cat2auto | นิยาย นิยายออนไลน์ นิยายวาย นิยาย PDF
  • หน้าหลัก
  • อ่านมังงะ
  • เว็บอ่านมังงะ
  • นิยายวาย [Yaoi]
  • Nekopost
  • Niceoppai
  • รออัพเดท
  • มังงะ18+
  • แทงหวย24
  • manga
Advanced
  • หน้าหลัก
  • อ่านมังงะ
  • เว็บอ่านมังงะ
  • นิยายวาย [Yaoi]
  • Nekopost
  • Niceoppai
  • รออัพเดท
  • มังงะ18+
  • แทงหวย24
  • manga
  • Romance
  • Comedy
  • Shoujo
  • Drama
  • School Life
  • Shounen
  • Action
  • MORE
    • Adult
    • Adventure
    • Anime
    • Comic
    • Cooking
    • Doujinshi
    • Ecchi
    • Fantasy
    • Gender Bender
    • Harem
    • Historical
    • Horror
    • Josei
    • Live action
    • Manga
    • Manhua
    • Manhwa
    • Martial Arts
    • Mature
    • Mecha
    • Mystery
    • One shot
    • Psychological
    • Sci-fi
    • Seinen
    • Shoujo Ai
    • Shounen Ai
    • Slice of Life
    • Smut
    • Soft Yaoi
    • Soft Yuri
    • Sports
    • Tragedy
    • Supernatural
    • Webtoon
    • Yaoi
    • Yuri
Prev
Next

ศึกยุทธ์ใต้ขุนเขาเงาจันทรา - บทที่ 384 พายุฝนผิดแผกตายไม่รู้ตัว-13

  1. Home
  2. All Mangas
  3. ศึกยุทธ์ใต้ขุนเขาเงาจันทรา
  4. บทที่ 384 พายุฝนผิดแผกตายไม่รู้ตัว-13
Prev
Next

บทที่ 384 พายุฝนผิดแผกตายไม่รู้ตัว-13

นางเสี่ยวจงมองพ่อบ้านจนร่างของเขาหายวับไปท่ามกลางความมืดของจวนชิง นางจึงหันหน้ากลับไปมองเรือนหลักของจวนชิงคราวหนึ่ง

หน้าต่างห้องของชิงหรานยังมีแสงสว่างอยู่รำไร

นางจึงรู้ว่าชิงหรานยังไม่เข้านอน

คนที่ไม่ได้เจ็บป่วยอะไรย่อมไม่เข้านอนเร็ว

แต่นายท่านจินกับหลี่จวิ้นชางก็ไม่ได้ตามเขากลับมาด้วย

อาจไปหาที่ดื่มสุรากันอีก หรืออาจเข้ามาทางประตูข้าง นางเสี่ยวจงจึงไม่สังเกตเห็น

ทว่าชิงหรานก็บอกกล่าวมาชัดเจนเพียงนี้แล้ว นางเสี่ยวจงจึงไม่อาจถอยกลับได้อีกต่อไป

แม้ว่าเมื่อมองขึ้นไป ชิงหรานจะไม่ได้เอ่ยสิ่งใดทั้งสิ้น

เพียงทิ้งประวัติคนผู้หนึ่งเอาไว้เท่านั้น

แต่ความพัวพันระหว่างคนที่เขียนกระดาษแผ่นนี้ คนในกระดาษกับตนเอง และชิงหรานกลับเป็นความเจ็บปวดที่นางเสี่ยวจงไม่อาจหลบเลี่ยงได้ตลอดกาล

“ล้วนเป็นคนในด้วยกันทั้งสิ้น เหตุใดต้องแสร้งทำเป็นไม่เกี่ยวข้องเช่นนี้ด้วย”

นางเสี่ยวจงมองหน้าต่างของชิงหรานพลางบ่นอยู่ในใจ

แต่กลับพลั้งเอ่ยออกมาโดยไม่ตั้งใจ

“ไม่ว่าจะพูดอย่างไร เจ้าก็เป็นฮูหยินของข้า แม้ฮูหยินของข้าจะให้กำเนิดบุตรสาวแก่ข้าผู้หนึ่ง แต่ในใจนางกลับยังคงมีคนผู้หนึ่งอยู่ในนั้นเสมอมา เรื่องนี้เกรงว่าไม่ว่าบุรุษคนใดก็ล้วนไม่อาจทนรับได้ทั้งสิ้น!”

เสียงหนึ่งดังเข้ามาที่หูของนางเสี่ยวจง

เป็นชิงหรานใช้พลังปราณส่งเสียงเข้ามาในหูของนาง

ร่างกายนางพลันสั่นสะท้าน…

ชั่วครู่หนึ่งก็ไม่รู้ว่าควรทำเช่นใด ไม่รู้ว่าจะหัวเราะหรือร้องไห้ดี

นางเสี่ยวจงกล่าว

คำพูดนี้กลับตวาดออกมา

เกรงว่าทั่วทั้งจวนชิงคงไม่มีใครที่ไม่ได้ยิน

กระทั่งอาจลอยไปตามลมจนถึงทะเลเปลี่ยวป่าสีชาดแล้วด้วย

“ข้าเห็นว่าเขาเป็นสหายเรื่อยมา และเจ้าก็เป็นฮูหยินของข้าเรื่อยมาเช่นกัน”

เสียงของชิงหรานสงบราบเรียบ

เป็นเพียงการอธิบายความจริงอย่างสงบ ไม่มีอารมณ์ใดๆ แม้แต่น้อย

………………………….

ปีนั้นเยว่ซิงโม่มาประลองกับหลี่เจิ้งฮุยที่รัฐหง นึกไม่ถึงว่าเรื่องแรกที่ได้ยินเมื่อมาถึงรัฐหงคือหลี่เจิ้งฮุยเสียชีวิตกะทันหัน

ส่วนสาเหตุนั้นล้วนไม่มีผู้ใดล่วงรู้

ไม่มีข่าวแพร่ออกมาจากตระกูลหลี่แต่อย่างใด

ผู้คนต่างพากันเล่าลือว่าเป็นเพราะพลั้งพลาดขณะฝึกยุทธ์ ทำให้อินหยางสองขั้วภายในกายแตกสลาย

สำหรับนักดาบผู้ฝึกยุทธ์แล้ว เกรงว่าคำกล่าวเช่นนี้จะสมเหตุสมผลและอธิบายได้สมบูรณ์ที่สุด

แต่เรื่องนี้กลับทำให้เยว่ซิงโม่ต้องลำบากใจไปทุกทาง…

เพราะเขาอุตส่าห์เดินทางไกลนับหมื่นลี้มายังรัฐหงแห่งแดนเจิ้นเป่ยอ๋อง แต่กลับได้พบกับโลงศพโลงหนึ่ง

โลงศพไม่มีวิชายุทธ์ ไม่ได้ฝึกยุทธ์ ยิ่งใช้ดาบไม่เป็น

แล้วควรจะทำเช่นใดดี

แต่เยว่ซิงโม่ก็ยังทำตามหลักคุณธรรม ไปที่ตระกูลหลี่เพื่อไว้อาลัย

และก็ได้พบกับชิงหรานในโถงไว้อาลัยของตระกูลหลี่

บางทีนี่อาจเป็นสัญชาตญาณของคนในยุทธภพ ทั้งสองมองตากันอยู่เนิ่นนานในโถงไว้อาลัยอันเคร่งขรึม จากนั้นก็หัวเราะลั่นขึ้นมา!

แม้ชิงหรานกับตระกูลหลี่จะมีเรื่องขัดเคืองกันไม่หยุดหย่อน และแข่งขันกันอยู่เสมอ

แต่เรื่องพิธีรีตองตามธรรมเนียมก็ยังต้องทำอยู่

ชิงหรานหาได้ชื่นชอบหลี่เจิ้งฮุย

และนับไม่ได้ว่าเป็นสหายกับเขา

ยิ่งไปกว่านั้น แม้หลี่เจิ้งฮุยจะเป็นคนรุ่นเดียวกับเขา แต่กลับเป็นผู้นำตระกูลหลี่แล้ว

เรื่องนี้ยิ่งทำให้เขารู้สึกไม่พอใจ…

แต่ในงานไว้อาลัยนี้กลับทำให้เขาได้พบกับคนน่าแค้นใจที่พบกันช้าไป สำหรับชิงหรานแล้วนับได้ว่ามาไม่เสียเที่ยว

ชิงหรานพาเยว่ซิงโม่มายังที่ปลอดคน

ที่แห่งนี้ภูผาธารางามดุจภาพวาด ภาพวาดดุจภูผาธารางาม

ให้ความเป็นกันเองอย่างยิ่งกับเยว่ซิงโม่ผู้ซึ่งมีชาติกำเนิดต่ำต้อยจากแดนผิงหนานอ๋อง

ริมธารใสสายหนึ่ง หลังฝนเพิ่งหยุดมีกระบี่และดาบปักอยู่บนพื้นดินที่เหมือนผิวขนมเหอเถากรอบ (คุกกี้วอลนัท)

กระบี่คือกระบี่ของเยว่ซิงโม่ มันไร้นาม

แต่ก็เป็นกระบี่เลื่องชื่อที่ถูกขนานนามว่าออกจากฝักย่อมเห็นโลหิต

ดาบเป็นดาบของชิงหราน มันไร้นามเช่นกัน

ทว่าชิงหรานกลับทึกทักเอาเองว่าดาบของเขานั้นว่องไวกว่าดาบของหลี่เจิ้งฮุยไม่น้อยเลยทีเดียว!

ริมธารน้ำใสมีบุรุษสองคนยืนอยู่

เหมือนว่าต่างก็เพิ่งตากฝนมา ผมเผ้ายุ่งเหยิงเปียกปอนระลงบ่าและปิดใบหน้าไปครึ่งหนึ่ง

ซึ่งก็คือชิงหรานและเยว่ซิงโม่

ทั้งสองยังเปลือยร่างท่อนบนด้วย

ในแววตามีทั้งความเด็ดเดี่ยวและเย็นชา แต่ก็มีความร้อนระอุฉายวาบเป็นระยะ!

ราวกับอยู่ในช่วงเวลาอันศักดิ์สิทธิ์ และคล้ายว่ากำลังรอโอกาสอยู่

แต่มีเพียงพวกเขาเท่านั้นที่รู้ว่าตนเองกำลังทำสิ่งใดอยู่

เมื่อนักดาบลือนามแห่งรัฐหงแดนเจิ้นเป่ยอ๋องและมือกระบี่ชั้นแนวหน้าแห่งรัฐซานเหมินแดนผิงหนานอ๋องได้มาพบกันยังจะทำสิ่งใดได้อีก

ย่อมต้องประชันกระบี่ ประลองดาบ

“เหมือนว่าชื่อเสียงของเจ้าจะไม่ทัดเทียมหลี่เจิ้งฮุย!”

เยว่ซิงโม่เอ่ยปาก

“ไม่ผิด! เขาคือผู้นำตระกูลหลี่ ส่วนตัวข้าจนถึงบัดนี้เป็นเพียงคุณชายผู้หนึ่งในจวนชิงเท่านั้น”

ชิงหรานเอ่ยทั้งพยักหน้า

“น่าเสียดายที่เขาตายเสียแล้ว…”

เยว่ซิงโม่เอ่ยด้วยความทอดอาลัยนัก

“เขาตายแล้วไม่สำคัญ เพราะจะอย่างไรนักดาบในรัฐหงก็ไม่ได้มีเพียงเขาผู้เดียว นอกจากตระกูลหลี่แล้ว ก็ยังมีจวนชิงของข้า นอกจากหลี่เจิ้งฮุยแล้วก็ยังมีข้าชิงหราน”

ชิงหรานกล่าว

“ที่แท้เจ้านามว่าชิงหราน!”

เยว่ซิงโม่กล่าว

แม้ว่าทั้งสองจะอยู่ด้วยกันมาสองชั่วยามแล้ว แต่เยว่ซิงโม่กลับเพิ่งรู้ชื่อแซ่ของอีกฝ่ายเมื่อครู่นี้เอง

ทว่าด้วยนิสัยของเขา เรื่องนี้ก็นับว่าสมเหตุสมผล

เมื่อต้องสมาคมกับผู้คน ก็สนใจเพียงว่าศีลเสมอกันหรือไม่

หากว่าเสมอกัน แม้ไม่รู้ชื่อแซ่ก็ไม่เป็นไร

แต่หากศีลไม่เสมอกัน ต่อให้รู้ชื่อแซ่แล้วจะอย่างไรต่อเล่า

“ชิงในกลอน ‘สีครามและเสียงกวาง’ หรานในสำนวน ‘เผาแกลบส่องสว่าง’[1]”

ชิงหรานกล่าว

“ว่ามาเช่นนี้ ชิงหรานเป็นนามที่ดียิ่งนัก!”

เยว่ซิงโม่กล่าว

ชิงหรานพยักหน้าน้อยๆ จากนั้นก็นิ่งเงียบลง

ตกลงกันแล้วว่าจะประชันกระบี่ ประลองดาบ

แต่ทั้งดาบและกระบี่ของคนทั้งสองล้วนปักอยู่บนดินโคลนด้านข้างห่างออกไป

สองมือว่างเปล่า แล้วจะประลองกันอย่างไร

ไม่มีผู้ใดรู้ว่าพวกเขาคิดวิธีที่แสนประหลาดออกมาวิธีหนึ่ง…

นั่นก็คือการลักกระบี่ ขโมยดาบ

เกรงว่านี่คงจะเป็นวิธีประลองที่มีเพียงหนึ่งในใต้หล้า

ชิงหรานลักกระบี่ของเยว่ซิงโม่

ส่วนเยว่ซิงโม่ก็ขโมยดาบของชิงหราน

‘แกรกๆ…’

กิ่งไม้แห้งในป่าที่ถูกลมพัดร่วงหล่นส่งเสียงบางเบาลอยมาเป็นระยะ

ทุกเสียงล้วนทำให้ทั้งสองม่านตาหดลง หัวใจบีบรัด…

ครั้งนี้ชิงหรานเป็นฝ่ายเริ่มก่อน

สำหรับมือกระบี่ระดับแนวหน้า เสียงเป็นเรื่องที่เกินความจำเป็นอย่างยิ่ง

แม้จะเป็นเพียงการประลอง ไม่ได้ต่อสู้ถึงเป็นตาย

แต่ชิงหรานและเยว่ซิงโม่ต่างก็เป็นคนที่จริงจังเป็นที่สุด

ทุกครั้งที่ประลองกันล้วนลงมือราวกับต่อสู้เอาเป็นเอาตาย

ลำพังแค่ท่าทีเช่นนี้ ก็ทำให้ไปถึงระดับตื่นตระหนกขวัญกระเจิงแล้ว…

เสียงกิ่งไม้ไหวที่เกินความจำเป็นในครั้งนี้ อาจส่งผลต่อการต่อสู้ที่จบลงด้วยความเป็นตายทีเดียว

มือของเยว่ซิงโม่สั่นเล็กน้อย

ไม่ใช่ตื่นเต้นหรือหวาดกลัว

แต่เป็นความเคยชินอย่างหนึ่ง

ความเคยชินเมื่อใช้กระบี่

หากกระบี่อยู่ในมือ และตรงหน้าคือศัตรูตัวฉกาจ

เสียงกิ่งไม้ไหวเมื่อครู่นี้กลับเป็นโอกาสลงมือที่ดีที่สุด

ทว่าในมือเขากลับไม่มีกระบี่

แต่แววตาทั้งคู่ที่รุนแรงยิ่งกว่าแสงกระบี่ยังคงจ้องเขม็งที่แหล่งต้นเสียง

“มุมทางทิศตะวันออกเฉียงใต้ ห่างจากตัวข้าไปเจ็ดจั้งครึ่ง…”

เยว่ซิงโม่คิดในใจเงียบๆ

ในเมื่อจะขโมยกระบี่ ก็เหมือนการเล่นซ่อนหาของเด็กๆ

ที่ไม่อาจพุ่งออกไปอย่างเปิดเผย

เพราะนั่นเรียกว่าแย่งเอา ไม่เรียกขโมย

การขโมยเน้นลงมือทำโดยที่อีกฝ่ายไม่รู้ตัว เงียบกริบไร้สุ้มเสียง

แต่เยว่ซิงโม่กลับรู้ว่าเสียงกิ่งไม้แห้งที่ดังขึ้นเมื่อครู่นี้ต้องเป็นกลลวงของชิงหราน

เพราะเขาย่อมไม่โง่จนทำให้มีเสียงจากการเคลื่อนไหวดังถึงเพียงนั้น

ชิงหรานเองก็รู้ว่าตนหลอกเยว่ซิงโม่ไม่ได้

ทว่าขอเพียงให้เขาเสียสมาธิได้น้อยนิดก็พอแล้ว

และตัวเขาในเวลานี้ก็เข้าใกล้กระบี่ของเยว่ซิงโม่ทุกที

รอจนเขาเข้าไปใกล้กระบี่มากแล้ว

จวบจนชิงหรานรู้สึกว่ากระบี่อยู่แค่เอื้อมมือถึง

ชิงหรานก็ถีบตัวขึ้น สองแขนยื่นไปข้างหน้า กระโจนเข้าหากระบี่เล่มนั้น

ทว่าคนเรามักพลาดที่ก้าวสุดท้ายนี้…

กระบี่ที่ดูเหมือนจะอยู่ในมือแล้ว จู่ๆ กลับบินขึ้นไปบนฟ้า

ชิงหรานเงยหน้ามองกระบี่เล่มนั้น แต่ในเวลาเดียวกันเยว่ซิงโม่กลับมายืนอยู่ข้างกายเขาแล้ว

ชี้นิ้วหนึ่งทำเป็นกระบี่ และจ่ออยู่ท้ายทอยของเขา

“กระบี่ของเจ้าบินขึ้นไปได้เองจริงหรือ”

ชิงหรานยืนตัวแข็งทื่อพลางเอี้ยวคอมาถาม

“กระบี่ของข้ามีวิญญาณ เจ้าเชื่อหรือไม่”

เยว่ซิงโม่เอ่ยด้วยรอยยิ้ม

“นั่นมันเป็นนิทานของนักเล่านิทาน ตอนข้ายังเล็ก บิดาข้ายังเคยหลอกข้าว่ากระโถนข้างใต้เตียงมีวิญญาณอยู่ด้วย!”

ชิงหรานเอ่ยอย่างไม่สะทกสะท้าน

แต่เยว่ซิงโม่กลับมีท่าทีจริงจังอย่างยิ่ง

สีหน้าเช่นนี้ ไม่ใช่สีหน้าที่ควรมียามล้อเล่น

บางครั้งบางคนก็ชอบพูดเรื่องส่งเดชด้วยท่าทีขึงขัง

แต่เยว่ซิงโม่กลับขึงขังจริงจังยิ่ง ไม่ได้ดูพูดส่งเดชแม้แต่น้อย

“กระบี่เล่มนี้ไม่ได้เป็นกระบี่เลื่องชื่อ แต่กลับเอาชนะผู้มีชื่อเสียงที่ถือกระบี่เลื่องชื่อมาไม่น้อย มันอยู่ในมือข้ามาสิบห้าปีไม่เคยเปลี่ยนนาย อาจเพราะเหตุนี้ภายหลังมันจึงมีชื่อแล้ว หากไม่นับเจ้า มีคนทั้งหมดสามร้อยสองคนที่ชื่นชอบและต้องการครอบครองมัน”

เยว่ซิงโม่กล่าว

“แต่เวลานี้กระบี่เล่มนี้ยังอยู่ในมือเจ้า เช่นนั้นคนทั้งสามร้อยสองคนนั้นไม่ต้องเดาก็รู้แล้วว่าลงเอยเช่นใด”

“ไม่หรอก คนที่ตายใต้กระบี่เล่มนี้มีเพียงสามร้อยหนึ่งคน”

เยว่ซิงโม่เอ่ยทั้งส่ายหน้า

ชิงหรานขมวดคิ้ว…

หากมีคนหนึ่งไม่ตาย ถ้าไม่ใช่เพราะขโมยกระบี่ไม่สำเร็จ เช่นนั้นก็ยังคงพยายามอยู่อย่างไม่ลดละ

แต่ไม่ว่าจะเป็นอย่างใด ก็ไม่มีสถานการณ์ไหนที่สอดคล้องกับสิ่งที่เกิดขึ้นตรงหน้าเลย

“แล้วคนอีกผู้หนึ่งลงเอยอย่างไรหรือ”

ชิงหรานถาม

“คนอีกผู้หนึ่งก็คือบิดาข้า เขาไม่ใช่ผู้ฝึกยุทธ์ แต่ชื่นชอบกระบี่ของข้ายิ่งนัก แต่เขาเป็นวัณโรคตายไปแล้ว ไม่ได้ตายเพราะถูกกระบี่ข้าสังหาร!”

เยว่ซิงโม่กล่าวทั้งหัวเราะยกใหญ่

เวลานี้กลายเป็นเรื่องล้อเล่นเสียแล้ว

บิดาชื่นชอบกระบี่ของบุตรชาย เดิมทีก็เป็นเรื่องแสนจะปกติอยู่แล้ว

หากบุตรชายชักกระบี่ออกมาสังหารบิดา เช่นนั้นเขาก็ไม่อาจแบกรับคำว่าคุณธรรมนี้ได้

เยว่ซิงโม่มองสีหน้าของชิงหรานที่เริ่มจากตกตะลึงกลายเป็นนิ่งเหม่อ ก่อนกลับมาผ่อนคลายและหัวเราะลั่นไปพร้อมกับตนก็รู้สึกพึงพอใจนัก

เรื่องเล่านี้เขาใช้มานับครั้งไม่ถ้วนแล้ว

ทุกครั้งล้วนให้ผลเหมือนกัน

ครึ่งแรกเคร่งขรึม ครึ่งหลังกลับคาดคิดไม่ถึง

“ที่แท้ พี่เยว่กำลังกระเซ้าข้า!”

ชิงหรานเอ่ยหลังหยุดหัวเราะ

“หาได้มีเจตนาล้อน้องชิงเล่น…เพียงแต่ทุกครั้งที่ข้าเอ่ยเรื่องนี้ขึ้นมา ท่าทีของทุกคนล้วนเหมือนกัน ทำข้าเบื่อหน่ายนัก…”

เยว่ซิงโม่กล่าว

ทั้งๆ ที่เมื่อครู่นี้เขาหัวเราะอย่างเบิกบานใจยิ่ง แต่เวลานี้กลับบอกว่าเบื่อหน่าย

คนผู้หนึ่งหากรู้สึกเบื่อหน่าย แต่กลับหัวเราะลั่นอย่างสบายอกสบายใจเช่นนี้ ช่างเป็นเรื่องประหลาดน่าอัศจรรย์โดยแท้!

“ไม่เว้นสักคนเลยหรือ”

ชิงหรานซักไซ้

………………………………………

[1] เผาแกลบส่องสว่าง หมายถึง ความมานะบากบั่น

Prev
Next
MY READING HISTORY
You don't have anything in histories
POPULAR MANGA
กระบี่จงมา
กระบี่จงมา
บทที่ 992.2 ดอกไม้แดงบนภูเขาเขียวดุจเพลิงลุกไหม้ 27 พฤศจิกายน 2024
บทที่ 992.1 ดอกไม้แดงบนภูเขาเขียวดุจเพลิงลุกไหม้ 27 พฤศจิกายน 2024
323r
ท่านอ๋องผู้โหดร้ายกับหมอปีศาจ
ตอนที่ 2138 จะทำลายพวกเจ้า 27 พฤศจิกายน 2024
ตอนที่ 2137 เทือกเขาแห่งความตาย 27 พฤศจิกายน 2024
เทพกระบี่มรณะ (chaotic sword god)
เทพกระบี่มรณะ (chaotic sword god)
ตอนที่ 2528 - การตัดแขน 27 พฤศจิกายน 2024
ตอนที่ 2527 - ชำระหนี้แค้น 27 พฤศจิกายน 2024
61d44445LSpjhqcZ
เปิดระบบสุดโกงอัปสกิลหมอ
บทที่ 869 ที่หลบภัย 27 พฤศจิกายน 2024
บทที่ 868 ผมซับเหงื่อให้ครับ 27 พฤศจิกายน 2024
Full-time-Artist-ใครว่าผมไม่เหมาะเป็นศิลปิ
Full-time Artist ใครว่าผมไม่เหมาะเป็นศิลปิน
ตอนที่ 775 อาภรณ์หลวมโพรกมิเสียดาย เพื่อเจ้าข้าผ่ายผอมยอมอิดโรย 27 พฤศจิกายน 2024
ตอนที่ 774 ผีเสื้อรักบุปผา 27 พฤศจิกายน 2024
นิยายแปล-~จ้าวนักสู้เกิดใหม่ทั้งทีดันเป็นนางร้าย-~-ลูน่าอยากรีไทร์แล้ว
[นิยายแปล] ~จ้าวนักสู้เกิดใหม่ทั้งทีดันเป็นนางร้าย ~ ลูน่าอยากรีไทร์แล้ว
ตอนที่ 53 - 030:แผนการฝึกนักบุญ⑦ ค้นหาศัตรู 27 พฤศจิกายน 2024
ตอนที่ 52 - 029:แผนการฝึกนักบุญ⑥ ก่อนการต่อสู้ 27 พฤศจิกายน 2024
Here for more Popular Manga

Comments for chapter "บทที่ 384 พายุฝนผิดแผกตายไม่รู้ตัว-13"

MANGA DISCUSSION

ใส่ความเห็น ยกเลิกการตอบ

You must Register or Login to post a comment.

  • HOME
  • COOKIE POLICY

© 2026 Madara Inc. All rights reserved