cat2auto | นิยาย นิยายออนไลน์ นิยายวาย นิยาย PDF
  • หน้าหลัก
  • อ่านมังงะ
  • เว็บอ่านมังงะ
  • นิยายวาย [Yaoi]
  • Nekopost
  • Niceoppai
  • รออัพเดท
  • มังงะ18+
  • แทงหวย24
  • manga
Advanced
  • หน้าหลัก
  • อ่านมังงะ
  • เว็บอ่านมังงะ
  • นิยายวาย [Yaoi]
  • Nekopost
  • Niceoppai
  • รออัพเดท
  • มังงะ18+
  • แทงหวย24
  • manga
  • Romance
  • Comedy
  • Shoujo
  • Drama
  • School Life
  • Shounen
  • Action
  • MORE
    • Adult
    • Adventure
    • Anime
    • Comic
    • Cooking
    • Doujinshi
    • Ecchi
    • Fantasy
    • Gender Bender
    • Harem
    • Historical
    • Horror
    • Josei
    • Live action
    • Manga
    • Manhua
    • Manhwa
    • Martial Arts
    • Mature
    • Mecha
    • Mystery
    • One shot
    • Psychological
    • Sci-fi
    • Seinen
    • Shoujo Ai
    • Shounen Ai
    • Slice of Life
    • Smut
    • Soft Yaoi
    • Soft Yuri
    • Sports
    • Tragedy
    • Supernatural
    • Webtoon
    • Yaoi
    • Yuri
Prev
Next

สามีข้าคือขุนนางใหญ่ - บทที่ 651 เอาคืน

  1. Home
  2. All Mangas
  3. สามีข้าคือขุนนางใหญ่
  4. บทที่ 651 เอาคืน
Prev
Next

บทที่ 651 เอาคืน

ทุกคนที่ได้เห็นกั๋วกงต่างตกตะลึงจนพูดไม่ออก

พวกเขาคิดเพียงแค่ว่า ท่านกั๋วกงเป็นอัมพาตมิใช่หรือ แล้วที่เห็นอยู่นี่คืออะไร อาการเริ่มดีขึ้นแล้วอย่างนั้นรึ

เรื่องอาการของท่านกั๋วกงไม่ใช่ความลับอีกต่อไป ตลอดเวลาที่ผ่านมา มีหมอมากหน้าหลายตาแวะเวียนเข้ามาที่จวนกั๋วกงเพื่อทำการรักษา อีกทั้งไม่นานมานี้ก็ได้ยินว่าพวกเขาเชิญหมอเทวดาจากแคว้นเฉินมาช่วยทำการรักษาด้วย

หรือว่า หมอเทวดาที่ว่านั้นเป็นเทวดากลับชาติมาเกิดจริงๆ

กู้เสี่ยวซุ่นผู้ซึ่งไม่เคยได้ยินเรื่องราวของกั๋วกงมาก่อนและคิดว่ากั๋วกงเป็นแค่คนธรรมดาสามัญก็ยืดคอชะเง้อมองเข้าไปในรถม้า แล้วเอ่ยกับกู้เจียว “ลิ่วหลัง สภาพเขาดูย่ำแย่มาก จะเข้าไปดูอาการเขาหน่อยไหม”

ตั้งแต่ที่เขารู้ว่าเซียวเหิงและกู้เจียวสลับกันใช้ชื่อของอีกฝ่าย กู้เสี่ยวซุ่นจึงต้องเรียกพี่สาวของเขาด้วยชื่อของพี่เขยอย่างเป็นกันเอง เพื่อป้องกันไม่ให้คนนอกล่วงรู้เชื่อมโยงความสัมพันธ์ของพวกเขา

กู้เหยี่ยนเองก็มองตามเข้าไปเช่นกันจนหัวของพวกเขาแทบจะติดกัน

เขาย่นคิ้วแน่นขณะที่มองร่างของกั๋วกงสลับกับหันมาหากู้เจียว

จากนั้นกู้เจียวก็ลงจากม้า

คนอื่นไม่รู้เรื่องที่กู้เจียวมีความรู้ด้านการแพทย์ พอเห็นกู้เจียวเดินตรงเข้าไปหาท่านกั๋วกงก็อดไม่ได้ที่จะรู้สึกตกใจ

นี่เขาคิดจะทำอะไร

หลังจากที่ใต้เท้าจิ่งล้มไม่เป็นท่าอยู่สักพักก็เริ่มได้สติกลับมา เขาพยายามลุกขึ้นแล้วรีบเอาตัวเข้าไปขวางกู้เจียว

“พี่ใหญ่! พี่ใหญ่ล้มไปตั้งแต่เมื่อไหร่ มา ข้าช่วยเอง!”

ว่าแล้วใต้เท้ารองจิ่งก็อวดลำแขนอันทรงพลังให้พี่ใหญ่ของเขาได้ดู แต่สิ่งที่เขาได้รับกลับเป็นสายตาอำมหิตของพี่ใหญ่แทน

จนถึงตอนนี้ เขายังคงไม่เข้าใจว่าเกิดอะไรขึ้น

จากนั้นร่างของกั๋วกงก็ถูกผู้เป็นน้องอุ้มวางบนเก้าอี้รถเข็น

ขณะที่กู้เจียวกำลังจะก้าวเท้าขึ้นรถม้า

ใต้เท้ารองจิ่งยื่นมือออกมาขวาง เอ่ยน้ำเสียงดุดัน “เจ้าจะขึ้นมาทำอะไร”

เขารู้สึกไม่ถูกชะตากับเจ้าเด็กคนนี้ที่พร้อมจะโจมตีผู้อื่นอยู่เสมอ และเขาจะไม่ปล่อยให้คนพรรค์นี้เข้าใกล้พี่ใหญ่เด็ดขาด!

“ข้าจะตรวจอาการให้เขา” กู้เจียวตอบด้วยน้ำเสียงนิ่งเรียบ

“เจ้า หมอเก๊! ข้าจะไม่ยอมให้เจ้าแตะตัวพี่ใหญ่ของข้าเด็ดขาด!” ใต้เท้ารองโต้กลับทันควัน

และแล้ว เขาก็รับรู้ได้ถึงสายอำมหิตจากพี่ใหญ่ของเขาอีกเป็นครั้งที่สอง

ใต้เท้ารองจิ่งขยี้จมูกตัวเองด้วยความโกรธและกระซิบบอกพี่ใหญ่ “ไม่ต้องกลัวไปนะพี่ใหญ่ ข้าไม่ปล่อยให้เขาขึ้นรถม้าหรอก”

สายตาอำมหิตจากพี่ใหญ่ครั้งที่สาม

กู้เจียวไม่ได้เอ่ยอะไร แค่เหลือบมองใต้เท้ารองจิ่งอยู่เงียบๆ

“เพราะเห็นแก่หน้าของท่านชายชิงเฉินหรอกนะ ข้าจะยอมให้เจ้าช่วยตรวจร่างกายให้พี่ใหญ่ก็ได้” ในที่สุดเขาก็ยอมแต่โดยดีหลังจากถูกกดดันจากสายตาอำมหิตรอบด้าน

กู้เจียวเดินขึ้นไปบนรถม้า

“หลีกหน่อย” กู้เจียวเอ่ยกับใต้เท้ารอง “ท่านบังแสงข้าอยู่”

“นี่มันรถม้าของข้านะ เหตุใดข้าต้อง… อะๆ กระเถิบให้ก็ได้!” ใต้เท้ารองจิ่งยอมเดินลงจากรถม้าอย่างวางมาด

“เจ้าเองก็ลงมาด้วย!”

เขาสั่งสารถีให้ลงจากรถด้วยกัน

เพื่อจะได้ไม่รู้สึกถูกไล่อยู่คนเดียว

“เสี่ยวซุ่น หยิบกล่องปฐมพยาบาลมาให้เร็วเข้า” กู้เจียวเอ่ย

“รับทราบ!” กู้เสี่ยวซุ่นหยิบชุดปฐมพยาบาลออกมาจากกระเป๋า กระโดดลงจากรถม้าแล้วยื่นให้กู้เจียว

กู้เจียวไม่ได้พกกล่องยาออกมา แต่ก็มีชุดปฐมพยาบาลติดตัวไว้ในกรณีฉุกเฉิน ประกอบไปด้วยยาฉุกเฉิน ไฟฉาย และเข็มเงิน

นางวัดชีพจรให้กั๋วกงก่อน จากนั้นจึงเปิดไฟฉายขนาดเล็กและฉายแสงไปที่ม่านตา

ด้วยความที่ร่างของกู้เจียวได้บดบังทุกกระบวนการตรวจ ทำให้คนอื่นๆ ที่อยู่ด้านนอกไม่เห็นว่านางใช้วิธีอะไรในการตรวจอาการให้ท่านกั๋วกง ทว่าดูแล้วก็คงชำนาญไม่น้อยเลยทีเดียว

มู่ชิงเฉินขมวดคิ้วเล็กน้อยแล้วหันไปถามกู้เหยี่ยน “เซียวลิ่วหลังรู้วิธีการรักษาด้วยหรือ”

“ใช้ได้ทีเดียวเลยล่ะ” กู้เหยี่ยนตอบเขาขณะที่กำลังนั่งเอามือเท้าหน้าต่างรถม้า

“เช่นนั้นคราวก่อน…” มู่ชิงเฉินนึกถึงเหตุการณ์เมื่อวันที่กู้เจียวเข้าไปดูอาการให้กับท่านกั๋วกง ซ้ำยังบอกว่ามู่หรูซินฝังเข็มไม่ถูกจุด แปลว่าที่เขาพูดก็เป็นเรื่องจริงอย่างนั้นรึ

หากเป็นเช่นนั้น ก็เท่ากับว่ามู่หรูซินไม่ได้เก่งอะไรสินะ

ในเมื่อไม่ได้เก่ง แล้วอาการของกั๋วกงจะดีขึ้นได้อย่างไร

ความคิดมากมายถาโถมเข้ามาในหัวของเขาในเวลาอันสั้น

มู่ชวนและคนอื่นๆ ต่างพากันตกตะลึง

“ไม่ยักรู้ว่าเสี่ยวลิ่วรู้เรื่องการแพทย์ด้วย”

เสี่ยวลิ่วรึ

กู้เสี่ยวซุ่นเองก็ไม่ยักรู้ว่าพี่สาวของเขาได้ชื่อเล่นนี้มาตั้งแต่เมื่อไหร่

รูม่านตาของกั๋วกงเริ่มเปิดกว้างและเกิดปฏิกิริยากับแสง อีกทั้งการสะท้อนของกระจกตาก็ดูปกติดี ซึ่งแสดงให้เห็นว่าตอนนี้เขาไม่ได้กระตุกใบหน้าโดยไม่รู้ตัว อย่างน้อยเขาไม่ได้อยู่ในร่างของเจ้าชายนิทราอีกต่อไป

คราวก่อนที่นางพันผ้าพันแผลให้เขา ดูเหมือนว่าเขาจะสามารถตอบสนองต่อสิ่งเร้าภายนอกได้เล็กน้อยผ่านทางนิ้วมือของเขา แต่ก็ไม่ชัดเจนเท่าตอนนี้

กู้เจียวค่อนข้างมั่นใจว่าร่างกายของกั๋วกงกำลังฟื้นตัว

แม้ว่าจะไม่รู้ว่าสาเหตุที่อาการของเขาดีขึ้นเป็นเพราะการรักษาของมู่หรูซินหรืออย่างอื่นก็ตาม

อย่างไรก็ตาม การทำงานของร่างกายและการตอบสนองของเส้นประสาทยังไม่สมบูรณ์นัก อันเป็นผลสืบเนื่องที่เกิดจากความเสียหายของสมอง กู้เจียวยังไม่สามารถสรุปได้ว่าเขาจะสามารถฟื้นตัวกลับมาเป็นคนปกติอย่างเดิมได้หรือไม่

หลังจากเก็บขยะที่ติดเชื้อแยกถุงเสร็จ กู้เจียวก็ทำการเก็บกระเป๋าแล้วเตรียมจะลงจากรถม้า ดฯฌซ,ฑ๊โฌฮฤ

ทันใดนั้น กู้เจียวรู้สึกได้ถึงแรงเหนี่ยวรั้งเล็กน้อยจากอีกฝ่าย

หันกลับไปก็พบว่ากั๋วกงกำลังใช้นิ้วที่สั่นกระตุกอย่างแรงคว้าชายเสื้อของนางเอาไว้

ที่น่าแปลกใจก็คือ กู้เจียวสามารถปฏิเสธการเหนี่ยวรั้งของเขาและเดินลงจากรถไปได้อย่างง่ายดาย แต่นางกลับไม่ทำ

กู้เจียวขมวดคิ้วเป็นปม

“มีตรงไหนไม่สบายอีกหรือไม่” กู้เจียวเอ่ยถามเขา

กั๋วกงพูดไม่ได้ จึงได้แต่ใช้มือรั้งไว้

กู้เจียวตรวจร่างกายให้เขาอีกครั้ง พละกำลังของเขาแทบจะหมดแล้ว นิ้วมือสั่นสะท้านแต่พยายามทนไว้สุดแรง

กู้เจียวไม่เข้าใจสิ่งที่เกิดขึ้น และคิดว่าอาจเป็นอาการกล้ามเนื้อกระตุกกะทันหัน

หลังจากครุ่นคิดอยู่พักหนึ่ง กู้เจียวก็ก้มหยิบลูกกวาดขึ้นมาจากกล่องปฐมพยาบาล กางมือของกั๋วกงออกแล้ววางลูกกวาดไว้เพื่อให้เขาได้ใช้แรงมือในการกำมันไว้

…

หลังจากเสร็จสิ้นการแข่งขัน ทั้งผู้เล่นและผู้ชมต่างทยอยกันออกจากสนาม

เซียวเหิงไม่ชอบเดินเบียดเสียดกับผู้คน จึงบอกให้เด็กสาวสามคนที่มาด้วยกันออกไปก่อน

“แปลกจัง ไม่เห็นจะรีบเหมือนตอนขามาเลย อย่าบอกนะว่า…แอบนัดใครไว้น่ะ”

หนึ่งในเด็กสาวเอ่ยขึ้นในวงนินทา

เซียวเหิงไม่สนใจ ยังคงก้มหน้าก้มตาจิบน้ำชา

เด็กสาวเริ่มเบะปาก “เหอะ เย็นชาเสียเหลือเกิน ช่างเถอะ พวกเราไปกันดีกว่า!”

“ข้าก็นึกว่าพอได้อยู่ด้วยกันทั้งวันแบบนี้แล้วจะสนิทกันมากขึ้นเสียอีก”

“คนอย่างนางไม่ลดตัวลงมาอยู่กับพวกเราหรอก”

เด็กสาวทั้งสามบ่นอุบอิบระหว่างที่กำลังเดินลงจากอัฒจันทร์

เสี่ยวจิ้งคงคว้าราวบันไดด้วยมือทั้งสองข้าง พร้อมกับยื่นหัวเล็กๆ ของเขาออกไปตรงช่องว่างระหว่างราวบันไดแล้วถอนหายใจ

“เจียวเจียว”

เขายังไม่ได้พูดคุยกับเจียวเจียวเลย คิดถึงชะมัด

อีกตั้งสิบวันกว่าจะปิดเทอม

การเรียนหนังสือเหมือนยาขมสำหรับเด็กน้อยเสมอ

พอเห็นว่าผู้คนเริ่มออกไปกันหมดแล้ว เซียวเหิงจึงตัดสินใจลุกขึ้น ก่อนจะจูงมือเจ้าตัวเล็กเพื่อเตรียมตัวออกจากที่นี่

“ช้าก่อนเจ้าค่ะ แม่นางกู้”

สาวใช้เอ่ยขึ้นพร้อมกับเดินเข้ามาใกล้

อยู่ด้วยกันตั้งนานไม่ยอมเรียก ดันเกิดนึกอยากมาเรียกตอนวินาทีสุดท้าย ซ้ำยังเป็นตอนที่ทุกคนเดินออกไปแล้วด้วย

ต้องมีอะไรแน่ๆ

เซียวเหิงหันไปทางสาวใช้พร้อมกับส่งสายตาฉงน

สาวใช้ยิ้มแล้วเอ่ยอย่างสุภาพ “วันนี้ท่านชายมาที่นี่ก็จริง เพียงแต่เขาไม่ได้มาปรากฏตัวที่อัฒจันทร์ นี่ก็ถึงเวลาอาหารเย็นแล้ว ท่านชายต้องการเชิญแม่นางกู้ไปสังสรรค์ด้วยกันที่ริมทะเลสาบเจ้าค่ะ”

จากนั้นเซียวเหิงหันไปหาเสี่ยวจิ้งคง

เจ้าตัวเล็กหยิบกระดาษและดินสอออกมาอย่างรู้งานพร้อมกับทำท่าอิดออด

ทำตัวเหมือนกับกู้เจียวไม่มีผิด

เซียวเหิงเขียน ‘ท่านชายของเจ้าคือใคร’

“พอแม่นางไปถึงเดี๋ยวก็รู้เองเจ้าค่ะ” สาวใช้ยิ้มหวาน

“ริมทะเลสาบน่าไปรึ” เสี่ยวจิ้งคงเอ่ยถาม

“น่าไปสิเจ้าคะ ที่นั่นตกปลาได้ ชมไฟได้ ไปจุดโคมลอยก็ได้นะเจ้าคะ” สาวใช้เอ่ยด้วยท่าทางยิ้มแย้ม

เจ้าตัวเล็กได้ยินดังนั้นก็เริ่มกระพือแขน “ข้าอยากไป! ข้าอยากไป!”

ทว่าเซียวเหิงหันไปหรี่ตาให้เขา ราวกับกำลังพูดว่า เหอะ ไม่ให้ไปหรอก

‘เวลาล่วงเลยมาขนาดนี้ ถึงคราวที่ข้าต้องกลับแล้ว’ เขาเขียนบนกระดาษ

สาวใช้ตะลึงอยู่ครู่หนึ่ง อาจเป็นเพราะนางเองก็คงคาดไม่ถึงว่าแม่หญิงคนนี้จะไม่เห็นแก่น้ำใจของท่านชายเลยหลังจากที่ลงแรงลงทุนขนาดนี้

แต่ด้วยความที่สาวใช้ได้รับการฝึกฝนมาอย่างดี จึงพยายามพลิกสถานการณ์ “ใช่แล้วเจ้าค่ะ นี่ก็เย็นมากแล้ว อย่างนี้ดีไหมเจ้าคะ ให้คนของเราไปส่งแม่หญิงกลับสำนักบัณฑิตสตรีนะเจ้าคะ”

ซึ่งมีระยะห่างแค่สองก้าวเท่านั้นน่ะหรือ

เสี่ยวจิ้งคงได้ยินดังนั้นก็รีบคว้าท่อนขาของเซียวเหิงพร้อมกับโอดครวญ “ข้าเดินไม่ไหวแล้ว เจ้าอุ้มข้ากลับได้ไหม”

สุดท้ายเขาจึงยอมนั่งรถม้าที่สาวใช้จัดเตรียมไว้ให้

ท่านชายปริศนาผู้นี้คือใครกัน ถึงสามารถจองที่นั่งที่ดีสุดของสนามได้ แถมตลอดการแข่งก็แทบไม่ปรากฏตัวเลยด้วยซ้ำ ไหนจะเตรียมรถที่ดูภายนอกเผินๆ ก็เป็นแค่รถม้าทั่วไปแต่ข้างในกลับถูกตกแต่งอย่างหรูหราให้เข้ามารับพวกเขาถึงในสนามได้

พอลงจากอัฒจันทร์ เซียวเหิงก็ก้าวขึ้นรถม้าทันที

รถม้าทั้งคันทำจากไม้หนานมู่ทอง มีชื่อเรียกอีกอย่างว่าไม้มังกร ว่ากันว่าสามารถอยู่ได้นานนับพันปี องค์หญิงซิ่นหยางเองก็ชอบสะสมไม้ประเภทนี้

บริเวณรอบๆ มีทหารสี่นายคอยคุ้มกัน

เซียวเหิงไม่ใช่คนที่ดูออกว่าใครมีวิทยายุทธ์ แต่ทหารสี่คนนั้นให้ความรู้สึกคล้ายกันกับทหารหลงอิ่งของแคว้นเจา

คงเป็นหน่วยกล้าตายของแคว้นเยี่ยนสินะ ดูแล้วเป็นยอดฝีมืออย่างไรอย่างนั้น

ที่เสี่ยวจิ้งคงบอกว่าเขาเดินไม่ไหวนั้นคือเรื่องจริง วันนี้เขาสนุกทั้งวันและไม่ได้งีบหลับตอนกลางวัน เขาก็โซเซไปพิงที่เซียวเหิงและฟุบหลับไปทันทีหลังจากขึ้นรถม้า

รถม้าออกเดินทางจากสำนักบัณฑิต

รถม้าเพิ่งออกตัวไปได้ไม่ทันไร เสียงของสาวใช้ที่นั่งอยู่ด้านนอกรถม้าก็ดังขึ้น “ท่านชาย”

เหอะ

ไม่แนบเนียน ไปเรียนมาใหม่นะ

เซียวเหิงขมวดคิ้วมองใบหน้าที่เคลิ้มหลับของเจ้าตัวเล็ก หลับสบายขนาดนั้นเชียว

“ท่านชาย มาที่นี่ได้อย่างไรเจ้าคะ” สาวใช้ยังคงต่อบท

เซียวเหิงยังคงนั่งนิ่ง แทบจะไม่ขยับลูกตาของขึ้นมามองแม้แต่นิด ยิ่งให้เขาเปิดม่านยิ่งไม่ต้องพูดถึง

“อะแฮ่ม” ท่านชายปริศนาพยายามส่งเสียงกระแอม

ไม่รู้เป็นเพราะเขาส่งสัญญาณให้สาวใช้หรือไม่ ม่านของรถจึงถูกเปิดขึ้นเล็กน้อย จากนั้นนางจึงเอ่ยกับเขา “แม่นางกู้ ท่านชายต้องการพบท่านเจ้าค่ะ”

หลังจากที่ม่านถูกเปิด ทำให้เซียวเหิงได้เห็นท่านชายปริศนาที่อยู่ในชุดผ้าแพร ขณะเดียวกันก็ทำให้ท่านชายผู้นั้นได้ยลโฉมสาวงามอันดับหนึ่ง

เซียวเหิงสวมผ้าคลุมหน้า บดบังรูปลักษณ์ทั้งหมดของเขา กระนั้นก็ยังเผยให้เห็นโครงหน้าสาวงามรำไร

เซียวเหิงเหลือบไปมองอีกฝ่ายแค่แวบเดียวก่อนจะเอามือดึงผ้าม่านลงอย่างไร้เยื่อใย!

สาวใช้ที่เห็นดังนั้นก็ตกใจจนเข่าทรุด

ท่านชายในชุดผ้าแพรไม่ได้แสดงท่าทีโกรธเคืองแต่อย่างใด เขายกมือขึ้นแล้วเอ่ยด้วยรอยยิ้ม “ขออภัยที่ข้าเสียมารยาท แม่นางกู้โปรดยกโทษให้ด้วย”

เอ่ยจบ ท่านชายก็ถอยออกมาแล้วส่งสายตาให้สารถีเดินรถต่อ

รถม้าเริ่มเคลื่อนออกไป

“จวิ้นอ๋อง! แม่นางผู้นั้นไม่ให้เกียรติท่านเลย! ท่านทรงทำเพื่อนางขนาดนี้แล้ว! กระหม่อมได้ยินมาว่านางเป็นคนจากแคว้นล่างนะขอรับ!” ทหารผ้าแพรนายหนึ่งเอ่ยขึ้น

หมิงจวิ้นอ๋องหัวเราะ มองตามรถม้าที่เคลื่อนตัวออกไป พลางตอบอย่างแน่วแน่ “หญิงงามก็เป็นแบบนี้แล มีความหยิ่งยโสเป็นธรรมดา ไม่เป็นไร ข้าทนได้”

น้ำเสียงที่เขาเอ่ยนั้นไม่ได้ดังมาก หากเป็นคนทั่วไปคงไม่มีทางได้ยิน ทว่าเซียวเหิงคือคนที่เกิดมาพร้อมกับประสาทหูที่ดี

เขาขมวดคิ้วแน่น

เขาคือจวิ้นอ๋องอย่างนั้นรึ

หากคนที่อยู่ตรงนั้นไม่ใช่เขาแต่เป็นกู้เจียว ย่อมต้องรู้ว่าท่านชายคนนั้นก็คือหมิงจวิ้นอ๋องที่ครั้งหนึ่งเคยมาที่สำนักบัณฑิตเทียนฉง

“จวิ้นอ๋องขอรับ!”

เป็นเสียงของทหารยามนายหนึ่งที่กำลังเดินเข้ามา

“กลับมาแล้วรึ” หมิงจวิ้นอ๋องถามเขา “หนานกงหลินล่ะ เป็นอย่างไรบ้าง”

“อาการไม่ค่อยดีขอรับ หลังจากกลับไปก็เอาแต่พูดว่าบัณฑิตเทียนฉงผู้นั้นเป็นคนทำร้ายเขา และขอให้ท่านจวิ้นอ๋องช่วยอยู่ข้างเขาด้วยขอรับ”

หมิงจวิ้นอ๋องครุ่นคิดอยู่พักหนึ่ง ก่อนตอบออกไป “เขาต้องการให้ข้ากำจัดเจ้านั่นรึ ก็ไม่ใช่เรื่องยากอะไร แต่ว่าเจ้านั่นเป็นสหายของมู่ชิงเฉิน เจ้าต้องเก็บกวาดให้สะอาดมากที่สุด อย่าเหลือร่องรอยอะไรไว้ และอย่าให้ชิงเฉินจับได้เป็นอันขาด”

“ขอรับ!” ทหารยามกำหมัดแน่น

เซียวเหิงเคาะประตูในทันที

สาวใช้หันมาถามเขา “มีอะไรหรือเจ้าคะแม่นางกู้”

เซียวเหิงยื่นกระดาษให้ ‘ข้าต้องการพูดคุยกับท่านชายของเจ้า’

สาวใช้เห็นดังนั้นดวงตาก็พลันลุกวาวและรีบให้สารถีวนรถกลับไป

หมิงจวิ้นอ๋องประหลาดใจไม่น้อยที่เห็นรถม้าวนกลับมา

เซียวเหิงเปิดม่านรถออก พร้อมกับมองเขาด้วยแววตาที่เย็นชา

แม้จะดูไร้เยื่อใย แต่ก็อดรู้สึกหวั่นไหวไม่ได้ที่ถูกหญิงงามจ้องมองเช่นนี้

“แม่นางกู้มาหาข้ามีธุระอันใดหรือ”

เซียวเหิงทำท่าลังเล

เมื่อเห็นความโศกเศร้าปรากฏบนใบหน้าของหญิงสาว หัวใจของเขาก็บีบแน่นโดยไม่รู้ตัว “แม่นางกู้… มีอะไรไม่สบายใจหรือไม่”

เซียวเหิงออกอาการกังวลอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะยื่นกระดาษให้เขา ‘เป็นเรื่องที่ยุ่งยากและซับซ้อนยิ่ง สองจิตสองใจว่าจะบอกกับท่านดีหรือไม่’

“เชิญแม่นางกู้ว่าออกมาได้เลย” หมิงจวิ้นอ๋องเอ่ย

เซียวเหิงทำหน้าสับสนว้าวุ่น แล้วบรรจงเขียนว่า ‘ท่านชายเล็กของตระกูลหนานกงชอบมาวุ่นวายกับข้าอยู่เนืองๆ ’

สีหน้าหมิงจวิ้นอ๋องเริ่มหนักแน่น

หนานกงหลิน!

เซียวเหิงถอนหายใจ ขมวดคิ้วขมวดคลายอยู่นานสองนานพร้อมกับแววตาที่เต็มไปด้วยความหงุดหงิดและทำอะไรไม่ถูก

จากนั้น เขาจึงเขียนต่อ ‘ช่างเถิด คิดเสียว่าเรื่องนี้ไม่เคยเกิดขึ้น ตระกูลหนานกงมีอิทธิพลขนาดนั้น ข้าไม่ควรให้ท่านมารับรู้ความลำบากใจของข้าแต่แรก’

Prev
Next
MY READING HISTORY
You don't have anything in histories
POPULAR MANGA
กระบี่จงมา
กระบี่จงมา
บทที่ 992.2 ดอกไม้แดงบนภูเขาเขียวดุจเพลิงลุกไหม้ 27 พฤศจิกายน 2024
บทที่ 992.1 ดอกไม้แดงบนภูเขาเขียวดุจเพลิงลุกไหม้ 27 พฤศจิกายน 2024
323r
ท่านอ๋องผู้โหดร้ายกับหมอปีศาจ
ตอนที่ 2138 จะทำลายพวกเจ้า 27 พฤศจิกายน 2024
ตอนที่ 2137 เทือกเขาแห่งความตาย 27 พฤศจิกายน 2024
เทพกระบี่มรณะ (chaotic sword god)
เทพกระบี่มรณะ (chaotic sword god)
ตอนที่ 2528 - การตัดแขน 27 พฤศจิกายน 2024
ตอนที่ 2527 - ชำระหนี้แค้น 27 พฤศจิกายน 2024
61d44445LSpjhqcZ
เปิดระบบสุดโกงอัปสกิลหมอ
บทที่ 869 ที่หลบภัย 27 พฤศจิกายน 2024
บทที่ 868 ผมซับเหงื่อให้ครับ 27 พฤศจิกายน 2024
Full-time-Artist-ใครว่าผมไม่เหมาะเป็นศิลปิ
Full-time Artist ใครว่าผมไม่เหมาะเป็นศิลปิน
ตอนที่ 775 อาภรณ์หลวมโพรกมิเสียดาย เพื่อเจ้าข้าผ่ายผอมยอมอิดโรย 27 พฤศจิกายน 2024
ตอนที่ 774 ผีเสื้อรักบุปผา 27 พฤศจิกายน 2024
นิยายแปล-~จ้าวนักสู้เกิดใหม่ทั้งทีดันเป็นนางร้าย-~-ลูน่าอยากรีไทร์แล้ว
[นิยายแปล] ~จ้าวนักสู้เกิดใหม่ทั้งทีดันเป็นนางร้าย ~ ลูน่าอยากรีไทร์แล้ว
ตอนที่ 53 - 030:แผนการฝึกนักบุญ⑦ ค้นหาศัตรู 27 พฤศจิกายน 2024
ตอนที่ 52 - 029:แผนการฝึกนักบุญ⑥ ก่อนการต่อสู้ 27 พฤศจิกายน 2024
Here for more Popular Manga

Comments for chapter "บทที่ 651 เอาคืน"

MANGA DISCUSSION

ใส่ความเห็น ยกเลิกการตอบ

You must Register or Login to post a comment.

  • HOME
  • COOKIE POLICY

© 2026 Madara Inc. All rights reserved