้นจะไม่สู้กับทหารม้าเฮยเฟิง แสร้งทำเป็นออกกระบี่สักหน่อยก็ถอยทัพหนี เช่นนี้จะลดการบาดเจ็บของทหารม้าเฮยเฟิงได้ นอกจากนี้ ระหว่างทางเจ้าจะป้อนข่าวให้จ้าวเหล่ยก็ได้ เขาเห็นเจ้าเป็นแค่คนใกล้ตายคนหนึ่ง คงต้องไม่ตอบโต้อะไรเจ้ามาก”

มู่ชิงเฉินไม่รู้ว่าควรจะพูดอะไรดี “…ผู้ใดสอนเรื่องพวกนี้ให้เจ้ากัน”

กู้เจียวไพล่มือหนึ่งไว้ด้านหลัง อีกมือหนึ่งตบเข้าที่ต้นขา เอ่ยอย่างลำพอง “กระจ่างแจ้งด้วยตนแม้ไร้อาจารย์สอนสั่ง พรสวรรค์ล้ำเลิศ”

มู่ชิงเฉิน “…”

คล้อยบ่าย จ้าวเหล่ยนำทัพทหารสองพันนายมุ่งหน้าไปยังประตูเมืองทิศตะวันออก โดยมีมู่ชิงเฉินติดตาม

กู้เจียวและเฉิงฟู่กุ่ยพอทหารม้าอีกสองพันนายมุ่งหน้าไปยังประตูเมืองทิศเหนือ

ส่วนทหารม้าที่เหลืออีกหนึ่งหมื่นหกพันนาย หลี่จิ้นและถงจงลวี่เป็นผู้นำทัพ พาไปตั้งค่ายซุ่มโจมตีอย่างที่กู้เจียวสั่งการ

“เหตุใดพวกข้าถึงไม่มีอะไรทำเลยเล่า”

จ้าวเติงเฟิงนั่งอยู่นอกกระโจม เหม่อมองฟ้าอย่างเบื่อหน่าย

เหวินเหรินชงหาที่แสงเหมาะๆ นั่งลงซ่อมชุดเกราะ

หลี่เซินลับมีดอยูข้างๆ

ยามนี้เขากับจ้าวเติงเฟิงต่างเป็นพลทหารหน่วยสำรอง รับผิดชอบเตรียมอาหาร

จ้าวเติงเฟิงเห็นพวกเขาสองคนไม่แยแสฟ้าดิน ก็พลันหงุดหงิดขึ้นมา พ่นหญ้าในปากทิ้งพลางเอ่ย “พวกเจ้าของสองคนช่วยกระฉับกระเฉงหน่อยจะได้ไหม! อย่าได้กลัวหัวขาด อย่าได้ขลาดกลัวตาย ลูกผู้ชายตายก็ตายจะเป็นอะไรไปเล่า หดหัวอยู่ท้ายค่ายเช่นนี้ ใช้ได้เสียที่ไหน!”

คนตีเหล็กก็ตีไป คนลับมีดก็ลับไป ไม่มีผู้ใดสนใจเขา

ทว่าทางกู้เจียวที่กำลังนำทัพทหารม้าสองพันนายควบออกไปนั้น ก็สกัดหน่วยเสบียงที่หมายจะลำเลียงไปยังฉวี่หยางไว้ยังที่ราบเนินไป๋หม่า

แม้ทหารที่ขนเสบียงจะสวมชุดเกราะของจวนท้องถิ่น ทว่าความจริงแล้วเป็นทหารของตระกูลหนานกง

ทว่าผู้นำทัพหน่วยเสบียงสวมเกราะนั้นทำให้กู้เจียวประหลาดใจอย่างมาก เพราะนั่นคือนายท่านสามแห่งตระกูลหนานกง น้องชายแท้ๆ ของหนานกงลี่ หนานกงเจ๋อ

หนานกงเจ๋อไม่ได้เป็นที่รู้จักในเซิ่งตูนัก เขามักติดตามทัพใหญ่ไปคุ้มกันชายแดน กลับมาครั้งหนึ่งยามคัดเลือกผู้บัญชาการทหารม้าเฮยเฟิง แต่น่าเสียดายที่ไม่ได้พบสู้กันซึ่งหน้ากับกู้เจียว

กู้เจียวเคยเห็นภาพเหมือนของเขาที่จวนกั๋วซือ

เขากำยำล่ำสันกว่าในภาพวาด ผิวพรรณถูกแดดจ้าของชายดายแผดเผาจนเป็นสีทองแดง ดวงตาทั้งสองวาวโรจน์มองมาที่กู้เจียว เหมือนจะยิ้มแต่ก็ไม่เชิง แฝงไปด้วยความเย้ยหยันอย่างไม่มีปกปิด

“เจ้าคือผู้บัญชาการคนใหม่ของกองทหารม้าเฮยเฟิงรึ”

สายตาของเขาหยุดลงบนปานบนใบหน้าของกู้เจียว

ลักษณะเฉพาะนี้โดนเด่นเหลือเกิน ไม่มีทางจำผิดเป็นแน่

กู้เจียวในชุดศึกสีแดงชาด เกราะสีดำทมิฬ นั่งสง่าผ่าเผยอยู่บนหลังราชาม้าเฮยเฟิง ใบหน้าอ่อนเยาว์นั้นแฝงไปด้วยความมุ่งมั่น ทว่าแววตานั้นกลับสงบนิ่งไม่สมกับอายุ

“เจ้าน่ะรึฆ่าพี่รองของข้า” หนานกงเจ๋อแสยะยิ้มพลางเอ่ยถาม

“ข้าเอง” กู้เจียวยอมรับอย่างไม่ปกปิด

หนานกงเจ๋อคาดไม่ถึงเลยว่านางจะยอมรับอย่างหน้าชื่นตาบานเช่นนี้ เขานิ่งไปก่อนจะหัวเราะออกมา “พี่รองของข้าต้องมาตายด้วยน้ำมือเด็กเมื่อวานซืนเช่นเจ้า ช่างเป็นเรื่องอัปยศของตระกูลหนานกงโดยแท้ เดิมทีข้าเองก็ไม่ได้อยากพูดพล่ามมากความเช่นนี้ แต่พวกเขาให้ข้าจับตาดูเจ้า ดึงดันให้ขนเสบียงเพื่อหลอกล่อเจ้าออกมา ข้ากับเจ้าสี่ต่างออกเดินทาง ดูท่าแล้วข้าคงดวงดีกว่าสินะ”

เขามองได้ด้านหลังของกู้เจียว เอ่ยเสียงเย้ยหยัน “น่าเสียดายที่ล่อออกมาได้แค่สองพันคน เป็นเพราะพวกข้าวางแผนไม่รอบคอบ หรือว่าเจ้าบ้าดีเดือดกันแน่ แค่สองพันนายยังกล้าปล้นสดมพวกข้าห้าพันนายหรือ! แต่ไม่ต้องกังวล รอข้าจับเจ้าได้เมื่อไหร่ กองทัพทหารม้าพวกนั้นของเจ้าจะแห่กันมา แล้วช่วยเจ้าออกไป”

กู้เจียวเอ่ยเสียงนิ่ง “บังเอิญนัก ข้าเองก็คิดเช่นนั้น พอจับเจ้าได้แล้ว ก็จะล่อทัพใหญ่ตระกูลหนานกงแปดหมื่นนายออกมาเช่นกัน”

“ฮ่าๆๆ …” หนางกงเจ๋อหัวเราะจนแทบหน้ามืด “ข้าเกิดมาสามสิบกว่าปี เคยได้ยินวาจาอวดดีเช่นนี้มาก่อน! กองทหารเฮยเฟิงของพวกเจ้ามีทหารม้าเพียงแค่สองหมื่นนาย กล้าสู้กับทหารหนานกงแปดหมื่นนายอย่างนั้นหรือ! เจ้าเห็นข้าโง่หรือไร!”

สายตาของเขาหยุดลงบนชุดเกราะของกู้เจียว “เจ้าคิดว่าสวมเกราะของเซวียนหยวนลี่แล้วจะกลายเป็นเซวียนหยวนลี่คนที่สองอย่างนั้นหรือ เจ้ายังห่างชั้นกับเขาอยู่มากโข!”

สิ้นเสียง เขาพลันชักกระบี่ที่แขวนอยู่บนอานม้าขึ้นมา ก่อนจะชี้ไปยังกู้เจียว “เจ้าหมอนี้ข้าจะจัดการเอง ส่วนที่เหลือ ฆ่าให้หมด!”

ทหารห้าพันนายบุกเข้าหากู้เจียวและทหารม้าเฮยเฟิงราวกับคลื่นถาโถม

เฉิงฟู่กุ้ยชักกระบี่ “สหายทั้งหลาย! ฆ่ามัน!”

ทันใดนั้นเหล่าทหารประชันหน้ากัน เสียงฆ่าฟันโหยหวนสะเทือนลั่นทั้งแผ่นดิน!

กู้เจียวจ้องมองกระบี่ของหนานกงเจ๋อที่หมายจะปลิดชีพนางพุ่งตรงเข้ามา ใบหน้าอ่อนเยาว์ไร้ซึ่งอารมณ์ใด สงบนิ่งจนน่าหวาดผวา

หนานกงเจ๋อที่พุ่งเข้ามาเอาชีวิตนางขมวดคิ้วแน่น

กู้เจียวคว้าทวนพู่แดงออกมาจากด้านหลัง ก่อนจะเอ่ยเน้นย้ำทุกถ้อยคำ “กระบวนท่าแรก ต้องได้เลือด!”

Prev
Next
MY READING HISTORY
You don't have anything in histories
POPULAR MANGA
กระบี่จงมา
กระบี่จงมา
บทที่ 992.2 ดอกไม้แดงบนภูเขาเขียวดุจเพลิงลุกไหม้ 27 พฤศจิกายน 2024
บทที่ 992.1 ดอกไม้แดงบนภูเขาเขียวดุจเพลิงลุกไหม้ 27 พฤศจิกายน 2024
323r
ท่านอ๋องผู้โหดร้ายกับหมอปีศาจ
ตอนที่ 2138 จะทำลายพวกเจ้า 27 พฤศจิกายน 2024
ตอนที่ 2137 เทือกเขาแห่งความตาย 27 พฤศจิกายน 2024
เทพกระบี่มรณะ (chaotic sword god)
เทพกระบี่มรณะ (chaotic sword god)
ตอนที่ 2528 - การตัดแขน 27 พฤศจิกายน 2024
ตอนที่ 2527 - ชำระหนี้แค้น 27 พฤศจิกายน 2024
61d44445LSpjhqcZ
เปิดระบบสุดโกงอัปสกิลหมอ
บทที่ 869 ที่หลบภัย 27 พฤศจิกายน 2024
บทที่ 868 ผมซับเหงื่อให้ครับ 27 พฤศจิกายน 2024
Full-time-Artist-ใครว่าผมไม่เหมาะเป็นศิลปิ
Full-time Artist ใครว่าผมไม่เหมาะเป็นศิลปิน
ตอนที่ 775 อาภรณ์หลวมโพรกมิเสียดาย เพื่อเจ้าข้าผ่ายผอมยอมอิดโรย 27 พฤศจิกายน 2024
ตอนที่ 774 ผีเสื้อรักบุปผา 27 พฤศจิกายน 2024
นิยายแปล-~จ้าวนักสู้เกิดใหม่ทั้งทีดันเป็นนางร้าย-~-ลูน่าอยากรีไทร์แล้ว
[นิยายแปล] ~จ้าวนักสู้เกิดใหม่ทั้งทีดันเป็นนางร้าย ~ ลูน่าอยากรีไทร์แล้ว
ตอนที่ 53 - 030:แผนการฝึกนักบุญ⑦ ค้นหาศัตรู 27 พฤศจิกายน 2024
ตอนที่ 52 - 029:แผนการฝึกนักบุญ⑥ ก่อนการต่อสู้ 27 พฤศจิกายน 2024
Here for more Popular Manga

Comments for chapter "บทที่ 828 เจียวเจียวออกศึก"

MANGA DISCUSSION

ใส่ความเห็น ยกเลิกการตอบ

You must Register or Login to post a comment.

  • HOME
  • COOKIE POLICY

© 2026 Madara Inc. All rights reserved