cat2auto | นิยาย นิยายออนไลน์ นิยายวาย นิยาย PDF
  • หน้าหลัก
  • อ่านมังงะ
  • เว็บอ่านมังงะ
  • นิยายวาย [Yaoi]
  • Nekopost
  • Niceoppai
  • รออัพเดท
  • มังงะ18+
  • แทงหวย24
  • manga
Advanced
  • หน้าหลัก
  • อ่านมังงะ
  • เว็บอ่านมังงะ
  • นิยายวาย [Yaoi]
  • Nekopost
  • Niceoppai
  • รออัพเดท
  • มังงะ18+
  • แทงหวย24
  • manga
  • Romance
  • Comedy
  • Shoujo
  • Drama
  • School Life
  • Shounen
  • Action
  • MORE
    • Adult
    • Adventure
    • Anime
    • Comic
    • Cooking
    • Doujinshi
    • Ecchi
    • Fantasy
    • Gender Bender
    • Harem
    • Historical
    • Horror
    • Josei
    • Live action
    • Manga
    • Manhua
    • Manhwa
    • Martial Arts
    • Mature
    • Mecha
    • Mystery
    • One shot
    • Psychological
    • Sci-fi
    • Seinen
    • Shoujo Ai
    • Shounen Ai
    • Slice of Life
    • Smut
    • Soft Yaoi
    • Soft Yuri
    • Sports
    • Tragedy
    • Supernatural
    • Webtoon
    • Yaoi
    • Yuri
Prev
Next

ศึกยุทธ์ใต้ขุนเขาเงาจันทรา - บทที่ 398 กุหลาบพันปีสีเลือดกลางฝนเย็น-7

  1. Home
  2. All Mangas
  3. ศึกยุทธ์ใต้ขุนเขาเงาจันทรา
  4. บทที่ 398 กุหลาบพันปีสีเลือดกลางฝนเย็น-7
Prev
Next

บทที่ 398 กุหลาบพันปีสีเลือดกลางฝนเย็น-7

……….

เมื่อทุกคนเห็นเจ้าหมิงหยิบตั๋วเงินปึกหนาเช่นนี้ออกมาก็พากันวิพากษ์วิจารณ์ขึ้นมาในทันใด

ออกเดินทางไปข้างนอก ห้ามแพร่งพรายเรื่องเงินทอง นี่เป็นหลักการและกฎเกณฑ์พื้นฐาน

เจ้าหมิงหมิงทำตัวโฉ่งฉ่างเช่นนี้ หากไม่ใช่เพราะมีคนคอยหนุนหลังจึงไม่ต้องเกรงกลัวใดๆ ก็ต้องเป็นคนโง่ที่ไร้รอยหยักในสมอง

ปัญญาชนหนุ่มที่เข้าไปสนทนาด้วยผู้นั้นเห็นภาพตรงหน้าก็รู้ตัวว่าตนไม่มีสิทธิ์จะพูดอีกแล้ว

หากจะอยู่ให้ขัดเขินต่อไป ไม่สู้อาศัยจังหวะนี้รีบเดินจากไปจะดีกว่า

“บะหมี่อร่อยหรือไม่”

เจ้าหมิงหมิงถาม

ก่อนหน้านี้นางแค่ตั้งใจกินเต้าหู้ของตน

แต่ข้างหูกลับมีเสียงดูดเส้นบะหมี่ดังมาเป็นระยะๆ ทำให้นางเริ่มอยากกินบ้าง

“คุณหนู อร่อยเจ้าค่ะ!”

แก้มสองข้างของเกาลัดคั่วน้ำตาลป่องพอง

คำพูดนี้เล็ดลอดออกมาตามไรฟัน

กินอาหารในสถานที่เช่นนี้ ไม่มีผู้ใดสนใจเรื่องรสชาติ

กินอิ่มเป็นหลัก ราคาถูกเป็นรอง

พูดให้เข้าใจง่ายก็คือถูกและคุ้ม

บะหมี่เต้าหู้ใส่อยู่ในชามดินเผาหยาบๆ ใบใหญ่

ใหญ่พอที่จะใส่ใบหน้าของเกาลัดคั่วน้ำตาลลงไปได้

ด้วยเหตุนี้ แม้นางจะก้มหน้าก้มตากินไปมากแล้วก็ยังไม่เห็นว่าบะหมี่ในชามจะน้อยลงแต่อย่างใด….

‘อร่อยเพียงนั้นเชียวหรือ’

“คุณหนู ท่านจะลองชิมสักหน่อยหรือไม่เจ้าคะ”

เกาลัดคั่วน้ำตาลสัมผัสได้ถึงสายตาของเจ้าหมิงหมิง จึงผลักชามบะหมี่ไปทางนางแล้วเอ่ยถาม

อาหารที่ไม่พิถีพิถันเช่นนี้

บะหมี่แสนเรียบง่ายนี้

หากไปอยู่บนเขาเรียงรัน เจ้าหมิงหมิงจะไม่แม้แต่ปรายตามอง

เกาลัดคั่วน้ำตาลติดตามเจ้าหมิงหมิงมานานจึงคุ้นเคยกับการกินดีอยู่ดีไปด้วย

เมื่อเจ้าหมิงหมิงเห็นว่าแม้แต่เกาลัดคั่วน้ำตาลก็ยังชมบะหมี่เต้าหู้เพียงนี้ ใจนางก็เริ่มหวั่นไหวขึ้นมาเช่นกัน

ท้ายที่สุดจึงเอื้อมตะเกียบในมือไปคีบเส้นบะหมี่ใส่ปาก

“จริงด้วย…อร่อยยิ่งนัก”

เจ้าหมิงหมิงกล่าว

ฝีมือของเหล่าหลี่เจ้าของแผงก็ไม่ได้ย่ำแย่จริงๆ แต่ว่ากันตามตรงก็ยังไม่คู่ควรกับคำชมเช่นนี้ของเจ้าหมิงหมิงและเกาลัดคั่วน้ำตาล

ความจริงแล้ว พวกนางทั้งสองแค่ไม่เคยกินอาหารชนิดนี้มาก่อนจึงรู้สึกว่าแปลกใหม่ก็เท่านั้น

“เอามาอีกชามหนึ่งได้หรือไม่”

เจ้าหมิงหมิงบอกกับเหล่าหลี่เจ้าของแผง

“ตกลงขอรับ ท่านรอสักครู่!”

เหล่าหลี่เจ้าของแผงหันหน้ามาตอบรับคำหนึ่ง

จากนั้นก็เตรียมเอาบะหมี่ลงลวก

“คุณหนูก็รู้สึกว่าอร่อยใช่หรือไม่เจ้าคะ”

เกาลัดคั่วน้ำตาลถาม

“มันช่าง…แปลกใหม่จริงๆ!”

เจ้าหมิงหมิงกล่าว

เกาลัดคั่วน้ำตาลถาม

ทั้งๆ ที่เป็นเพียงบะหมี่เต้าหู้แสนธรรมดาและไม่ใช่อาหารที่มีเนื้อหรือปลา จะนับได้ว่าแปลกใหม่หรือไม่แปลกใหม่ได้อย่างไร….

“คุณหนูท่านนี้ช่างเป็นผู้เชี่ยวชาญจริงๆ!”

เหล่าหลี่เจ้าของแผงเอ่ยขณะหันหลังให้คนทั้งสอง

“ข้าแค่พูดไปเรื่อยเท่านั้น”

เจ้าหมิงหมิงกล่าวพลางหัวเราะเบาๆ

คำชมเช่นนี้ นางได้ยินอยู่บนเขาเรียงรันมาจนหูขึ้นหูดหมดแล้ว…

แต่เมื่อเหล่าหลี่เจ้าของแผงกล่าวมาดังนี้ กลับทำให้นางมีความรู้สึกที่ต่างออกไป

และรู้สึกชื่นชอบขึ้นมาทันที

แต่คำที่นางเอ่ยออกไปกลับเป็นคำพูดกลวงๆ เป็นแค่การพูดอ้อมค้อมตามพิธีเท่านั้น

“ไม่ ไม่ใช่แค่พูดไปเรื่อย! ท่านกินแล้วต้องแยกออกเป็นแน่!

เหล่าหลี่เจ้าของแผงพูดอย่างจริงจัง

“เต้าหู้ของข้าล้วนเลือกใช้ถั่วเหลืองที่ดีที่สุดทำออกมาใหม่ทุกวันตั้งแต่รุ่งสาง ฉะนั้นจึงมีเพียงเท่านี้ ขายหมดก็เก็บแผง”

เหล่าหลี่เจ้าของแผงพูดต่อ

“บะหมี่ก็ทำใหม่ทุกวันหรือ”

เจ้าหมิงหมิงถาม

“แน่นอนสิ! ปกติขายแค่ราวหนึ่งชั่วยามครึ่ง อย่างมากก็ขายแค่สองชั่วยามเท่านั้น”

เหล่าหลี่เจ้าของแผงกล่าว

“หากสองชั่วยามแล้วยังขายไม่หมดเล่า”

เจ้าหมิงหมิงถาม

เหล่าหลี่เจ้าของแผงเอ่ยทั้งส่ายหน้า

“เหตุใดจึงเอามาขายอีกไม่ได้ ยิ่งขายมากไม่ใช่ว่ายิ่งได้เงินมากขึ้นหรอกหรือ”

เจ้าหมิงหมิงถาม

“นานไปบะหมี่จะแข็ง เต้าหู้ก็ไม่สดใหม่…จะกินก็กินได้แต่ไม่อร่อยแล้ว…แม้ว่าแผงเล็กๆ ของข้าจะไม่มีชื่อเสียงอันใด แต่เรื่องพวกนี้ไม่ว่าเล็กหรือใหญ่ก็ไม่ควรสะเพร่าทั้งสิ้น!”

เหล่าหลี่เจ้าของแผงกล่าว

เจ้าหมิงหมิงพลันตกตะลึงกับคำพูดนี้เล็กน้อย

นางคิดไม่ถึงเลยว่าแผงขายบะหมี่เต้าหู้เล็กๆ จะแฝงความคิดอ่านที่ลึกล้ำเช่นนี้

หรือว่านี่ก็คือแดนมนุษย์

แม้จะเป็นคนธรรมดาที่ไม่สะดุดตาแต่อย่างใด แต่เบื้องหลังของเขาอาจมีความเป็นมาที่ทำให้คนต้องประหลาดใจ

“เจ้าขายบะหมี่อยู่ที่นี่มานานเท่าใดแล้ว”

เกาลัดคั่วน้ำตาลถาม

“โอ้! ข้าก็ไม่เคยนับมาก่อนจริงๆ…แผงของข้านี้ก็นับได้ว่าท่องมาแล้วทั้งสี่ทิศ อาจารย์มอบให้ข้าตั้งแต่ข้าเรียนเคล็ดวิธีสำเร็จ เวลานั้นไปถึงที่ใดก็ขายที่นั่น”

เหล่าหลี่เจ้าของแผงกล่าว

บะหมี่เต้าหู้ที่เจ้าหมิงหมิงเพิ่งสั่งก็ทำเสร็จพอดี

เหล่าหลี่เจ้าของแผงยกมาวางตรงหน้า

เจ้าหมิงหมิงเห็นว่าบะหมี่ชามนี้มีเต้าหู้เยอะกว่าเดิมมาก!

ดูเหมือนว่าเหล่าหลี่เจ้าของแผงผู้นี้จะมีเจตนาบางประการ

เจ้าหมิงหมิงมองเต้าหู้ที่วางซ้อนกันเป็นชั้นหนาๆ บนบะหมี่ จึงยิ้มทั้งพยักหน้าให้เหล่าหลี่เจ้าของแผงเป็นการแสดงความขอบคุณ

เหล่าหลี่เจ้าของแผงยิ้มซื่อ แต่กลับดึงตั่งยาวตัวหนึ่งที่อยู่ข้างๆ มานั่งข้างหลังเตา

“เช่นนั้นที่มาที่นี่ก็เพราะผ่านทางมาหรือ”

เจ้าหมิงหมิงถาม

“ไม่ขอรับ ที่นี่นับว่าลงหลักปักฐานแล้ว”

เหล่าหลี่เจ้าของแผงกล่าว

“เพราะเหตุใดกัน ที่แห่งนี้มีข้อดีใดหรือ”

เจ้าหมิงหมิงถามอย่างไม่เข้าใจ

ที่ที่ทำให้คนซึ่งท่องไปสี่ทิศคิดอยากลงหลักปักฐาน ต้องมีสิ่งพิเศษไม่เหมือนใครเป็นแน่

“โดยหลักแล้วก็คือน้ำที่นี่ดี การทำเต้าหู้ก็เหมือนกับการหมักสุรา นอกจากถั่วเหลืองต้องดีแล้ว สิ่งที่สำคัญที่สุดก็คือน้ำ ถั่วเหลืองยังสามารถคัดเลือกได้ แต่น้ำนั้นมีเพียงไปลองใช้ในที่ต่างๆ ทีละแห่งจึงจะรู้ได้”

เหล่าหลี่เจ้าของแผงกล่าว

“คุณหนูสองท่านอาจไม่ทราบ…ก่อนนี้ฝืมือของเหล่าหลี่นับได้ว่าเป็นเจ้าเดียวในเมืองติ้งซีอ๋องทีเดียว!”

คนข้างๆ ได้ยินว่าเจ้าหมิงหมิงสนใจเรื่องนี้จึงเอ่ยขึ้นมา

เหล่าหลี่เจ้าของแผงได้ยินกลับโบกไม้โบกมือ เป็นการบอกให้คนผู้นั้นไม่ต้องพูดอีก

แต่คนข้างๆ ไหนเลยจะสนใจมากมาย

เพราะหากเข้าไปสนทนากับเจ้าหมิงหมิงได้สักหลายคำก็จะทำให้ตนเองดูมีความรู้

หากนางฟังแล้วอารมณ์ดีขึ้นมา อาจกำนัลเงินหนึ่งหมื่นตำลึงให้ตนก็ไม่แน่!

เมื่อมีข้อดีเช่นนี้แล้วจะยอมหยุดเพราะเหล่าหลี่เจ้าของแผงโบกมือห้ามได้อย่างไร

เมืองติ้งซีอ๋องที่เขาเอ่ยถึงนี้ ย่อมหมายถึงเมืองใหญ่ที่สุดในเขตติ้งซีอ๋อง

บนตั้งแต่ติ้งซีอ๋องฮั่ววั่ง ล่างจนถึงในเมืองที่มีผู้มากความสามารถสร้างชื่อจำนวนมากราวกับต้นไม้ในป่าทึบ

……………………

นานมาแล้ว มีร้านสองร้านติดกัน

ร้านหนึ่งขายบะหมี่เปล่า อีกร้านหนึ่งขายเต้าหู้

แล้วบะหมี่เปล่าคือสิ่งใด

ก็คือบะหมี่ที่ลวกสุกในน้ำเปล่า ไม่ได้เติมดอกเกลือแม้แต่น้อยและไม่เห็นวงน้ำมันลอยอยู่สักวง

เมื่อลวกเสร็จแล้วก็ช้อนขึ้นมาใส่ลงในชาม แบ่งเป็นแบบแห้งและแบบน้ำ

บะหมี่แห้งไม่มีน้ำ

หลังจากซื้อแล้ว ก็นำกลับเรือนไปคลุกกินกับน้ำแกงตุ๋นหรือผัดหมูสับพะโล้ต่างๆ

ส่วนบะหมี่น้ำก็มีน้ำลวกเส้นเพิ่มมาหนึ่งทัพพีครึ่ง

คนที่กินที่ร้านมักกินบะหมี่น้ำ

เพราะบนโต๊ะจะมีน้ำปรุงพริกและน้ำส้มสายชูให้

พอเติมลงในบะหมี่น้ำก็กินได้อย่างเอร็ดอร่อย

แทบไม่ต่างกับน้ำแกงตุ๋นผัดหมูสับพะโล้เลย!

ส่วนร้านเต้าหู้ที่อยู่ติดกันนั้นมีตามมาในภายหลัง

หลังร้านบะหมี่นานทีเดียว

อย่างน้อยก็ห่างกันสองสามฤดูใบไม้ผลิแล้วเข้าสู่ฤดูหนาว

ตอนที่ร้านเต้าหู้เพิ่งเปิดนั้น เรียกว่าเงียบเหงาเลยทีเดียว…

คนที่มาล้วนไปกินบะหมี่ ไม่มีใครสนใจเต้าหู้แต่อย่างใด

คนขายเต้าหู้เองก็ยังเคยกินบะหมี่เปล่าชามหนึ่ง

และยังเป็นเถ้าแก่ร้านบะหมี่เลี้ยง ไม่ต้องจ่ายเงินอีกด้วย

เมื่อกินเสร็จแล้ว เถ้าแก่ร้านเต้าหู้รู้สึกเพียงว่าน้ำบะหมี่รสชาติดีอย่างยิ่ง

เส้นบะหมี่เหนียวนุ่ม ยามกินอยู่ในปากเต็มไปด้วยกลิ่นของข้าวสาลี

ทว่าน้ำบะหมี่กลับอัศจรรย์พันลึกยิ่งกว่า!

นุ่มนวลข้นหอม

กินคู่กับบะหมี่ที่ต้องออกแรงเคี้ยวแล้วเข้ากันเป็นที่สุด

เถ้าแก่ร้านเต้าหู้ถามว่าเอาสิ่งใดต้มน้ำ

เถ้าแก่ร้านบะหมี่กลับบอกว่าตนเองไม่ได้ใส่สิ่งใดลงไป แค่ลวกบะหมี่ธรรมดาเท่านั้น

เถ้าแก่ร้านเต้าหู้พยักหน้าคิดว่าคงเป็นหลักการน้ำลวกให้รสดั้งเดิมของอาหาร

ใช้น้ำลวกเส้น เวลากินเส้นแล้วซดน้ำลวกเส้นไปด้วย

ไม่แยกจากกัน ต่างส่งกันให้รสกลมกล่อม

กินบะหมี่ชามนี้หมดแล้วจึงเรียกได้ว่าอิ่มหนำสำราญ!

ตอนแรกเถ้าแก่ร้านเต้าหู้ยังค่อนข้างอิจฉา แต่หลังจากได้กินบะหมี่ชามนั้นแล้วก็ไม่มีความคิดใดอีก

แม้การค้าจะไม่ดี แต่ก็ต้องพึงพอใจในสิ่งที่มีอยู่

แม้จะขายได้เงินไม่เท่าใด แต่เต้าหู้ทุกก้อนก็ล้วนทำอย่างตั้งใจเป็นที่สุด

ผู้อื่นบอกว่าเขาโง่ เขากลับเพียงยิ้มให้ไม่ถือสา

ก็ไม่รู้ว่าวันใดกลับมีคนประหลาดผู้หนึ่ง

คนผู้นี้ซื้อเต้าหู้ก้อนหนึ่ง จากนั้นก็ไปที่ร้านบะหมี่เปล่าซึ่งอยู่ติดกัน

เมื่อบะหมี่เปล่ายกมาให้ เขากลับใช้ตะเกียบหั่นเต้าหู้เป็นชิ้นเล็กๆ แล้วโยนลงไปในชาม

จากนั้นก็คลุกกับน้ำปรุงพริกและน้ำส้มสายชู

แล้วกินอย่างเอร็ดอร่อยยิ่งนัก!

เมื่อคนที่นั่งอยู่รอบๆ เห็นเข้า ลูกกระเดือกเป็นต้องขยับขึ้นลงโดยไม่รู้ตัว

ทั้งๆ ที่เป็นบะหมี่เปล่าเหมือนกัน น้ำปรุงพริกและน้ำส้มสายชูอย่างเดียวกัน

เหตุใดผู้อื่นจึงกินได้ออกรสออกชาติถึงเพียงนี้

ถามคนประหลาดว่ายามเอาเต้าหู้ใส่ลงในบะหมี่นั้นเป็นรสชาติเช่นใด

แต่คนผู้นี้กลับเอาแต่ก้มหน้าก้มตากินไม่พูดไม่จาแม้แต่น้อย

กินเสร็จแล้วจ่ายเงิน ถือก้อนเต้าหู้ที่ยังกินไม่หมดเดินออกไปโดยไม่แม้แต่จะหันหน้ากลับมา

คนที่เหลือนั่งมองหน้ากัน

ภายในร้านบะหมี่ก็เงียบลงทันตา…

เหลือแต่เสียงปุดๆ ของน้ำที่ลวกบะหมี่กำลังเดือดพล่านอยู่เท่านั้น

ไม่นานนัก มีคนหนึ่งลุกขึ้นแล้วเดินออกไป

เรื่องเช่นนี้ ขอเพียงมีคนหนึ่งทำก่อน ก็จะมีคนทำตามอีกเป็นจำนวนมาก

นี่เป็นจุดอ่อนทั่วไปหรือลักษณะร่วมอย่างหนึ่งของมนุษย์ ข้อนี้เจ้าหมิงหมิงก็รู้เช่นกัน

บิดานางบอกนางว่านี่เรียกว่า ‘ตามกระแส’

ลักษณะพิเศษข้อนี้ของมนุษย์เรียกได้ว่าไม่มีใครเทียบได้ในหล้า

แม้เหล่าอสูรจะอยู่กันเป็นกลุ่ม แต่ก็ต่างมีความคิดของตนเอง ไม่มีทางตามกระแสเป็นแน่

แม้บางครั้งเพื่อผลประโยชน์ของเผ่าหรือกลุ่มย่อยแล้วจะสามารถสะกดและโยนความปรารถนาส่วนตัวทิ้งไป

แต่ก็จะไม่มีทางคล้อยตามผู้อื่นเด็ดขาด

มนุษย์ทำการใดมักไม่คำนึงถึงถูกผิด

เมื่อใดที่มีคนจำนวนมากทำเช่นนี้ ก็จะรู้สึกมั่นใจมากขึ้นในทันใด

ส่วนที่ว่าความมั่นใจนี้มาจากที่ใดกันแน่

ไม่มีผู้ใดรู้

ไม่ว่าจะไปถามผู้ใด เขาล้วนสามารถผลักไปยังคนข้างกายได้ทั้งสิ้น

คล้ายว่าคนมากก็คือสมเหตุสมผลและเป็นหลักประกันของการทำเช่นนี้

เพราะกฎหมายไม่ลงทัณฑ์คนหมู่มาก หากว่าเกิดเรื่องใดขึ้นจริงๆ จะไม่มีแม้แต่ที่ให้อธิบายเหตุผล

แต่พอคิดดูอีกที นี่เป็นสิ่งที่บุตรสาวตัดสินใจเอง

หากเขาชี้นิ้วสั่งมากเกินไปจะยิ่งทำให้รำคาญใจ

ยิ่งไปกว่านั้น การเอาแต่เชื่อฟังหลักการก็ไร้ประโยชน์

แต่เมื่อพบเจอกับตนเองสักครั้ง ถึงจะได้รู้ข้อดีและข้อเสียที่แท้จริงที่สุดภายในนั้น

แรกเริ่มมักมีแค่สองสามคน

คนอื่นๆ นอกนั้นโดยมากแล้วแค่ทำตามไปอย่างส่งเดช

แต่หากว่ากันเรื่องสาเหตุแล้ว เจ้าหมิงหมิงกลับยังคิดไม่ออก

ก็เหมือนกับคนผู้หนึ่งดื่มสุราจนเมามายแล้ว

เขาจะเมาเพราะสุราจอกสุดท้าย หรือเพราะเจ็ดแปดจอกก่อนหน้านี้

หากบอกว่าเป็นเพราะเจ็ดแปดจอกก่อนหน้าก็กลับไม่มีเหตุผล

เพราะเขาดื่มไปเจ็ดแปดจอกแล้ว ก็ยังครองสติได้แจ่มชัด

มีเพียงเมื่อจอกสุดท้ายลงท้องไป สติจึงค่อยๆ เลือนลาง

แต่หากบอกว่าเขาดื่มเพียงจอกเดียวก็เมาเสียแล้ว

เกรงว่าเขาจะต้องลุกขึ้นมาเถียงอย่างสุดกำลัง และบอกว่าก่อนหน้านี้เขาดื่มมาเจ็ดแปดจอกแล้ว

สิ่งที่คนดื่มสุราชิงชังเป็นที่สุดก็คือผู้อื่นบอกว่าตนคออ่อน

ด้วยเหตุนี้ แม้ว่าตนจะดื่มจนสุราเต็มท้องแล้ว ก็จะยังขมวดคิ้ว ดึงมุมปากแล้วกลืนลงไป

นี่ก็เป็นความคิดที่ทุกคนเห็นพ้องกันอย่างหนึ่ง

นั่นเพราะทุกคนต้องมีชีวิตอยู่ท่ามกลางคำพูดและสายตาของผู้อื่น

ตนเองพูดถึงตนเอง แต่ไรมาก็ไม่นับเป็นแก่นสาร

ต้องให้ผู้อื่นวิพากษ์วิจารณ์จึงจะนับว่าเป็นกลาง

การชมเชยก็เป็นหลักการอย่างเดียวกัน

ตนชมตนเองถือเป็นการคุยโว

ผู้อื่นเอ่ยออกมาจึงนับว่าน่ายินดี

เมื่อเป็นดังนั้น คนอื่นจึงกลายเป็นบรรทัดฐานกำหนดถูกผิดดีชอบด้านวาจาและการกระทำของตน ผู้อื่นทำได้ตนเองก็ทำได้เช่นกัน ผู้อื่นไม่ทำตนเองก็ย่อมไม่ทำเช่นกัน

เมื่อเป็นดังนี้ ไม่ว่าการพูดจาหรือการกระทำล้วนวิ่งตามผู้อื่น ใช้สายตาของผู้อื่นมองสรรพสิ่ง ใช้สมองของผู้อื่นใคร่ครวญปัญหา ใช้มือเท้าผู้อื่นลงมือทำ เมื่อใดที่ทำผิดพลาดขึ้นมาก็จะหลอกตัวเองด้วยการผลักความรับผิดชอบไปที่ผู้อื่น

………………………………………

……….

Prev
Next
MY READING HISTORY
You don't have anything in histories
POPULAR MANGA
กระบี่จงมา
กระบี่จงมา
บทที่ 992.2 ดอกไม้แดงบนภูเขาเขียวดุจเพลิงลุกไหม้ 27 พฤศจิกายน 2024
บทที่ 992.1 ดอกไม้แดงบนภูเขาเขียวดุจเพลิงลุกไหม้ 27 พฤศจิกายน 2024
323r
ท่านอ๋องผู้โหดร้ายกับหมอปีศาจ
ตอนที่ 2138 จะทำลายพวกเจ้า 27 พฤศจิกายน 2024
ตอนที่ 2137 เทือกเขาแห่งความตาย 27 พฤศจิกายน 2024
เทพกระบี่มรณะ (chaotic sword god)
เทพกระบี่มรณะ (chaotic sword god)
ตอนที่ 2528 - การตัดแขน 27 พฤศจิกายน 2024
ตอนที่ 2527 - ชำระหนี้แค้น 27 พฤศจิกายน 2024
61d44445LSpjhqcZ
เปิดระบบสุดโกงอัปสกิลหมอ
บทที่ 869 ที่หลบภัย 27 พฤศจิกายน 2024
บทที่ 868 ผมซับเหงื่อให้ครับ 27 พฤศจิกายน 2024
Full-time-Artist-ใครว่าผมไม่เหมาะเป็นศิลปิ
Full-time Artist ใครว่าผมไม่เหมาะเป็นศิลปิน
ตอนที่ 775 อาภรณ์หลวมโพรกมิเสียดาย เพื่อเจ้าข้าผ่ายผอมยอมอิดโรย 27 พฤศจิกายน 2024
ตอนที่ 774 ผีเสื้อรักบุปผา 27 พฤศจิกายน 2024
นิยายแปล-~จ้าวนักสู้เกิดใหม่ทั้งทีดันเป็นนางร้าย-~-ลูน่าอยากรีไทร์แล้ว
[นิยายแปล] ~จ้าวนักสู้เกิดใหม่ทั้งทีดันเป็นนางร้าย ~ ลูน่าอยากรีไทร์แล้ว
ตอนที่ 53 - 030:แผนการฝึกนักบุญ⑦ ค้นหาศัตรู 27 พฤศจิกายน 2024
ตอนที่ 52 - 029:แผนการฝึกนักบุญ⑥ ก่อนการต่อสู้ 27 พฤศจิกายน 2024
Here for more Popular Manga

Comments for chapter "บทที่ 398 กุหลาบพันปีสีเลือดกลางฝนเย็น-7"

MANGA DISCUSSION

ใส่ความเห็น ยกเลิกการตอบ

You must Register or Login to post a comment.

  • HOME
  • COOKIE POLICY

© 2026 Madara Inc. All rights reserved