cat2auto | นิยาย นิยายออนไลน์ นิยายวาย นิยาย PDF
  • หน้าหลัก
  • อ่านมังงะ
  • เว็บอ่านมังงะ
  • นิยายวาย [Yaoi]
  • Nekopost
  • Niceoppai
  • รออัพเดท
  • มังงะ18+
  • แทงหวย24
  • manga
Advanced
  • หน้าหลัก
  • อ่านมังงะ
  • เว็บอ่านมังงะ
  • นิยายวาย [Yaoi]
  • Nekopost
  • Niceoppai
  • รออัพเดท
  • มังงะ18+
  • แทงหวย24
  • manga
  • Romance
  • Comedy
  • Shoujo
  • Drama
  • School Life
  • Shounen
  • Action
  • MORE
    • Adult
    • Adventure
    • Anime
    • Comic
    • Cooking
    • Doujinshi
    • Ecchi
    • Fantasy
    • Gender Bender
    • Harem
    • Historical
    • Horror
    • Josei
    • Live action
    • Manga
    • Manhua
    • Manhwa
    • Martial Arts
    • Mature
    • Mecha
    • Mystery
    • One shot
    • Psychological
    • Sci-fi
    • Seinen
    • Shoujo Ai
    • Shounen Ai
    • Slice of Life
    • Smut
    • Soft Yaoi
    • Soft Yuri
    • Sports
    • Tragedy
    • Supernatural
    • Webtoon
    • Yaoi
    • Yuri
Prev
Next

สภานักเรียนกับโรงเรียนสิ่งมีชีวิตลี้ลับ - ตอนที่ 16 เคสที่ 8 ไถเงิน (3)

  1. Home
  2. All Mangas
  3. สภานักเรียนกับโรงเรียนสิ่งมีชีวิตลี้ลับ
  4. ตอนที่ 16 เคสที่ 8 ไถเงิน (3)
Prev
Next

“สรุปแล้ว อยากให้ช่วยอะไรนะครับ?”

ผมถามออกไป ภายในห้องจึงกลับมาอยู่ในบรรยากาศจริงจัง คำถามนั้นจึงเหมือนเป็นเสียงแจ้งเตือนสำหรับการเริ่มต้นเคส

พลอยก็เข้าโหมดจริงจังเช่นกัน เธอผสานมือไว้บนตักและรับฟังด้วยความเงียบ

ส่วนดิวก็หายไปตั้งแต่เมื่อกี้แล้ว …เข้าห้องน้ำล่ะมั้ง?

พี่ต้นลูบต้นคอ

“ก็อย่างที่บอกไปตอนพักเที่ยงนั่นล่ะ นี่ก็เกี่ยวกับเรื่องที่เกิดตอนเช้าด้วย จะว่าไงดีล่ะ…”

พร้อมครุ่นคิดอยู่จังหวะหนึ่ง

“…หลังจากพี่จัดการได้ พี่ก็โทรไปแจ้งที่โรงเรียนของพวกนั้น …น้องประธานอาจจะไม่รู้ แต่วันนี้พี่ต้องขาดเรียนคาบเช้าไปสองคาบเพราะไปที่โรงเรียนนั้น”

“ไปทำไมครับนั่น?”

“พอดีเด็กที่ก่อเรื่องจะเป็นลูกของคนมีอิทธิพลน่ะ …ผู้ปกครองฝั่งนั้นไม่ค่อยชอบใจที่พี่ไปทำร้ายลูกเขาเท่าไหร่”

ไม่เอามีดแทงสวนไปก็บุญแล้วมั้ง? จะให้ท้ายลูกตัวเองก็ให้มันอยู่ในขอบเขตหน่อยเถอะ

ผมคิดเช่นนั้น พร้อมกับพอจะเดาสถานการณ์ได้

“อำนาจค้ำฟ้าเลยล่ะ ขนาดทางโรงเรียนยังเอาผิดหรือลงโทษไม่ได้เลยด้วย”

“แย่เลยนะครับนั่น”

ผมล่ะเหนื่อยใจกับประเทศนี้จริงๆ …แค่เป็นลูกของคนมีอำนาจนิดหน่อยก็เล่นทำผิดโดยไม่ต้องรับโทษอะไร 

จะบอกว่าลำเอียงก็ไม่ถูก เรียกว่ารากฐานของระบบมันค่อนข้างจะเน่าเฟะซะมากกว่า

พี่ต้นพูดต่อ

“และเด็กคนที่ก่อเรื่องก็ค่อนข้างเกเรเลยล่ะ จากที่ฟังจากครูใหญ่ มีการแกล้งเพื่อนที่อยู่โรงเรียนเดียวกัน …แถมไม่อยู่ในขอบข่ายที่เรียกว่าแกล้งกันขำๆด้วย”

พวกเด็กเฮี้ยวๆสินะ? นอกจากจะมาไถเงินเด็กโรงเรียนอื่นแล้วยังสร้างปัญหาภายในโรงเรียนอีก

ถ้าที่เข้าใจก็คือ เจ้าพวกนั้นทำผิดกันบ่อยจนเป็นเรื่องปกติ แต่แม้แต่ทางโรงเรียนก็ยังไม่สามารถลงโทษได้ เพราะมีอำนาจของผู้ปกครองอยู่เบื้องหลัง

เริ่มจะวุ่นวายหน่อยๆแล้วสิ…

พี่ต้นถอนหายใจเฮือกใหญ่

“แต่จากเรื่องที่เกิด พี่คิดว่าพวกเขาคงไม่มาก่อปัญหาแถวโรงเรียนเราอีกแล้วล่ะ แต่ก็นะ…รู้สึกเหมือนยังเคลียร์ไม่จบไงไม่รู้สิ”

“อ่าครับ”

“น้องประธานพอมีวิธีมั้ย?”

“ที่พี่ต้นต้องการ …คืออยากให้เจ้าพวกนั้นโดนลงโทษสักหน่อยงั้นเหรอครับ?”

“ประมาณนั้น อย่างน้อยๆก็อยากให้หลาบจำกันบ้าง นี่เล่นไม่โดนอะไรเลยก็เหลิงกันพอดี”

นั่นสินะ ถ้ามีคนให้ท้ายอยู่แบบนี้ คงไม่หลาบจำแล้วได้ไปก่อความวุ่นวายที่ไหนอีกในอนาคตแน่ๆ

ถึงจะตัดปัญหาที่เกิดกับเด็กในโรงเรียนอาคมจิตตวิทยาไปได้แล้วก็เถอะ แต่พี่ต้นก็ยังรู้สึกไม่ค่อยสบายใจ

จะบอกว่าเป็นห่วงคนอื่นนอกเหนือจากเด็กโรงเรียนเราก็คงจะได้ล่ะมั้ง?

อืม… แต่ในสายตาผมรู้สึกว่าเป็นเรื่องที่เกินความจำเป็นไปหน่อยนี่สิ

แม้จะโมโหที่เจ้าพวกนั้นทำร้ายลูกน้องผม แต่บางเรื่องมันก็ทำได้แค่อยู่เฉยๆ

ขอบเขตการทำงานผมก็อยู่แค่ในโรงเรียนด้วย ไม่ใช่ว่าถ้านอกจากนั้นแล้วผมจะปล่อยผ่านหรอกนะ แค่มันจัดการได้ยากและอำนาจของผมมันเข้าไม่ถึง

ผมก็แค่ประธานนักเรียนของโรงเรียนอาคมจิตตวิทยา …เพราะงั้นถ้าขนาดครูใหญ่ของโรงเรียนเด็กเกเรพวกนั้นยังจัดการไม่ได้ล่ะก็ ผมก็จนปัญญา

“…ประธาน”

พลอยเอ่ยด้วยเสียงกังวล

ผมไตร่ตรองจนคิ้วขมวด

พี่ต้นก็รอฟังคำตอบอย่างใจจดใจจ่อเช่นกัน

“พี่ต้นครับ”

“อืม”

“คือ…ผมช่วยไม่ได้หรอกครับ”

“งั้นเหรอ”

“ไม่ใช่ไม่อยากช่วยนะครับ แต่ผมไม่มีอำนาจพอ ต่อให้ไปคุยกับครูใหญ่เพื่อประสานงานไปโรงเรียนโน้นได้ แต่ถ้าฝั่งโน้นเขาต้องการจัดการแต่แรก …พวกเราก็คงไม่ต้องมานั่งคุยกันยังงี้หรอกครับ”

ผมค่อนข้างจะสนิทกับครูใหญ่ของโรงเรียนนี้อยู่ ถ้าให้ครูใหญ่โรงเรียนผมไปคุยกับฝั่งโน้นก็อาจจะพอกดดันได้บ้าง

กระนั้น ผมคิดว่าผลลัพธ์ก็คงไม่ต่างจากที่เป็นตอนนี้นักหรอก

“อืม พี่เข้าใจ…ขอบคุณที่ช่วยคิดอย่างจริงจังนะ น้องประธาน”

“ก็ไม่หรอกครับ เหมือนผมไม่ได้ทำอะไรด้วยซ้ำ”

“ไม่หรอกๆ แค่นี้ก็น่าขอบคุณแล้วล่ะ”

“…ผมก็โกรธที่พวกนั้นทำร้ายพี่ต้นครับ”

“ฮะฮะ อย่าคิดมากน่า”

พี่ต้นหัวเราะเบาๆและหยิบกระเป๋า

“จะกลับแล้วเหรอครับ?”

“อืม โทษทีนะ วันนี้พี่ขอตัวก่อนแล้วกัน”

ผมกับพลอยยกมือไหว้ ก่อนที่พี่เขาจะเดินออกไปจากห้องสภา

พวกผมก็มองด้วยความลำบากใจ

พี่ต้นก็คงรู้สึกเซ็งๆนั่นแหละ

…รู้สึกไม่ค่อยดีนิดหน่อยแฮะ อย่างน้อยก็อยากลงโทษเจ้าพวกบ้านั่นสักหน่อยให้ได้เหมือนกัน

ไปถามชื่อ นามสกุลกับทางโรงเรียนไว้ดีมั้ยนะ? ไว้อีกสักห้าสิบปีพวกนั้นเผื่อตายขึ้นมาค่อยไปจัดการในนรกทีหลัง

ไม่ได้พูดเล่นนะ ผมก็เซ็งๆปนโมโหคล้ายๆพี่ต้นนั่นแหละ

แต่ขั้นตอนย้ายตัวนักโทษในขุมนรกก็ค่อนข้างวุ่นวายเลยแฮะ… ไปบอกคนรู้จักไว้ก่อนดีมั้ยนะ? ย้ายจากนรกของที่นี่ไปของผมก็ใช้เวลานานซะด้วยสิ…

“ประธานคะ”

“อะ อือ ว่าไง?”

“ทำอะไรไม่ได้จริงๆเหรอคะ?”

“อ่า ไม่ได้หรอก อยู่นอกเหนืออำนาจฉันไปไกลเลย ฉันก็แค่ประธานนักเรียนเอง”

“ฉัน… รู้สึกสงสารพี่ต้นไงไม่รู้สิ”

“เหมือนกัน แต่มองในแง่ดี อย่างน้อยก็ไม่น่ามีเรื่องไถเงินกับเด็กโรงเรียนเราอีกแล้วล่ะ”

“ค่ะ…”

ก็ต้องยอมรับไปแบบนั้น

จะปล่อยไว้แค่นี้ก่อนก็ได้ ถ้าไม่มีเรื่องเกิดขึ้นกับคนในโรงเรียนนี้อีก ผมก็จะพยายามลืมๆเรื่องนี้ไปก็แล้วกัน

ส่วนเจ้าพวกนั้นถ้าจะไปก่อเรื่องที่ไหนกันต่อ ถ้าไม่ได้เกี่ยวข้องกับเด็กโรงเรียนผม ก็คิดซะว่าเป็นเรื่องไกลตัวเอาก็พอ ให้คนที่เจอปัญหานั้นในอนาคตจัดการเอาเอง สู้ๆล่ะ

แต่ก็รู้สึกสังหรณ์ไม่ค่อยดีไงชอบกล…

“…พี่ต้น …เป็นอะไรไปเหรอ?”

ดิวที่น่าจะพึ่งกลับมาจากห้องน้ำเอ่ยถามเมื่อเข้ามาในห้อง คงเดินสวนกับพี่ต้นไปเมื่อกี้

ผมปัดมือ

“เซ็งนิดหน่อยกับระบบจัดการของโรงเรียนอื่นกับอำนาจผู้มีอิทธิพลน่ะ”

…ถึงนั่นจะหมายถึงพี่ต้น แต่ผมก็เหมือนย้ำกับตัวเองไปด้วย

ดิวนั่งลงที่โซฟาเช่นเดิม

“…เป็นห่วงจัง”

ไม่ค่อยเห็นดิวพูดความรู้สึกออกมาตรงๆเท่าไหร่ เริ่มสงสัยความสัมพันธ์ระหว่างดิวกับพี่ต้นอีกแล้วสิ

“อย่างพี่ต้นไม่ต้องห่วงหรอก พี่แกเล่นซัดเด็กเกเรสามคนซะอยู่หมัดเลยนี่?”

ผมรู้จากข่าวที่พลอยเอาให้อ่านตอนพักกลางวันล่ะนะ กลุ่มนักเรียนที่มาไถเงินมีตั้งสามคนแต่พี่ต้นคนเดียวก็จัดการได้สบายๆ

คนที่แข็งแกร่งขนาดนั้นน่ะ สภาพจิตใจก็แกร่งพอๆกันนั่นแหละ

พลอยเอียงคอ

“ไม่ใช่ว่าชมรมข่าวใส่สีตีไข่หรอกเหรอคะ? ถึงจะเป็นพี่ต้น แต่สามคนนี่ก็เกินไปรึเปล่าคะ?”

“ไม่หรอกๆ ถึงจะสามคนแต่ก็เป็นแค่คนธรรมดาๆ พี่ต้นก็ชกต่อยเก่งอยู่แล้วด้วย …ที่สำคัญอีกอย่างก็…”

“คะ?”

ผมนึกคำพูดที่พี่ต้นเคยบอกกับผมเมื่อนานมาแล้ว

ก่อนบอกกับพลอยไปว่า

“…สู้กับคนบินไม่ได้น่ะ ง่ายจะตายไป”

 

+   +

 

…ผมตัดสินใจออกมาจากห้องสภาทั้งๆแบบนั้น

ไม่ได้โกรธน้องประธานที่ช่วยไม่ได้หรอก ผมรู้อยู่แล้วว่าสุดท้ายก็จะมาจบที่ทำอะไรไม่ได้อยู่ดี

ฝั่งนั้นเป็นถึงลูกชายผู้มีอิทธิพล ถึงขนาดที่ครูใหญ่ยังทำอะไรไม่ได้…

สำหรับผมที่เป็นแค่กระหังน่ะ ก็คงได้แค่นี้นั่นแหละ

“เฮ้อ…”

ผมเหม่อมองฟ้า ถึงจะเป็นช่วงเย็นแต่ก็รู้สึกสดชื่นจนอยากจะบินกลับบ้านทั้งๆแบบนี้

…แต่จะบินพร่ำเพื่อไม่ได้ด้วยสิ ถึงแถวๆนี้จะเป็นที่อยู่ของพวกสิ่งมีชีวิตลี้ลับเสียส่วนมาก แต่ก็ไม่ค่อยชอบใจกับการเห็นอะไรแปลกๆบินบนฟ้านักหรอก

ดังนั้นเดินกลับแหละดีแล้ว ผมก็ทำอย่างนี้มาตลอดด้วยสิ

พอมานึกดู… ที่ผมต้องไปที่โรงเรียนฝั่งนั้นตอนช่วงเช้านี่ ก็จบลงแค่ได้เห็นครูใหญ่ตักเตือนพวกนักเรียนเกเรเท่านั้นเอง

ไม่ได้รับโทษ ไม่มีความผิด แค่จะพักการเรียนก็ยังทำไม่ได้

เมื่อคิดไปถึงตรงนั้นก็พาลอยากจะถอนหายใจอีกรอบ

ผมลูบต้นคอเบาๆ เป็นกิริยาที่ไม่ค่อยน่าดูชมเท่าไหร่นัก …แต่ก็ติดเป็นนิสัยไปแล้ว

ระหว่างทางกลับจากโรงเรียน เนื่องจากบ้านผมก็อยู่ค่อนข้างไกลกว่านักเรียนส่วนใหญ่ ดังนั้นจึงจำเป็นต้องใช้ทางลัดที่เป็นเส้นทางสัญจรลับๆที่ไม่ค่อยจะใช้กัน

หรือก็คือทางเปลี่ยวๆ

ซึ่งโดยส่วนตัว ผมก็จะใช้เส้นทางนี้กลับบ้านเป็นประจำ อย่างน้อยก็ไม่มีโจรแถวนี้ …รู้สึกว่ามนุษย์เวลาเข้ามาที่เปลี่ยวๆคนเดียวจะกลัวผีกันสินะ? 

แต่ก็นะ สำหรับผมที่เป็นกระหังหรือก็คือผีชนิดหนึ่ง จะให้กลัวผีอีกก็ใช่เรื่อง

…ไม่ค่อยเข้าใจแนวคิดของมนุษย์เท่าไหร่ แถมในปัจจุบันก็เป็นยุคที่เห็นสิ่งมีชีวิตลี้ลับหรือผีสางได้ทั่วไป ไม่รู้ทำไมถึงยังมีกลุ่มคนที่กลัวผีอยู่อีก

ในจังหวะที่เดินมาสักพัก ผมก็รู้สึกได้ว่ามีกลุ่มคนเดินตามหลัง

รู้สึกจะตามมาตั้งแต่ออกมาจากโรงเรียนแล้วรึเปล่า? แต่เพราะไม่แน่ใจบวกไม่ได้สนใจเลยปล่อยๆไป

แต่ก็อย่างที่บอกว่านี่เป็นเส้นทางที่ไม่ค่อยมีใครใช้ ตั้งแต่ผมมาเข้าโรงเรียนนี้และใช้เส้นทางดังกล่าวกลับบ้าน ก็น้อยครั้งที่จะเจอผู้ร่วมทาง

และก็ไม่เคยเจอที่มาเป็นกลุ่มใหญ่แบบนี้ด้วย

ผมตัดสินใจหันกลับไป

“…นี่พวกนาย จะตามกันอีกนานมั้ย?”

กลุ่มคนที่ผมเห็นนั้น ประกอบด้วยนักเรียนชายเกือบสิบคน รวมถึงคนที่เป็นหัวโจกที่ผมจัดการไปตอนเช้าด้วย

หัวโจกที่กระทำผิดแต่ก็ไม่ได้รับโทษ

อีกฝ่ายชี้นิ้วใส่

“หุบปาก! ไอ้กระหัง!”

เมื่อได้ยินดังนั้น ผมก็ประหลาดใจเล็กน้อย

“รู้จักกระหังด้วยเหรอ? นึกว่าอย่างนายจะไม่สนใจผีสางซะอีก”

ถ้าเป็นคนปกติก็คงจะรู้ว่าผมเป็นกระหังจากกระด้งฝัดข้าวตรงท่อนแขนแล้ว แต่กลุ่มนักเรียนพวกนี้น่ะ จากที่เห็นตอนเช้า น่าจะไม่รู้จักสิ่งที่เรียกว่ากระหัง

จึงค่อนข้างน่าแปลกใจว่าทำไมถึงเรียกผมได้เจาะจงขนาดนั้น

หัวโจกเมินคำถาม

“เป็นผีก็อยู่ส่วนผีไปสิวะ? ข้ายังจำตอนเช้าที่แกไปฟ้องข้าที่โรงเรียนได้อยู่เลยนะว้อย!”

“นายจะโมโหอะไร? ไม่โดนทำโทษอยู่แล้วไม่ใช่เหรอ? แถมยังมาลอยหน้าลอยตาแบบนี้อีก”

แล้วถ้าจะพูดว่าเป็นผีก็อยู่ส่วนผีไปล่ะก็ …ฝั่งนั้นต่างหากที่มาไถเงินเด็กโรงเรียนผม ไม่งั้นผมก็คงไม่ต้องจัดการหรอก

“คิดว่าที่แกไปเอิกเกริกที่โรงเรียนข้าแบบนั้นน่ะ ข้าโดนพ่อด่าว่าอะไรบ้างหา!?”

“อะไรของนาย? โดนพ่อด่าเลยมาลงกับฉันหรือไง?”

“อะ…อึก”

หัวโจกที่โดนผมแทงใจดำเข้าไปเต็มๆก็ออกอาการลุกลี้ลุกลน 

เฮ้อ นี่หัวหน้าพวกนายไม่ใช่หรือไง? ทำตัวเป็นลูกแหง่กลัวพ่อแบบนี้ยังจะติดตามมันอีกเหรอ?

อืม พูดงั้นก็อาจจะแรงไปหน่อย แต่ละครอบครัวก็มีวิธีเลี้ยงหรือการดูแลที่แตกต่าง ดังนั้นสำหรับหัวโจกคนนี้ก็อาจจะมีผู้ปกครองที่เข้มงวด

ซึ่งก็ไม่น่าแปลกสำหรับลูกคนมีอิทธิพล

เพราะคนเหล่านั้นต้องรักษาภาพลักษณ์

แน่นอนว่าถ้าลูกชายตัวเองก่อปัญหาก็ต้องรีบแก้ไขให้เร็วและเงียบที่สุด …การที่ผมซึ่งเป็นเด็กจากโรงเรียนอื่น เอาวีรกรรมของหัวโจกคนนี้ไปบอกกับครูใหญ่ของโรงเรียน พ่อของหมอนี่ก็คงจะโมโหนั่นล่ะ

พอเข้าใจสถานการณ์คร่าวๆจากการวิเคราะห์ได้ในระดับหนึ่ง

กระนั้น…ก็ยังมีที่สงสัยอยู่

คือจะยกพวกมาทำไมตั้งมากมาย และในมือยังถือไม้หน้าสามเอาไว้ด้วย

“คือไง? จะกระทืบเหรอ?”

“ก็เออสิวะ!”

“ไม่เข็ดจากตอนเช้าหรือไง? ถึงทางโรงเรียนจะเอาผิดนายไม่ได้ แต่ถ้าอยู่ในที่เปลี่ยวๆแบบนี้…”

ขาผมเริ่มลอยขึ้นเหนือพื้น ในสายตามองเห็นกลุ่มนักเรียนที่ค่อยๆเงยหน้ามอง ต่ำลงเรื่อยๆ

ผมจ้องเขม็งไปที่กลุ่มนักเรียนด้วยดวงตาสีทองซึ่งสะท้อนแสงเล็กน้อย

“จะมีใครเจ็บตัว…ก็คงหาคนผิดไม่ได้หรอก ใช่มั้ยล่ะ?”

ที่ผมพูดไปแบบนั้น ส่วนหนึ่งก็เป็นการขู่ว่าอย่าให้ทุกอย่างต้องลงเอยที่การวิวาท

…ถึงยังไงอีกฝ่ายก็เป็นมนุษย์ ต่อให้จะยกพวกมามากแค่ไหนก็สู้ผมไม่ได้หรอก

และตอนนี้ผมกำลังบินด้วยความสามารถเฉพาะตัวของกระหัง จากการฝึกฝนตั้งแต่ยังเด็ก ในปัจจุบันผมสามารถบินได้โดยที่ไม่ต้องกระพือแขน

ผมลอยตัวกอดอกมองกลุ่มนักเรียนที่ทำสีหน้าหวาดหวั่น

และจู่ๆ หัวโจกก็แค่นหัวเราะ

“เหอะ…ขู่ไปก็เท่านั้น คิดว่าพวกข้ามาสู้กับผีอย่างแกแล้วจะไม่หาของไว้รับมือเลยรึไง!?”

ผมขมวดคิ้ว

เจ้านี่กำลังพูดอะไรอยู่กัน…

หัวโจกล้วงกระเป๋ากางเกง ส่วนคนอื่นๆก็เริ่มหัวเราะในลำคอ

ทันทีที่เห็นของที่หยิบขึ้นมา ใบหน้าผมก็ซีดลงทันที

รวมถึงร่างกายที่สั่นไม่หยุด ควบคุมอาคมไม่ได้

“บ้าจริง…”

ร่างกายค่อยๆร่อนลงพื้นช้าๆ แขนขาเกิดอาการชาอย่างไม่พึงประสงค์

แม้จะพยายามออกแรง แต่ร่างกายกลับไม่ขยับเขยี้อน

ผมทรุดเข่าลงกับพื้น ช่างเป็นสารรูปที่ไม่สมกับกระหังอย่างที่สุด

หัวโจกและลูกน้องเห็นแบบนั้นก็พากันแผดเสียงหัวเราะอย่างบ้าคลั่ง

“ฮะฮ่าฮ่า! สิ้นฤทธิ์เลยสินะ! ไอ้กระหัง!”

ผมไม่สนใจคำพูดท้าทาย พร้อมกัดฟันและถามออกไป

“…ไปเอามาจากไหน?”

หัวโจกเดินเข้ามาพร้อมเงื้อไม้หน้าสามขึ้น

“อยากรู้เรอะ? ไว้ค่อยบอกตอนกระทืบแกให้หนำใจก่อนก็แล้วกัน!”

วินาทีถัดมา ผมก็ถูกไม้หน้าสามฝาดที่หน้าเต็มแรงจนหมดสติ

 

…ผมได้สติขึ้นมาก็ตอนที่โดนถังน้ำสาดเข้าใส่จนทั่วร่างเปียกโชก

“ตื่นได้แล้ว!”

และเสียงที่ตะโกนเช่นนั้น

“…”

ผมเช็กสภาพร่างกายตัวเอง

ศีรษะแตกจากโดนการโดนฟาด ข้อมือทั้งสองข้างถูกมัดไว้ติดกันและพาดไปด้านหลัง

พลั่ก!

ทันทีที่ได้สติก็โดนต่อยเข้าเต็มแรงจนหน้าโยก

ไม่หยุดแค่นั้น อีกฝ่ายยังต่อยตามมาอีกหลายหมัด

“เป็นไงล่ะ! ไอ้บัดซบ! ไม่เก่งเหมือนตอนเช้าแล้วไงวะ!?”

ผมละความสนใจจากความเจ็บปวดที่เกิดขึ้นพร้อมเหล่มองรอบข้าง

จำนวนกลุ่มนักเรียนยังมีอยู่เท่าเดิม แต่เหมือนจะถูกพาย้ายสถานที่ …โรงงานร้างแถวๆโรงเรียนสินะ? เคยเข้ามาอยู่เหมือนกัน

เลือกสถานที่ได้ดีเหมือนกันนี่นา

ไม่มีคน แถมยังขนาดกว้างใหญ่จนเก็บเสียงจากภายในไปในตัว

เพราะงั้นต่อให้ตะโกนเรียกให้ใครช่วย ก็ไม่มีใครได้ยิน

…ว่าแต่เราหมดสติไปนานขนาดไหนกันนะ?

ระหว่างที่คิด ก็ยังโดนรุมกระทืบซ้ำแล้วซ้ำเล่า

แรงกระแทกจนสมองแทบเบลอ

เลือดไหลกลบทั่วใบหน้า สภาพคงทุเรศน่าดู

“…นี่นายเกลียดผีขนาดนั้นเลยเหรอ?”

“ยังจะทำเป็นนิ่งอยู่อีกเรอะ!?”

พอเห็นว่าผมเป็นภูตผีที่สภาพร่างกายเหนือกว่ามนุษย์นิดหน่อย ต่อให้ต่อยมากแค่ไหนก็ไม่ถึงตายก็ไม่ยั้งมือกันเลยนะ…

“อะ เอ่อ…ลูกพี่”

“หา!?”

หนึ่งในหมู่ลูกน้องเอ่ยขัดจนหัวโจกหยุดมือ

“ต่อยขนาดนั้นเดี๋ยวก็ตายพอดีหรอก…”

หัวโจกพ่นลมหายใจขึ้นจมูกก่อนจับใบหน้าผมให้เชิดขึ้นมา

“ไอ้เวรนี่มันเป็นผี! ยังไงก็ถือว่าตายอยู่แล้วไม่ใช่เรอะ!?”

“…นายไปเรียนสุขศึกษาใหม่ก็ดีนะ”

ผมพูดแทรก

…จะเรียกว่าพวกหัวโบราณได้ไหมนะ? 

ต่อให้ผมจะเป็นสิ่งมีชีวิตลี้ลับก็เถอะ แต่องค์ประกอบของร่างกายก็มนุษย์ดีๆเนี่ยแหละ จะต่างก็มีแค่พลังวิญญาณและความสามารถเฉพาะตัวของเชื้อสาย

เพราะงั้นที่บอกว่าเป็นผีก็ถือว่าตายน่ะ ช่างโง่สิ้นดี…

“หุบปาก!”

ให้ตายสิ เริ่มจะแย่จริงๆแล้วนะ เล่นต่อยกันไม่พักแบบนี้

ถ้าไม่ใช่เพราะสิ่งที่ห้อยอยู่ตรงคอเจ้านี่ล่ะก็ ผมคงกระชากเชือกที่มัดมือออกได้ง่ายๆ

…ผ่านไปหลายนาที ผมที่เป็นฝั่งโดนต่อยก็เจ็บ แต่ฝั่งที่ต่อยก็มือแดงจากแรงกระแทก

“แฮ่ก…แฮ่ก…”

“พอใจมั้ย? จะบอกได้รึยังว่าไปได้นั่นมาจากไหน?”

ผมถามไปแบบนั้นขณะมองอีกฝ่ายหอบหายใจ

ถึงหัวโจกจะดูสงสัยที่ทำไมผมถึงไม่ค่อยทุกข์ร้อนเท่าที่ควร แต่ก็เหมือนจะพอใจในระดับหนึ่ง

…เห็นอย่างนี้ผมก็ค่อนข้างชินกับการถูกอัดอยู่ฝ่ายเดียวเหมือนกัน ถึงสภาพตอนนี้จะเละไปหน่อยก็เถอะ เลือดท่วมเสื้อเลยนี่นะ

“แฮ่ก…หมายถึงไอ้นี่น่ะเรอะ?”

และชูสิ่งนั้นขึ้นมา แม้นั่นจะไม่ใช่สิ่งที่สามารถส่องแสงสว่าง แต่ผมก็ต้องหันหน้าออกจากความสว่างจนแสบร้อนในรูปแบบนามธรรม

สิ่งนั้นคือสิ่งที่เรียกว่า ‘องค์พระปลุกเสก’

มีสรรพคุณมากมายหลายอย่าง ทั้งช่วยในด้านโชคลาภหรืออะไรต่างๆนาๆ แต่ความสามารถที่ทราบโดยทั่วกันก็คือ…

‘ปัดเป่าสิ่งชั่วร้าย’

ตัวตนของผมที่เป็นผีก็นับว่าเข้าค่าย

ดังนั้นสิ่งมีชีวิตลี้ลับส่วนใหญ่ จะเข้าใกล้องค์พระไม่ได้ 

นอกจากจะทำให้ความสามารถรอบด้านต่ำลงอย่างเห็นได้ชัด ยังส่งผลให้ขยับร่างกายลำบาก

เปรียบเปรยก็คงคล้ายๆซุปเปอร์แมนที่ไม่ถูกกับคริปโตไนต์ล่ะมั้ง?

เรื่องแบบนั้นไว้ค่อยไปถามยัยน้ำดูแล้วกัน ผมไม่ค่อยดูการ์ตูนด้วยสิ…

ผมถามต่อ

“ไม่น่าจะหาได้ง่ายๆไม่ใช่เหรอ?”

อย่างที่เข้าใจกันว่านี่เป็นยุคที่มีผีสางอยู่ทั่วบ้านทั่วเมือง องค์พระปลุกเสกที่สร้างโทษให้สิ่งมีชีวิตเหล่านั้นก็พบเห็นได้น้อยลงเรื่อยๆ

จนในปัจจุบันก็นับว่าเป็นของหายากเลยทีเดียว …ขยายความให้สักหน่อย ผมที่เป็นเด็กอายุสิบแปดก็รู้เรื่องนั้นจากหนังสือประวัติศาสตร์ล่ะนะ

“สมบัติตระกูลน่ะ ฉันยืมมาจากพ่อ! เป็นไง!? แสบร้อนไปเลยสิแก!”

“เออๆ แสบๆ …พอใจแล้วใช่มั้ย? จะปล่อยฉันไปได้ยัง?”

“ฮะฮะ! คิดว่าจะปล่อยแกไปง่ายๆหรือไงวะ!?”

หัวโจกพูดจบก็กวักมือเรียกลูกน้อง

หนึ่งในนั้นเดินมาหาพร้อมยื่นมีดให้ ไม่ใช่เล่มเดียวกับที่ใช้ตอนเช้า อันนั้นผมส่งให้ทางโรงเรียนเพื่อเป็นหลักฐานว่ามีการใช้ของมีคมไปแล้ว

แต่ก็ไม่ได้รับการลงโทษอยู่ดี

คมมีดจรดลงที่ท้องของผม

“เฮ้ย…เล่นแรงไปแล้วนะ? ถ้าแค่นี้ฉันจะยังปล่อยผ่านแล้วไม่แจ้งตำรวจได้อยู่นะ?”

“ยังจะทำหน้าอย่างงั้นอีกเรอะ!?”

“ฆ่าคนตายน่ะ ติดคุกนะ …ไม่กลัวพ่อนายจะว่าเอาหรือไง?”

ถึงจะพูดด้วยเสียงราบเรียบ แต่ผมก็รู้สึกกังวลขึ้นมา เพราะสีหน้าของอีกฝ่ายเหมือนจะแทงได้ทุกเมื่อ

สีหน้าอันบ้าคลั่งของมนุษย์ที่ควบคุมโทสะไม่ได้…

…สงสัยจะติดคำพูดแบบซาตานมาจากน้องประธานนิดหน่อยแฮะ

“ฮะฮะฮ่า!!”

“หัวเราะอะไร?”

“ก่อนหน้านี้แกพึ่งพูดเองไม่ใช่เหรอ? ว่าถ้าเป็นที่เปลี่ยวๆน่ะ จะมีคนเจ็บก็คงหาตัวการไม่ได้”

“…!?”

“แล้วก็นะ …คนตายน่ะ มันพูดไม่ได้ร้อก!!”

สิ้นเสียง ผมก็รู้สึกอุ่นๆที่ช่วงท้อง และคมมีดเย็นเฉียบที่คว้านเข้าไปที่อวัยวะภายใน…

+    +

เคสที่ 7 ไถเงิน (กระหัง) /มีต่อ

Prev
Next
MY READING HISTORY
You don't have anything in histories
POPULAR MANGA
กระบี่จงมา
กระบี่จงมา
บทที่ 992.2 ดอกไม้แดงบนภูเขาเขียวดุจเพลิงลุกไหม้ 27 พฤศจิกายน 2024
บทที่ 992.1 ดอกไม้แดงบนภูเขาเขียวดุจเพลิงลุกไหม้ 27 พฤศจิกายน 2024
323r
ท่านอ๋องผู้โหดร้ายกับหมอปีศาจ
ตอนที่ 2138 จะทำลายพวกเจ้า 27 พฤศจิกายน 2024
ตอนที่ 2137 เทือกเขาแห่งความตาย 27 พฤศจิกายน 2024
เทพกระบี่มรณะ (chaotic sword god)
เทพกระบี่มรณะ (chaotic sword god)
ตอนที่ 2528 - การตัดแขน 27 พฤศจิกายน 2024
ตอนที่ 2527 - ชำระหนี้แค้น 27 พฤศจิกายน 2024
61d44445LSpjhqcZ
เปิดระบบสุดโกงอัปสกิลหมอ
บทที่ 869 ที่หลบภัย 27 พฤศจิกายน 2024
บทที่ 868 ผมซับเหงื่อให้ครับ 27 พฤศจิกายน 2024
Full-time-Artist-ใครว่าผมไม่เหมาะเป็นศิลปิ
Full-time Artist ใครว่าผมไม่เหมาะเป็นศิลปิน
ตอนที่ 775 อาภรณ์หลวมโพรกมิเสียดาย เพื่อเจ้าข้าผ่ายผอมยอมอิดโรย 27 พฤศจิกายน 2024
ตอนที่ 774 ผีเสื้อรักบุปผา 27 พฤศจิกายน 2024
นิยายแปล-~จ้าวนักสู้เกิดใหม่ทั้งทีดันเป็นนางร้าย-~-ลูน่าอยากรีไทร์แล้ว
[นิยายแปล] ~จ้าวนักสู้เกิดใหม่ทั้งทีดันเป็นนางร้าย ~ ลูน่าอยากรีไทร์แล้ว
ตอนที่ 53 - 030:แผนการฝึกนักบุญ⑦ ค้นหาศัตรู 27 พฤศจิกายน 2024
ตอนที่ 52 - 029:แผนการฝึกนักบุญ⑥ ก่อนการต่อสู้ 27 พฤศจิกายน 2024
Here for more Popular Manga

Comments for chapter "ตอนที่ 16 เคสที่ 8 ไถเงิน (3)"

MANGA DISCUSSION

ใส่ความเห็น ยกเลิกการตอบ

You must Register or Login to post a comment.

  • HOME
  • COOKIE POLICY

© 2026 Madara Inc. All rights reserved