cat2auto | นิยาย นิยายออนไลน์ นิยายวาย นิยาย PDF
  • หน้าหลัก
  • อ่านมังงะ
  • เว็บอ่านมังงะ
  • นิยายวาย [Yaoi]
  • Nekopost
  • Niceoppai
  • รออัพเดท
  • มังงะ18+
  • แทงหวย24
  • manga
Advanced
  • หน้าหลัก
  • อ่านมังงะ
  • เว็บอ่านมังงะ
  • นิยายวาย [Yaoi]
  • Nekopost
  • Niceoppai
  • รออัพเดท
  • มังงะ18+
  • แทงหวย24
  • manga
  • Romance
  • Comedy
  • Shoujo
  • Drama
  • School Life
  • Shounen
  • Action
  • MORE
    • Adult
    • Adventure
    • Anime
    • Comic
    • Cooking
    • Doujinshi
    • Ecchi
    • Fantasy
    • Gender Bender
    • Harem
    • Historical
    • Horror
    • Josei
    • Live action
    • Manga
    • Manhua
    • Manhwa
    • Martial Arts
    • Mature
    • Mecha
    • Mystery
    • One shot
    • Psychological
    • Sci-fi
    • Seinen
    • Shoujo Ai
    • Shounen Ai
    • Slice of Life
    • Smut
    • Soft Yaoi
    • Soft Yuri
    • Sports
    • Tragedy
    • Supernatural
    • Webtoon
    • Yaoi
    • Yuri
Prev
Next

สตรีแกร่งตระกูลไป๋ - ตอนที่ 1596 ตอนจบ (2)

  1. Home
  2. All Mangas
  3. สตรีแกร่งตระกูลไป๋
  4. ตอนที่ 1596 ตอนจบ (2)
Prev
Next

ตอนที่ 1596 ตอนจบ (2)

……….

ไม่มีผู้ใดรู้สถานการณ์ของต้าเยี่ยนได้ดีไปกว่าเซียวหรงเหยี่ยนและมู่หรงลี่อีกแล้ว ส่วนเสิ่นเทียนจือก็ใช้ชีวิตอยู่ในต้าเยี่ยนได้ระยะหนึ่งแล้ว ตอนนี้บรรดาอ๋องและครอบครัวของพวกเขาล้วนติดตามไป๋ชิงเหยียนกลับมายังเมืองหลวงของต้าโจวด้วย

ตอนนี้ต้าเยี่ยนไม่มีอำนาจของอ๋องคอยขัดขวางแล้ว ไป๋ชิงเหยียนให้เซียวหรงเหยี่ยน มู่หรงลี่และเสิ่นเทียนจือช่วยกันหาวิธีผลักดันระบอบการปกครองใหม่ในต้าเยี่ยน

ครั้งนี้เซียวรั่วเจียงไม่ได้เดินทางกลับมากับไป๋ชิงเหยียนด้วย ชายหนุ่มตั้งใจจะออกเดินทางสำรวจทั่วแคว้นต้าเยี่ยน จากนั้นวาดแผนที่อย่างละเอียดของแคว้นต้าเยี่ยนออกมาด้วยตัวเอง ไป๋ชิงเหยียนอนุญาตให้เขาทำตามใจ

เมื่อเดินทางเข้าสู่แคว้นต้าโจว ไป๋ชิงเหยียนได้พบหน้าเฉิงซ่านหรูที่ตากแดดจนผิวคล้ำที่เมืองเป่าอัน

เมื่อไป๋ชิงเหยียนเข้าพักในเมืองเป่าอันเฉิงซ่านหรูก็รีบมาพบไป๋ชิงเหยียนทันที

ไป๋จิ่นจื้อเห็นผิวของเฉิงซ่านหรูที่คล้ำราวกับเตาถ่านก็รู้สึกอารมณ์ดีขึ้นมาทันที นางกล่าวกับซือหม่าผิง

“ที่จริงไม่ได้มีข้าคนเดียวที่ตากแดดแล้วผิวคล้ำเสียหน่อย ตอนเฉิงซ่านหรูอยู่ในเมืองหลวงผิวของเขาขาวมาก ตอนนี้ผิวดำราวกับถ่านเชียว!”

ซือหม่าผิงเห็นสีหน้าสะใจของไป๋จิ่นจื้อจึงยกมือขึ้นกอดอกพลางยกยิ้มมุมปากเล็กน้อย

“เกาอี้อ๋องเลิกเอาตัวเองไปเปรียบเทียบกับสตรีแล้วหันมาเปรียบเทียบกับบุรุษแทนแล้วหรือ ใจของท่านช่างกว้างยิ่งนัก!”

ไป๋จิ่นจื้อที่กำลังยิ้มอย่างมีความสุขถลึงตาใส่ซือหม่าผิง จากนั้นหมุนกายจากไปทันที

ซือหม่าผิงเห็นท่าทีโมโหของไป๋จิ่นจื้อก็หลุดยิ้มออกมา ทว่า เมื่อนึกถึงหลู่หยวนเผิง…รอยยิ้มบนใบหน้าของเขาหายไปทันที

หลู่หยวนเผิงถูกส่งกลับไปยังเมืองหลวงนานแล้ว ไป๋จิ่นจื้อคิดว่าหลู่หยวนเผิงถูกส่งกลับไปรักษาตัวที่เมืองหลวง นางยังไม่รู้ว่าหลู่หยวนเผิง

หากไป๋จิ่นจื้อรู้ว่าหลู่หยวนเผิงทนพิษบาดแผลไม่ไหวนางคงรู้สึกผิดไปตลอดชีวิต!

รอยยิ้มในแววตาของซือหม่าผิงหายไปจนหมดสิ้น เขารู้ทั้งรู้ว่าหลู่หยวนเผิงกล่าวถ้อยคำเหล่านั้นออกมาด้วยความโมโห ทว่า เขากลับไม่ยอมติดตามหลู่หยวนเผิงไปยังต้าเยี่ยนจริงๆ หากเขามาด้วยบางทีอาจไม่เกิดเรื่องเช่นนี้ขึ้น

เขาไม่เคยคิดแย่งไป๋จิ่นจื้อไปจากหลู่หยวนเผิง หลู่หยวนเผิงคือสหายเพียงคนเดียวบนโลกใบนี้ที่เชื่อใจเขาอย่างสนิทใจ หากเป็นไปได้…เขาเต็มใจปกป้องความสุขของคนสำคัญในชีวิตทั้งสองคนของเขาตลอดไป

เฉิงซ่านหรูถือกล่องไม้สีแดงยืนรออยู่ตรงระเบียงทางเดินอย่างสงบเสงี่ยม เมื่อเว่ยจงออกมาเชิญเขาและแหวกผ้าม่านให้เฉิงซ่านหรูจึงสาวเท้าเข้าไปด้านในและเดินขึ้นไปชั้นสอง

ชั้นสองของที่พักแห่งนี้มีเสาเคลือบน้ำมันสีแดงแปดต้นค้ำยันหลังคาไว้เช่นเดียวกัน ตรงหน้าต่างมีม่านไม้ไผ่แผ่นบางผูกอยู่ บรรยากาศโดยรอบร่มรื่นไม่แพ้ตำหนักเส้าฮวาของจวนไป๋แม้แต่น้อย

เฉิงซ่านหรูก้าวขึ้นไปบนชั้นสอง เมื่อเห็นเซียวหรงเหยี่ยนที่นั่งขมวดคิ้วอ่านฎีกาอยู่ข้างกายไป๋ชิงเหยียนจึงตกใจมาก เซียวหรงเหยี่ยนสามีของคุณหนูใหญ่ของพวกเขาเสียชีวิตไปแล้วมิใช่หรือ…

เฉิงซ่านหรูนึกถึงข่าวลือที่ว่าผู้สำเร็จราชการของต้าเยี่ยนคือคนๆ เดียวกับเซียวหรงเหยี่ยนขึ้นมาทันที่ แม้จะรู้สึกประหลาดใจ ทว่า เขารู้ดีว่าที่คุณหนูใหญ่ไม่ปิดบังเขาเพราะเห็นว่าเขาคือคนของนาง

เฉิงซ่านหรูวางกล่องไม้สีแดงลงบนโต๊ะ จากนั้นทำความเคารพอย่างนอบน้อม

“คุณหนูใหญ่ นายท่านเขย…”

เมื่อได้ยินสรรพนามเซียวหรงเหยี่ยนจึงเงยหน้าขึ้นมองไปทางเฉิงซ่านหรู เขาจำไม่ได้ว่าเขาเคยพบคนผู้นี้ด้วย

“ข้าบอกแล้วมิใช่หรือว่าไม่ต้องมากพิธี ลุกขึ้นเถิด เจ้าคล้ำลงไม่น้อยเลย หากถงหมัวมัวเห็นเข้าต้องปวดใจแน่”

ไป๋ชิงเหยียนกล่าวยิ้มๆ นางจุ่มพู่กันลงในถาดหมึกเพิ่ม เมื่อเห็นเฉิงซ่านหรูดูแจ่มใสดีจึงกล่าวยิ้มๆ

“เดือนหกปีที่แล้วเจ้าบอกว่าจะจากมาดูแลที่นา ต่อมาข้าเห็นฎีกาที่กรมการคลังส่งขึ้นมาให้อ่าน ผลผลิตของเดือนเก้าไม่ค่อยดีเท่าใดนัก ทว่า ต่อมากลับเริ่มดีขึ้นเรื่อยๆ…”

เมื่อเอ่ยถึงเรื่องนี้รอยยิ้มบนใบหน้าของเฉิงซ่านหรูกว้างขึ้นกว่าเดิม เขาพยักหน้าด้วยความดีใจอย่างปิดไม่มิด

“ใช่ขอรับ ตอนนี้ใกล้ถึงฤดูเพาะปลูกแล้ว ใต้เท้าเว่ยกรมการคลังช่วยแพร่กระจายวิธีการเพาะปลูกที่ได้ผลให้ชาวบ้านอย่างแพร่หลายขึ้น เมื่อถึงฤดูเก็บเกี่ยวพวกเราต้องได้ผลผลิตที่ดีแน่นอนขอรับ”

“เช่นนั้นเจ้ามาทำอันใดที่อันเป่า”

ไป๋ชิงเหยียนเอ่ยถาม

“ใกล้ถึงฤดูเก็บเกี่ยวข้าวสาลีแล้ว ใต้เท้าเว่ยให้ข้ามาดูว่าสามารถเพิ่มผลข้าวสาลีได้หรือไม่ขอรับ”

เฉิงซ่านหรูกล่าวยิ้มๆ

เมื่อเห็นท่าทีมั่นใจของเฉิงซ่านหรูไป๋ชิงเหยียนจึงเอ่ยถามขึ้น

“เจ้ามีวิธีแล้วอย่างนั้นหรือ”

“ปกติเมื่อเก็บเกี่ยวข้าวเสร็จชาวนาจะนำกิ่งของข้าวสาลีไปทำฟืนก่อไฟ แม้จะติดไฟไม่ได้ดีเท่าฟืนไม้ ทว่า ชาวบ้านคิดว่าการทำเช่นนี้เป็นการรักษาดินไปในตัว แต่ข้าคิดว่าควรนำกิ่งของมันไปหมักเป็นปุ๋ยดีกว่า เช่นนี้ถึงจะเป็นการบำรุงดินเพาะปลูกอย่างแท้จริงขอรับ”

ไป๋ชิงเหยียนพยักหน้า

“ดีมาก หากเจ้าสามารถเพิ่มผลผลิตข้าวได้จริงๆ เจ้าจะกลายเป็นผู้มีพระคุณของชาวบ้านเหล่านี้ทันที”

หากเฉิงซ่านหรูทำสำเร็จ…ความสำเร็จของเขามากพอที่เขาจะมียศเป็นของตัวเอง

เช่นนี้ถงหมัวมัวจะได้ภาคภูมิใจในตัวเขา

เฉิงซ่านหรูรีบกล่าวปฏิเสธ

“ซ่านหรูแค่ทำตามหน้าที่ของตัวเอง ไม่กล้าอวดอ้างความดีความชอบขอรับ”

“ก่อนหน้านี้ซ่านหรูบังเอิญพบฉินเซียนเซิงที่เคยรักษาตัวอยู่ที่จวนไป๋ ฉินเซียนเซิงราวกับทราบว่าคุณหนูใหญ่จะยึดต้าเยี่ยนได้ในเร็ววัน ฉินเซียนเซิงยุ่งอยู่กับการซ่อมแซมเขื่อนจึงฝากข้ามาแสดงความยินดีกับคุณหนูใหญ่ เขาฝากบอกว่าคุณหนูใหญ่ต้องเป็นจักรพรรดิผู้บุกเบิกใต้หล้าที่ทรงคุณธรรมแน่นอน เขานับถือในตัวคุณหนูใหญ่มากขอรับ”

ไป๋ชิงเหยียนพยักหน้า นางได้แต่เสียดายความสามารถของฉินซ่างจื้อ คนมีความสามารถเพียงนั้นกลับใช้ความสามารถของตัวเองแค่ซ่อมแซมเขื่อน ไม่ยอมทำงานให้นาง

ชาตินี้ขอมีเจ้านายเพียงคนเดียว…นี่คือทางเลือกของฉินซ่างจื้อ ไป๋ชิงเหยียนจนปัญญาจริงๆ

เฉิงซ่านหรูเห็นคุณหนูใหญ่แสดงสีหน้าเสียดายออกมาจึงรีบหันไปหยิบกล่องไม้สีแดงส่งใหญ่หญิงสาว เขากล่าวขึ้น

“ซ่านหรูกลับไปร่วมงานฉลองวันเกิดของเจ้านายน้อยทั้งสองไม่ทัน ตอนนี้ก็ยังปลีกตัวกลับไปไม่ได้ ข้าขอบังอาจฝากของขวัญไปทางคุณหนูใหญ่แทนขอรับ”

สิ่งที่เฉิงซ่านหรูมอบให้ไม่ใช่ของล้ำค่าอันใด ทว่า เป็นดอกฝูหรงแฝดสีสันสดใส กลีบละเอียดและบริสุทธิ์มาก เขาตั้งใจว่าวันหน้าเขาจะทำตราประทับให้เจ้านายน้อยทั้งสอง

ทว่า เขากลับไปร่วมงานเลี้ยงวันเกิดของเจ้านายน้อยทั้งสองในเดือนสามไม่ทัน ตอนนี้ก็ยังไม่สามารถเดินทางกลับไปพร้อมคุณหนูใหญ่ได้ เขาจึงได้แต่ฝากของขวัญไปกับไป๋ชิงเหยียน อย่างน้อยก็ถือเป็นน้ำใจจากเขา

“ข้ากับอาเหยี่ยนก็พลาดงานเลี้ยงวันเกิดของพวกเขาเช่นกัน”

ไป๋ชิงเหยียนกล่าวอย่างเสียดาย สำหรับคนเป็นแม่แล้ว…งานเลี้ยงครบรอบหนึ่งปีของลูกคือโอกาสพิเศษ ตอนจับของขวัญคังเล่อหยิบพู่กันและคันธนูไว้ในมืออย่างละข้าง ส่วนสี่เล่อหยิบลูกคิดสีทอง ทว่า ต่อมาเขากลับทิ้งลูกคิดสีทองและหันไปจับมือของไป๋ชิงอวิ๋นแทน

เซียวหรงเหยี่ยนรู้สึกเสียดายเช่นเดียวกัน ทว่า เมื่อพวกเขาได้อยู่พร้อมหน้าพร้อมตากันแล้วพวกเขาจะไม่แยกจากกันไปที่ใดอีก เซียวหรงเหยี่ยนรู้สึกดีใจมาก เขากุมมือไป๋ชิงเหยียนไว้พลางใช้นิ้วมือไล้ไปที่หลังมือของหญิงสาวอย่างแผ่วเบา

“วันหน้าพวกเรายังมีเวลาอยู่ฉลองวันเกิดกับพวกเขาอีกหลายปี พวกเราจะชดเชยให้พวกเขาเอง”

ใบหน้าของเฉิงซ่านหรูเต็มไปด้วยรอยยิ้ม ความทุกข์ของคุณหนูใหญ่ของพวกเขาหมดลงแล้ว! ไม่รู้ว่านายท่านเขยของพวกเขาแกล้งปลอมตัวเป็นอ๋องเก้าของต้าเยี่ยนเพื่อคุณหนูใหญ่หรือว่าเขาเป็นอ๋องเก้าของต้าเยี่ยนอยู่แล้ว ทว่า ยอมลงให้คุณหนูใหญ่กันแน่

แต่ไม่ว่าอย่างใดก็ตามเมื่อเห็นนายท่านเขยกับคุณหนูใหญ่รักใคร่กันเพียงนี้…บ่าวรับใช้ผู้ซื่อสัตย์อย่างพวกเขาก็วางใจแล้ว

วันที่หนึ่ง เดือนห้า รัชศกหยวนเหอปีที่สาม จักรพรรดินีต้าโจวเดินทางถึงเมืองหลวงของต้าโจว

ไทเฮาและซิ่งกั๋วอ๋องนำขุนนางในราชสำนักออกไปยืนต้อนรับขบวนเสด็จที่หน้าประตูอู่เต๋อ

หลู่ไท่เว่ยที่สูญเสียหลายชายคนเล็กไปผมขาวโพลนภายในชั่วข้ามคืน จิตใจของเขาไม่แจ่มใสเหมือนเคย ร่างทั้งร่างดูชราลงกว่าเดิมเป็นสิบปี

เขาเพิ่งเข้าใจความรู้สึกของคนในตระกูลไป๋ที่สูญเสียบุรุษในตระกูลไปเกือบทั้งหมดในเวลาเดียวกันอย่างถ่องแท้ เพิ่งรู้ซึ้งว่าเหตุใดไป๋ชิงเหยียนจึงอยากรวบรวมใต้หล้าให้เป็นหนึ่งถึงเพียงนี้

บุรุษตระกูลไป๋ทุกรุ่นล้วนเสียชีวิตในสนามรบ ฝ่าบาทที่ตอนนั้นยังเป็นเพียงบุตรสาวคนโตของตระกูลไป๋กล่าวว่าตระกูลไป๋เป็นตระกูลนักรบมานับร้อยปีจริง ทว่า ดวงวิญญาณทุกดวงของตระกูลไป๋ไม่ได้สละชีพเพื่อความดีความชอบ ทว่า พวกเขาสละชีพเพื่อปกป้องชาวบ้านและแผ่นดิน!

ตอนนั้นหลู่ไท่เว่ยแค่รู้สึกสงสารคนตระกูลไป๋ ทว่า ตอนนี้เมื่อคนในตระกูลของเขาเสียชีวิตในสนามรบบ้างเขาถึงเข้าใจความเจ็บปวดเจียนตายอย่างแท้จริง กว่าตระกูลไป๋จะมาถึงจุดนี้ได้ไม่ง่ายเลยจริงๆ

หลู่ไท่เว่ยสวมชุดขุนนางเรียบร้อยตั้งแต่ฟ้ายังไม่สว่าง เขาเดินออกมาจากห้องโดยมีบุตรชายคนโตและหลู่หยวนชิ่งคอยประคอง ขณะเตรียมเดินทางไปยังประตูอู่เต๋อเขาก็เห็นหลู่เฟิ่งหลางหลานสาวของเขายังสวมชุดไว้ทุกข์อยู่

“เฟิ่งหลาง เหตุใดจึงไม่สวมชุดขุนนาง”

หลู่ไท่เว่ยขมวดคิ้วถามหลานสาว

ขอบตาของหลู่เฟิ่งหลางแดงก่ำ ร่างของนางซูบผอมจนแทบเหลือเพียงกระดูก นางสวมเสื้อคลุมกันลมตัวใหญ่ทับชุดไว้ทุกข์ของตัวเอง จากนั้นคุกเข่าคำนับหลู่ไท่เว่ยและบิดาของตัวเองอย่างไร้เรี่ยวแรง

“หานเฉิงอ๋องและเหล่าทหารเรือเสียชีวิตในสงครามตงอี๋เพราะความอวดดี อวดฉลาดของเฟิ่งหลาง เฟิ่งหลางจะไปรับผิดกับฝ่าบาทเจ้าค่ะ!”

หลู่ไท่เว่ยถอนหายใจยาวออกมา เขาให้หลู่หยวนชิ่งประคองหลู่เฟิ่งหลางขึ้นมา จากนั้นกล่าวอย่างไม่รีบร้อน

“เฟิ่งหลาง หากเจ้าเป็นบุรุษ การที่เจ้าทำผิดและไปยอมรับผิดกับฝ่าบาท เหล่าขุนนางจะชื่นชมเจ้า! ทว่า เจ้าคือสตรี หากเจ้ากล่าวเรื่องนี้ต่อหน้าทุกคน ทุกคนจะหยิบเรื่องของเจ้าขึ้นมาเป็นประเด็น กล่าวว่าฝ่าบาทไม่ควรรับสตรีเข้ามาทำงานในราชสำนัก! เดิมทีใต้หล้าแห่งนี้ก็เข้มงวดกับสตรีมากพออยู่แล้ว ฝ่าบาททรงกำลังพยายามปรับเปลี่ยนเรื่องนี้อยู่ ต่อให้เจ้ารู้สึกผิดเพียงใดก็ควรเห็นแก่ส่วนรวมไว้ก่อน หากเจ้ายอมรับผิดเรื่องนี้ เจ้าจะรู้สึกดีขึ้น ทว่า นั่นเท่ากับเป็นการตัดโอกาสของสตรีอีกหลายคนและทำลายแผนการของฝ่าบาท เจ้าเข้าใจหรือไม่”

หลู่เฟิ่งหลางไม่เคยคิดถึงเรื่องนี้ สีหน้าของนางส่อแววรู้สึกผิดยิ่งกว่าเดิม เป็นดั่งที่ท่านปู่กล่าว…การที่ฝ่าบาทไม่ลงโทษนางเสียทียิ่งทำให้นางรู้สึกผิด มีเพียงกล่าวเรื่องนี้ออกมาเท่านั้นจึงจะทำให้นางรู้สึกดีขึ้น

ทว่า หากความผิดของนางเป็นการตัดโอกาสของสตรีคนอื่น นางจะยิ่งมีความผิดมหันต์กว่าเดิม

“ไปเปลี่ยนชุดขุนนางและไปต้อนรับฝ่าบาทกับปู่ที่ประตูอู่เต๋อ”

หลู่ไท่เว่ยกล่าว

“เจ้าค่ะ!”

หลู่เฟิ่งหลางรับคำทั้งน้ำตา

ชาวบ้านในเมืองหลวงตื่นนอนแต่เช้าตรู่ ต่างแย่งกันไปจับจ้องที่บนถนนเพื่อต้อนรับการกลับมาของฝ่าบาทของพวกเขา

ตอนนี้ต้าเยี่ยนยอมตกเป็นของต้าโจว ต้าโจวรวบรวมใต้หล้าเป็นหนึ่งสำเร็จแล้ว ในที่สุดความวุ่นวายในใต้หล้านี้ก็จะหมดไปเสียที ชาวบ้านต่างตื่นเต้นยินดีมาก

หลายร้อยปีมานี้ใต้หล้ามีแต่สงคราม คนมากมายต้องสูญเสียครอบครัวของตัวเอง ต้องสูญเสียบ้านเกิดกลายเป็นคนไร้ญาติขาดมิตร

เมื่อใต้หล้ารวมเป็นหนึ่ง ทุกคนกลายเป็นแคว้นเดียวกันก็จะไม่มีสงครามอีกต่อไป การรวบรวมใต้หล้าให้เป็นหนึ่ง คืนความสงบสุขให้ใต้หล้ามิใช่เพียงเป้าหมายของทุกคนอีกต่อไปแล้ว ตอนนี้มันเกิดขึ้นจริงๆ แล้ว

แสงสีทองของรุ่งอรุณค่อยๆ โผล่ขึ้นจากท้องฟ้า

ไม่รู้ผู้ใดตะโกนขึ้นสุดเสียง

“ธงเฮยฟานไป๋หมั่ง ฝ่าบาทเสด็จกลับมาแล้ว!”

ชาวบ้านคนอื่นๆ ต่างชะเง้อคอมองข้ามลำตัวของทหารที่ยืนกันอยู่เพื่อหวังเห็นบารมีองอาจของฝ่าบาทของพวกเขา

หน้าต่างแปดบานของหอเชวี่ยที่ประดับตกแต่งอย่างหรูหราเปิดอ้ากว้าง บ่าวรับใช้รีบวางเก้าอี้กลมไว้ตามราวระบียง เหล่านางรำงดงามซึ่งสวมผ้าผืนบางปิดบังใบหน้าอุ้มผีผาของตัวเองออกมานั่งลงบนเก้าอี้กลมบนชั้นสอง เมื่อฝ่าบาทของพวกนางเสด็จกลับมาพวกนางจะบรรเลงเพลง ‘ใต้หล้าสงบสุข’ ที่พวกนางเพิ่งแต่งขึ้นให้ฝ่าบาท

นางรำคังน่ามีชื่อเสียงเพราะบทเพลง ‘กองทัพไป๋ออกศึก’ คนมากมายยอมทุ่มมาฟังเพลงบรรเลงของคังน่าและยลโฉมใบหน้าที่งดงามของนาง ทว่า กลับถูกนางปฏิเสธทั้งหมด

พวกเขาไม่คิดเลยว่าวันนี้คังน่าจะมาปรากฏตัวที่ชั้นสองของหอเชวี่ยเช่นนี้

ขบวนกองทัพที่มีชูธงเฮยฟานไป๋หมั่งขบวนยาวค่อยๆ เคลื่อนทัพใกล้เข้ามาเรื่อยๆ หลายคนเริ่มรู้สึกถึงแรงสั่นสะเทือนบนพื้น

ไป๋ชิงเหยียนสวมชุดเกราะเหล็กสีเงินขี่ม้านำอยู่หน้าสุดของขบวน ไป๋ชิงฉี ไป๋จิ่นซิ่ว ไป๋ชิงอวี๋ ไป๋จิ่นจื้อ ไป๋จิ่นเจา ไป๋จิ่นหวาและไป๋จิ่นเซ่อสวมชุดเกราะสีเงินขี่ม้าขนาบข้างพี่หญิงใหญ่ของพวกเขา แสงสีทองแห่งรุ่งอรุณส่องกระทบลงบนร่างของทุกคน

บุรุษและสตรีตระกูลไป๋ซึ่งชุดเกราะสีเงินกำลังขี่ม้าเข้ามาท่ามกลางแสงสีทองของรุ่งอรุณอย่างองอาจ

ชาวบ้านที่อายุมากแล้วอาจพอจำภาพเหตุการณ์ตอนที่เจิ้นกั๋วอ๋องคนก่อนพาบุรุษตระกูลไป๋ไปออกรบได้

พวกเขาไม่เห็นวันที่เจิ้นกั๋วอ๋องพาบุรุษตระกูลไป๋กลับมาจากสนามรบ ทว่า วันนี้พวกเขาเห็นฝ่าบาทของพวกเขาพบุรุษและสตรีตระกูลไป๋กลับมาพร้อมชัยชนะอย่างองอาจ พวกเขาจะไม่รู้สึกซาบซึ้งและภาคภูมิใจจนหลั่งน้ำตาได้อย่างใดกัน

ตระกูลไป๋แห่งจวนเจิ้นกั๋วอ๋องไม่เคยมีคนไร้ความสามารถ

คนตระกูลไป๋ทุกรุ่นซื่อสัตย์และจงรักภักดี พวกเขาฟื้นขึ้นจากกองเพลิงอีกครั้งหลังเผชิญปัญหาใหญ่หลวง ตอนนี้พวกเขามีจักรพรรดินีที่รวบรวมใต้หล้าให้เป็นหนึ่งได้สำเร็จ…

เสียงกีบม้าที่พร้อมเพรียงดังใกล้เข้ามาเรื่อยๆ ทหารที่ยืนอยู่หน้าประตูตะโกนขึ้นเสียงดังลั่น

“รับเสด็จฝ่าบาทกลับมาพร้อมชัยชนะ ต้าโจวเจริญรุ่งเรืองหมื่นปี! ฝ่าบาททรงพระเจริญหมื่นปี!”

ชาวบ้านที่ยืนอยู่ในเมืองเลือดร้อนขึ้นทันที ชาวบ้านชราหลายคนสะอื้นจนตัวโยน น้ำตาของพวกเขาไหลพรากด้วยความซาบซึ้ง

ชาวบ้านต่างพากันคุกเข่าลงบนพื้นพลางตะโกนขึ้นเสียงดังโดยไม่รอให้กองทัพใหญ่เคลื่อนเข้าในเมือง

“รับเสด็จฝ่าบาทกลับมาพร้อมชัยชนะ ต้าโจวเจริญรุ่งเรืองหมื่นปี! ฝ่าบาททรงพระเจริญหมื่นปี!”

“รับเสด็จฝ่าบาทกลับมาพร้อมชัยชนะ ต้าโจวเจริญรุ่งเรืองหมื่นปี! ฝ่าบาททรงพระเจริญหมื่นปี!”

“รับเสด็จฝ่าบาทกลับมาพร้อมชัยชนะ ต้าโจวเจริญรุ่งเรืองหมื่นปี! ฝ่าบาททรงพระเจริญหมื่นปี!”

คังน่าได้ยินเสียงตะโกนร้องของชาวบ้านจึงกอดผีผาของตัวเองลุกขึ้นยืนมองไปทางนอกเมืองอย่างทนไม่ไหว

หญิงสาวเห็นไป๋ชิงเหยียนซึ่งสวมชุดเกราะและรวบผมขึ้นสูงค่อยๆ ขี่ม้าเข้ามาในเมือง ด้านหลังเต็มไปด้วยทายาทตระกูลไป๋ที่สวมชุดเกราะเช่นเดียวกัน

แสงสีทองของอรุณส่องกระทบร่างของสตรีผู้นั้นเหมือนกับตอนที่คังน่าเห็นนางที่เมืองซั่วหยางไม่มีผิดเพี้ยน ใบหน้าของหญิงสาวงดงามจนยากจะหาผู้ใดเปรียบ ทว่า กลับไม่มีผู้ใดกล้าคิดล่วงเกินนางราวกับนางคือสตรีที่บริสุทธิ์และสูงส่งเกินกว่าผู้ใด

นางไม่เคยพบคนที่รัศมีน่ายำเกรงและองอาจถึงเพียงนี้มาก่อนในชีวิตของนาง

แม้ไม่อยากยอมรับ แม้นางจะรู้ดีว่าฐานะของตัวเองต่ำต้อย ทว่า คังน่ารูสึกนับถือและชื่นชมสตรีผู้นี้มากจริงๆ

“คังน่า…”

นางรำด้านหลังคังน่าเอ่ยเรียกนางเบาๆ

คังน่าได้สติ นางนั่งลงบนเก้าอี้กลมอีกครั้ง นิ้วมืออ่อนโยนและเนียนละเอียดแตะลงบนสายของผีผา นางถอนหายใจยาวออกมา

ไม่นานเสียงเพลงทรงพลังก็ดังกึกก้องขึ้นกลางหอเชวี่ย

ไป๋ชิงเหยียนเงยหน้ามองไปทางหอเชวี่ย นางเห็นสตรีสวมผ้าปิดหน้าคนหนึ่งนั่งบรรเลงผีผาอยู่ท่ามกลางนางรำคนอื่นๆ

คังน่าเหมือนสัมผัสได้ถึงสายตาของไป๋ชิงเหยียน หญิงสาวมองไปทางสายตาคู่นั้น เมื่อสบกับดวงตาสีดำขลับที่แฝงไปด้วยรอยยิ้มอ่อนโยนของไป๋ชิงเหยียนใบหูของคังน่าแดงระเรื่อขึ้นทันที นางบรรเลงเพลงอย่างตั้งใจกว่าเดิม

“ได้ยินว่าคังน่าที่แต่งบทเพลงกองทัพไป๋ออกศึกแต่งเพลงใต้หล้าสงบสุขขึ้นมาเพื่อแสดงความยินดีกับพี่หญิงใหญ่ที่รวบรวมใต้หล้าได้สำเร็จเจ้าค่ะ”

ไป๋จิ่นซิ่วกล่าวกับไป๋ชิงเหยียนเสียงเบา

ไป๋ชิงเหยียนพยักหน้า แม้คังน่าจะเกิดมาฐานะต่ำต้อย ทว่า นางมีความสามารถมากจริงๆ

“เชิญคังน่ามาบรรเลงเพลงในงานเลี้ยงฉลองในวังหลวงวันที่แปดนี้ด้วย”

ไป๋ชิงเหยียนกล่าว

นางอยากฟังเพลงนี้ให้จบ ทว่า ท่านแม่ บรรดาท่านอาสะใภ้ น้องชายเจ็ดและคนอื่นๆ ยังรอนางอยู่หน้าวังหลวง นางจะเสียเวลาอยู่ตรงนี้ต่อไม่ได้

“เจ้าค่ะ…”

ไป๋จิ่นซิ่วรับคำยิ้มๆ

“ท่านแม่! ท่านแม่!”

ไป๋จิ่นซิ่วได้ยินเสียงเล็กของเด็กตะโกนขึ้นจึงเงยหน้าขึ้นมองบนหอสุรา นางเห็นฉินหล่างอุ้มวั่งเกอยืนมองพวกนางอยู่

สีหน้าของไป๋จิ่นซิ่วส่องแววประหลาดใจ ขอบตาของนางร้อนผ่าวทันทีที่เห็นใบหน้าของวั่งเกอ แม่อย่างนางติดค้างวั่งเกอมากเหลือเกิน

ไป๋ชิงเหยียนมองตามสายตาของไป๋จิ่นซิ่วไปทางร่างของฉินหล่างและวั่งเกอเช่นเดียวกัน นางส่งยิ้มให้วั่งเกอ…

“ท่านป้าใหญ่!”

วั่งเกอตะโกนเรียกไป๋ชิงเหยียนสุดเสียง ตอนเล็กวั่งเกอเติบโตในวังหลวง เขาและเสี่ยวปามักไปเล่นที่ตำหนักของไป๋ชิงเหยียนจึงสนิทสนมกับหญิงสาวมาก

ฉินหล่างส่งตัววั่งเกอให้แม่นม จากนั้นโค้งกายคำนับไป๋ชิงเหยียน

ไป๋ชิงเหยียนพยักหน้ารับ นางหันไปมองเหล่าทหารในกองทัพซึ่งขี่ม้าอยู่ทางด้านหลังที่อาจมองเห็นครอบครัวของตัวเองออกมาต้อนรับเช่นเดียวกันแวบหนึ่ง

นางเห็นหลิ่วผิงเกาแยกออกไปจากขบวน จากนั้นก้มหน้าคุยกับสตรีนางหนึ่งที่ยังคุกเข่าอยู่บนพื้น นางผู้นั้นเงยหน้าส่งยิ้มกว้างให้หลิ่วผิงเกา

ไป๋ชิงเหยียนเลิกคิ้วสูง หงเชี่ยวอย่างนั้นหรือ

สาวรับใช้ผู้ซื่อสัตย์ของเหลียงอ๋องในตอนนั้น…ไป๋ชิงเหยียนคิดว่าคนเหล่านี้เสียชีวิตไปหมดแล้วเสียอีก เหตุใดนางจึงไปอยู่กับหลิ่วผิงเกาได้

“อาอวี๋…”

ไป๋ชิงเหยียนหันไปเรียกน้องชาย

ไป๋ชิงอวี๋ขี่ม้าเข้าไปใกล้ไป๋ชิงเหยียน

“พี่หญิง…”

“ตอนที่หลิ่วผิงเกาของกองทัพอันผิงแต่งงานเจ้าได้ไปร่วมงานหรือไม่”

ไป๋ชิงเหยียนเอ่ยถาม

ไป๋ชิงอวี๋หันไปมองทางด้านหลังแวบหนึ่ง ตอนนี้หลิ่วผิงเกากลับเข้ามาอยู่ในขบวนตามเดิมแล้ว

“ไม่ได้ไปขอรับ”

“เจ้าไปสืบประวัติภรรยาของหลิ่วผิงเกาที ดูเหมือนนางจะคืออดีตสาวใช้ผู้ซื่อสัตย์ของเหลียงอ๋อง”

ไป๋ชิงเหยียนกล่าว

“พี่หญิงใหญ่ไม่ต้องเป็นห่วงขอรับ ข้าจะสืบเรื่องนี้เองขอรับ”

ไป๋ชิงอวี๋ชะลอความเร็วมาลงเล็กน้อย จากนั้นเอ่ยสั่งหวังต้ง “เมื่อสืบรู้ว่าภรรยาของหลิ่วผิงเกาคือคนของเหลียงอ๋องไม่ต้องจับตัวนางมา ให้บอกเรื่องนี้กับหลิ่วผิงเกา ให้เขาตัดสินใจเองว่าจะจัดการกับนางเช่นใด”

“ขอรับ!”

หวังต้งรับคำ

ต่งซื่อและคนอื่นๆ ยืนรออยู่หน้าประตูอู่เต๋อพักใหญ่แล้ว

ในที่สุดพวกนางก็เห็นไป๋ชิงเหยียนขี่ม้านำขบวนเข้ามา ทุกคนลงจากหลังม้า

บรรดาขุนนางคุกเข่าลงบนพื้น

ไป๋ชิงเหยียนมองแต่มารดาของตัวเอง นางคุกเข่าข้างหนึ่งลงบนพื้น จากนั้นกล่าวขึ้น

“ไป๋ชิงเหยียนทายาทคนโตของตระกูลไป๋กลับถึงเมืองหลวงอย่างปลอดภัยแล้วเจ้าค่ะ!”

“ไป๋ชิงฉีคุณชายสามของตระกูลไป๋กลับถึงเมืองหลวงอย่างปลอดภัยแล้วขอรับ!”

“ไป๋จิ่นซิ่วคุณหนูสองของตระกูลไป๋กลับถึงเมืองหลวงอย่างปลอดภัยแล้วเจ้าค่ะ!”

“ไป๋ชิงอวี๋คุณชายสามของตระกูลไป๋กลับถึงเมืองหลวงอย่างปลอดภัยแล้วขอรับ!”

“ไป๋ชิงเจวี๋ยคุณชายเจ็ดของตระกูลไป๋กลับถึงเมืองหลวงอย่างปลอดภัยแล้วขอรับ!”

“ไป๋จิ่นถงคุณหนูสามของตระกูลไป๋กลับถึงเมืองหลวงอย่างปลอดภัยแล้วเจ้าค่ะ!”

“ไป๋จิ่นจื้อคุณหนูสี่ของตระกูลไป๋กลับถึงเมืองหลวงอย่างปลอดภัยแล้วเจ้าค่ะ!”

“ไป๋จิ่นเจาคุณหนูห้าของตระกูลไป๋กลับถึงเมืองหลวงอย่างปลอดภัยแล้วเจ้าค่ะ!”

“ไป๋จิ่นหวาคุณหนูหกของตระกูลไป๋กลับถึงเมืองหลวงอย่างปลอดภัยแล้วเจ้าค่ะ!”

“ไป๋จิ่นเซ่อคุณหนูเจ็ดของตระกูลไป๋กลับถึงเมืองหลวงอย่างปลอดภัยแล้วเจ้าค่ะ!”

คำว่ากลับถึงเมืองหลวงอย่างปลอดภัยทำให้บรรดาฮูหยินของตระกูลไป๋น้ำตาไหลพรากลงมาทันที ไป๋ชิงอวิ๋นที่นั่งอยู่บนรถเข็นน้ำตาไหลพรากเช่นเดียวกัน

กลับถึงเมืองหลวงอย่างปลอดภัย…

นี่คือคำที่น่ายินดีที่สุดสำหรับตระกูลไป๋

พวกนางเคยอยากให้ทายาทของตระกูลไป๋ทุกคนกลับมาบอกกับพวกนางเช่นนี้

นี่คือความรักและความห่วงใยที่คนตระกูลไป๋มีให้เหล่าทายาทในตระกูล

ไม่ว่าจะเป็นอย่างใด…ขอเพียงกลับมาก็พอ

“รีบลุกขึ้นเถิด!”

ต่งซื่อประคองร่างของบุตรสาวและบุตรชายลุกขึ้นด้วยมืออย่างละข้าง จากนั้นกล่าวเสียงสะอื้น

“กลับมาอย่างปลอดภัยก็ดีแล้ว ดีแล้ว!”

“ท่านแม่ ข้าสานต่อปณิธานของท่านปู่และท่านพ่อให้เป็นจริงสำเร็จแล้วเจ้าค่ะ”

ไป๋ชิงเหยียนกุมมือมารดาแน่น

“ท่านแม่ ต่อจากนี้ทายาทของตระกูลไป๋ไม่ต้องไปเสี่ยงอันตรายในสนามรบอีก ทุกคนจะได้ใช้ชีวิตอยู่กับพ่อแม่ของตัวเองอย่างสงบสุขเจ้าค่ะ”

“ดี ดีแล้ว!”

น้ำตาของต่งซื่ออาบหน้า

“หากบรรพบุรุษตระกูลไป๋ ท่านปู่ ท่านพ่อและบรรดาท่านอาของเจ้ารับรู้ต้องดีใจและภูมิใจมากแน่นอน”

ไป๋ชิงเหยียนมองไปทางเหล่าขุนนางที่ยังคุกเข่าอยู่บนพื้น นางกำมือมารดาแน่น จากนั้นกล่าวขึ้น

“ทุกคนลุกขึ้นเถิด”

ต่งชิงผิงลุกขึ้นยืนทั้งน้ำตา เขามองไปทางหลานสาวของตัวเองด้วยความภาคภูมิใจ จากนั้นโค้งกายคำนับ

“ขอแสดงความยินดีกับฝ่าบาทที่รวบรวมใต้หล้าเป็นหนึ่งได้สำเร็จพ่ะย่ะค่ะ”

“ท่านลุงลุกขึ้นเถิดเจ้าค่ะ”

ไป๋ชิงเหยียนประคองร่างของต่งชิงผิงไว้ จากนั้นมองไปทางร่างของหลู่ไท่เว่ยที่ดูแก่ชราลงราวกับปี

“หลู่ไท่เว่ย…”

“กระหม่อมขอแสดงความยินดีกับฝ่าบาทเช่นกันพ่ะย่ะค่ะ…”

หลู่ไท่เว่ยน้ำตาคลอ เขารู้สึกยินดีกับไป๋ชิงเหยียนจริงๆ

“หลู่ไท่เว่ย…”

ไป๋ชิงเหยียนประคองร่างของหลู่ไท่เว่ย จากนั้นกล่าวเสียงเบา

“หากครั้งนี้ไม่ได้หลู่หยวนเผิงช่วยคุ้มครองเกาอี้อ๋องฝ่าวงล้อมของศัตรูออกไปตามคนมาช่วย…ข้าคงไม่ได้กลับมาแล้ว! หลู่หยวนเผิงช่วยชีวิตข้าและทหารที่รอดชีวิตมาได้ทุกคน! พวกข้ากล่าวคำว่าไว้อาลัยออกมาได้อย่างง่ายดาย ทว่า ผู้ที่เคยประสบกับเหตุการณ์เช่นนี้มาแล้วถึงจะรู้ว่ามันเจ็บปวดเพียงใด ไท่เว่ย…ต่อจากนี้ลูกหลานของพวกเราจะไม่ต้องออกไปทำสงครามอีกแล้ว ไม่มีผู้ใดต้องสละชีพในสงครามอีกแล้ว”

น้ำตาของหลู่ไท่เว่ยไหลออกมาทันที เขาพยักหน้าเบาๆ ความเจ็บปวดที่ซ่อนไว้ในใจหลายวันที่ผ่านมาถาโถมออกมาจนเขาควบคุมมันไม่อยู่อีกต่อไป

ตอนนี้เขาอยากได้ยินหลู่หยวนเผิงตะโกนเรียกเขาว่าท่านปู่ที่สุด แม้หลานชายจะเรียกจนเขาปวดหัวก็มิเป็นอันใด ขอเพียงเขายังมีชีวิตอยู่ก็พอ

หากรู้ว่าเรื่องจะกลายเป็นเช่นนี้ตอนนั้นเขาไม่ควรขัดขวางหลู่หยวนเผิงกับเกาอี้อ๋อง เขาต้องการเกียรติยศของตระกูลไป๋ทำเพื่อสิ่งใดกันในเมื่อตอนนี้หลานชายของเขาไม่มีชีวิตอยู่แล้ว…

Prev
Next
MY READING HISTORY
You don't have anything in histories
POPULAR MANGA
กระบี่จงมา
กระบี่จงมา
บทที่ 992.2 ดอกไม้แดงบนภูเขาเขียวดุจเพลิงลุกไหม้ 27 พฤศจิกายน 2024
บทที่ 992.1 ดอกไม้แดงบนภูเขาเขียวดุจเพลิงลุกไหม้ 27 พฤศจิกายน 2024
323r
ท่านอ๋องผู้โหดร้ายกับหมอปีศาจ
ตอนที่ 2138 จะทำลายพวกเจ้า 27 พฤศจิกายน 2024
ตอนที่ 2137 เทือกเขาแห่งความตาย 27 พฤศจิกายน 2024
เทพกระบี่มรณะ (chaotic sword god)
เทพกระบี่มรณะ (chaotic sword god)
ตอนที่ 2528 - การตัดแขน 27 พฤศจิกายน 2024
ตอนที่ 2527 - ชำระหนี้แค้น 27 พฤศจิกายน 2024
61d44445LSpjhqcZ
เปิดระบบสุดโกงอัปสกิลหมอ
บทที่ 869 ที่หลบภัย 27 พฤศจิกายน 2024
บทที่ 868 ผมซับเหงื่อให้ครับ 27 พฤศจิกายน 2024
Full-time-Artist-ใครว่าผมไม่เหมาะเป็นศิลปิ
Full-time Artist ใครว่าผมไม่เหมาะเป็นศิลปิน
ตอนที่ 775 อาภรณ์หลวมโพรกมิเสียดาย เพื่อเจ้าข้าผ่ายผอมยอมอิดโรย 27 พฤศจิกายน 2024
ตอนที่ 774 ผีเสื้อรักบุปผา 27 พฤศจิกายน 2024
นิยายแปล-~จ้าวนักสู้เกิดใหม่ทั้งทีดันเป็นนางร้าย-~-ลูน่าอยากรีไทร์แล้ว
[นิยายแปล] ~จ้าวนักสู้เกิดใหม่ทั้งทีดันเป็นนางร้าย ~ ลูน่าอยากรีไทร์แล้ว
ตอนที่ 53 - 030:แผนการฝึกนักบุญ⑦ ค้นหาศัตรู 27 พฤศจิกายน 2024
ตอนที่ 52 - 029:แผนการฝึกนักบุญ⑥ ก่อนการต่อสู้ 27 พฤศจิกายน 2024
Here for more Popular Manga

Comments for chapter "ตอนที่ 1596 ตอนจบ (2)"

MANGA DISCUSSION

ใส่ความเห็น ยกเลิกการตอบ

You must Register or Login to post a comment.

  • HOME
  • COOKIE POLICY

© 2026 Madara Inc. All rights reserved