cat2auto | นิยาย นิยายออนไลน์ นิยายวาย นิยาย PDF
  • หน้าหลัก
  • อ่านมังงะ
  • เว็บอ่านมังงะ
  • นิยายวาย [Yaoi]
  • Nekopost
  • Niceoppai
  • รออัพเดท
  • มังงะ18+
  • แทงหวย24
  • manga
Advanced
  • หน้าหลัก
  • อ่านมังงะ
  • เว็บอ่านมังงะ
  • นิยายวาย [Yaoi]
  • Nekopost
  • Niceoppai
  • รออัพเดท
  • มังงะ18+
  • แทงหวย24
  • manga
  • Romance
  • Comedy
  • Shoujo
  • Drama
  • School Life
  • Shounen
  • Action
  • MORE
    • Adult
    • Adventure
    • Anime
    • Comic
    • Cooking
    • Doujinshi
    • Ecchi
    • Fantasy
    • Gender Bender
    • Harem
    • Historical
    • Horror
    • Josei
    • Live action
    • Manga
    • Manhua
    • Manhwa
    • Martial Arts
    • Mature
    • Mecha
    • Mystery
    • One shot
    • Psychological
    • Sci-fi
    • Seinen
    • Shoujo Ai
    • Shounen Ai
    • Slice of Life
    • Smut
    • Soft Yaoi
    • Soft Yuri
    • Sports
    • Tragedy
    • Supernatural
    • Webtoon
    • Yaoi
    • Yuri
Prev
Next

สามีข้าคือขุนนางใหญ่ - บทที่ 786 จับปูใส่กระด้ง

  1. Home
  2. All Mangas
  3. สามีข้าคือขุนนางใหญ่
  4. บทที่ 786 จับปูใส่กระด้ง
Prev
Next

บทที่ 786 จับปูใส่กระด้ง

ดวงไฟส่องไสว ณ ตำหนักกั๋วซือ

พอหันกุ้ยเฟยถูกโค่น จึงไม่มีความจำเป็นต้องเก็บไส้ศึกคนนั้นไว้อีก กู้เจียวเลยสั่งให้เขา ‘ทำลาย’ ของสิ่งหนึ่ง ก่อนจะให้คนนำตัวเขาส่งกลับวัง

ต่อให้จางเต๋อเฉวียนจะสงสัยหรือไม่ก็ตาม แต่ต่อไปเขาคงไม่คิดจะใช้งานลูกสมุนที่แสนสะเพร่าแบบนี้อีกแน่ๆ

จี้จิ่วอาวุโสกำลังทำความเข้าใจเรื่องสิบตระกูลใหญ่ ขณะที่ไทเฮากอดขวดโหลผลไม้เชื่อมอย่างทะนุถนอมและละเมียดละไมทีละคำ

กู้เจียวลุกขึ้นแล้วเอ่ย “เดี๋ยวข้าไปทำอาหารให้กิน”

แม้ตำหนักกั๋วซือจะมีพ่อครัว แต่กู้เจียวอยากลงครัวทำอาหารที่ทุกคนคุ้นเคยได้ทาน

จวงไทเฮาได้ยินดังนั้นจึงรีบแย้ง “กลับมาก่อน! ใครใช้ให้เจ้าทำอาหารมิทราบ”

ไปเข้าครัวในวันที่อากาศร้อนแบบนี้มีหวังได้โดนย่างสุกแน่!

“ก็ไหนท่าย่าบอกว่าอยากกินอาหารแคว้นเจามิใช่หรือ” กู้เจียวถาม

จวงไทเฮาคิดในใจ… ตอนนั้นข้าก็แค่เอ่ยลอยๆ ขึ้นมาเท่านั้นเอง ก่อนจะหันไปถลึงตาใส่จี้จิ่ว “เจ้า ไปทำซิ”

ทว่าเขาไม่อยากไป “ที่นี่มีพ่อครัวอยู่แล้วไม่ใช่รึ ไยให้ข้าไป…”

“ข้าไปเอง” จู่ๆ เซียวเหิงก็โพล่งขึ้น

จี้จิ่วได้ยินดังนั้นก็รีบโบกมือปัด “เจ้าห้ามไปเด็ดขาด! เดี๋ยวข้าไปเอง!”

เซียวเหิง “…”

ไม่มีใครอยากกินฝีมืออาหารสุดพิสดารของเซียวเหิง ดังนั้นจี้จิ่วจึงยอมเป็นฝ่ายลงครัวเอง

หลังจากที่องค์หญิงน้อยเดินทางกลับวัง

เสี่ยวจิ้งคงจึงถูกกู้เฉิงเฟิงลากตัวไปตลาดเพื่อซื้อถังหูลู่

ในห้องจึงเหลือเพียงแค่กู้เจียว ไท่เฮา และเซียวเหิง

กู้เจียวร้องอ๋อหนึ่งที ก่อนเอ่ย “ท่านย่า เกิดเรื่องกับตระกูลหันขนาดนี้ ป่านนี้เรื่องที่องค์หญิงสามก่อไว้คงถูกเปิดโปงแล้ว แล้วทีนี้พวกเขาจะทำอย่างไรต่อ”

ในเมื่อตอนนี้มีท่านย่ากับจี้จิ่วอยู่ที่นี่ กู้เจียวกับเซียวเหิงจะได้ไม่ต้องคิดเยอะ

จวงไทเฮาตอบกลับด้วยน้ำเสียงนิ่งเรียบ “ก็คงตามมาถึงที่น่ะสิ”

ว่าแล้วก็ตายยากเสียจริง

เพราะตอนนั้นเองที่มีลูกศิษย์ของกั๋วซือเดินเข้ามายังตำหนักฉีหลินพร้อมกับประสานมือคำนับไปที่เซียวเหิง “ทูลพระราชนัดดา มีแขกมาเยือนที่นี่สองคนขอรับ ทั้งยังบอกว่าฝ่าบาทส่งพวกเขามาเยี่ยมองค์หญิงสามขอรับ ”

เซียวเหิงกับกู้เจียวหันมาสบตากัน

จวงไทเฮาพยักหน้าเบาๆ

“ให้พวกเขาเข้ามาได้” เซียวเหิงบอกกับลูกศิษย์

“ขอรับ!”

เวลาผ่านไปเกือบครึ่งชั่วยาม ขันที่นายหนึ่งพร้อมกับอีกคนที่แต่งตัวเป็นแม่นมก็เข้ามาที่ตำหนักฉีหลิน

คนที่เป็นแม่นมเอาแต่เดินก้มหน้าและหลบอยู่ด้านหลังขันที

ขันทีมองไปที่สาวใช้ตัวน้อยที่รับหน้าที่เฝ้าประตูให้ซ่างกวานเยี่ยน และเอ่ยอย่างเป็นสุข “พวกเรามาที่นี่เพื่อมอบเสื้อผ้าให้กับองค์หญิงสาม… พระราชนัดดาไม่อยู่ที่นี่หรือ”

สาวใช้ตัวน้อยตอบกลับ “ฝ่าบาทเพิ่งออกไปเข้าห้องน้ำเจ้าค่ะ”

ก็ดี พวกเขาจะได้ไม่ต้องหาข้ออ้างเพื่อให้พระราชนัดดาออกไป

จากนั้นขันทีก็เอ่ยขึ้นต่อ “ไว้เดี๋ยวข้าจะไปถวายบังคมพระราชนัดดาทีหลัง ตอนนี้ข้าขอเข้าเฝ้าองค์หญิงสามก่อนจะได้หรือไม่”

“เจ้าค่ะ” สาวใช้ตัวน้อยเอ่ยตอบพร้อมหลีกทางให้

แล้วพวกเขาก็เดินเข้าไปข้างใน

สักพัก เสียงขันทีก็ดังมาจากห้อง “ดูเหมือนว่าจะไม่ค่อยพอดีตัวเท่าไหร่นัก เจ้าวัดตัวให้องค์หญิงสามที ข้าจะไปสั่งตัดใหม่ เช่นนั้นข้าออกไปรอด้านนอกก่อนนะ”

แล้วขันทีคนนั้นก็เดินออกมาจากห้อง จากนั้นหันมายิ้มให้หวนเอ๋อร์ “ข้ากระหายน้ำ เจ้าไปเอาน้ำมาให้ข้าได้หรือไม่”

“รอสักครู่เจ้าค่ะ”

แล้วหวนเอ๋อร์ก็เดินออกไป

ภายในห้อง คนที่แต่งตัวเป็นแม่นมก็เดินเข้าไปที่ด้านหลังฉากกั้น แล้วหันไปเอ่ยกับม่านด้วยน้ำเสียงเย็นชา “เลิกเล่นละครได้แล้วองค์หญิงสาม รีบออกมาเสียดีๆ ”

มีบางอย่างกำลังเคลื่อนไหว

และในไม่นานม่านก็ถูกเปิดออก เผยให้เห็นใบหน้าที่ยิ้มแย้มของซ่างกวานเยี่ยน “หวังเสียนเฟย ไม่ได้เจอกันตั้งสามวัน สบายดีหรือไม่”

หวังเสียนเฟยแสยะยิ้มกลับ “ไม่เรียกข้าว่าเสียนหมู่เฟยแล้วรึ”

ซ่างกวานเยี่ยนโต้กลับทันควัน “ท่านคู่ควรด้วยหรือ”

อีกฝ่ายได้ยินดังนั้นก็แทบจะลมใส่ หลอกใช้เสร็จก็ไม่เห็นหัวกันเลยนะ!

หวังเสียนเฟยเอ่ยอย่างเย่อหยิ่ง “ซ่างกวานเยี่ยน อย่าได้ใจเกินไป ข้ารู้วีรกรรมของเจ้าแล้ว คนอื่นๆ ก็เช่นกัน คอยดูนะ เช้าวันรุ่งขึ้นทุกคนจะมาพร้อมกับฝ่าบาทเพื่อตรวจอาการของเจ้า ต่อให้เจ้าเสียใจก็ไม่ทันแล้ว!”

ซ่างกวานเยี่ยนเลิกคิ้วใส่ “อ๋อ อย่างนั้นรึ เช่นนั้นที่หวังเสียนเฟยถ่อมาถึงที่นี่ก็เพื่อมาดูข้าร้องห่มร้องไห้เสียใจสินะ”

แววตาวาวโรจน์ของหวังเสียนเฟยลุกขึ้นทันที “ซ่างกวานเยี่ยน อย่ามัวแต่ทำเป็นปากดีอยู่เลย! ข้ามีหลักฐานอยู่ในมือข้า หากเรื่องแดงขึ้นมา เจ้าจะต้องพบเจอกับจุดจบที่ร้ายแรงกว่าครั้งก่อนอย่างแน่นอน! และข้าเพียงผู้เดียวเท่านั้นที่จะช่วยเจ้าได้!”

“เหตุใดท่านต้องช่วยข้าด้วย” ซ่างกวานเยี่ยนถาม

“เรามาตกลงกัน ขอเพียงเจ้ารักษาสัจจะ ข้าจะหาวิธีช่วยเจ้าให้รอดพ้นจากภัยที่จะมาถึงในวันพรุ่งนี้!” หวังเสียนเฟยกล่าว

ซ่างกวานเยี่ยนไม่ถามต่อว่าจะใช้วิธีอะไร ได้แต่แค่นเสียงหัวเราะพร้อมกับตอบไป “ข้าเคยหลอกท่านไปหนหนึ่งแล้ว ท่านยังกล้าที่จะมาทำข้อตกลงกับข้าอีกหรือ นี่ท่านคงไม่ได้ตากฝนมากจนน้ำเข้าสมองเยอะเกินใช่ไหม”

ซ่างกวานเยี่ยนเป็นคนที่เอ่ยวาจากวนประสาทคนได้เก่งยิ่งนัก หวังเสียนเฟยได้แต่สูดหายใจเข้าออกเพื่อข่มไม่ให้ตัวเองเผลอหยิบดาบขึ้นมาแทงอีกฝ่าย!

“ที่ข้ากล้ามาที่นี่ในวันนี้ ย่อมแปลว่าข้าไม่กลัวที่จะถูกเจ้าหักหลังอีก! และเจ้าก็ไม่มีทางเลือกอื่นด้วย!” หวังเสียนเฟยเอ่ยข่ม

ซ่างกวานเยี่ยนได้ยินดังนั้นก็หรี่ตาพร้อมกับคิดตาม “ฟังดูก็มีเหตุผล แล้วเสียนเฟยจะให้ข้าทำเช่นไร”

เมื่อเห็นอีกฝ่ายคล้อยตาม หวังเสียนเฟยจึงทำสีหน้าดีขึ้น “ง่ายมาก เจ้าก็แกล้งทำเป็นไม่สบายช่วงกลางดึก จะอาการอะไรเจ้าก็ไปคิดมาเอง จากนั้นรอให้ข่าวสะพัดไปถึงวัง แล้วข้าจะโน้มน้าวให้ฝ่าบาทมาเยี่ยมเจ้า ถึงตอนนั้นสิ่งที่เจ้าต้องทำก็คือลืมตาเฉยๆ ดึงมือของข้าแล้วเรียกข้าว่าเสด็จแม่เป็นพอ!”

ซ่างกวานเยี่ยนทำหน้าสงสัย “ท่านจะให้ข้าแกล้งบ้ารึ”

หวังเสียนเฟยตอบเสียงแข็ง “ขนาดคนความจำเสื่อมเจ้ายังเคยเล่นมาแล้ว แค่แกล้งบ้าจะไปยากอะไร”

ซ่างกวานเยี่ยนเลิกคิ้ว “แล้วหากฝ่าบาทไม่เชื่อเล่า”

หวังเสียนเฟยดึงหน้าเคร่งขรึม “นั่นมันปัญหาของเจ้า หากเจ้าทำให้ฝ่าบาทเชื่อไม่ได้ ก็นอนรอวันพรุ่งนี้แล้วกัน!”

นางแม่มดนี่คิดจะหลอกให้นางยอมรับว่าตัวเองเป็นแม่ให้ได้ใช่ไหม คิดได้อย่างไร!

ซ่างกวานเยี่ยนสวมรองเท้า ลุกจากเตียง เดินช้าๆ ไปที่หน้าต่าง และมองหวังเสียนเฟยด้วยสายตาที่เปี่ยมไปด้วยความรู้สึก “ข้อเสนอของท่านช่างน่าดึงดูดใจยิ่งนัก ตัวข้าเองก็อยากตอบตกลง เพียงแต่… ข้าไม่รู้ว่าพวกเขาจะเห็นด้วยหรือไหม”

จากนั้นนางก็เปิดบานหน้าต่างออก

และนั่นทำให้หวังเสียนเฟยได้พบกับต่งเฉินเฟย หยางเต๋อเฟย เฉินชูเฟยและเฟิ่งเจาอี๋ที่กำลังหลบอยู่นอกหน้าต่าง!

พวกเขาทั้งสี่ไม่คาดคิดว่าซ่างกวานเยี่ยนจะเปิดหน้าต่างกะทันหันขนาดนี้ จึงไม่ทันระวัง พวกเขาทั้งหมดได้แต่ตกตะลึง!

หวังเสียนเฟยเองก็เช่นกัน

พวกเขามองหน้าสบตากัน

นี่มันน่าขายหน้าสิ้นดี

“พวกเจ้า…มาที่นี่ได้อย่างไร”

หวังเสียนเฟยเอ่ยขึ้นหลังจากเงียบอยู่นาน

ซ่างกวานเยี่ยนได้แต่ยืนกอดอกมองฉากนี้อย่างบันเทิงใจ

ต่งเฉินเฟยกระแอมในลำคอ ก่อนถามกลับ “พวกเราต่างหากที่ต้องถามคำถามนี้! ไหนเจ้าบอกว่าพรุ่งนี้จะไปทูลฝ่าบาทมิใช่รึ ที่แท้ก็แอบมาทำข้อตกลงลับกับคนหน้าด้านแบบนี้เพื่อถ่วงเวลาสินะ!”

ซ่างกวานเยี่ยนส่งสายตาอำมหิตพร้อมเอ็ดอึง “นี่ ระวังคำพูดด้วย”

ใครหน้าด้านกันแน่

ไม่ใช่พวกเจ้ารึที่ทำตัวหน้าด้านกว่า

เป็นเพื่อนกันแท้ๆ แต่กลับหักหลังกันเองเนี่ยนะ ช่างน่าขายหน้าเสียจริง

“พวกเจ้าเองก็เหมือนกันมิใช่รึ” หวังเสียนเฟยโต้กลับ

“พวกเรา…” ใบหน้าของต่งเฉินเฟยเริ่มแดงพล่าน ก่อนจะรีบหันไปทางเฟิ่งเจาอี๋พร้อมเอ่ย “นางมาที่นี่ก่อนใครเพื่อนเลย!”

เฟิ่งเจาอี๋เริ่มตัวสั่น ก่อนจะเถียงกลับ “ข้ามาถึงที่นี่เป็นคนที่สามต่างหาก! ตอนข้ามาที่นี่ก็เห็นท่ายพี่เต๋อเฟยกับท่านพี่ชูเฟยนั่งหลบอยู่นอกหน้าต่างนี้แล้ว!”

“เต๋อเฟยมาถึงที่นี่ก่อนข้า!” เฉินซูเฟยรีบบ่างเบี่ยงไปให้หยางเต๋อเฟย

ขณะที่นางกำลังเจรจาอยู่กับซ่างกวานเยี่ยน พอได้ยินว่ามีคนจากวังมาที่นี่ นางก็รีบกระโดดหลบไปนอกหน้าต่าง แล้วก็เจอกับหยางเต๋อเฟยกำลังนั่งหลบอยู่พอดี

จะให้นางรู้สึกอย่างไร!

สักพักก็ตามมาด้วยเฟิ่งเจาอี๋

เฟิ่งเจาอี๋เองก็ประสบพบเจอกับเหตุการณ์เดียวกัน

แล้วก็ตามมาด้วยต่งเฉินเฟย และหวังเสียนเฟย

หวังเสียนเฟยโกรธจนตาลายไปหมด

ทั้งๆ ที่เป็นแผนของตัวเองแท้ๆ ไฉนตัวเองกลายเป็นคนที่ช้าสุดล่ะ

คนโง่ไม่มีทางอยู่ในวังหลังได้ หรือต่อให้มีก็คงไม่มีทางใช้ชีวิตรอดได้ตลอดฝั่ง

ที่พวกเขาถูกซ่างกวานเยี่ยนหลอก นั่นเพราะพวกเขาไม่คาดคิดว่าซ่างกวานเยี่ยนจะเป็นฝ่ายชนะ

อีกทั้งซ่างกวานเยี่ยนรู้นิสัยของพวกนางเป็นอย่างดี ในขณะที่พวกนางไม่รู้เลยว่าสิบกว่าปีที่ผ่านมา นิสัยของซ่างกวานเยี่ยนเปลี่ยนไปขนาดไหน นางไม่ใช่ไท่หนี่ว์คนเดิมอีกต่อไป

ก็อย่างที่ใครเขาว่าไว้ รู้เขารู้เรา รบร้อยครั้งชนะร้อยครั้ง

“พวกเราไม่ต้องการขัดแย้งกันเอง!” หวังเสียนเฟยพยายามกู้สถานการณ์คืน “ใครๆ ก็อยากเป็นฮองเฮากันทั้งนั้น แต่ดูเหมือนแทบเป็นไปไม่ได้เลย สู้มาคิดหาวิธีล้างแค้นกันดีกว่า! แต่ถ้าพวกเจ้าอยากถูกซ่างกวานเยี่ยนหลอกใช้ต่อ ก็อย่าหาว่าข้าไม่เตือนแล้วกัน!”

ต่งเฉินเฟยเอ่ยประชตขึ้น “ไม่ใช่ว่าเจ้ากำลังคิดหาวิธีกำจัดพวกข้าแล้วตัวเองก็แอบเล่นสกปรกหรอกหรือ”

เอ่ยอย่างกับตัวเองไม่เคยเล่นสกปรก

ยังมีหน้ามาว่าคนอื่นอีก

หวังเสียนเฟยพยายามระงับความโกรธ ไม่ต่อล้อต่อเถียงกับต่งเฉินเฟย ก่อนจะเอ่ยด้วยสีหน้าจริงจัง “ข้าว่า พวกเราควรไปที่พระราชวังด้วยกันตอนนี้ แล้วไปเชิญฝ่าบาทมาที่นี่! ห้ามให้ใครรู้ว่าพวกเราเจอนางแล้ว คำให้การของนางเพียงอย่างเดียวคงไม่น่าเชื่อถือ! พวกเราแค่ต้อบงคิดหาทางให้ฝ่าบาทเห็นอาการบาดเจ็บของนางให้ได้ก็เท่านั้น!”

นางสนมอีกสี่คนนิ่งเงียบไป

มาถึงขั้นนี้แล้ว พวกนางรู้ดีว่าคงใช้วิธีเดิมไม่ได้อีกต่อไป

พวกนางเป็นถึงพระสนมรุ่นใหญ่ ดันถูกคนเด็กกว่าหลอกใช้ ย่อมทำใจรับไว้ไม่ลงอยู่แล้ว

“ได้ ข้าเห็นด้วย!” เฉินชูเฟยเป็นคนแรกที่เอ่ยขึ้น

“ข้าก็เห็นด้วย!” ตามมาด้วยเฟิ่งเจาอี๋และหยางเต๋อเฟย

ต่งเฉินเฟยได้ยินดังนั้นก็ขมวดคิ้วแน่น “ในเมื่อพวกเจ้าเห็นด้วยแล้วจะให้ข้าทำเช่นไร ก็ได้ เช่นนั้น กลับวังกันเถอะ!”

“พวกท่านแน่ใจแล้วหรือ” ซ่างกวานเยี่ยนถามด้วยน้ำเสียงเนิบช้า

หวังเสียนเฟยรีบแย้งขึ้น “ซ่างกวานเยี่ยน อย่าแม้แต่จะคิดว่าเจ้าจะทำอะไรพวกเราได้ พวกข้าไม่ได้กินหญ้านะ! ต่อให้ฝ่าบาทรู้ว่าพวกเรามาที่นี่ อย่างมากก็แค่ทูลพระองค์ไปว่าพวกเราเป็นห่วงเจ้าเลยแอบออกจากวังมาเยี่ยม เจ้าจะไม่ได้ประโยชน์อะไรจากเรื่องนี้!”

จากนั้น ซ่างกวานเยี่ยนก็หยิบอะไรบางอย่างออกมาจากแขนเสื้อ พร้อมเอ่ยขึ้น “แสดงว่าพวกท่านไม่สนใจสิ่งนี้แล้วสินะ”

พอได้ยินดังนั้น ทุกคนจึงหันไปมองพร้อมกัน

ซ่างกวานเยี่ยนเหยียดแขนออกไปเพราะเกรงว่าพวกเขาจะมองไม่ชัด

ทันใดนั้น ม่านตาของพวกเขาก็หดลงทันที!

“นี่มัน…” น้ำเสียงของต่งเฉินเฟยเต็มไปด้วยความระแวง

“ใช่แล้ว นี่เป็นหนังสือสัญญาที่พวกท่านลงนามไว้ว่าจะช่วยข้าล้มหันกุ้ยเฟย ส่วนข้าจะช่วยให้พวกท่านได้ขึ้นเป็นฮองเฮาอย่างไรเล่า”

เมื่อเห็นดังนั้น เฟิ่งเจาอี๋จึงรีบหยิบเอกสารที่ถือติดตัวออกมาอย่างรวดเร็ว

“ไม่มีประโยชน์หรอก เอกสารที่อยู่ในมือพวกท่านล้วนเป็นของปลอมทั้งสิ้น อันที่อยู่ในมือข้านี่ต่างหากที่เป็นตัวจริง หากไม่เชื่อก็เอาไปเทียบดูได้เลย”

เฟิ่งเจาอี๋มองดูลายนิ้วมือของตัวเอง มีทั้งลายนิ้วโป้งขวาซึ่งรอยถังหรือที่เรียกกันทั่วไปว่าลายหอยทาก แต่อันที่อยู่บนเอกสารของนางกลับเป็นลายของตะกร้าสานแทน

ต่างกันจริงด้วย

เรื่องทั้งหมดเกิดขึ้นแบบนี้

เซียวเหิงแอบหยิบเอกสารที่มีลายมือของนางสนมมาจากห้องสมุดในตำหนักกั๋วซือ และขอให้ซ่างกวานเยี่ยนร่างสัญญาขึ้นมาห้าฉบับ จากนั้นขอให้จี้จิ่วอาวุโสเลียนแบบลายมือของพวกนาง จากนั้นลงนาม และประทับลายนิ้วมือ โดยปกติแล้วไม่มีใครมาใส่ใจนั่งเทียบลายนิ้วมือของคนอื่น

แม้จะเป็นการลงนามประทับลายนิ้วมือกันซึ่งๆ หน้า แต่หารู้ไม่ว่าซ่างกวานเยี่ยนได้เตรียมแผนซ้อนแผนเอาไว้แล้ว

ทั้งๆ ที่จริงเรื่องแค่นี้ให้เสี่ยวจิ่วช่วยจัดการก็ได้ ไม่จำเป็นต้องให้ซ่างกวานเยี่ยนออกโรงไปหาพระสนมพวกนั้นด้วยตัวเอง

เป้าหมายหมายของจวงไทเฮาผู้ซึ่งมีประสบการณ์ปกครองหลังม่านย่อมไม่หยุดอยู่แค่คนในวังหลังอย่างแน่นอน!

หันกุ้ยเฟยเป็นแค่หมากตัวหนึ่งที่ต้องถูกกำจัดเท่านั้น เป้าหมายที่แท้จริงคือเครือข่ายตระกูลสูงศักดิ์ทั้งหมดต่างหาก!

หวังเสียนเฟยแสยะยิ้มแล้วเอ่ยขึ้น “ซ่างกวานเยี่ยน ต่อให้เจ้ามีหลักฐานพวกนี้แล้วอย่างไร เจ้าเองก็มีส่วนด้วยเหมือนกันนั่นแหละ”

ซ่างกวานเยี่ยนยิ้มอ่อน “แต่ข้าไม่เหมือนพวกท่านตรงที่ ข้าไม่กลัวความตาย พวกท่านล่ะ กลัวไหม”

ต่งเฉินเฟยบันดาลโทสะ “เจ้า!”

รอยยิ้มของซ่างกวานเยี่ยนจางลง พร้อมดวงตาที่เย็นชามากขึ้น

ก่อนจะค่อยๆ ย่องเดินไปหาพวกเขาทีละก้าวราวกับวิญญาณที่เต็มไปด้วยความพยาบาท

“ตระกูลเซวียนหยวนจากไปแล้ว เสด็จแม่ของข้าก็ตายแล้ว ส่วนลูกชายของข้ากำลังป่วยหนักและจะมีชีวิตอยู่ต่อไปไม่ได้อีกไม่นาน ข้าไม่มีอะไรต้องเสียแล้ว! พวกท่านไม่เหมือนกับข้า พวกท่านมีตระกูลใหญ่หนุนหลัง มีบุตรที่แข็งแรงและอายุยืน ข้าขอถามคำเดียว พวกท่านยอมตายไปด้วยกันกับข้าหรือไม่! คนที่เดินเท้าเปล่าย่อมไม่กลัวการเสียรองเท้าไป ข้าคือคนที่เดินเท้าเปล่าคนนั้น!”

Prev
Next
MY READING HISTORY
You don't have anything in histories
POPULAR MANGA
กระบี่จงมา
กระบี่จงมา
บทที่ 992.2 ดอกไม้แดงบนภูเขาเขียวดุจเพลิงลุกไหม้ 27 พฤศจิกายน 2024
บทที่ 992.1 ดอกไม้แดงบนภูเขาเขียวดุจเพลิงลุกไหม้ 27 พฤศจิกายน 2024
323r
ท่านอ๋องผู้โหดร้ายกับหมอปีศาจ
ตอนที่ 2138 จะทำลายพวกเจ้า 27 พฤศจิกายน 2024
ตอนที่ 2137 เทือกเขาแห่งความตาย 27 พฤศจิกายน 2024
เทพกระบี่มรณะ (chaotic sword god)
เทพกระบี่มรณะ (chaotic sword god)
ตอนที่ 2528 - การตัดแขน 27 พฤศจิกายน 2024
ตอนที่ 2527 - ชำระหนี้แค้น 27 พฤศจิกายน 2024
61d44445LSpjhqcZ
เปิดระบบสุดโกงอัปสกิลหมอ
บทที่ 869 ที่หลบภัย 27 พฤศจิกายน 2024
บทที่ 868 ผมซับเหงื่อให้ครับ 27 พฤศจิกายน 2024
Full-time-Artist-ใครว่าผมไม่เหมาะเป็นศิลปิ
Full-time Artist ใครว่าผมไม่เหมาะเป็นศิลปิน
ตอนที่ 775 อาภรณ์หลวมโพรกมิเสียดาย เพื่อเจ้าข้าผ่ายผอมยอมอิดโรย 27 พฤศจิกายน 2024
ตอนที่ 774 ผีเสื้อรักบุปผา 27 พฤศจิกายน 2024
นิยายแปล-~จ้าวนักสู้เกิดใหม่ทั้งทีดันเป็นนางร้าย-~-ลูน่าอยากรีไทร์แล้ว
[นิยายแปล] ~จ้าวนักสู้เกิดใหม่ทั้งทีดันเป็นนางร้าย ~ ลูน่าอยากรีไทร์แล้ว
ตอนที่ 53 - 030:แผนการฝึกนักบุญ⑦ ค้นหาศัตรู 27 พฤศจิกายน 2024
ตอนที่ 52 - 029:แผนการฝึกนักบุญ⑥ ก่อนการต่อสู้ 27 พฤศจิกายน 2024
Here for more Popular Manga

Comments for chapter "บทที่ 786 จับปูใส่กระด้ง"

MANGA DISCUSSION

ใส่ความเห็น ยกเลิกการตอบ

You must Register or Login to post a comment.

  • HOME
  • COOKIE POLICY

© 2026 Madara Inc. All rights reserved