cat2auto | นิยาย นิยายออนไลน์ นิยายวาย นิยาย PDF
  • หน้าหลัก
  • อ่านมังงะ
  • เว็บอ่านมังงะ
  • นิยายวาย [Yaoi]
  • Nekopost
  • Niceoppai
  • รออัพเดท
  • มังงะ18+
  • แทงหวย24
  • manga
Advanced
  • หน้าหลัก
  • อ่านมังงะ
  • เว็บอ่านมังงะ
  • นิยายวาย [Yaoi]
  • Nekopost
  • Niceoppai
  • รออัพเดท
  • มังงะ18+
  • แทงหวย24
  • manga
  • Romance
  • Comedy
  • Shoujo
  • Drama
  • School Life
  • Shounen
  • Action
  • MORE
    • Adult
    • Adventure
    • Anime
    • Comic
    • Cooking
    • Doujinshi
    • Ecchi
    • Fantasy
    • Gender Bender
    • Harem
    • Historical
    • Horror
    • Josei
    • Live action
    • Manga
    • Manhua
    • Manhwa
    • Martial Arts
    • Mature
    • Mecha
    • Mystery
    • One shot
    • Psychological
    • Sci-fi
    • Seinen
    • Shoujo Ai
    • Shounen Ai
    • Slice of Life
    • Smut
    • Soft Yaoi
    • Soft Yuri
    • Sports
    • Tragedy
    • Supernatural
    • Webtoon
    • Yaoi
    • Yuri
Prev
Next

ศึกยุทธ์ใต้ขุนเขาเงาจันทรา - บทที่ 396 กุหลาบพันปีสีเลือดกลางฝนเย็น-5

  1. Home
  2. All Mangas
  3. ศึกยุทธ์ใต้ขุนเขาเงาจันทรา
  4. บทที่ 396 กุหลาบพันปีสีเลือดกลางฝนเย็น-5
Prev
Next

บทที่ 396 กุหลาบพันปีสีเลือดกลางฝนเย็น-5

……….

“แต่ว่าคุณหนูเจ้าคะ…หากพวกเรากินข้าวก็ต้องสนทนากับพวกเขา หากบังเอิญว่า…”

อย่ามองแต่ว่าวันๆ เกาลัดคั่วน้ำตาลเอาแต่สนุกสนาน หากให้นางพุ่งชนขึ้นมาจริงๆ ในใจนางไม่ได้เป็นกังวลกับสิ่งที่อาจเกิดขึ้น แต่ไม่ยอมให้เกิดขึ้นเลยต่างหาก

ความไม่ยินยอมนี้ หาใช่เพราะนางไม่กล้าพอ เพียงเพราะไม่มั่นใจเท่านั้น

“หากบังเอิญว่าสิ่งใด”

เจ้าหมิงหมิงถาม

นางย่อมรู้ดีว่าเกาลัดคั่วน้ำตาลกำลังกังวลเรื่องใด

ที่ถามเช่นนี้ก็เพียงต้องการให้นางกล่าวออกมาอย่างชัดเจนเท่านั้น

พูดความกังวลของตนออกมา ยอมรับความขลาดกลัวของตนเอง แม้จะเป็นวิธีที่ค่อนข้างโหดร้าย

แต่เมื่อคำสุดท้ายกล่าวออกจากปากก็จะรู้สึกผ่อนคลายอย่างบอกไม่ถูก

“พวกเขาล้วนเป็นมนุษย์…หนำซ้ำล้วนเป็นบุรุษ…หากจับพวกเราไป….”

เกาลัดคั่วน้ำตาลพูดติดๆ ขัดๆ

“หากจับพวกเรากิน? ข้าเคยเห็นแต่อสูรกินคน เจ้าเคยเห็นคนกินอสูรหรือ”

เจ้าหมิงหมิงย้อนถาม

เกาลัดคั่วน้ำตาลนิ่งเงียบไม่พูดจา ผ่านไปพักใหญ่จึงเอ่ยว่า

“ข้าแค่เคยได้ยินว่าความคิดอ่านของพวกมนุษย์ซับซ้อนเหลือเกิน…พวกเราแยกแยะได้ยากเย็นนัก หากบังเอิญพลาดท่าหลงกลแล้วจะทำเช่นใด…”

ประโยคนี้กลับทำให้เจ้าหมิงหมิงพูดไม่ออก

นางไม่อาจปฏิเสธได้ว่าความรู้สึกนึกคิดของมนุษย์ซับซ้อนยิ่ง

อย่างน้อยก็ซับซ้อนกว่าระหว่างเหล่าอสูรด้วยกันมากนัก

เด็กทารกมนุษย์ที่เพิ่งถือกำเนิดไม่อาจเทียบเท่าอสูร

แต่ในฐานะสิ่งมีชีวิตที่ถือกำเนิดมา สิ่งใดคือความหมายของการเลือกที่จะเข้าใจโลกหล้านี้

อาจเพียงเพราะไม่อยากตายจึงได้ยึดถือหลักการที่เรียบง่ายเพื่อพยายามมีชีวิตต่อไป

เจ้าหมิงหมิงเคยอ่านเจอในหนังสือว่าสิ่งที่แตกต่างกันที่สุดระหว่างมนุษย์และอสูรนั้น เหมือนว่ามนุษย์ไม่เคยหยุดใคร่ครวญ การใคร่ครวญนี้อาจเป็นการค้นหาคำตอบของหลายๆ สิ่ง วิธีแก้ปัญหาในเรื่องบางเรื่อง หรือไม่ก็เป็นความหลงใหลปักใจคนบางคน

แต่ทุกปัญหาไม่อาจแก้ไขได้ด้วยการใคร่ครวญเพียงอย่างเดียว หลักการที่มนุษย์เอ่ยถึงมักเป็นการแก้ต่างให้ตนเอง ฟังแล้วคล้ายเป็นคำพูดเหลวไหล เล่นลิ้นส่งเดชแต่อาจแฝงไว้ด้วยปัญญาอันยิ่งใหญ่

ทั้งหมดทั้งมวลนี้ขึ้นอยู่กับว่ามนุษย์จะยอมรับหรือไม่ก็เท่านั้น

แดนมนุษย์กว้างใหญ่กว่าเก้าบรรพต และยังเจริญรุ่งเรืองกว่าเก้าบรรพตด้วย

ฉะนั้น ตัวเลือกที่มนุษย์เลือกได้ย่อมมีมากกว่าของอสูรมากนัก

มนุษย์สามารถดำรงชีวิตอยู่ตามจิตสำนึกของตน แต่เหล่าอสูรกลับอาศัยสัญชาตญาณของตนมากกว่า

สัญชาตญาณและจิตสำนึกนั้นยังแบ่งเป็นสูงและต่ำด้วย

สัญชาตญาณมีเพียงเรื่องพื้นๆ เช่น ง่วงจึงไปนอน กินอิ่มแล้วก็ไม่หิวอีก

แต่จิตสำนึกกลับเป็นความปรารถนาที่สูงกว่านั้น

สัญชาตญาณไม่ได้ทำให้เหล่าอสูรต้องตัดสินใจเลือกหรือใคร่ครวญความหมายของชีวิต

แต่สิ่งที่ทำให้เจ้าหมิงหมิงไม่เข้าใจก็คือเหมือนว่ามนุษย์ชอบค้นหาเรื่องใดเรื่องหนึ่งให้ถึงรากถึงโคนอย่างยิ่ง

ถึงแม้ทำไม่ได้ก็จะใช้การวิเคราะห์ของตนจำกัดนิยามที่ตนเองคิดว่าถูกต้อง

เช่น ขอทานต้องเป็นพวกเกียจคร้านเอาแต่ขอกิน คนรวยล้วนมานะบากบั่น

คนทั่วไป เรื่องทั่วไป ยังพอฝืนเหมารวมได้

แต่เมื่อพบกับเรื่องที่เกินกำลังของมนุษย์อย่างลมพายุฟ้าผ่า กลับเอาความหวังไปฝากไว้กับรูปปั้นดินเหนียวในศาลเจ้า

นี่ไม่ใช่เรื่องน่าขันยิ่งหรอกหรือ

ทว่าเมื่อจิตสำนึกของนางยิ่งหยั่งรากลึก ความคิดนี้ก็กลับตาลปัตร รู้สึกว่าคนที่น่าขันที่แท้แล้วกลับเป็นตนเอง…

สิ่งที่ดูคล้ายไม่สมเหตุสมผลเหล่านี้ ความจริงแล้วนี่ต่างหากจึงเป็นเรื่องปกติในแดนมนุษย์

และก็เพราะมีความไม่สมเหตุสมผลเช่นนี้อยู่ มนุษย์จึงมีความคิดในแง่ดีเพื่อพยายามมีชีวิตอยู่ต่อไปได้

หากเรื่องไม่เป็นไปตามที่ต้องการหรือไม่ราบรื่น ฉะนั้นก็จงทำเรื่องอื่นต่อไป

จนกว่าจะเจอเรื่องที่เป็นดังใจ

ในยามที่เกินเยียวยาแล้วจริงๆ ก็ไปสวดภาวนาร้องขอที่ศาลเจ้าเพื่อเป็นกำลังใจและที่พึ่งอย่างหนึ่ง

ในยามที่ไม่สมปรารถนา ความหวังจะบังคับให้ทั้งจิตใจและร่างกายเดินหน้าต่อ

แม้ว่าเมื่อทำเช่นนี้แล้วมักจะเกิดความผิดพลาดอย่างเดียวกัน

แต่ท่ามกลางวัฏจักรอันกว้างใหญ่ ความผิดพลาดเหล่านี้กลับแตกต่างกันอย่างยิ่ง

การทำผิดนับครั้งไม่ถ้วน และปรับปรุงแก้ไขหรือตั้งต้นใหม่นับครั้งไม่ถ้วน

ก็เป็นหนทางที่ต้องเดินผ่านเพื่อเติมเต็มความปรารถนาและภาวนาให้ทุกสิ่งเป็นดั่งใจไม่ใช่หรือ

เมื่อคิดเช่นนี้ เจ้าหมิงหมิงจึงรู้สึกว่าที่แท้แล้วมนุษย์ไม่ใช่สิ่งมีชีวิตที่จะนำมาเปรียบเทียบกับอสูรได้

มนุษย์นั้นหมายถึงสภาวะของการดำรงอยู่หรือรูปแบบการใช้ชีวิตอย่างหนึ่ง

เมื่อความหวังแตกสลายก็วิงวอนภาวนา ร่ำไห้คร่ำครวญดิ้นรน และพยายามแสวงหาอย่างยากลำบาก

มนุษย์เวียนว่ายอยู่ในสภาวะเช่นนี้ซ้ำแล้วซ้ำเล่า

หรือพูดได้ว่ามีเพียงเมื่อมีสภาวะเช่นนี้จึงจะเรียกได้ว่าเป็นมนุษย์

เกาลัดคั่วน้ำตาลคิดว่ามนุษย์ไม่ดี จิตใจไม่งดงาม

ที่แท้แล้วมนุษย์ก็ไม่ได้เป็นสิ่งมีชีวิตที่ดำรงอยู่เพื่อมีจิตใจที่งดงามหรือมีความสูงส่งใดๆ

มนุษย์มักยกตนเองให้สูงส่ง

แต่สิ่งที่กระจ่างชัดเจนไม่ได้เป็นเช่นนั้น

และสิ่งที่ขุ่นมัวก็ไม่จำเป็นต้องเป็นเช่นนั้น

มนุษย์เป็นเพียงวิธีเรียกขานสิ่งมีชีวิตที่มีสภาวะเช่นนี้เท่านั้น

ไม่ว่าสิ่งมีชีวิตใดๆ เมื่อสามารถไปถึงสภาวะนั้นได้ ล้วนสามารถเรียกได้ว่าเป็นมนุษย์

เจ้าหมิงหมิงรู้ว่าเวลานี้ตนยังไม่เป็นมนุษย์ที่สมบูรณ์

แต่ท่ามกลางฝูงชนเดินขวักไขว่ตรงหน้าจะมีสักกี่คนที่มีคุณสมบัติเพียงพอ?

ผู้ใดล้วนไม่อาจบอกได้ชัดเจน

ด้วยเหตุนี้เจ้าหมิงหมิงจึงไม่กลัว

ไม่เพียงไม่กลัว แต่ยังทะเยอทะยานมากอีกด้วย

นางต้องการทำให้สภาวะที่เรียกว่ามนุษย์ของตนสมบูรณ์

และเป็น ‘มนุษย์’ ที่มีคุณสมบัติเพียบพร้อมที่สุดตั้งแต่หัวจรดเท้า

หากเอ่ยถ้อยคำเหล่านี้ออกไป จะต้องถูกเหล่าอสูรแห่งเก้าบรรพตคัดค้านเป็นแน่

แต่มีเพียงตัวเจ้าหมิงหมิงเองที่เข้าใจแจ่มแจ้ง

ว่าการเป็นมนุษย์ที่นางปรารถนานั้นหาใช่ที่ร่างกายภายนอกหรือวิถีการดำเนินชีวิต

แต่เป็นทัศนคติด้านความรู้สึกที่หลากหลาย มีสิทธิ์ในการเลือก และความสามารถในการรับรู้

สิ่งเหล่านี้ หากอยู่แต่ในเขาเรียงรันชั่วชีวิตก็ไม่อาจเรียนรู้ได้

มีเพียงสั่งสมทีละเล็กทีละน้อยจากประสบการณ์จริง

แม้จะต้องเสียเปรียบบ้างก็ไม่เป็นไร

ส่วนเรื่องที่ว่าจะหลงกลถูกหลอก เจ้าหมิงหมิงกลับไม่เคยคิดถึงเรื่องนี้มาก่อน…

เพราะนางคิดว่าตนฉลาดพอ

เกาลัดคั่วน้ำตาลมีสีหน้าตึงเครียด สายตาล่องลอย

ใจนางตระหนกลนลานอย่างยิ่ง

เจ้าหมิงหมิงอยู่ข้างกายนางยังสัมผัสได้ถึงไอแห่งความกระวนกระวายใจแสนลึกล้ำ

ยิ่งไปกว่านั้นที่ตรงหน้านี้ดูเหมือนว่าเป็นแค่ตลาดเท่านั้น หาใช่ที่สำหรับกินอาหาร

“ตามข้ามา!”

เจ้าหมิงหมิงขมวดคิ้ว ดึงข้อมือเกาลัดคั่วน้ำตาลเดินไปข้างหน้า

แต่ฝูงชนแออัดในตลาดกลับทำให้พวกนางเดินเชื่องช้ายิ่งนัก…

“คุณหนู ที่นี่คนแออัดนัก อึดอัดจริงๆ เจ้าค่ะ…”

ความจริงแล้วแม้ฝูงชนจะเบียดเสียด แต่ก็ยังห่างไกลจากขั้นที่เกาลัดคั่วน้ำตาลเอ่ยมากนัก

เจ้าหมิงหมิงรู้ว่านี่เป็นเพียงความตระหนกในใจนางเท่านั้น ซึ่งก็ไม่สมเหตุสมผลเอาเสียเลย

“เหมือนจะเป็นทางนั้น!”

เจ้าหมิงหมิงพูดกับตนเอง

ปีกจมูกนางขยับน้อยๆ สองสามหน

คล้ายกำลังหาบางสิ่งก่อนวิ่งปรี่ไปยังทิศทางนั้น

เพียงครู่เดียว

สิ่งที่ปรากฏอยู่ตรงหน้าเจ้าหมิงหมิงและเกาลัดคั่วน้ำตาลก็คือแผงบะหมี่แผงหนึ่ง

โต๊ะที่มีแต่คราบน้ำมันสองสามตัวตั้งอยู่ข้างหลังเตาไฟธรรมดาๆ

โต๊ะทุกตัวมีม้านั่งยาวสี่ตัว

บนม้านั่งยาวทุกตัวสามารถนั่งได้สองคน

มีหม้อเหล็กขนาดใหญ่ที่หูหายไปข้างหนึ่งตั้งอยู่บนเตา

น้ำที่อยู่ข้างในกำลังเดือดปุดๆ

เจ้าหมิงหมิงเดินเข้าไปใกล้ๆ หม้อ ใช้มือกวักไอร้อนของน้ำที่กำลังเดือดเบาๆ

“เป็นที่นี่นี่เอง!”

“คุณหนูกล่าวถูกต้องเจ้าค่ะ! กลิ่นเมื่อครู่นี้ก็คือกลิ่นนี้นั่นเอง!”

ครึ่งตัวของเกาลัดคั่วน้ำตาลยืนอยู่ข้างหลังเจ้าหมิงหมิง แต่หัวของนางกลับโผล่ออกมาทางไหล่ขวาของเจ้าหมิงหมิงเพื่อดมกลิ่นแล้วจึงพูด

“นี่คือสิ่งใดกัน”

เจ้าหมิงหมิงถาม

“บะหมี่เต้าหู้!”

เหล่าหลี่เจ้าของแผงเงยหน้าขึ้นมองคนทั้งสองแล้วเอ่ยตอบ

เพียงแต่สายตาของเขากลับมีแววเจ้าเล่ห์

ไม่รู้ว่าเหตุใดแม่นางสองคนที่แต่งตัวงดงามและสวมเสื้อผ้าราคาแพงจึงได้มาสอบถามที่แผงของตน

“คุณหนู บะหมี่เต้าหู้คือสิ่งใดเจ้าคะ”

เกาลัดคั่วน้ำตาลถาม

เจ้าหมิงหมิงกลับส่ายหน้า

นางรู้ว่าสิ่งใดคือเต้าหู้

แต่บะหมี่เต้าหู้นี้ไม่เคยได้ยินมาก่อนเลยจริงๆ

ครั้งแรกที่เจ้าหมิงหมิงได้กินเต้าหู้ก็คือตอนที่นางเพิ่งแปลงกายเป็นมนุษย์

นางสงสัยใคร่รู้กับก้อนเต้าหู้ขาวๆ นุ่มๆ นี้อย่างยิ่ง

ยามกินเข้าไปรู้สึกลื่นๆ ในปากและสามารถกลืนลงคอได้โดยไม่ต้องเคี้ยวแต่อย่างใด

ด้วยเหตุนี้ เจ้าหมิงหมิงจึงพยายามทำความเข้าใจเป็นพิเศษว่าเต้าหู้ของแดนมนุษย์นี้เป็นของสิ่งใดกันแน่

ภายหลังจึงเพิ่งรู้ว่าเต้าหู้ก็แบ่งชนิดไปตามท้องถิ่นด้วย

เต้าหู้ที่นางกินนั้นให้รสสัมผัสที่นุ่มลื่นนัก แต่สำหรับทางใต้แล้วกลับค่อนข้างหยาบ

เต้าหู้ที่นุ่มลื่นจริงๆ ละมุนยิ่งกว่าดอกบัว เนียนนุ่มยิ่งกว่าผ้าต่วน

และเต้าหู้ยังมีข้อดีที่อาหารชนิดอื่นไม่มี

นั่นก็คือสามารถกินได้ไม่ว่าสุกหรือดิบ

แม้เหล่าอสูรจะไม่ได้สนใจในข้อนี้

แต่เมื่อกลายร่างนานวันเข้าก็จะเข้าใกล้สภาวะของ ‘มนุษย์’ ทีละก้าว

อาหารทุกมื้อจึงต้องปรุงรส

แต่มีเพียงเต้าหู้ที่แม้ไม่ได้นำไปปรุงอาหาร แค่ตัดเป็นชิ้นก็สามารถกินได้

ส่วนจะกินกับสิ่งใดนั้น ก็แล้วแต่ความชื่นชอบของแต่ละคน

วิธีกินที่เจ้าหมิงหมิงชื่นชอบที่สุดก็คือใส่ต้นหอมซอย เติมซีอิ๊วสารท[1]สองช้อน และน้ำส้มสายชูอีกเล็กน้อย

เทลงบนเต้าหู้ที่หั่นเสร็จแล้วคลุกเคล้าเบาๆ พลิกเอาชิ้นที่ชุ่มน้ำปรุงขึ้นมาข้างบนเพื่อกินก่อน

เมื่อกินข้างบนหมดแล้ว เต้าหู้ข้างล่างก็จะได้รสชาติพอดี

เมื่อเทียบวิธีการกินแสนเรียบง่ายของเจ้าหมิงหมิงแล้ว เจ้าเจ๋อบิดาของนางกลับเป็นผู้เชี่ยวชาญในการกินเต้าหู้

เขาก็ชอบกินเต้าหู้คลุกเช่นเดียวกับเจ้าหมิงหมิงแต่จะใช้ใบกุยช่าย ไม่ใช้ต้นหอม

ก่อนกินทุกครั้งจะกำชับพ่อครัวว่าต้องลวกเต้าหู้ด้วยน้ำเดือดรอบหนึ่ง

เพราะการลำเลียงเต้าหูจากตีนเขาของแดนมนุษย์มาบนเขาเรียงรันนี้ต้องเปรอะเปื้อนกลิ่นดินมาไม่น้อย

การลวกจะสามารถกำจัดกลิ่นดินในเต้าหู้ได้

และยังทำให้ผิวของเต้าหู้แข็งขึ้นเล็กน้อย รสสัมผัสเวลากินจะหยุ่นและหนึบมากขึ้น

แต่ก็ห้ามลวกนานเกินไป

เพราะถ้าลวกจนสุกทั้งหมด ไม่เพียงรสสัมผัสอ่อนนุ่มของเต้าหู้จะหายไป ผิวข้างนอกก็จะยับย่น…

แค่มองก็รู้สึกเศร้าใจแล้ว ยิ่งไม่ต้องเอ่ยถึงเอามาใส่ปากกินด้วยซ้ำ

ใบกุยช่ายจะมีมากที่สุดในช่วงเปลี่ยนผ่านระหว่างฤดูใบไม้ผลิและฤดูร้อน และหลังจากต้นฤดูใบไม้ผลิเพิ่งผ่านไป

ใบกุยช่ายในช่วงนี้จะหอมนุ่มมาก ใบอ่อนที่แตกออกมีสีเขียวสดยิ่งกว่าดอกบัวเล็กๆ ที่เพิ่งโผล่ยอดแหลมๆ เสียอีก

ใบกุยช่ายนี้ก็ต้องจัดการเช่นเดียวกับเต้าหู้ เมื่อลวกในน้ำเดือดแล้วก็ต้องตักออกทันที

พักไว้จนอุ่นๆ จึงค่อยโรยดอกเกลือข้างบนชั้นหนึ่ง หยดสุราที่หมักมานานสักสองสามหยด

รอจนเย็นสนิทก็จะหมักจนเข้าเนื้อ

เพียงแค่ซอยใบกุยช่ายแล้วโรยลงบนเต้าหู้ก็สามารถกินได้แล้ว

กินลงไปคำหนึ่งล้วนเต็มไปด้วยกลิ่นอายของฤดูใบไม้ผลิ

แม้จะเป็นคนที่มีความทุกข์โศกและทอดถอนใจว่าเวลาผ่านไปเร็วนักอยู่ทุกวัน ก็ล้วนปรารถนาอย่างล้นเหลือให้ฤดูใบไม้ผลินี้หยุดอยู่นานสักหน่อย หรือไม่ก็อยากให้ฤดูใบไม้ผลิในปีหน้ามาไวสักหน่อย

………………………………………

[1] ซีอิ๊วสารท คือ ซีอิ๊วที่ทำออกมาครั้งแรกในฤดูใบไม้ผลิ ถือเป็นเครื่องปรุงชั้นดี

……….

Prev
Next
MY READING HISTORY
You don't have anything in histories
POPULAR MANGA
กระบี่จงมา
กระบี่จงมา
บทที่ 992.2 ดอกไม้แดงบนภูเขาเขียวดุจเพลิงลุกไหม้ 27 พฤศจิกายน 2024
บทที่ 992.1 ดอกไม้แดงบนภูเขาเขียวดุจเพลิงลุกไหม้ 27 พฤศจิกายน 2024
323r
ท่านอ๋องผู้โหดร้ายกับหมอปีศาจ
ตอนที่ 2138 จะทำลายพวกเจ้า 27 พฤศจิกายน 2024
ตอนที่ 2137 เทือกเขาแห่งความตาย 27 พฤศจิกายน 2024
เทพกระบี่มรณะ (chaotic sword god)
เทพกระบี่มรณะ (chaotic sword god)
ตอนที่ 2528 - การตัดแขน 27 พฤศจิกายน 2024
ตอนที่ 2527 - ชำระหนี้แค้น 27 พฤศจิกายน 2024
61d44445LSpjhqcZ
เปิดระบบสุดโกงอัปสกิลหมอ
บทที่ 869 ที่หลบภัย 27 พฤศจิกายน 2024
บทที่ 868 ผมซับเหงื่อให้ครับ 27 พฤศจิกายน 2024
Full-time-Artist-ใครว่าผมไม่เหมาะเป็นศิลปิ
Full-time Artist ใครว่าผมไม่เหมาะเป็นศิลปิน
ตอนที่ 775 อาภรณ์หลวมโพรกมิเสียดาย เพื่อเจ้าข้าผ่ายผอมยอมอิดโรย 27 พฤศจิกายน 2024
ตอนที่ 774 ผีเสื้อรักบุปผา 27 พฤศจิกายน 2024
นิยายแปล-~จ้าวนักสู้เกิดใหม่ทั้งทีดันเป็นนางร้าย-~-ลูน่าอยากรีไทร์แล้ว
[นิยายแปล] ~จ้าวนักสู้เกิดใหม่ทั้งทีดันเป็นนางร้าย ~ ลูน่าอยากรีไทร์แล้ว
ตอนที่ 53 - 030:แผนการฝึกนักบุญ⑦ ค้นหาศัตรู 27 พฤศจิกายน 2024
ตอนที่ 52 - 029:แผนการฝึกนักบุญ⑥ ก่อนการต่อสู้ 27 พฤศจิกายน 2024
Here for more Popular Manga

Comments for chapter "บทที่ 396 กุหลาบพันปีสีเลือดกลางฝนเย็น-5"

MANGA DISCUSSION

ใส่ความเห็น ยกเลิกการตอบ

You must Register or Login to post a comment.

  • HOME
  • COOKIE POLICY

© 2026 Madara Inc. All rights reserved