cat2auto | นิยาย นิยายออนไลน์ นิยายวาย นิยาย PDF
  • หน้าหลัก
  • อ่านมังงะ
  • เว็บอ่านมังงะ
  • นิยายวาย [Yaoi]
  • Nekopost
  • Niceoppai
  • รออัพเดท
  • มังงะ18+
  • แทงหวย24
  • manga
Advanced
  • หน้าหลัก
  • อ่านมังงะ
  • เว็บอ่านมังงะ
  • นิยายวาย [Yaoi]
  • Nekopost
  • Niceoppai
  • รออัพเดท
  • มังงะ18+
  • แทงหวย24
  • manga
  • Romance
  • Comedy
  • Shoujo
  • Drama
  • School Life
  • Shounen
  • Action
  • MORE
    • Adult
    • Adventure
    • Anime
    • Comic
    • Cooking
    • Doujinshi
    • Ecchi
    • Fantasy
    • Gender Bender
    • Harem
    • Historical
    • Horror
    • Josei
    • Live action
    • Manga
    • Manhua
    • Manhwa
    • Martial Arts
    • Mature
    • Mecha
    • Mystery
    • One shot
    • Psychological
    • Sci-fi
    • Seinen
    • Shoujo Ai
    • Shounen Ai
    • Slice of Life
    • Smut
    • Soft Yaoi
    • Soft Yuri
    • Sports
    • Tragedy
    • Supernatural
    • Webtoon
    • Yaoi
    • Yuri
Prev
Next

ศึกยุทธ์ใต้ขุนเขาเงาจันทรา - บทที่ 390 ไร้ร่องรอย ไร้ขอบเขต-5

  1. Home
  2. All Mangas
  3. ศึกยุทธ์ใต้ขุนเขาเงาจันทรา
  4. บทที่ 390 ไร้ร่องรอย ไร้ขอบเขต-5
Prev
Next

บทที่ 390 ไร้ร่องรอย ไร้ขอบเขต-5

……….

ชุ่ยเวยเดินๆ ไป ร่างนางกลับเริ่มวิ่งอย่างควบคุมตัวไม่ได้

นางตกใจนัก

ไม่รู้ว่าการเปลี่ยนแปลงนี้เกิดขึ้นได้อย่างไร…

ทำได้เพียงพยายามให้สองเท้าเหยียบพื้นและออกแรงหยุดฝีเท้า

แต่เมื่อนางเพิ่งจะหยุดตัวลงกลับได้ยินเสียงฝีเท้าบนผืนหิมะ

ทันใดนั้นชุ่ยเวยก็เกิดลางไม่ดีอย่างหนึ่งขึ้นมา เพราะนางเคยได้ยินเสียงเช่นนี้มาก่อน

ในชีวิตคนมักมีความทรงจำบางอย่างที่เก็บไว้ด้วยการใช้หูและจมูก

บางครั้งได้กลิ่นที่คุ้นเคยหรือได้ยินเสียงที่คุ้นเคยก็จะทำให้นึกถึงเรื่องราวในอดีตบางช่วงขึ้นมา

สิ่งเหล่านี้ไม่ว่าผู้ใดก็ไม่อาจควบคุมและไม่อาจคาดการณ์ได้

ชุ่ยเวยยืนนิ่งเงียบๆ อยู่กับที่ฟังเสียงฝีเท้า แต่กลับจำไม่ได้ว่าเคยได้ยินที่ใดและเวลาใด

แต่เสียงนั้นกลับทำให้นางนึกถึงเรื่องอื่นขึ้นมา

……………………

ตอนอายุสิบกว่าขวบ ชุ่ยเวยเพิ่งเคยออกจากจวนเสนาบดีเป็นครั้งแรก

ความจริงแล้วนางไม่ได้รับอนุญาตจากผู้ใหญ่ แต่นางแอบหนีออกไปเอง

เหมือนกับชิงเสวี่ยชิงแห่งจวนชิงรัฐหงอาณาจักรเจิ้นเป่ยอ๋อง และเหวินฉีเหวินแห่งจวนผู้ควบคุมรัฐ

ก็เหมือนกับผู้ที่มีชื่อเสียงตั้งแต่เยาว์วัยได้ประสบความสำเร็จในวันหน้า ตอนยังเด็กล้วนมีนิสัยขบถอยู่เล็กน้อย

อย่างน้อยก็ไม่ใส่ใจความคิดเห็นของผู้อื่นและคำพูดของเหล่าผู้ใหญ่

หากเอาแต่ยืนกรานทำตามความคิดตัวเองเกินไปก็อาจกลายเป็นคนที่ย่ำอยู่กับที่ วันหน้ายากจะเจริญก้าวหน้า

แต่หากเชื่อฟังจนเกินไป เมื่อพบเจอปัญหาย่อมไม่อาจตัดสินใจเองได้ เป็นได้แค่หุ่นกระบอกที่ถูกคนควบคุมไปชั่วชีวิต

เพราะคนที่แอบออกจากจวนย่อมไม่ต้องการแพร่งพรายร่องรอยของตน

หากต้องแพร่งพรายก็ไปวิงวอนขอบิดามารดาสักหน แล้วเดินออกมาอย่างเปิดเผยเสียดีกว่า

หลังจากชุ่ยเวยถือรองเท้าออกจากจวนอย่างเบามือ คิดว่าหมดเรื่องแล้วจึงสวมรองเท้า แต่กลับได้ยินเสียง ‘ตึกตึก’

เป็นโจรก็อดรู้สึกผิดไม่ได้

ประสาอะไรกับชุ่ยเวยที่ยังเป็นเพียงเด็กผู้หนึ่ง

แต่ก็เพราะนางยังเป็นเด็กจึงหลงลืมความว้าวุ่นใจก่อนหน้านี้ได้อย่างรวดเร็ว แล้วไปกระโดดโลดเต้นอยู่บนถนนดูความครึกครื้นอย่างอารมณ์ดียิ่ง

เมื่อเดินมาถึงหัวถนน ชุ่ยเวยเห็นคนแก่ผู้หนึ่งและเด็กสาวรุ่นราวคราวเดียวกับนาง สูงพอๆ กับนาง รูปร่างคล้ายกับนาง กำลังทำการแสดงอยู่ที่ร้านค้าร้านหนึ่ง

แต่สิ่งที่ต่างกันอย่างยิ่งก็คือเสื้อผ้าขาดวิ่นและสีหน้าเศร้าหมองของเด็กสาวผู้นั้น

เด็กหนุ่มไม่รู้รสความกลัดกลุ้ม

เด็กสาวก็ไม่รู้เช่นกัน

เด็กหนุ่มรู้เพียงมากรัก เด็กสาวคะนึงรักเรื่อยมา

แล้วจะมีเวลาว่างใดไปกลัดกลุ้ม

คุณหนูที่อยู่แต่ในจวนเสนาบดีเช่นชุ่ยเวยย่อมไม่รู้…

ฉะนั้น นางจึงสงสัยใคร่รู้ในตัวเด็กสาวผู้นี้ยิ่งนัก

คนชราข้างกายเด็กสาวกำลังดีดฉินสามสาย

ตัวฉินย่ำแย่นัก สายก็ค่อนข้างหย่อน จึงทำให้เสียงเพี้ยนอย่างยิ่ง

ทว่าคนชราผู้นั้นกลับหรี่ตา ส่ายศีรษะไปมาเคลิบเคลิ้มอยู่ผู้เดียว

ราวกับหลุดออกไปจากโลก ไม่รู้วันรู้คืน ปล่อยวางด้วยชีวิตนี้สั้นนัก

เมื่อเทียบกับเด็กสาวข้างกายเขาที่เขียนความจริงในชีวิตไว้เต็มใบหน้า ช่างตรงข้ามกันโดยสิ้นเชิง

ชุ่ยเวยเป็นเด็กสาวผู้หนึ่ง จึงเบียดฝ่าฝูงชนจนมาถึงข้างหน้าสุด

ทว่าเวลานี้ คนชราผู้นั้นกลับเล่นจบเพลงแล้ว

เขาไม่ได้ลุกขึ้นยืนขอเงินรางวัลจากผู้ชมทันที แต่วางฉินสามสายแสนผุพังไว้ข้างๆ จากนั้นก็หันหน้าไปมองเด็กสาวที่อยู่ข้างกาย ก่อนตบหัวเด็กสาวเบาๆ ด้วยมือใหญ่ที่ทั้งหยาบทั้งคล้ำ

เด็กสาวลุกขึ้นยืนถือตะกร้าไม้ไผ่สานเล็กๆ ใบหนึ่งเดินไปหาผู้ชมที่ล้อมวงดูอยู่

ที่แท้คนชราผู้นี้จะดีดฉินเท่านั้น ผู้รับหน้าที่ขอเงินรางวัลกลับเป็นเด็กสาวผู้นี้

จะว่าไปคนชราผู้นี้ก็มีหัวคิดไม่เบา…

หากเขาไปขอรางวัลเอง บางทีผู้อื่นก็จะเอาแต่ถอนใจและพูดคำโบราณว่าลูกหลานไม่กตัญญู

วาจาเสนาะหูกินแทนข้าวไม่ได้ เพราะมันซื้อหมั่นโถว แป้งขาวและข้าวสารไม่ได้

ฉะนั้น ต่อให้ได้ยินคำทอดถอนใจเช่นนี้อีกมากมายเท่าใดก็ไร้ประโยชน์

รังแต่จะทำให้อึดอัดใจเท่านั้น

แต่เด็กสาวที่ยากจนผู้หนึ่งกลับสามารถเรียกความเวทนาจากผู้คนได้ถึงแปดเก้าส่วน

นี่จึงเป็นทางเลือกที่ฉลาดที่สุด

ดูจากอายุแล้ว ตาเฒ่าไม่น่าจะเป็นบิดาของนาง

อาจเป็นปู่ หรือทั้งสองอาจเพียงแค่ร่วมกันทำการแสดงท่องยุทธภพก็เท่านั้น

ชุ่ยเวยกลับไม่เข้าใจอย่างยิ่ง

เพราะมือของคนชราไม่เหมือนกับมือของคนดีดฉินแต่อย่างใด…

ผิวที่คล้ำดำยังพออธิบายได้ว่าต้องแสดงอยู่กลางแดดทุกวัน

แต่มือของคนดีดฉินต้องไม่หยาบเกินไป

มือหยาบจะทำให้ความรู้สึกยามกดสายฉินเปลี่ยนไป

เมื่อเป็นดังนี้เพลงที่บรรเลงออกมาย่อมเพี้ยนอย่างเลี่ยงไม่ได้

ตอนที่เด็กสาวถือตะกร้าเดินผ่านชุ่ยเวยก็ถลึงตามองนางหนหนึ่ง

แม้ชุ่ยเวยจะยังอายุน้อย แต่ก็อ่านความริษยาแสนเข้มข้นในดวงตาของนางออก

นี่อาจเป็นครั้งแรกที่นางได้พบกับคนในวัยเดียวกันที่มีชีวิตต่างกันราวฟ้ากับเหว

การเปรียบเทียบระหว่างผู้คนมักเกี่ยวกับความใกล้ชิดและระยะห่างเสมอ

แม้เด็กสาวผู้นี้กับชุ่ยเวยจะไม่ได้รู้จักคุ้นเคยกัน

ทว่าวัยที่ไล่เลี่ยกัน กลับเป็นแรงดึงดูดที่มองไม่เห็นให้พวกนางเข้ามาใกล้กัน

ชุ่ยเวยสวมเสื้อสีขาวนวลปักลายดอกไม้ล้อมเส้นไข่มุก ท่อนล่างสวมกระโปรงแพรสีครามปักนูนลายดอกเหมย ต้นไผ่และดอกเบญจมาศ เดิมทีเสื้อผ้าชุดนี้ยังต้องคลุมไหล่ด้วยผ้าแพรเนื้อละเอียดสีเขียวไข่กาปักลายกิ่งก้านดอกไม้ผืนหนึ่งด้วยจึงจะงดงามสมบูรณ์แบบ แต่เพราะชุ่ยเวยรีบออกมาจึงหยิบไม่ทัน…ไม่เพียงเท่านี้ แม้แต่เครื่องประดับศีรษะก็ยังไม่ได้ใส่มา ใส่เแค่กำไลลงยาสีน้ำเงินขอบทองธรรมดาๆ ที่ข้อมือขวาเท่านั้น

แต่สีทองบนกำไลกลับส่องแสงวิบวับยามอยู่ใต้แสงแดด ช่างเย้ายวนใจคนนัก

เด็กเล็กๆ ล้วนสนใจของที่เป็นประกายอย่างยิ่ง

เด็กสาวผู้นี้ก็เช่นกัน

นางจับจ้องใบหน้าของชุ่ยเวยอยู่นาน แล้วเบนสายตาไปยังข้อมือของนางและจับจ้องอยู่เช่นนั้น

ตาเฒ่าสังเกตเห็นแต่ไม่รู้ว่าเด็กสาวกำลังทำสิ่งใดอยู่ เห็นเพียงนางเดินช้าลง ไม่ได้ไปขอเงินต่อ

และเห็นว่าผู้คนที่ห้อมล้อมดูอยู่กำลังจะเดินไปจนหมดแล้ว

ตาเฒ่าจึงกระแอมไอด้วยความร้อนใจเพื่อเตือนเด็กสาวผู้นั้น

เมื่อเด็กสาวได้ยินเสียง ตัวก็สั่นในทันใด รีบเก็บสายตาแห่งความริษยากลับไป ทำหน้าตาอมทุกข์ เพื่อขอเงินรางวัลจากคนที่อยู่ข้างๆ

แต่เพราะเมื่อครู่นางชักช้าไปพักหนึ่ง จึงทำให้เงินที่ได้น้อยลงกว่าเดิมมาก…

เด็กสาวถือตะกร้ากลับมาข้างกายของตาเฒ่า แล้วส่งตะกร้าให้เขาดูด้วยท่าทีขลาดกลัว ก่อนนั่งย่อตัวลงแล้วเอาสองมือกุมหัวไว้

ตาเฒ่าผู้นั้นปรายตามองตะกร้าคราวหนึ่งด้วยสายตาเย็นเฉียบ

จากนั้นก็คว้าเอาฉินสามสายทุบตีเด็กสาว

เด็กสาวเอาแต่กุมหัวไว้…แผ่นหลังกลับถูกตีเข้าอย่างจังทีหนึ่ง

สายฉินกระทบกับตัวของนางจนส่งเสียงทุ้มๆ ออกมา…

ที่แท้แล้วสายฉินหย่อนถึงเพียงนี้

ชุ่ยเวยเห็นภาพนี้ก็โมโหเดือดดาลนัก

ก่อนตาเฒ่าจะตีลงไปครั้งที่สอง นางกลับขยับตัวเข้ามากางสองแขนออกยืนกันเด็กสาวเอาไว้ข้างหน้า

เดิมทีตาเฒ่าคิดอยากเอื้อมมือผลักชุ่ยเวยออกไปข้างๆ แต่เมื่อเห็นเสื้อผ้าหรูหราที่นางสวมใส่อยู่บนตัวก็ลังเลขึ้นมา

ในเมืองหลวงและชานเมืองมีผู้สูงศักดิ์อยู่มากมาย

หากไปล่วงเกินผู้ใดสักคนย่อมสามารถทำให้ตาเฒ่าตายโดยไร้ที่ฝังได้ทั้งสิ้น

ยิ่งไปกว่านั้นเขาก็ไม่รู้ว่าชุ่ยเวยเป็นคุณหนูของจวนใด ยิ่งทำให้กังวลหนักกว่าเดิม…หลังใคร่ครวญพักใหญ่ จึงทำได้เพียงเปลี่ยนสีหน้าหันมายิ้มให้ชุ่ยเวย ท่าทีอ่อนโยนเป็นมิตรเสียเหลือเกิน!

แต่ชุ่ยเวยยังคงจำท่าทีดุร้ายเมื่อครู่นี้ของเขาได้ นึกไม่ถึงว่าคนเราสามารถเปลี่ยนสีหน้าไวยิ่งกว่าพลิกหน้าหนังสือ

ทว่าสิ่งที่นางคิดไม่ถึงยิ่งกว่าก็คือความเป็นเด็กและร่างกายของเด็กสาวผู้หนึ่งกลับไม่อาจเทียบเท่าเสื้อผ้าหรูหราราคาแพงที่สวมใส่อยู่ทั้งตัว…

เมื่อเด็กสาวผู้นั้นเห็นว่าข้างหน้าตนมีคนมาปกป้องก็ร้องไห้ขึ้นมาดังลั่น

ชุ่ยเวยเองก็เป็นเด็กสาว เด็กสาวล้วนชอบร้องไห้กันทั้งสิ้น

แต่ที่นางร้องไห้ โดยมากแล้วก็เป็นการออดอ้อนเพื่อให้ได้ดั่งใจเท่านั้น

นางกลับไม่เคยได้ยินเสียงร้องไห้คร่ำครวญปานใจจะขาดเช่นนี้….

เสียงร้องไห้เช่นนี้ เหตุใดจึงออกมาจากเด็กสาวผู้หนึ่ง

นี่เป็นความน้อยเนื้อต่ำใจและคับแค้นใจที่สั่งสมมานานกี่ปีกัน

ชุ่ยเวยเติบโตมาในจวนเสนาบดี แม้อายุยังน้อยแต่ก็นับว่าเฉลียวฉลาดและพบเห็นสิ่งต่างๆ มามาก

ต้องเป็นเพราะคิดว่าเด็กสาวผู้นี้ทำตัวไม่น่าสงสารพอ จึงได้เงินรางวัลมาน้อยเกินไป…

ทันใดนั้นชุ่ยเวยจึงถอดกำไลของตนเองออกแล้วโยนลงไปในตะกร้า ก่อนประคองเด็กสาวที่อยู่ข้างหลังตนขึ้นมาและจูงมือนางเดินออกไป

ตาเฒ่ากำลังคิดจะขวางไว้ แต่เมื่อเห็นกำไลลงยาสีน้ำเงินขอบทองที่อยู่ในตะกร้ากลับดีใจยกใหญ่ และคิดว่าแล้วแต่นางเถิด!

กำไลวงนี้อย่างน้อยๆ ต้องได้ราคาหลายสิบตำลึง

แต่เด็กสาวเช่นนั้น แค่ไปยังหมู่บ้านที่ห่างไกลแร้นแค้นสักหน ให้อาหารที่กินอิ่มมื้อหนึ่งก็สามารถพาตัวออกมาได้สามสี่คนแล้ว

ชุ่ยเวยเอาแต่ดึงเด็กสาวให้เดินไปข้างหน้า ในใจเต็มไปด้วยความเดือดดาลและรู้สึกไม่เป็นธรรม

เดินออกมาพักใหญ่ จึงค่อยๆ เดินช้าลงและเริ่มสนทนากับนาง

แต่ไม่ว่าชุ่ยเวยจะถามสิ่งใด เด็กสาวกลับเอาแต่ก้มหน้าไม่พูดจา

จนเมื่อนางถามเด็กสาวว่าชอบช่วงเวลาใด เด็กสาวจึงตอบมาสองคำอย่างอ่อนโยนว่า ‘ยามเย็น’

ชุ่ยเวยดีใจอย่างยิ่ง

หนึ่งคือเพราะในที่สุดเด็กสาวผู้นี้ก็พูดกับตนแล้ว สองก็เพราะตัวนางเองก็ชอบยามเย็นมากเช่นกัน

ชุ่ยเวยรู้สึกมาตลอดว่าทุกสิ่งในยามเย็นนั้นงดงามที่สุด

ไม่ว่าจะเป็นของที่พิเศษอัศจรรย์เพียงใด จนถึงยามเย็นตะวันตกดินก็ล้วนอ่อนโยนและเปี่ยมไปด้วยท่วงทำนอง

ยามเช้าภายในเมืองหลวงมักเร่งรีบและหม่นหมองกินไป

แม้จะเป็นช่วงเวลาที่เต็มไปด้วยโอกาสแห่งการทำมาหากิน แต่ก็ทำให้คนต้องเร่งรีบจนต้องหอบแทบขาดใจ

ส่วนยามเที่ยงวันก็สว่างชัดเจนเกินไปอีก

ภายใต้ตะวันจ้าตา ฝุ่นควันจากล้อรถและเกือกม้าวิ่งนั้นตลบอวบอวลจนสะดุดตา ชุ่ยเวยรู้สึกว่ามองปราดเดียวก็รู้เห็นทุกสิ่งแล้ว น่าเบื่อนัก…

และเด็กเล็กหลังทานอาหารเที่ยงแล้วก็มักต้องไปนอนสักงีบ

ฉะนั้น เวลาในช่วงบ่ายก็มักเป็นช่วงเวลาที่เกียจคร้านและนอนหลับฝัน

ส่วนเมื่อตื่นขึ้นมา เรี่ยวแรงกลับคืนมาก็เป็นเวลาจวนยามเย็นแล้ว

ความดำมืดในเวลาค่ำคืนกลืนกินสีสันทั้งมวลในแดนมนุษย์ เหลือไว้เพียงแสงดาราเป็นหย่อมๆ กับแสงจันทร์ก่อนที่มันจะเว้าแหว่ง แม้ยามค่ำคืนจะเงียบสงบลึกล้ำ แต่กลับทำให้คนหลงใหลจนยากจะถอนตัวได้

ท่ามกลางความขมุกขมัวแฝงไว้ด้วยความกระจ่างชัด ภายใต้ความเกียจคร้านกลับซุกซ่อนไว้ด้วยชีวิตชีวา

อาทิตย์อัสดงแสนงดงามกับความเรียบง่ายในชีวิตคนประสานเข้าด้วยกัน ทุกสิ่งล้วนพอดิบพอดีด้วยธรรมชาติสรรสร้าง

ผู้คนที่เหน็ดเหนื่อยมาทั้งวันกลับมาบ้านในยามเย็น ความขัดแย้งและความยากลำบากทั้งมวลล้วนบรรเทาลงพร้อมกับท้องฟ้าสีชาด

………………………………………

……….

Prev
Next
MY READING HISTORY
You don't have anything in histories
POPULAR MANGA
กระบี่จงมา
กระบี่จงมา
บทที่ 992.2 ดอกไม้แดงบนภูเขาเขียวดุจเพลิงลุกไหม้ 27 พฤศจิกายน 2024
บทที่ 992.1 ดอกไม้แดงบนภูเขาเขียวดุจเพลิงลุกไหม้ 27 พฤศจิกายน 2024
323r
ท่านอ๋องผู้โหดร้ายกับหมอปีศาจ
ตอนที่ 2138 จะทำลายพวกเจ้า 27 พฤศจิกายน 2024
ตอนที่ 2137 เทือกเขาแห่งความตาย 27 พฤศจิกายน 2024
เทพกระบี่มรณะ (chaotic sword god)
เทพกระบี่มรณะ (chaotic sword god)
ตอนที่ 2528 - การตัดแขน 27 พฤศจิกายน 2024
ตอนที่ 2527 - ชำระหนี้แค้น 27 พฤศจิกายน 2024
61d44445LSpjhqcZ
เปิดระบบสุดโกงอัปสกิลหมอ
บทที่ 869 ที่หลบภัย 27 พฤศจิกายน 2024
บทที่ 868 ผมซับเหงื่อให้ครับ 27 พฤศจิกายน 2024
Full-time-Artist-ใครว่าผมไม่เหมาะเป็นศิลปิ
Full-time Artist ใครว่าผมไม่เหมาะเป็นศิลปิน
ตอนที่ 775 อาภรณ์หลวมโพรกมิเสียดาย เพื่อเจ้าข้าผ่ายผอมยอมอิดโรย 27 พฤศจิกายน 2024
ตอนที่ 774 ผีเสื้อรักบุปผา 27 พฤศจิกายน 2024
นิยายแปล-~จ้าวนักสู้เกิดใหม่ทั้งทีดันเป็นนางร้าย-~-ลูน่าอยากรีไทร์แล้ว
[นิยายแปล] ~จ้าวนักสู้เกิดใหม่ทั้งทีดันเป็นนางร้าย ~ ลูน่าอยากรีไทร์แล้ว
ตอนที่ 53 - 030:แผนการฝึกนักบุญ⑦ ค้นหาศัตรู 27 พฤศจิกายน 2024
ตอนที่ 52 - 029:แผนการฝึกนักบุญ⑥ ก่อนการต่อสู้ 27 พฤศจิกายน 2024
Here for more Popular Manga

Comments for chapter "บทที่ 390 ไร้ร่องรอย ไร้ขอบเขต-5"

MANGA DISCUSSION

ใส่ความเห็น ยกเลิกการตอบ

You must Register or Login to post a comment.

  • HOME
  • COOKIE POLICY

© 2026 Madara Inc. All rights reserved