cat2auto | นิยาย นิยายออนไลน์ นิยายวาย นิยาย PDF
  • หน้าหลัก
  • อ่านมังงะ
  • เว็บอ่านมังงะ
  • นิยายวาย [Yaoi]
  • Nekopost
  • Niceoppai
  • รออัพเดท
  • มังงะ18+
  • แทงหวย24
  • manga
Advanced
  • หน้าหลัก
  • อ่านมังงะ
  • เว็บอ่านมังงะ
  • นิยายวาย [Yaoi]
  • Nekopost
  • Niceoppai
  • รออัพเดท
  • มังงะ18+
  • แทงหวย24
  • manga
  • Romance
  • Comedy
  • Shoujo
  • Drama
  • School Life
  • Shounen
  • Action
  • MORE
    • Adult
    • Adventure
    • Anime
    • Comic
    • Cooking
    • Doujinshi
    • Ecchi
    • Fantasy
    • Gender Bender
    • Harem
    • Historical
    • Horror
    • Josei
    • Live action
    • Manga
    • Manhua
    • Manhwa
    • Martial Arts
    • Mature
    • Mecha
    • Mystery
    • One shot
    • Psychological
    • Sci-fi
    • Seinen
    • Shoujo Ai
    • Shounen Ai
    • Slice of Life
    • Smut
    • Soft Yaoi
    • Soft Yuri
    • Sports
    • Tragedy
    • Supernatural
    • Webtoon
    • Yaoi
    • Yuri
Prev
Next

ศึกยุทธ์ใต้ขุนเขาเงาจันทรา - บทที่ 385 พายุฝนผิดแผกตายไม่รู้ตัว-14

  1. Home
  2. All Mangas
  3. ศึกยุทธ์ใต้ขุนเขาเงาจันทรา
  4. บทที่ 385 พายุฝนผิดแผกตายไม่รู้ตัว-14
Prev
Next

บทที่ 385 พายุฝนผิดแผกตายไม่รู้ตัว-14

ใต้หล้าไพศาล ฝูงชนคลาคล่ำ

ผู้คนมากมายจะเหมือนกันทั้งหมดได้อย่างไร

หากเป็นจริงดังที่เยว่ซิงโม่กล่าว เช่นนั้นก็ต้องเป็นเพราะคนที่เขาได้พานพบมายังไม่มากพอ

“แต่ก็มีผู้ที่เป็นข้อยกเว้นจริงดังว่า แต่ข้าก็ไม่แน่ใจว่าตอนนั้นนางได้ยินหรือไม่กันแน่!”

ชิงหรานถามมาเช่นนี้ กลับทำให้เยว่ซิงโม่นิ่งคิดพลางลูบเคราสั้นๆ ใต้คางตน

หลายวันมานี้ต้องเดินทางกลางลมกลางฝุ่น จึงไม่ได้ดูแลจัดการร่างกายตามเวลา

จึงมีเคราขึ้นมาไม่น้อย

ทว่าเยว่ซิงโม่กลับเสพติดความรู้สึกคันๆ ยามลูบมันเสียแล้ว…

จึงทำให้จนเวลานี้ ยามใดที่ต้องใคร่ครวญปัญหาบางอย่างก็ต้องลูบเคราของตนเองไปด้วย

“เป็นผู้ใด”

ชิงหรานถาม

“ไม่เอ่ยถึงจะดีกว่า เป็นเพียงคนร่วมทางผู้หนึ่ง แต่คงเป็นคนในรัฐหงเช่นกัน”

เยว่ซิงโม่เอ่ยพลางโบกมือ

“คนในรัฐหงนั้น ข้าน้อยไม่กล้าบอกว่ารู้จักทั้งหมด แต่อย่างน้อยก็รู้จักแปดถึงเก้าในสิบส่วน พี่เยว่อธิบายลักษณะของนางสักเล็กน้อยได้หรือไม่”

ชิงหรานถาม

เยว่ซิงโม่กลับไม่ได้ปิดบังแต่อย่างใด

พรรณนารูปร่างหน้าตาของนางเสี่ยวจงให้ฟังอย่างเปิดเผย

“นึกไม่ถึงเลยว่าจะเป็นคนงามผู้หนึ่ง พบพานเพียงหนกลับช่างรัญจวนใจ!”

ชิงหรานได้ฟังก็เอ่ยพลางยิ้ม

แม้เวลานั้นเขาจะยังไม่รู้จักนางเสี่ยวจง

แต่รูปร่างหน้าตาที่ว่ามานี้กลับจดจำอยู่ในใจเขาอย่างแม่นยำ

เพราะถึงอย่างไร สตรีที่สามารถทำให้เยว่ซิงโม่คำนึงถึงอยู่เช่นนี้ก็ทำให้เขาใคร่รู้ยิ่งนัก

ซึ่งนี่ก็เป็นสาเหตุที่เมื่อบังเอิญพบกับนางเสี่ยวจงบนถนนในภายหลัง ชิงหรานจึงยอมลงจากม้ามาสนทนาด้วย

และเพราะรูปร่างหน้าตาของนางเสี่ยวจงเหมือนกับที่เยว่ซิงโม่พรรณนาอย่างยิ่ง

เพียงแต่เขาไม่ได้เอ่ยถึงเรื่องนี้ในทันทีเท่านั้น

แค่ทอดถอนใจออกมาประโยคหนึ่งว่านางเสี่ยวจงช่างพิเศษอย่างยิ่ง

ชิงหรานและเยว่ซิงโม่สนทนากันเสร็จก็กลับไปยังริมธารใสอีกครั้ง

“ข้าสั่งบ่าวในจวนชิงไว้แล้วว่าให้เตรียมสุราอาหารมาส่งที่นี่ วันนี้เจ้ากับข้ามาดื่มสุรากันริมธารใสในป่าแห่งนี้ทั้งคืนเถิด จะได้บอกเล่าเรื่องราวของทางใต้ให้ข้าฟังไปด้วย!”

ชิงหรานกล่าว

“ดียิ่งนัก! ข้าเองก็อยากลองฟังดูว่าแท้จริงแล้วแดนเจิ้นเป่ยอ๋องต่างจากทางใต้ของเราเช่นใด! แต่ที่ข้ามาในครั้งนี้ก็เพื่อประลองดาบ หากแค่ดื่มสุรา เกรงว่าจะไล่ข้าไม่ง่ายแล้ว…”

เยว่ซิงโม่กล่าว

ชิงหรานฟังความหมายที่แฝงอยู่ในถ้อยคำของเขาออก

แม้เมื่อครู่ตนจะขโมยกระบี่ล้มเหลว

ทว่านั่นก็เป็นเพียงการละเล่นเท่านั้น….

นับเป็นความสามารถที่แท้จริงไม่ได้

เยว่ซิงโม่ยังอยากประลองดาบและกระบี่กับชิงหรานสักสองสามหน

“ในเมื่อพี่เยว่เอ่ยปาก เช่นนั้นเจ้าบ้านก็พร้อมทำตามแขก! ประจวบเหมาะที่ข้าจะได้เรียนรู้สักเล็กน้อยว่าเพลงกระบี่ทางใต้นั้นสง่างามปราดเปรื่องเพียงใด!”

ชิงหรานกล่าว

เยว่ซิงโม่กล่าวด้วยรอยยิ้ม แต่กลับอุบไว้

“อ้อ? ไม่เหมือนกันอย่างไรหรือ”

ชิงหรานถาม

“กระบี่ของข้ามีความหมายลึกซึ้ง!”

เยว่ซิงโม่กล่าว

สิ้นคำ เขาก็กระโดดถอยหลังห่างไปสามจั้ง พร้อมดึงกระบี่ที่ปักอยู่บนพื้นดินขึ้นมา

ชิงหรานกลับยังคงใคร่ครวญถึงความหมายแฝงในคำว่าความหมายลึกซึ้งอยู่

เดิมทีคำนี้เป็นถ้อยคำของเหล่าชาวบุ๋นที่ใช้อธิบายว่างานวรรณกรรมหรืองานศิลปะสามารถถ่ายทอดความคิดและความรู้สึกออกมาได้อย่างลึกซึ้งและดึงดูดให้คนมีความรู้สึกร่วม

เป็นดั่งเสียงดนตรีขับขานติดกันสามวันไม่ขาดสาย

และคล้ายกับถ้อยคำที่มีจำกัดแต่มีความหมายไม่สิ้นสุด

แต่จะนำมาพรรณนากระบี่ในมือตนได้อย่างไร

ที่แท้แล้ว คำว่าความหมายลึกซึ้งและสง่าปราดเปรื่องก็เหมือนการเทียบชากับสุรา

ลิ้มรสชา ยิ่งดื่มใจยิ่งสงบ

ดื่มสุรา ยิ่งดื่มคนยิ่งรุ่มร้อน

แม้ทางเหนือก็มีชาเช่นกัน แต่โดยมากมักเรียกขานว่าดื่มชา

แค่เปลี่ยนไปหนึ่งคำ ความหมายก็เปลี่ยนไปเสียแล้ว…

ลิ้มรสชาต่างกับดื่มชา

ชาและวิธีดื่มของคนที่ดื่มชา โดยมากล้วนเรียบๆ หยาบๆ

ไม่เพียงไม่พิถีพิถันเรื่องสถานที่ ส่วนใหญ่แล้วจะดื่มเพื่อดับกระหายและสาดลงคอเท่านั้น

ผู้ลิ้มรสชาทางใต้ นอกจากต้องจัดเตรียมใบชาและอุปกรณ์แล้ว ความพิถีพิถันเรื่องสถานที่และบรรยากาศก็เคร่งครัดเป็นที่สุด หากไม่อยู่ในร้านน้ำชาที่วิจิตรงดงาม ก็จะต้องอยู่ในศาลาริมน้ำ ที่ทั้งน้ำและท้องฟ้ามาบรรจบกัน หรือไม่ก็ในป่าเขียวชอุ่มที่มีธารน้ำใสไหลรินบนแก่งหิน

ข้อห้ามที่สำคัญที่สุดก็คือการดื่มชากับอาหารชั้นต่ำ ดื่มในยามตะวันรอนกับภูผาโฉดธาราชั่ว…

เมื่อทุกสิ่งภายนอกสอดคล้องกับข้อกำหนดเหล่านี้แล้ว ยามน้ำชาไหลลงคอช้าๆ ก็จะค่อยๆ เติมเต็มจิตใจไปด้วย

จะรู้สึกว่าทั้งร่างกายและจิตใจผ่อนคลาย

ต่อให้เป็นคนที่ใจร้อนอีกเพียงใด ส่วนใหญ่จะสามารถสงบลงได้

ไม่ว่าจะถกเรื่องทั่วไปของผู้คนธรรมดาในโลกหล้า หรือหารือการใหญ่ของบ้านเมืองและใต้หล้า ความน่าสนใจก็จะยิ่งเข้มข้นขึ้นตามไปด้วย

ซึ่งนี่ก็คือคำว่า ‘ความหมายลึกซึ้ง’ ที่เยว่ซิงโม่เอ่ยถึง

กระบี่ของเขาก็เป็นเช่นการลิ้มรสชา

ส่วนการดื่มสุรานั้น สำหรับคนที่ดื่มสุราแล้ว กลับไม่ได้มีพิธีรีตองหรือสถานที่ยุ่งยากซับซ้อนแต่อย่างใด

เป็นเรื่องที่ผ่อนคลายตามใจเป็นที่สุด

ต่อให้เป็นคุณชายสูงศักดิ์แห่งจวนชิงเช่นชิงหราน โดยมากพอมือจับจอกก็กรอกใส่ปาก เมื่อดื่มจนหมดในคราวเดียว ก็รินจนเต็มอีกจอก ยิ่งดื่มยิ่งเร่งร้อนเหมือนวาฬดูดน้ำ

พร้อมเร่งให้อารมณ์ค่อยๆ พลุ่งพล่านขึ้นด้วย

ไม่ว่าผู้ใดก็อดวิพากษ์วิจารณ์บ้านเมืองด้วยจิตใจที่ฮึกเหิมไม่ได้!

การโต้เถียงและพนันขันต่อที่เกิดจากเหตุนี้ก็เป็นเรื่องที่มักพบเห็นในแดนเหนือ

ทว่าผู้ที่ดื่มก็มักหาเหตุผลมาสนับสนุนสิ่งที่ตนทำ

แม้แต่ในหอทรงปัญญาที่ผู้คนเคยนึกว่าเป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ก็ยังเคยมีคำกล่าวว่า ‘แต่โบราณนักปราชญ์ล้วนอ้างว้าง มีเพียงผู้ร่ำสุราที่ทิ้งชื่อเสียงเอาไว้’

แต่เพลงพื้นบ้านในแดนใต้กลับมีวรรคที่ตอบรับกัน

กลอนที่ว่า ‘เชิญแขกชมผกา แทนด้วยชาสานสัมพันธ์’ นี้ ก็เขียนถึงการใช้ชาคารวะแขกแทนสุรา

ฉะนั้นสุราก็คือเครื่องปลุกเร้าอารมณ์ เมื่อคนดื่มลงไปจึงมักทำบางสิ่งที่เกินเลยจากกฎเกณฑ์ทั่วไป

ก็เหมือนดาบในมือของชิงหรานและ ‘ดาบตัดเงา’ ของจวนชิง

ที่มักมีบางส่วนที่ฝึกไม่ได้และเรียนไม่สำเร็จ

ต้องเป็นในยามที่สองคนประมือกันจึงจะสามารถสำเร็จวิชาได้

เมื่อว่ามาดังนี้ สิ่งที่สง่างามปราดเปรื่องกลับเป็นดาบของชิงหราน

มือของคนทั้งคู่กุมดาบและกระบี่ของตน

อากาศราวกับกำลังควบแน่น

ลมหยุดพัด…แม้แต่ใบไม้รอบๆ ก็เหมือนหยุดสั่นไหวไปด้วย

เสียงกิ่งไม้แห้งหักและร่วงลงพื้นเช่นเมื่อครู่นี้ก็ไม่ได้เกิดขึ้นอีก

พร้อมกับอุณหภูมิภายในป่าลดลง ธารน้ำใสสายนั้นก็ค่อยๆ มีไอหมอกลอยขึ้น

จากนั้น คนทั้งสองก็กระโดดขึ้นพร้อมกัน

เพียงชั่วพริบตาพวกเขาก็ประมือกันไปกว่าสิบหนแล้ว…

ความรวดเร็วยามดาบและกระบี่ฟาดฟันกันเกินกว่าขีดความสามารถของสายตา!

เยว่ซิงโม่ยิ้มน้อยๆ

เห็นชัดว่าระดับพลังยุทธ์และเพลงดาบของชิงหรานนั้นเกินกว่าที่เขาคาดไว้!

เวลานี้เขาจึงยิ่งจริงจังมากขึ้นกว่าเดิม

ชิงหรานรู้สึกเพียงว่ามีปราณกระบี่ที่รุนแรงถาโถมเข้าหา

แต่เขาแยกแยะได้ไม่ชัดเจนว่าที่แท้นั้นเป็นเยว่ซิงโม่พุ่งกระบี่เข้าจู่โจม หรือกระบี่เล่มนี้เป็นฝ่ายพาเยว่ซิงโม่เข้ามา!

หรือกระบี่ในมือเขาจะมีวิญญาณจริงๆ

หากเป็นผู้อื่นก็คงสิ้นชีพระหว่างที่เกิดความกังขาไปนานแล้ว

แต่ชิงหรานหลบไปได้

ว่ากันตามจริงแล้ว ดาบของเขาแปลกประหลาดพิลึกพิลั่นเหมือนกับคนที่ดื่มสุรามา

เพลงดาบทั่วไป ยามอยู่ในมือเขากลับสามารถปรับเปลี่ยนได้ตามสถานการณ์รอบกาย

ในชั่วพริบตานั้น ปราณดาบของชิงหรานแข็งแกร่งขึ้นมาดุจเหล็กกล้า แต่รังสีดาบกลับอ่อนโยนดุจผืนแผ่นดินที่เพิ่งไถพรวนในวสันตฤดู…

“คิดไม่ถึงว่าเพลงดาบของน้องชิงจะสามารถปรับเปลี่ยนได้ตามสถานการณ์เยี่ยงนี้ แปรเปลี่ยนดุจเทพ!”

เยว่ซิงโม่กล่าวชม

ยามนี้เขาไม่เข้าใจว่าเหตุใดชื่อเสียงของชิงหรานในรัฐหงจึงห่างไกลกว่าหลี่เจิ้งฮุยลิบลับ

“เพลงกระบี่ของพี่เยว่ก็ใช้การได้ดียิ่ง…เรียกได้ว่าอยู่อันดับหนึ่งในบรรดาผู้ฝึกกระบี่ที่เคยประมือกับข้ามาทีเดียว!”

ชิงหรานกล่าว

จากนั้นร่างก็เคลื่อนไปทันใด

หวดดาบจากตะวันออกไปทางตะวันตก

ราวกับคลื่นถาโถมกระหน่ำเข้าหาเยว่ซิงโม่!

ทว่ากระบี่ของเยว่ซิงโม่ไม่เพียงมีวิญญาณ ซ้ำยังมีความหมายลึกซึ้ง!

เขาถึงกับหลับตาลง

ได้ยินเพียงเสียงลมจากดาบดังที่ข้างหู ก็สามารถต้านรับได้อย่างแม่นยำ

แน่นอนว่าการต่อสู้ครั้งนี้ไม่มีบทสรุป

แต่ยามเยว่ซิงโม่ร่ำลาชิงหรานก็บอกว่าเขาจะต้องไปตามหาแม่นางแสนพิเศษผู้นั้น

และจะเล่าเรื่องตลกที่กระเซ้าชิงหรานให้นางฟังอีกครั้ง

เพื่อดูว่าหากนางได้ตั้งใจฟัง แล้วจะมีท่าทางเช่นใดและจะตอบสนองอย่างไร

……………………..

“ไม่ผิด ข้าเป็นฮูหยินของท่านจริงแท้”

นางเสี่ยวจงกลับมาอยู่ในอาการสงบอีกครั้ง น้ำเสียงก็ราบเรียบลง

“แต่ท่านเป็นบุรุษ จะขมขื่นใจสักกี่ส่วนกัน”

นางเสี่ยวจงเอ่ยต่อ

กลับเป็นการค่อนแคะชิงหรานอย่างโจ่งแจ้ง

“ขมขื่น? เมื่อเทียบกับที่ข้าฝึกดาบอยู่กลางเขาเพื่อบรรพบุรุษของจวนชิงอยู่นานปี ข้ายังมีสิทธิ์รู้สึกขมขื่นใดอีก”

น้ำเสียงของชิงหรานเริ่มเปลี่ยนไป

“ท่านก็แค่ทำทุกอย่างเพราะคำนึงถึงแต่หน้าตาของจวนชิงเท่านั้น”

นางเสี่ยวจงกล่าวทั้งยิ้มเย็น

“สิ่งที่เจ้าต้องการก็ไม่ใช่หน้าตาเช่นนี้หรอกหรือ”

ชิงหรานกล่าว

เมื่อเอ่ยมาถึงตรงนี้

ทั้งสองฝ่ายก็ไม่จำเป็นต้องรักษามารยาทต่อกันอีก

การฉีกหน้ากันอย่างเต็มที่อาจทำให้ได้ปลดปล่อยอย่างสาแก่ใจ

แต่สาเหตุที่แท้จริงของการปลดปล่อยนี้ ก็เพราะท่าทีที่ทั้งสองมีต่อกันเปลี่ยนแปลงไปโดยสิ้นเชิง

ที่จริงแล้วความคิดเห็นของทั้งคู่ก็แตกต่างกัน

ต่างฝ่ายต่างมีเป้าหมายของตน แต่ฝืนอยู่ด้วยมาหลายปีก็เท่านั้น….

เมื่อได้พูดจากันอย่างเปิดอกแล้ว กลับทำให้ง่ายขึ้นมาก

เรื่องที่ปิดกั้นอยู่ในใจได้รับการปลดปล่อย แต่ชิงหรานและนางเสี่ยวจงปล่อยให้เวลาผ่านไปเนิ่นนานเพียงนี้ กว่าจะกล้าเผชิญหน้ากับความรู้สึกที่แท้จริงของตนเองอีกครั้ง

ลมมาไผ่ไหว ลมจากไผ่ไร้เสียง

ห่านป่าผ่านบึงเย็นเยือก ห่านป่าจากบึงไร้เงา

เรื่องราวเกิดใจย่อมปรากฏ เรื่องราวจากใจว่างเปล่า

เพื่อเอาชีวิตรอด ผู้คนมักทำเรื่องที่ไม่อยากทำ…

ที่บรรพบุรุษจวนชิงผู้นั้นฝึกดาบจนลืมกระทั่งตนเอง และนางเสี่ยวจงต้องการออกจากเรือนอย่างสุดกำลัง ก็ล้วนเพราะหลักการนี้ทั้งสิ้น

บางคนเลือกจะมีชีวิตอยู่อย่างภาพวาดทิวทัศน์

ท่ามกลางช่วงเวลาที่แสนสุขไร้กังวลมีทั้งความเป็นจริงและความว่างเปล่า

ทว่าโดยมากแล้วเมื่อมาถึงท้ายสุด กลับกลายเป็นคนวาดภาพ…

ระหว่างทางนี้ไม่เพียงสับสนซับซ้อน ยังทุกข์ทรมานยากทนรับด้วย

ภาพวาดทิวทัศน์นั้นใช้ลายเส้นเรียบง่ายสะท้อนความรู้สึกนึกคิดที่ลึกลับซับซ้อน แต่หากไร้ซึ่งฝีมือที่แท้จริงแล้ว ความรู้สึกนึกคิดก็รังแต่จะทำให้ขมขื่นจนยากเอ่ยวาจา…

นางเสี่ยวจงและชิงหรานก็ดำเนินไปสู่ ‘ชีวิตคนลอยล่องในร้อยปี ต้องเผชิญหวานขมนับหมื่น’ เป็นความองอาจห้าวหาญและคลื่นซัดถาโถมที่ต้องเผชิญในชีวิต

แต่ชะตาที่พวกเขาต้องเผชิญกลับจำกัดอิสรภาพไม่ให้พวกเขาไต่เต้าไปถึงขอบเขตนั้น

“ภายใต้ความมีหน้ามีตา โสมมไม่สิ้น”

นางเสี่ยวจงกล่าว

“เจ้าเองก็เช่นกัน!”

เมื่อชิงหรานกล่าวคำพูดนี้ออกมา

ตะเกียงในเรือนของเขาก็ดับลง

นางเสี่ยวจงยิ้มเล็กน้อย ก้าวเท้าเบาๆ มายังห้องของตน

เวลานี้ขอเพียงรักษาหน้าตาภายนอกเอาไว้ได้ ก็ไม่มีสิ่งใดที่นางทำไม่ได้และไม่กล้าทำ…

ความรู้สึกที่สามารถทำทุกอย่างได้ตามใจชอบกลับสบายยิ่งกว่าความรู้สึกเหมือนเดินบนแผ่นน้ำแข็งแต่ก่อนมากนัก!

………………………………………

Prev
Next
MY READING HISTORY
You don't have anything in histories
POPULAR MANGA
กระบี่จงมา
กระบี่จงมา
บทที่ 992.2 ดอกไม้แดงบนภูเขาเขียวดุจเพลิงลุกไหม้ 27 พฤศจิกายน 2024
บทที่ 992.1 ดอกไม้แดงบนภูเขาเขียวดุจเพลิงลุกไหม้ 27 พฤศจิกายน 2024
323r
ท่านอ๋องผู้โหดร้ายกับหมอปีศาจ
ตอนที่ 2138 จะทำลายพวกเจ้า 27 พฤศจิกายน 2024
ตอนที่ 2137 เทือกเขาแห่งความตาย 27 พฤศจิกายน 2024
เทพกระบี่มรณะ (chaotic sword god)
เทพกระบี่มรณะ (chaotic sword god)
ตอนที่ 2528 - การตัดแขน 27 พฤศจิกายน 2024
ตอนที่ 2527 - ชำระหนี้แค้น 27 พฤศจิกายน 2024
61d44445LSpjhqcZ
เปิดระบบสุดโกงอัปสกิลหมอ
บทที่ 869 ที่หลบภัย 27 พฤศจิกายน 2024
บทที่ 868 ผมซับเหงื่อให้ครับ 27 พฤศจิกายน 2024
Full-time-Artist-ใครว่าผมไม่เหมาะเป็นศิลปิ
Full-time Artist ใครว่าผมไม่เหมาะเป็นศิลปิน
ตอนที่ 775 อาภรณ์หลวมโพรกมิเสียดาย เพื่อเจ้าข้าผ่ายผอมยอมอิดโรย 27 พฤศจิกายน 2024
ตอนที่ 774 ผีเสื้อรักบุปผา 27 พฤศจิกายน 2024
นิยายแปล-~จ้าวนักสู้เกิดใหม่ทั้งทีดันเป็นนางร้าย-~-ลูน่าอยากรีไทร์แล้ว
[นิยายแปล] ~จ้าวนักสู้เกิดใหม่ทั้งทีดันเป็นนางร้าย ~ ลูน่าอยากรีไทร์แล้ว
ตอนที่ 53 - 030:แผนการฝึกนักบุญ⑦ ค้นหาศัตรู 27 พฤศจิกายน 2024
ตอนที่ 52 - 029:แผนการฝึกนักบุญ⑥ ก่อนการต่อสู้ 27 พฤศจิกายน 2024
Here for more Popular Manga

Comments for chapter "บทที่ 385 พายุฝนผิดแผกตายไม่รู้ตัว-14"

MANGA DISCUSSION

ใส่ความเห็น ยกเลิกการตอบ

You must Register or Login to post a comment.

  • HOME
  • COOKIE POLICY

© 2026 Madara Inc. All rights reserved