cat2auto | นิยาย นิยายออนไลน์ นิยายวาย นิยาย PDF
  • หน้าหลัก
  • อ่านมังงะ
  • เว็บอ่านมังงะ
  • นิยายวาย [Yaoi]
  • Nekopost
  • Niceoppai
  • รออัพเดท
  • มังงะ18+
  • แทงหวย24
  • manga
Advanced
  • หน้าหลัก
  • อ่านมังงะ
  • เว็บอ่านมังงะ
  • นิยายวาย [Yaoi]
  • Nekopost
  • Niceoppai
  • รออัพเดท
  • มังงะ18+
  • แทงหวย24
  • manga
  • Romance
  • Comedy
  • Shoujo
  • Drama
  • School Life
  • Shounen
  • Action
  • MORE
    • Adult
    • Adventure
    • Anime
    • Comic
    • Cooking
    • Doujinshi
    • Ecchi
    • Fantasy
    • Gender Bender
    • Harem
    • Historical
    • Horror
    • Josei
    • Live action
    • Manga
    • Manhua
    • Manhwa
    • Martial Arts
    • Mature
    • Mecha
    • Mystery
    • One shot
    • Psychological
    • Sci-fi
    • Seinen
    • Shoujo Ai
    • Shounen Ai
    • Slice of Life
    • Smut
    • Soft Yaoi
    • Soft Yuri
    • Sports
    • Tragedy
    • Supernatural
    • Webtoon
    • Yaoi
    • Yuri
Prev
Next

ศึกยุทธ์ใต้ขุนเขาเงาจันทรา - บทที่ 391 ไร้ร่องรอย ไร้ขอบเขต-6

  1. Home
  2. All Mangas
  3. ศึกยุทธ์ใต้ขุนเขาเงาจันทรา
  4. บทที่ 391 ไร้ร่องรอย ไร้ขอบเขต-6
Prev
Next

บทที่ 391 ไร้ร่องรอย ไร้ขอบเขต-6

……….

ปกติในยามเย็นชุ่ยเวยมักนั่งทานอาหารอยู่อย่างว่าง่ายภายในเรือนของนาง

ทว่าทุกคราวที่นางมองออกไปยังหมู่เมฆที่ซ้อนกันเป็นชั้นๆ นอกหน้าต่าง ในใจก็มีความรู้สึกประหลาดอย่างหนึ่งคอยหมุนกลิ้งไปมาไม่หยุดหย่อน

นี่ก็คือสาเหตุที่นางแอบออกจากจวนเสนาบดีในวันนี้…

ชุ่ยเวยอยากมองและสัมผัสยามเย็นในเมืองหลวงแห่งนี้ด้วยตาตนเองสักหน

เด็กพูดความจริงเสมอ

ชอบก็คือชอบ ไม่สบายก็คือไม่สบาย

หากเปลี่ยนเป็นผู้ใหญ่อาจต้องอธิบายกันยืดยาว พูดทำนองว่ายามเย็นเหมาะแก่การฝึกตนทำให้จิตใจว่างได้ง่าย สงบนิ่งมีสมาธิและสามารถยกระดับจิตใจตนได้อะไรทำนองนั้น

แต่ในใจของชุ่ยเวยแล้ว นางรู้สึกเพียงว่ายามเย็นมีกำลังเต็มเปี่ยม ผ่อนคลายมากกว่าปกติก็เท่านั้น

เดิมทีนางนึกว่าความคิดของเด็กสาวจะเหมือนกับนาง

แต่นึกไม่ถึงเด็กสาวกลับบอกว่าที่นางชอบยามเย็น เพราะยามเย็นตาเฒ่าจะเก็บแผงและเอาเงินรางวัลในตะกร้าที่นางรวบรวมมาไปดื่มสุราในร้านสุรา

เมื่อใดที่เขาดื่มสุราก็จะอารมณ์ดีขึ้นมา

ด้วยเหตุนี้ เด็กสาวผู้นี้แค่คอยเติมสุราในจอกให้ตาเฒ่า ก็ไม่ต้องกังวลว่าจะถูกตีอีก

ชุ่ยเวยฟังคำของเด็กสาวแล้วก็ไม่รู้ว่าควรพูดสิ่งใด

นางเห็นว่าเด็กสาวสวมรองเท้าฟางที่เท้า จึงถอดรองเท้าผ้าต่วนสีแดงทับทิมปักมุกที่ตนสวมอยู่เปลี่ยนกับนางในทันใด

จากนั้นก็ไปหาตรอกที่ลับตาคน แล้วมอบเสื้อผ้าทั้งกายให้เด็กสาวผู้นั้น ส่วนนางกลับสวมเสื้อผ้าขาดวิ่นของเด็กสาว มองไปแล้วเหมือนกับขอทานน้อย

ชุ่ยเวยรู้ว่าตนไร้ความสามารถที่จะเปลี่ยนแปลงชีวิตลำเค็ญของเด็กสาวผู้นี้ได้ และสิ่งที่ทำตอนนี้ก็คือทั้งหมดที่นางทำได้แล้ว

หลังจากเด็กสาวจากไปแล้ว ชุ่ยเวยก็เดินเที่ยวเล่นต่ออีก

แต่รองเท้าฟางกลับกัดเท้าเหลือเกิน ทำเอานางทรมานนัก…

ด้วยความจนใจ จึงได้แต่ถอดและโยนทิ้งไว้ข้างทาง ก่อนเดินเท้าเปล่าไปข้างหน้าต่อ

พอหันหน้ามากลับถูกคนหามเกี้ยวคนหนึ่งผลักนางไปบนเนินดินข้างถนน เคราะห์ดีที่เนินดินนี้อ่อนนุ่มจึงไม่ได้ทำให้นางบาดเจ็บ เพียงแต่ดูไปแล้วนางกลับยิ่งเหมือนขอทานน้อยมากกว่าเดิม…

ชุ่ยเวยลุกขึ้นมอง เห็นว่าเป็นเกี้ยวหรูหราคันหนึ่ง มีชายฉกรรจ์รูปร่างกำยำสี่คนหามเกี้ยวเดินไปข้างหน้า

ก่อนหยุดลงตรงหน้าคฤหาสน์หลังใหญ่ที่มีสิงโตหินสี่ตัวอยู่หน้าประตู

ชุ่ยเวยไม่รู้ว่าผู้ใดอยู่ที่นี่ ถึงกับมีสิงโตหินวางอยู่หน้าประตูถึงสี่ตัว…ต้องรู้เสียก่อนว่าชุ่ยเวยอาศัยอยู่ในจวนเสนาบดี หน้าประตูมีสิงโตแค่สองตัวเท่านั้น

ไม่ได้ใหญ่โตดูน่าเกรงขามเช่นนี้

ยิ่งไปกว่านั้นจำนวน ‘สี่’ นี้ ก็ไม่เป็นสิริมงคล…

เหตุใดจึงเอามาวางไว้หน้าประตูเล่า

แต่เวลานี้ชุ่ยเวยเพียงต้องการตัวคนหามเกี้ยวที่ผลักตนเองเมื่อครู่เพื่อคิดบัญชีกับเขาเท่านั้น

ตอนที่นางวิ่งไล่ตามไปข้างหน้าด้วยอารมณ์เดือดดาล ก็พบว่าคนหามเกี้ยวทั้งสี่คนต่างนั่งลงกับพื้น

และมีสองคนที่ถอดเสื้อออก

แม้จะเป็นร่างกายที่กำยำแข็งแรง แต่เวลานี้กลับไม่อาจปกปิดความอ่อนล้าบนตัวของคนทั้งสี่ได้

ทว่าคนขายแรงแลกข้าวกิน แต่มีร่างกายที่ดีเช่นนี้ และหัวใจที่ผ่านร้อนผ่านหนาวมามาก

เมื่อชุ่ยเวยเห็นภาพนี้ก็กลับใจอ่อน

นางอยากกลับบ้านไปบอกบิดาว่าคนเหล่านี้มีชีวิตอยู่อย่างยากลำบากเพียงใด เพื่อให้บิดาของนางมอบเงินสักเล็กน้อยให้พวกเขาใช้จ่าย

แต่นางกลับหลงลืมไปแล้วว่าตนแอบหนีออกมา

ยิ่งไปกว่านั้นสภาพของนางในตอนนี้ต่อให้มารดาแท้ๆ มาเห็นก็ยังจำนางไม่ได้ด้วยซ้ำ!

ชุ่ยเวยถอนใจเบาๆ นางหันหลังกลับด้วยความเวทนาในใจยิ่ง ก่อนเดินลึกเข้าไปในตลาดต่อไป

แม้จะเป็นครั้งแรกที่มาที่นี่ แต่ชุ่ยเวยกลับคาดการณ์ไม่ผิด

นางมองคนขายของเร่ที่เดินมาและกำลังแข่งกันตะโกนขายของ

และมองเห็นชายผู้หนึ่งต้องปักผ้าอย่างงุ่มง่ามเรียกลูกค้าเพื่อให้เข็มกับด้ายในหาบขายออก

พอสตรีหลายคนเห็นเข้าต่างพากันปิดปากหัวเราะเบาๆ

พวกนางหัวเราะตรงที่เหตุใดคนขายของเร่ผู้นี้จึงทำงานที่สตรีทำ แต่ในใจของคนขายของเร่กลับคิดถึงแต่ภรรยา ลูกชายและพ่อแม่ของตนที่ยังไม่ได้กินข้าวเย็นเท่านั้น…

ทุกสิ่งล้วนทำให้ชุ่ยเวยรู้สึกสนุกยิ่งนัก

แต่ความสนุกเหล่านี้กลับยังไม่ทำให้นางอิ่มเอมใจพอ

มีเพียงได้พบเห็นความครึกครื้นมากพอแล้วจึงนับว่าสมบูรณ์แบบและคุ้มค่าที่นางเสี่ยงหนีออกมาเพียงคนเดียว

ไม่นานจากนั้นนางยังได้เห็นขอทานน้อยตัวจริงคนหนึ่งด้วย!

เขาเป็นเด็กผู้ชายคนหนึ่งกำลังนั่งยองๆ อยู่ที่มุมถนน และเอาแต่มองร้านขายขนมถั่วแดงนึ่งและอดกลืนน้ำลายไม่ได้

ชุ่ยเวยมองตามสายตาของเขาไป ก็รู้สึกว่าขนมถั่วแดงนึ่งร้อนๆ นั่นดูน่ากินยิ่งนัก

เมื่อกัดไปคำหนึ่งจะต้องอมเอาไว้เสียก่อน!

ห้ามเคี้ยวและอย่างเพิ่งกลืน

ต้องใช้ลิ้นดุนให้มันกลิ้งไปมาอยู่ในปาก จากนั้นเงยหน้าขึ้นพ่นไอร้อนออกจากปาก

จวบจนไอร้อนถูกพ่นออกจนหมดแล้ว ค่อยปิดปากลงออกแรงเคี้ยวแล้วกลืนลงไป

มารดาของชุ่ยเวยทำขนมถั่วแดงนึ่งอร่อยที่สุด

ทุกครั้งที่เห็นวิธีกินอย่างมูมมามของชุ่ยเวย นางก็อดหน้าบึ้งและดุนางคำสองคำไม่ได้

แต่ชุ่ยเวยกลับไม่เคยฟังใส่หูเลยสักครั้ง

ยังคงกินด้วยวิธีกินของตนเอง แม้ว่าดูไปแล้วจะไม่เรียบร้อยก็ตาม

“เจ้าก็อยากกินขนมถั่วแดงนึ่งนั่นหรือ”

ชุ่ยเวยพยักหน้า

“เจ้ามาจากที่ใด เหตุใดไม่เคยเห็นเจ้ามาก่อนเลย”

เด็กชายตัวน้อยเอ่ยถาม

เขาเห็นการแต่งเนื้อแต่งตัวของชุ่ยเวยจึงคิดว่านางเป็นขอทานเหมือนกับตน

คนทำการแสดงมีกลุ่มนักดนตรี คนเล่านิทานมีชุมนุมเล่านิทาน

ขอทานก็มีกลุ่มก้อนของตน

ขอทานน้อยผู้นี้เห็นว่าชุ่ยเวยไม่ค่อยคุ้นหน้า แต่ก็ตัดสินไม่ได้ในทันใดจึงได้ถามเช่นนี้

“เพิ่งมาวันนี้!”

ชุ่ยเวยกลอกตาหนหนึ่งแล้วเอ่ย

“ที่แท้เป็นเช่นนี้! วันหน้าเจ้าก็ไปกับข้าเถิด! ติดตามข้าจะมีของอร่อยกินทุกวัน!”

เมื่อขอทานน้อยผู้นี้ได้ยินว่าชุ่ยเวยเป็นคนมาใหม่ก็ชี้ตนเองพลางคุยโวขึ้นทันใด

แม้ในใจชุ่ยเวยอยากหัวเราะออกมา แต่ก็ยังพยักหน้าอย่างใสซื่อ

“เจ้าอยากกินขนมถั่วแดงนึ่งนั่น ข้าก็อยากกินเช่นกัน! แต่หนนี้เจ้าอยู่ข้างหลังข้าดูว่าข้าทำเช่นใดก่อน แล้วตั้งใจจำให้ดี เรียนรู้ให้มากๆ เข้าไว้!”

ขอทานน้อยกล่าว

จนชุ่ยเวยรับคำ ขอทานน้อยก็เดินตรงไปหน้าร้านขายขนมถั่วแดงนึ่ง

จากนั้นก็ร้องไห้โดยไม่มีสาเหตุ

ปากพึมพำพูดไม่ชัดว่าตนและน้องสาวอดข้าวมาสองมื้อแล้ว…จากนั้นเพียงกลอกตาหนหนึ่งก็สามารถปั้นแต่งเรื่องโกหกใหญ่โตว่าไปขอพึ่งพาญาติแต่เขาไม่ยอมรับกลับถูกไล่ออกมา

คนขายขนมถั่วแดงนึ่งเป็นหญิงชรา

นางค้อมตัวลงฟังคำขอทานน้อยผู้นี้และมีน้ำตาพรั่งพรูออกมา

จึงใช้ตะเกียบคีบขนมสามสี่ลูกให้เขา

เมื่อขอทานน้อยได้ขนมถั่วแดงนึ่งมาแล้วก็ไม่ได้สนใจว่าต้องเอ่ยคำขอบคุณ ลากชุ่ยเวยราวกับเหินบินวิ่งไปที่ลับตาคน

“เจ้าใช้วิธีนี้ขอมาหรือ”

ชุ่ยเวยถามด้วยความตื่นเต้น

ขอทานน้อยไม่ตอบ รีบยัดขนมถั่วแดงนึ่งลูกหนึ่งใส่ปากอย่างรวดเร็ว

ชุ่ยเวยเห็นว่าวิธีที่เขากินขนมถั่วแดงนึ่งเหมือนกับที่ตนกินไม่มีผิด จึงสงสัยว่าเด็กชายปากเล็กเพียงนี้ แล้วยัดขนมถั่วแดงนึ่งทั้งลูกเข้าไปได้อย่างไร?!

“ข้าให้!”

เมื่อขอทานน้อยกินไปลูกหนึ่งก็ยื่นให้ชุ่ยเวยสองลูก

“เจ้าเพิ่งมาใหม่ครั้งแรก แบ่งกันคนละครึ่ง แต่หลังจากนั้นเจ้าจะต้องให้ข้ามากขึ้นอีกเท่าหนึ่ง! เพราะอย่างไรข้าก็เป็นคนชักนำเจ้าเข้าสู่วงการนี้!”

ขอทานน้อยกล่าว

ชุ่ยเวยรับขนมถั่วแดงนึ่งมา พอได้ยินคำพูดของขอทานน้อยก็ไม่คิดว่าเขาจะมีคุณธรรมถึงเพียงนี้!

แต่เขาใช้วิธีแต่งเรื่องโกหกไปหลอกหญิงชราผู้หนึ่ง ชุ่ยเวยกลับไม่เห็นด้วย…

“เจ้าไม่กลัวว่าพวกเขาจะรู้ความจริงหรอกหรือ”

ชุ่ยเวยถาม

“มีสิ่งใดต้องกลัวกัน แผงพวกนี้วางอยู่ที่นี่ทุกวัน แต่พวกเรากลับพเนจรไปทุกแห่ง ตั้งแต่ทางใต้ไปจนทางเหนือของเมือง ทุกครึ่งเดือนพี่น้องทางใต้ของเมืองก็จะมาสับเปลี่ยนกับพี่น้องทางเหนือ เมืองหลวงมีคนไปมามากมาย ผ่านไปครึ่งเดือน ผู้ใดจะยังจำได้อีก!”

ขอทานน้อยเอ่ยทั้งรอยยิ้มแต่ไม่ได้ค่อนแคะว่าชุ่ยเวยขี้ขลาด

เมื่อมองขนมถั่วแดงนึ่งสองลูกที่ขอทานน้อยถือเอาไว้ในมือกลายเป็นสีดำขึ้นมาเล็กน้อย ชุ่ยเวยก็กินไม่ลงจริงๆ…

ด้วยจนหนทาง นางจึงโกหกว่านางจะไปเข้าห้องน้ำ ซึ่งเด็กหญิงจะไม่ค่อยสะดวกนักจึงสามารถปลีกตัวจากขอทานน้อยได้

ท่ามกลางผู้คนจำนวนมากที่หลั่งไหลเข้าไป จู่ๆ นางก็เห็นร่างที่คุ้นตาร่างหนึ่ง

ซึ่งก็คือเด็กสาวแสดงดนตรีที่นางสับเปลี่ยนเสื้อผ้าให้นั่นเอง

ชุ่ยเวยเห็นว่านางยืนอยู่ข้างโต๊ะคอยรินสุราให้ตาเฒ่าผู้นั้นทีละจอกอย่างว่าง่าย

ทั้งสองพูดคุยหัวเราะกัน ไม่ได้มีท่าทีตื่นตระหนกเช่นก่อนหน้านี้แม้แต่น้อย

ชุ่ยเวยรู้สึกว่าเรื่องนี้ค่อนข้างผิดปกติ แต่ก็คิดสาเหตุไม่ออก

จึงได้แต่เดินไปมาอยู่หน้าประตูและคอยมองเข้าไปข้างในเป็นระยะ

ทันใดนั้นเมื่อเด็กสาวยกมือขึ้นรินสุรากลับมีแสงวิบวับประกายขึ้นมา

ชุ่ยเวยตาดีอย่างยิ่ง!

นางมองออกทันทีว่าเป็นกำไลลงยาสีน้ำเงินขอบทองที่ตนมอบให้ตาเฒ่าไปก่อนหน้านี้!

ตามหลักแล้วตาเฒ่าน่าจะขายกำไลวงนี้ไปนานแล้วจึงจะถูก…

เหตุใดจึงเก็บไว้จนบัดนี้ และยังให้เด็กสาวสวมมันด้วยเล่า

ชุ่ยเวยเดินวนไปมากับที่หลายก้าวจึงเพิ่งเข้าใจขึ้นมา!

ตนต้องถูกทั้งคู่ร่วมมือกันหลอกเสียแล้ว!

แม้เด็กสาวผู้นี้จะถูกตี เเต่นั่นเป็นแผนการที่พวกเขาหารือกันก่อนหน้าแล้วก็เท่านั้น…

ชุ่ยเวยอับอายจนโกรธเคือง!

หรือว่าทั้งตลาดจะไม่มีคนดีจริงๆ เลยสักคน

นางคิดอยู่เช่นนี้ในใจ

ในเวลานั้นเอง ตาเฒ่าและเด็กสาวก็มองเห็นนางเช่นกัน

ในพริบตาที่สายตาของพวกเขาทอดมาถึง ใบหน้าของคนทั้งสองบิดเบี้ยวขึ้นมาทันใด ตรงปลายจมูกกลายเป็นโพรงลึกขนาดใหญ่และมืดดำ…

ชุ่ยเวยไม่กล้ามองตรงๆ…คล้ายว่าหากมองแล้ววิญญาณของตนก็จะดูดเข้าไปเช่นนั้น

แต่ยิ่งดิ้นรน นางกลับยิ่งถลำลึกลงไป…

ชุ่ยเวยอึดอัดจนทนไม่ไหวจึงย่อตัวลงร้องลั่นขึ้นมา เมื่อนั้นนางจึงถูกดึงออกมาจากความทรงจำ

……………………

นางรู้สึกแต่ว่ามีลมเย็นพัดมาตรงท้ายทอย

เมื่อหันหน้ากลับไปมอง คนชุดขาวผู้หนึ่งกำลังยืนอยู่ข้างหลังนาง มือถือดาบสีนิลพุ่งเข้ามาที่ลำคอของนาง

หากไม่ใช่เพราะเมื่อครู่นี้นางนั่งลงกรีดร้องอยู่ในความทรงจำ ทำให้ร่างของนางในเวลานี้ตอบสนองอย่างเดียวกัน นางก็จะถูกดาบนี้ดับชีวิตลงไปนานแล้ว…

คนชุดขาวเห็นว่าดาบของตนพลาดเป้า แต่สีหน้ากลับไม่ได้เปลี่ยนไปแต่อย่างใด

ทว่าดาบสีนิลในมือของเขาค่อยๆ จางหายไป…

เริ่มจากด้ามดาบไปจนถึงปลายดาบค่อยๆ หายวับไปในอากาศ

ภาพนี้เหมือนกับตอนที่ชายชุดดำประมือกับคนชุดขาวก่อนหน้านี้ไม่มีผิด

ชุ่ยเวยคิดว่าที่คนชุดขาวปรากฏกายอยู่ที่นี่ ย่อมหมายถึงชายชุดดำได้ตายไปแล้วเป็นแน่…

ในขณะที่นางกำลังไตร่ตรองอยู่นับพันนับหมื่นอย่าง ทันใดนั้นก็มีกระบี่ยาวสีเงินไร้ฝักด้ามหนึ่งปรากฏขึ้นในมือ

………………………………………

……….

Prev
Next
MY READING HISTORY
You don't have anything in histories
POPULAR MANGA
กระบี่จงมา
กระบี่จงมา
บทที่ 992.2 ดอกไม้แดงบนภูเขาเขียวดุจเพลิงลุกไหม้ 27 พฤศจิกายน 2024
บทที่ 992.1 ดอกไม้แดงบนภูเขาเขียวดุจเพลิงลุกไหม้ 27 พฤศจิกายน 2024
323r
ท่านอ๋องผู้โหดร้ายกับหมอปีศาจ
ตอนที่ 2138 จะทำลายพวกเจ้า 27 พฤศจิกายน 2024
ตอนที่ 2137 เทือกเขาแห่งความตาย 27 พฤศจิกายน 2024
เทพกระบี่มรณะ (chaotic sword god)
เทพกระบี่มรณะ (chaotic sword god)
ตอนที่ 2528 - การตัดแขน 27 พฤศจิกายน 2024
ตอนที่ 2527 - ชำระหนี้แค้น 27 พฤศจิกายน 2024
61d44445LSpjhqcZ
เปิดระบบสุดโกงอัปสกิลหมอ
บทที่ 869 ที่หลบภัย 27 พฤศจิกายน 2024
บทที่ 868 ผมซับเหงื่อให้ครับ 27 พฤศจิกายน 2024
Full-time-Artist-ใครว่าผมไม่เหมาะเป็นศิลปิ
Full-time Artist ใครว่าผมไม่เหมาะเป็นศิลปิน
ตอนที่ 775 อาภรณ์หลวมโพรกมิเสียดาย เพื่อเจ้าข้าผ่ายผอมยอมอิดโรย 27 พฤศจิกายน 2024
ตอนที่ 774 ผีเสื้อรักบุปผา 27 พฤศจิกายน 2024
นิยายแปล-~จ้าวนักสู้เกิดใหม่ทั้งทีดันเป็นนางร้าย-~-ลูน่าอยากรีไทร์แล้ว
[นิยายแปล] ~จ้าวนักสู้เกิดใหม่ทั้งทีดันเป็นนางร้าย ~ ลูน่าอยากรีไทร์แล้ว
ตอนที่ 53 - 030:แผนการฝึกนักบุญ⑦ ค้นหาศัตรู 27 พฤศจิกายน 2024
ตอนที่ 52 - 029:แผนการฝึกนักบุญ⑥ ก่อนการต่อสู้ 27 พฤศจิกายน 2024
Here for more Popular Manga

Comments for chapter "บทที่ 391 ไร้ร่องรอย ไร้ขอบเขต-6"

MANGA DISCUSSION

ใส่ความเห็น ยกเลิกการตอบ

You must Register or Login to post a comment.

  • HOME
  • COOKIE POLICY

© 2026 Madara Inc. All rights reserved