cat2auto | นิยาย นิยายออนไลน์ นิยายวาย นิยาย PDF
  • หน้าหลัก
  • อ่านมังงะ
  • เว็บอ่านมังงะ
  • นิยายวาย [Yaoi]
  • Nekopost
  • Niceoppai
  • รออัพเดท
  • มังงะ18+
  • แทงหวย24
  • manga
Advanced
  • หน้าหลัก
  • อ่านมังงะ
  • เว็บอ่านมังงะ
  • นิยายวาย [Yaoi]
  • Nekopost
  • Niceoppai
  • รออัพเดท
  • มังงะ18+
  • แทงหวย24
  • manga
  • Romance
  • Comedy
  • Shoujo
  • Drama
  • School Life
  • Shounen
  • Action
  • MORE
    • Adult
    • Adventure
    • Anime
    • Comic
    • Cooking
    • Doujinshi
    • Ecchi
    • Fantasy
    • Gender Bender
    • Harem
    • Historical
    • Horror
    • Josei
    • Live action
    • Manga
    • Manhua
    • Manhwa
    • Martial Arts
    • Mature
    • Mecha
    • Mystery
    • One shot
    • Psychological
    • Sci-fi
    • Seinen
    • Shoujo Ai
    • Shounen Ai
    • Slice of Life
    • Smut
    • Soft Yaoi
    • Soft Yuri
    • Sports
    • Tragedy
    • Supernatural
    • Webtoon
    • Yaoi
    • Yuri
Prev
Next

สามีข้าคือขุนนางใหญ่ - บทที่ 646 ราชวงศ์แคว้นเยี่ยน

  1. Home
  2. All Mangas
  3. สามีข้าคือขุนนางใหญ่
  4. บทที่ 646 ราชวงศ์แคว้นเยี่ยน
Prev
Next

บทที่ 646 ราชวงศ์แคว้นเยี่ยน

พอกู้เจียวกลับไปที่ห้องก็ตรวจร่างกายให้กู้เหยี่ยนและบอกข่าวดีเรื่องห้องผ่าตัด กู้เหยี่ยนนอนหนุนหมอนที่วางอยู่บนตักของกู้เจียว ก่อนจะหลับตาพริ้มไปด้วยความรู้สึกสบายใจ

ค่ำคืนอันเงียบสงัด

ณ ตำหนักหลังหนึ่งในจวนตระกูลซู หลังจากมู่ชิงเฉินอาบน้ำแต่งตัวเสร็จก็เดินปล่อยผมยาวสีดำขลับเงางามแล้วนั่งลงบนเตียง ยื่นมือเปิดลิ้นชักที่หัวเตียงออกแล้วหยิบกล่องที่อยู่ในนั้นออกมา

ในนั้นเป็นตุ๊กตาผ้าเก่าๆ ปากของมันเป็นสีแดงเลือด มีเขี้ยว ลูกตาที่หลุดออกจากเบ้า รวมถึงเส้นผมบางๆ ตรงหัวของมัน

รุ่งเช้าวันถัดมา หลังจากกู้เจียวล้างหน้าเสร็จก็วัดชีพจรให้กู้เหยี่ยน

ที่เรือนมีสมาชิกใหม่เพิ่ม ทั้งท่านปู่ ทั้งเจ้าม้า ไหนจะเจ้าเสี่ยวจิ่วที่มักจะบินแวะเวียนมาบ้าง ทำให้บรรยากาศคึกคักกว่าเดิม กู้เหยี่ยนเองก็ไม่รู้สึกเบื่อเหมือนแต่ก่อนแล้ว

กู้เจียวและกู้เสี่ยวซุ่นจึงออกเดินทางไปเรียนได้อย่างสบายใจ

วันนี้มู่ชิงเฉินนั่งแถวหลังสุด กู้เจียวไม่ได้จะเข้าไปนั่งกับเขาในตอนแรก แต่ก็พบว่าไม่มีใครมีพลังมากพอที่จะทำให้ทุกคนอยู่ในท่าทีสงบนิ่งได้เท่าเขาอีกแล้ว

กู้เจียวหันไปทางซ้าย ก็เห็นจงติ่งกำลังโบกมือให้

พอหันไปทางขวา ก็เจอโจวถงกำลังโบกมือให้เช่นกัน

หลังจากพิจารณาอย่างดีแล้ว กู้เจียวจึงยอมเดินแบกกระเป๋าไปที่แถวสุดท้ายของห้องและนั่งลงข้างๆ มู่ชิงเฉิน

โจวถงที่นั่งอยู่ด้านหน้าก็เตรียมจะหยิบสมุดการบ้านขึ้นมา พั่บ!

ทว่ากลับถูกมู่ชิงเฉินตัดหน้าไปเสียก่อน

โจวถงเลยยอมหันกลับไปแต่โดยดี

กู้เจียวเร่งมือลอกการบ้านอย่างรวดเร็ว กระทั่งอาจารย์เกาเข้ามาในห้องเรียนพอดี

คาบเช้าเป็นวิชาของอาจารย์เกาและอาจารย์เจียง

วิชาของอาจารย์เกาคือวิชาคำนวณ ซึ่งผู้สอนมีลักษณะค่อนข้างเข้มงวดและดุ ขณะที่อาจารย์เจียงสอนวิชาสี่หนังสือห้าคัมภีร์และปรัชญา เขาบุคลิกอ่อนโยน แต่ก็หัวโบราณเช่นเดียวกัน

อาจารย์ทั้งสองเป็นที่เคารพนับถือของเหล่าบัณฑิต แต่ไม่ว่าอย่างไร วิชาที่เหล่าบัณฑิตชื่นชอบที่สุดก็ยังคงเป็นของอาจารย์อู่อยู่ดี

ดูเหมือนว่าวิชาพละยังคงเป็นที่โปรดปรานของผู้เรียนเสมอไม่ว่าจะยุคไหนๆ

พอช่วงบ่าย มีเวลาราวหนึ่งชั่วยามให้บัณฑิตได้ทบทวนหนังสือ ตามมาด้วยวิชาขี่ม้าและยิงธนู

อันที่จริง คาบแรกของช่วงบ่ายจะต้องเป็นวิชาของอาจารย์อู่ แต่ด้วยอากาศที่ร้อนจัดจึงต้องเลื่อนวิชาพละออกไป

หลังจากชั้นเรียนขี่ม้าและยิงธนูเริ่มขึ้น ทุกคนพบว่าไม่มีลูกธนูตั้งเป้าไว้บนทุ่งหญ้า กลับมีกระบองและไม้กลมๆ ขนาดเท่ากำปั้นอยู่ในมือของอาจารย์อู่แทน

“วันนี้เรียนกีฬาตีคลีกัน” อาจารย์อู่กล่าว

บัณฑิตทุกคนต่างพากันทำหน้าตกใจ เห็นได้ชัดว่าไม่ใช่กีฬาที่เหล่าบัณฑิตคุ้นเคยนัก

“ท่านอาจารย์ เหตุใดจู่ๆ ถึงเกิดจะสอนตีคลีขึ้นมาขอรับ” โจวถงเอ่ยขึ้น

ตีคลีเป็นกีฬาที่ฮ่องเต้ทรงโปรดและเป็นที่นิยมเป็นอย่างมากในเซิ่งตู อย่างไรก็ตาม ตีคลีเป็นกีฬาที่มีความอันตรายในระดับหนึ่ง ดังนั้นสำนักบัณฑิตหลายๆ แห่งจึงไม่ได้มีการสอนตีคลีในหลักสูตร

อาจารย์อู่หัวเราะร่า ก่อนตอบ “เมื่อเช้านี้ข้าได้ปรึกษาหารือกับท่านเจ้าสำนักเสิน และตัดสินใจเข้าร่วมการแข่งขันคลีม้าประจำปีนี้”

โจวถงถึงกับเหวอ “ว่าอย่างไรนะขอรับ การแข่งขันตีคลี สำนักบัณฑิตพวกเราหรือขอรับ”

จะให้เหล่าบัณฑิตที่ถนัดแต่ด้านบุ๋นแบบพวกเขาไปแข่งอะไรแบบนั้นเนี่ยนะ

รนหาที่ตายกันชัดๆ

คนอื่นๆ ก็มีความเห็นไม่ต่างกันกับโจวถง หากให้ไปแข่งสอบเข้าวังยังว่าไปอย่าง แต่นี่อะไร แข่งตีคลีอย่างนั้นรึ ลืมไปเสียเถอะ

ย้อนกลับไปเมื่อหลายปีก่อน ทั้งเจ้าสำนักและอาจารย์อู่เคยสมัครเข้าร่วมการแข่งขันตีคลีโดยที่ไม่รู้เรื่องราวอะไรด้วยซ้ำ พวกเขายิงประตูไม่ได้เลยสักลูกเดียว มิหนำซ้ำยังถูกโจมตีอย่างแสนสาหัสยิ่งนัก

หมายความว่าทั้งเจ้าสำนักและอาจารย์อู่ลืมบทเรียนจากอดีตไปแล้วอย่างนั้นหรือ

“อะแฮ่ม!” อาจารย์อู่กระแอมในลำคอและเอ่ยอย่างจริงจัง “ตอนนี้สถานการณ์แตกต่างจากเมื่อก่อน สำนักบัณฑิตของเราแข็งแกร่งพอที่จะแข่งขันกับสำนักบัณฑิตอื่นๆ ได้ ข้าและเจ้าสำนักเชื่อมั่นในตัวพวกเจ้า!”

ตอนเขาเอ่ยนั้น ดวงตาของเขาจับจ้องไปที่กู้เจียวอยู่เสมอ จะเหลือก็แค่ไม่ได้เอ่ยชื่อของกู้เจียวออกมา

“เอาละ พวกเจ้าไปเลือกม้ากันก่อน!” อาจารย์อู่ออกคำสั่ง

ทุกคนจึงเดินไปที่โรงม้า

“เซียวลิ่วหลัง มาตรงนี้ที” อาจารย์อู่เรียกกู้เจียว

“อาจารย์ต้องให้เจ้าเข้าร่วมการแข่งอย่างแน่นอน” จงติ่งเอ่ยกับกู้เจียวพร้อมส่งสายตาให้

โจวถงชูมือขึ้น “สู้เขา!”

กู้เจียวเดินเข้าไปหาอาจารย์อู่ที่กำลังทำหน้ายิ้มกริ่ม จากนั้นเอ่ยถามกู้เจียว “เจ้าเคยเล่นตีคลีมาบ้างไหมตอนอยู่แคว้นเจา”

“ไม่เคยขอรับ” กู้เจียวตอบไปตามความจริง

“เอ่อ” เขานิ่งไปครู่หนึ่ง ก่อนหัวเราะกลบเกลื่อน “ไม่เป็นไร ข้าสอนเจ้าได้ ทุกวันหลังเลิกเรียนมาหาข้าที่สนาม เราจะฝึกกันราวหนึ่งชั่วยาม”

เรียนเหนื่อยแล้วยังต้องมาฝึกซ้อมอีกรึ

กู้เจียวไม่ต้องการ

กู้เจียวไม่อยากเรียนพิเศษ!

“งานนี้ไม่เพียงแต่จะเป็นเกียรติแก่ตัวเจ้าเอง แต่ยังเป็นเกียรติของสำนักบัณฑิตด้วย”

“ข้าหวังในตัวเจ้าไว้มาก หวังว่าเจ้าจะกอบกู้เกียรติยศชื่อเสียงมาให้สำนักบัณฑิตของเรา”

กู้เจียวยังคงไม่ต้องการ

“นี่จะเป็นผลดีสำหรับตัวเจ้าเองนะ หากเจ้าดังขึ้นมา อาจจะได้สิทธิ์อยู่ที่เซิ่งตูต่อได้อีกนะ”ดฯฌซ,ฑ๊โฌฮฤ

กู้เจียวยังคงยืนกราน

อาจารย์อู่เริ่มหมดมุกแล้ว

พลางนึก หน่วยก้านเจ้าก็ออกจะดี

ไม่อยากเล่นตีคลีอย่างนั้นรึ

กู้เจียวตอบกลับด้วยสีหน้าจริงจัง “อาจารย์อู่ ข้าเรียนหนังสือไม่เก่ง เลยต้องใช้เวลาไปกับการเรียน ไม่มีเวลามาคิดเรื่องการแข่งขันหรอกขอรับ การเรียนต้องมาก่อน”

เดี๋ยวก่อนนะ ตอนเจ้านั่งลอกการบ้านเพื่อนทุกเช้าไม่เห็นจะพูดแบบนี้บ้างเลย ไหนจะตอนที่แอบหลับระหว่างคาบอีก อย่าคิดว่าข้าไม่เห็นนะ

ไม่เข้าใจเลยจริงๆ

กู้เจียวประสานมือเพื่ออำลา ก่อนจะเดินไปที่โรงม้า

ขณะเดียวกัน เหล่าบัณฑิตกำลังจับกลุ่มพูดคุยกันเรื่องการแข่ง

“นี่ พวกเจ้าได้ข่าวแล้วหรือยัง การแข่งขันตีคลีจะจัดขึ้นที่สำนักบัณฑิตหลิงโป และนี่เป็นครั้งที่สามแล้วที่จัดขึ้นที่นั่น”

“สำนักบัณฑิตหลิงโป ใช่สำนักบัณฑิตที่มีห้องเด็กเทวดาใช่ไหม”

“ใช่แล้ว! ที่นั่นแหละ!”

“เอ๋ ใช่ที่ตั้งอยู่ข้างๆ สำนักบัณฑิตชังหลันด้วยใช่หรือไม่ พวกเจ้าว่า…สาวๆ ชังหลันจะไปดูการแข่งขันด้วยหรือไม่”

“ก็ไปดูกันทุกปีอยู่แล้วนี้ ปีนี้ก็คงไปด้วยล่ะ”

กู้เจียวได้ยินดังนั้นก็รีบม้วนตัวกลับมาหาอาจารย์อู่ในทันทีทันใด “ท่านอาจารย์ กฎการแข่งขันมีอะไรบ้างขอรับ”

อาจารย์อู่ “…”

ไหนตอนแรกจะไม่แข่งแล้วไม่ใช่รึ

ขณะเดียวกัน ณ ห้องทำงานของเจ้าสำนัก มู่ชิงเฉินกำลังสนทนาอย่างเป็นมิตรอยู่กับเจ้าสำนักเสิน

“เรื่องก็เป็นเช่นนี้ ข้ารู้ว่าเจ้าไม่เคยร่วมงานของสำนักบัณฑิตมาก่อน แต่ครั้งนี้ข้าอยากให้เจ้าลงแข่งด้วยจริงๆ ” เจ้าสำนักเอ่ยชวน

มู่ชิงเฉินเป็นหนึ่งในบัณฑิตไม่กี่คนที่เก่งทั้งบุ๋นและบู๊ ทักษะการเล่นตีคลีของเขาสูงมากและอยู่ในอันดับต้นๆ ของเซิ่งตู

เจ้าสำนักยิ้มให้เขา พร้อมกับเอ่ย “เพื่อนร่วมห้องของเจ้าที่ชื่อเซียวลิ่วหลังก็จะร่วมการแข่งครั้งนี้ด้วย เขาเป็นมือใหม่ หวังว่าเจ้าจะช่วยสอนเขานะ”

…

พอออกมาจากห้องของเจ้าสำนัก มู่ชิงเฉินก็พุ่งตรงไปที่สนาม

“ท่านพี่สี่!”

บัณฑิตหนุ่มคนหนึ่งที่รีบวิ่งออกมาจากด้านข้างแล้วเอ่ยเรียกชื่อเขา

ไม่ใช่ใครอื่น แต่เป็นมู่ชวน เพื่อนร่วมโต๊ะอาหารกลางวันของเขา

พ่อของมู่ชวนและแม่ของมู่ชิงเฉินเป็นพี่น้องสายเลือดเดียวกัน ในแง่ของสายเลือด พวกเขาเป็นลูกพี่ลูกน้องกัน พอมู่ชิงเฉินเลือกใช้นามสกุลของแม่ มู่ชวนจึงนับเขาเป็นคนในครอบครัวไปโดยปริยาย

นอกจากนี้ยังเป็นเรื่องบังเอิญที่มู่ชิงเฉินเป็นหลานชายคนที่สี่ของตระกูล มู่ชวนก็เลยเรียกเขาเช่นนั้น

“เจ้าไม่มีเรียนรึ” มู่ชิงเฉินเอ่ยทัก

“ข้าก็หนีออกมาน่ะสิ!” มู่ชวนตอบ

“มีธุระอะไร” มู่ชิงเฉินถามห้วนๆ

“เมื่อครู่นี้ข้าเดินผ่านห้องเจ้าสำนัก และได้ยินว่าท่านจะร่วมแข่งขันตีคลี เป็นเรื่องจริงอย่างนั้นรึ” มู่ชวนเอ่ยถามด้วยสีหน้าอยากรู้อยากเห็น

“นี่เจ้าโดดเรียนมาเพียงเพราะเรื่องแค่นี้หรอกรึ” มู่ชิงเฉินหรี่ตามองเขา

“ก็ข้าอยากรู้นี่นา!” มู่ชวนหัวเราะเขินๆ

“กลับไปเรียนของเจ้าต่อเถอะ” มู่ชิงเฉินก้าวเท้าไปข้างหน้า

แต่มู่ชวนยังคงเดินตามเขาไป “ถ้าท่านแข่ง ข้าก็จะแข่งด้วย!”

แล้วมู่ชิงเฉินก็เดินออกไป

การแข่งขันตีคลีจะมีการแข่งระหว่างสองกลุ่ม แต่ละกลุ่มมีผู้เล่นสี่คน แบ่งเป็นกองหน้าสองคน เป็นตัวหลักกับตัวรอง แล้วมีกองกลางหนึ่งคน อีกทั้งกองหลังอีกหนึ่งคน

กองกลางมีหน้าที่กันศัตรูและส่งรับลูกตีคลี ส่วนกองหลังทำหน้าที่ป้องกันประตูไม่ให้อีกฝ่ายยิงลูก

พอมู่ชิงเฉินมาถึงที่สนาม ก็พอเหมาะพอเจาะกับช่วงที่กู้เจียวเพิ่งคุยกับอาจารย์อู่เรื่องกฎการเล่นตีคลีเสร็จและกำลังยืนเลือกไม้ตีคลี

“เลือกอันนี้สิดี!” โจวถงหยิบไม้ตีคลีขึ้นมาแล้วเอ่ยกับกู้เจียว

“อันนั้นมันไม่ดูผุพังไปหน่อยรึ ใช้อันนี้ดีกว่า” จงติ่งเอ่ยพร้อมกับหยิบไม้ตีคลีอีกด้ามให้กู้เจียว

ทุกคนต่างพากันมุงดูกู้เจียวที่กำลังเลือกไม้อยู่รอบๆ สนาม

ขณะที่มู่ชิงเฉินกำลังจะเดินเข้าไป ทันใดนั้น มีกลุ่มคนที่เต็มไปด้วยความฮึกเหิมพุ่งตัวเข้ามาจากอีกฝั่งของสนาม

จำนวนพวกเขามีอยู่ราวยี่สิบคน แต่กลับดูทรงพลังเป็นพิเศษ ราวกับกองทหารม้าหลายพันคน

ในบรรดาคนเหล่านั้น มีชายหนุ่มคนหนึ่งที่ดูเปล่งรัศมีความอ่อนโยนและแตกต่างกว่าใครเพื่อน เดินเข้ามาหามู่ชิงเฉินพร้อมประสานมือให้กัน แล้วมู่ชิงเฉินก็เดินตามชายหนุ่มคนนั้นออกไป

จงติ่งแทบจะละสายตาจากชายหนุ่มที่ดูอ่อนโยนและสูงส่งกว่าบรรดาผู้ชายที่มีกลิ่นอายที่แข็งแกร่งผู้นั้นไปไม่ได้

“เขาคือผู้ใดกัน” จงติ่งพึมพำ

โจวถงยืดคอมองตามออกไป ก่อนจะอุทานออกมา “สวรรค์โปรด พวกเขาเป็นคนของจวนไท่จื่อนี่นา!”

“เจ้ารู้ได้อย่างไร” จงติ่งเอ่ยถาม

โจวถงไม่กล้าแม้แต่จะชี้นิ้วไปทางนั้น จึงได้แต่ใช้สายตา “ข้าเคยเจอพวกเขาในเมือง พวกเขาเป็นทหารองครักษ์ผ้าแพรอย่างไรเล่า”

จงติ่งทำหน้าราวกับไม่เชื่อ “คนจากจวนไท่จื่อมาที่สำนักบัณฑิตพวกเราเนี่ยนะ!”

สวรรค์โปรด!

นี่เขาไม่ได้ฝันไปใช่ไหม

ชีวิตนี้เขาได้เจอคนของไท่จื่อแล้วจริงๆ ใช่ไหม!

โจวถงอธิบายต่อ “ชายหนุ่มที่เจ้าเห็นคนนั้น…หากข้าจำไม่ผิด น่าจะเป็นท่านหมิงจวิ้นอ๋องจากจวนไท่จื่อ”

“บุตรชายของไท่จื่ออย่างนั้นรึ” กู้เจียวเอ่ยถาม

“อื้ม” โจวถงพยักหน้า “พระโอรสของไท่จื่อ”

กู้เจียวหันไปมองตามพวกเขา แม้ระยะจะไกลพอสมควร แต่สายตาอันแหลมคมของกู้เจียวก็ยังสามารถจับภาพใบหน้าด้านข้างของชายหนุ่มในชุดผ้าแพรได้

ชายหนุ่มมีใบหน้าที่เต็มไปด้วยความมั่นใจและเปล่งรัศมีความเป็นผู้บังคับบัญชา เขาพูดคุยกับมู่ชิงเฉินด้วยแววตาที่อ่อนโยน พร้อมทั้งแสดงรอยยิ้มเป็นครั้งคราว

โจวถงกล่าวด้วยความอิจฉา “มีเพียงท่านชายชิงเฉินเท่านั้นที่ยศสูงพอที่ท่านหมิงจวิ้นอ๋องจะให้เกียรติมาพบ ต่างจากพวกเรา เราไม่มีคุณสมบัติพอแม้แต่จะไปเข้าเฝ้าหมิงจวิ้นอ๋องเลยด้วยซ้ำ”

หมิงจวิ้นอ๋องเสด็จมาที่สำนักบัณฑิตโดยไม่ระบุตัวตน และไม่ได้ให้ใครมาต้อนรับ หลังจากทักทายกับมู่ชิงเฉินเสร็จพวกเขาก็มุ่งหน้าไปที่ห้องทำงานของเจ้าสำนักเสิน

“หมิงจวิ้นอ๋องเคยเป็นบัณฑิตของเทียนฉงด้วยล่ะ” โจวถงเอ่ยกับกู้เจียว

ขณะที่กู้เจียวยังคงยืนเลือกไม้อยู่

กู้เจียวแค่ฟังหูไว้หูเท่านั้น

คนของจวนไท่จื่อไม่ได้มีความเกี่ยวข้องอะไรด้วยแม้แต่นิด

จงติ่งหันมองรอบทิศ พอเห็นว่าทางสะดวกแล้วจึงรีบกระซิบออกมาอย่างอดไม่ได้ “เมื่อครู่มีพวกคนแคว้นเยี่ยนอยู่ ข้าก็เลยไม่กล้าพูด เจ้ารู้เรื่องที่เกิดขึ้นกับจวนไท่จื่อหรือไม่”

“ไม่รู้” กู้เจียวเอ่ยตอบนิ่งๆ มือพลางเปลี่ยนไม้คลีม้าไป

จงติ่งเป็นคนชอบพูด เขาไม่สนใจว่ากู้เจียวจะชอบฟังหรือไม่ เขาสนใจแค่ว่าเขาอยากจะพูดหรือไม่ ไม่อย่างนั้นเขาจะรู้สึกไม่สบายใจ

เขาลดเสียงลงแล้วเอ่ย “เดิมทีไท่จื่อมิใช่ว่าที่จักรพรรดิโดยชอบ รวมถึงหมิงจวิ้นอ๋องก่อนหน้านี้ก็ยังไม่ได้ถูกแต่งตั้งให้เป็นจวิ้นอ๋อง”

ไม้อันนี้เบาไป ใช้ไม่ได้ กู้เจียวขมวดคิ้ว แล้วเลือกไม้ต่อ

จงติ่งเดินไปรอบๆ กู้เจียวแล้วเล่าต่อ “ไท่จื่อทรงเป็นพระโอรสคนที่สองของฮ่องแต้และหันกุ้ยเฟย เจ้ารู้จักตระกูลหันหรือไม่”

“ไม่รู้” กู้เจียวตอบ

“ข้าเองก็ไม่ค่อยรู้หรอก รู้แค่ว่าตระกูลของพวกเขาเก่งกาจมาก ที่จริงแล้ว เดิมผู้ที่เป็นว่าที่ฮ่องเต้ ก็คือองค์หญิงสาม”

พอฟังถึงตรงนี้ กู้เจียวก็เริ่มสนใจขึ้นมาบ้าง มือที่กำลังเลือกไม้อยู่ก็พลันนิ่งลง แล้วหันมาหาจงติ่ง “องค์หญิงเป็นว่าที่ฮ่องเต้ได้ด้วยรึ”

ช่างเป็นอะไรที่คาดไม่ถึงยิ่งนัก

จงติ่งรีบเล่าต่อ “ก่อนหน้านี้ไม่เคยมีเหตุการณ์แบบนี้เกิดขึ้นมาก่อน เป็นครั้งแรกที่แคว้นเยี่ยนจะได้มีผู้นำเป็นสตรี เจ้ารู้หรือไม่ว่าพระเชษฐาของฮองเฮาคือใคร”

ที่เขาถามกู้เจียวมิใช่เพราะรอคำตอบจากอีกฝ่าย แต่เขาถามเพื่อเตรียมจะเล่าเรื่องต่อ “เขาคือเซวียนหยวนลี่ เทพเจ้าสงครามแห่งแคว้นเยี่ยน! น้องสาวของเซวียนหยวนลี่จึงได้เข้ามายังพระราชวัง ขึ้นเป็นฮองเฮาและให้กำเนิดพระธิดา ในงานเลี้ยงคืนพระจันทร์เต็มดวง ฮ่องเต้ทรงมีพระราชโองการให้พระธิดารับตำแหน่งไท่หนี่ว์หรือมกุฎราชกุมารี เป็นผู้ที่ได้รับความรักและความเอ็นดูอย่างล้นเหลือ! บิดาเป็นฮ่องเต้ มารดาเป็นฮองเฮา แถมยังมีพระปิตุลาเป็นแม่ทัพที่คุมกองทหารนับหมื่น…เฮ้อ ไม่มีใครได้รับอภิสิทธิ์ได้มากไปกว่านี้อีกแล้ว”

“แล้วต่อมาล่ะ” กู้เจียวไม่ใช่คนที่สนใจเรื่องพรรค์นี้เท่าใดนัก แต่อาจเป็นเพราะตอนนี้กู้เจียวได้อาวุธของเซวียนหยวนลี่มาครอบครอง เลยพลอยทำให้นางอยากรู้เรื่องเกี่ยวกับตระกูลเซวียนหยวนไปด้วย

“ภายหลังน่ะหรือ ก็ไม่มีภายหลังแล้วน่ะสิ เซวียนหยวนก่อกบฏ ตำแหน่งไท่หนี่ว์ถูกเพิกถอน ฮองเฮาถูกคุมขังไว้ที่ตำหนักเย็น ตระกูลของพวกเขาถึงคราวล่มสลาย”

กู้เจียวนิ่งไปพักหนึ่ง ก่อนจะถามต่อ “แล้วนาง…อายุเท่าไหร่”

จงติ่งนึกอยู่ครู่หนึ่งก่อนตอบ “เหมือนจะไล่เลี่ยกันกับไท่จื่อนะ บุตรชายของนางอายุเยอะกว่าหมิงจวิ้นอ๋องแค่พรรษาเดียวเท่านั้น หมิงจวิ้นอ๋องปีนี้อายุสิบแปดพรรษา”

Prev
Next
MY READING HISTORY
You don't have anything in histories
POPULAR MANGA
กระบี่จงมา
กระบี่จงมา
บทที่ 992.2 ดอกไม้แดงบนภูเขาเขียวดุจเพลิงลุกไหม้ 27 พฤศจิกายน 2024
บทที่ 992.1 ดอกไม้แดงบนภูเขาเขียวดุจเพลิงลุกไหม้ 27 พฤศจิกายน 2024
323r
ท่านอ๋องผู้โหดร้ายกับหมอปีศาจ
ตอนที่ 2138 จะทำลายพวกเจ้า 27 พฤศจิกายน 2024
ตอนที่ 2137 เทือกเขาแห่งความตาย 27 พฤศจิกายน 2024
เทพกระบี่มรณะ (chaotic sword god)
เทพกระบี่มรณะ (chaotic sword god)
ตอนที่ 2528 - การตัดแขน 27 พฤศจิกายน 2024
ตอนที่ 2527 - ชำระหนี้แค้น 27 พฤศจิกายน 2024
61d44445LSpjhqcZ
เปิดระบบสุดโกงอัปสกิลหมอ
บทที่ 869 ที่หลบภัย 27 พฤศจิกายน 2024
บทที่ 868 ผมซับเหงื่อให้ครับ 27 พฤศจิกายน 2024
Full-time-Artist-ใครว่าผมไม่เหมาะเป็นศิลปิ
Full-time Artist ใครว่าผมไม่เหมาะเป็นศิลปิน
ตอนที่ 775 อาภรณ์หลวมโพรกมิเสียดาย เพื่อเจ้าข้าผ่ายผอมยอมอิดโรย 27 พฤศจิกายน 2024
ตอนที่ 774 ผีเสื้อรักบุปผา 27 พฤศจิกายน 2024
นิยายแปล-~จ้าวนักสู้เกิดใหม่ทั้งทีดันเป็นนางร้าย-~-ลูน่าอยากรีไทร์แล้ว
[นิยายแปล] ~จ้าวนักสู้เกิดใหม่ทั้งทีดันเป็นนางร้าย ~ ลูน่าอยากรีไทร์แล้ว
ตอนที่ 53 - 030:แผนการฝึกนักบุญ⑦ ค้นหาศัตรู 27 พฤศจิกายน 2024
ตอนที่ 52 - 029:แผนการฝึกนักบุญ⑥ ก่อนการต่อสู้ 27 พฤศจิกายน 2024
Here for more Popular Manga

Comments for chapter "บทที่ 646 ราชวงศ์แคว้นเยี่ยน"

MANGA DISCUSSION

ใส่ความเห็น ยกเลิกการตอบ

You must Register or Login to post a comment.

  • HOME
  • COOKIE POLICY

© 2026 Madara Inc. All rights reserved