รู้สึกตัวอีกที ข้าก็เป็นเซียนซะแล้ว [原來我是世外高人] - บทที่ 1084 เริ่มดำเนินแผนการที่เหลือ รอซีและเต่าชราติดเบ็ด!
- Home
- All Mangas
- รู้สึกตัวอีกที ข้าก็เป็นเซียนซะแล้ว [原來我是世外高人]
- บทที่ 1084 เริ่มดำเนินแผนการที่เหลือ รอซีและเต่าชราติดเบ็ด!
บทที่ 1084 เริ่มดำเนินแผนการที่เหลือ รอซีและเต่าชราติดเบ็ด!
……….
บทที่ 1084 เริ่มดำเนินแผนการที่เหลือ รอซีและเต่าชราติดเบ็ด!
ยอดศาสตราสิบหกชิ้นถูกทำลายย่อยยับทั้งหมด
ของวิเศษในลานพากันกลับไปที่ลาน
มู่อวี่เห็นแล้วอึ้งงัน ความรู้สึกแปลกประหลาดผุดขึ้นในใจ ราวกับได้เห็นที่พำนักของพี่ชาย
ที่พำนักของพี่ชายมีลักษณะเดียวกัน ไม่มีของใช้ชิ้นใดดาษดื่น ล้วนเป็นของวิเศษสูงส่ง
ตอนนั้นนางยังไม่รู้ว่าพี่ชายนั้นเก่งกล้าสามารถ ทุกสิ่งในลานล้วนมหัศจรรย์อย่างยิ่งยวด นางเห็นที่พำนักของพี่ชายรกจึงช่วยเก็บให้เป็นระเบียบ
จนบัดนี้นางยังจำได้ดีว่านางโยนสิ่งที่คิดว่าไร้ประโยชน์ทิ้งไปไม่น้อย แล้วมารู้ในภายหลังว่าสิ่งที่นางทิ้งไปล้วนเป็นยอดศาสตรา
บรรดายอดศาสตราเข้ามาร่ำไห้ต่อนางว่าตนไม่ใช่ขยะ หากแต่มีประโยชน์ยิ่งยวด
“ลอบสังเกตการณ์ดินแดนเก่า น้ำหน้าอย่างพวกเจ้าน่ะหรือ!”
ในเวลานั้น คลื่นพลังจิตของลานเล็กส่งวาจาสู่จ้าวเทียน
“หมายความว่าอย่างไร”
จ้าวเทียนและนายเหนือหัวหว่างเซิงสะดุ้งโหยง ตึงเครียดขึ้นมา
บ่อน้ำเบื้องหน้าพวกเขาที่เผยภาพการณ์ในดินแดนเก่าสูญสิ้นภาพแสดง ไม่อาจเผยเหตุการณ์ในดินแดนเก่าให้เห็นได้อีก!
“บัดซบ!”
จ้าวเทียนสบถ การไม่สามารถจับตาดูสถานการณ์ในดินแดนเก่าทำให้พวกเขาเสียเปรียบมหันต์อย่างไม่ต้องสงสัย
อนิจจา ไม่ว่าเขาและนายเหนือหัวหว่างเซิงถ่ายทอดพลังเข้าไปในบ่อน้ำเพียงใดก็ไม่อาจเผยภาพในดินแดนเก่าออกมาอีกแล้ว
“ไม่ต้องรีบร้อนไป รอจนพวกเราได้การสนับสนุนจากเสียงนั้นแล้ว ปัญหาทุกอย่างย่อมคลี่คลายได้ง่ายดาย”
นายเหนือหัวหว่างเซิงปลอบใจอยู่ด้านข้าง
“ก็ได้”
จ้าวเทียนเอ่ยเสียงจนใจ
ช่วยไม่ได้ ผู้ใดใช้ให้พวกเขาไม่แข็งแกร่งพอเล่า อย่าว่าแต่จัดการหลี่จิ่วเต้าเลย แม้แต่ลานเล็กที่หลี่จิ่วเต้าอยู่อาศัยยังเกินกว่าที่พวกเขาจะต้านไหว
ลำพังที่ลานเล็กตัดช่องทางสอดส่องดินแดนเก่าของพวกเขา พวกเขายังแก้ไขไม่ได้
“เช่นนั้นพวกเราตั้งใจจัดการสิ่งมีชีวิตดินแดนเก่าสองตนในดินแดนใหม่ดีกว่า!”
จ้าวเทียนเอ่ยขึ้น ติดต่อหย่งโจ้ว ไถ่ถามว่าแผนการดำเนินถึงขั้นไหนแล้วจึงเคลื่อนไหวพร้อมนายเหนือหัวหว่างเซิง ไปรวมพลกับหย่งโจ้ว ณ จุดที่เขาอยู่
“พวกท่านมาได้พอดี ข้ายังกังวลอยู่ว่าข้าตัวตนเดียวอาจจัดการพวกเขาไม่ได้!”
หย่งโจ้วเอ่ย
ก่อนนี้เขาไม่เคยกังวล คิดเพียงว่าตราบใดที่ซีและเต่าชราเข้าใกล้เขา เขาย่อมกำราบซีและเต่าชราได้สบาย
ทว่าหลังรู้ว่า เครื่องใช้ประจำวันของ ‘คนท้องถิ่น’ ผู้นั้นล้วนเป็นยอดศาสตราสะท้านโลกันตร์ เขาก็หมดความมั่นใจ
ถึงอย่างไร ในตัวซีและเต่าชราอาจมียอดศาสตราที่ ‘คนท้องถิ่น’ ผู้นั้นประทาน
ลำพังเขาคนเดียวโอกาสสำเร็จไม่สูงนัก
“วางใจเถิด ไม่ต้องเป็นห่วง”
จ้าวเทียนเอ่ย “‘คนท้องถิ่น’ ส่งสิ่งมีชีวิตดินแดนเก่าสองตนเข้ามายังดินแดนใหม่ ถึงแม้พวกเราไม่รู้ว่า ‘คนท้องถิ่น’ ผู้นั้นมีเป้าหมายอันใด แต่เห็นได้ชัดว่า ‘คนท้องถิ่น’ หวั่นเกรงต่อดินแดนใหม่อยู่บ้าง”
เขาอธิบายความเห็นตัวเอง
“หากไม่ต้องหวั่นเกรง ‘คนท้องถิ่น’ ผู้นั้นไฉนเลยต้องอำพรางกลบเกลื่อนพลังปราณและร่องรอยของสิ่งมีชีวิตดินแดนเก่าสองตนนั้น สั่งให้พวกเขาซ่อนตัวไว้ด้วยเล่า”
เขาเอ่ย “‘คนท้องถิ่น’ ผู้นั้นทรงพลังเหนือชั้นพวกเราไปไกล ไม่มีทางต้องหวั่นเกรงต่อเรา ทว่าหลัง ‘คนท้องถิ่น’ ส่งสิ่งมีชีวิตดินแดนเก่ามาสองตนก็กลัวว่าพวกเขาอาจถูกจับได้ เพียงไม่นานก็อำพรางสิ่งมีชีวิตดินแดนเก่าสองตนนั้นไว้!”
“หมายความว่าอย่างไร”
“หมายความว่ามีพลังในดินแดนใหม่ที่ ‘คนท้องถิ่น’ ผู้นั้นต้องคำนึงถึง!”
ดวงตาของเขาวาวโรจน์ “ข้าว่าพลังที่ ‘คนท้องถิ่น’ คำนึงถึงต้องเป็นเสียงนั้นแน่!”
เขากล่าวต่อ “ข้ายังรู้สึกว่า ‘คนท้องถิ่น’ ส่งสิ่งมีชีวิตดินแดนเก่าสองตนมาที่ดินแดนใหม่ก็เพื่อสืบเสาะพลังของเสียงนั้น!”
เพราะอย่างนั้น เขาจึงนึกถึงเสียงนั้นเป็นอันดับแรก และสันนิษฐานเช่นนี้
“นั่นบ่งบอกว่าพวกเราไม่จำเป็นต้องกังวลว่าจะจัดการสิ่งมีชีวิตดินแดนเก่าสองตนนี้ไม่ไหว!”
จ้าวเทียนแค่นยิ้ม “เพราะต่อให้เราจัดการสิ่งมีชีวิตดินแดนเก่าสองตนนี้ไม่ไหว สิ่งมีชีวิตดินแดนเก่าทั้งสองตนก็ไม่มีทางกบดานเงียบเชียบต่อไป ต้องเผยตัวออกมาอย่างแน่นอน”
หากยอดฝีมือระดับพวกเขาเปิดศึกจริง ย่อมต้องเอิกเกริกไปทั่วทั้งดินแดนใหม่ ไม่มีทางเป็นไปอย่างเงียบเชียบ
ในสถานการณ์นั้นหมายความว่าซีและเต่าชราจักถูกเปิดเผยตัวตนอย่างสิ้นเชิง
“พลังจากเสียงนั้นเป็นศัตรูของผู้นั้น ‘คนท้องถิ่น’ เข้าร่วมฝ่ายผู้นั้น พวกท่านว่าหลังสิ่งมีชีวิตดินแดนเก่าสองตนเผยตัวออกมา พลังจากเสียงนั้นจะยังนิ่งดูดายได้อีกหรือ”
“ไม่มีทาง!”
“ทันทีที่สิ่งมีชีวิตดินแดนเก่าสองตนนั้นเผยตัวตน สำแดงพลังน่าครั่นคร้าม เสียงนั้นไม่มีทางอยู่เฉย ต้องเผยตัวออกมาลงทัณฑ์พวกเขาแน่นอน!”
จ้าวเทียนเอ่ย “พวกจ้าวตี้ไปยังทะเลนิโรธเพื่อตามหาเสียงนั้นแล้ว ไม่รู้ว่าได้เจอหรือไม่”
“เวลานี้พวกเรามีวิธีตามหาเสียงนั้นเพิ่มมาอีกทาง นั่นคือไล่ต้อนสิ่งมีชีวิตดินแดนเก่าสองตนนั้นให้เผยตัวออกมาเต็มที่!”
“นอกจากนี้ ในสายตาของข้าโอกาสสำเร็จมีอยู่มากนัก หากพวกเราสำเร็จ เป็นไปได้ว่าจะได้ติดต่อกับพลังเสียงนั้น!”
จ้าวเทียนเอ่ยตาเป็นประกาย “เพราะอย่างนั้น พวกเราไม่จำเป็นต้องกลัว ลงมืออย่างกล้าหาญเป็นพอ!”
หลังได้ฟังคำแจกแจงจากจ้าวเทียน หัวใจที่ตุ้ม ๆ ต่อม ๆ ของหย่งโจ้วกลับเป็นปกติ ไม่เหลือความกังวลอีก
จริงอย่างที่จ้าวเทียนว่า
ในดินแดนใหม่ต้องมีพลังที่ ‘คนท้องถิ่น’ หวั่นเกรงอยู่แน่นอน
ทันทีที่ซีและเต่าชราเปิดเผยตัวตนอย่างสิ้นเชิง พลังที่ ‘คนท้องถิ่น’ หวั่นเกรงในดินแดนใหม่จักต้องปรากฏ
ขณะเดียวกัน พวกเขายังรู้สึกว่าพลังที่สร้างความหวั่นเกรงให้ ‘คนท้องถิ่น’ ก็คือเสียงนั้น
เพราะนอกจากเสียงนั้น พวกเขาคิดไม่ออกจริง ๆ ว่ายังมีพลังใดให้ ‘คนท้องถิ่น’ หวั่นเกรงเช่นนี้อีก
“ถ้าอย่างนั้น…เริ่มกันเลยเถิด จวนจะได้เวลาแล้ว!”
หย่งโจ้วเอ่ย เตรียมดำเนินแผนการที่เหลือ
ก่อนนี้พวกเขาเริ่มลงมือไปแล้ว ด้วยการแพร่ข่าวปลอมว่าฝ่ายดินแดนเก่าอุปโลกน์มีสิ่งมีชีวิตมายาน่าพรั่นพรึงเหลือแสนปรากฏ เหล่ายอดฝีมือดินแดนใหม่ที่มุ่งหน้าไปยังดินแดนเก่าอุปโลกน์ตายลงแล้วทั้งหมด
ต่อมา เขายังแพร่ข่าวปลอมออกไปอีกว่าเขา จ้าวเทียน และนายเหนือหัวหว่างเซิงนำทัพยอดฝีมือดินแดนใหม่อีกกลุ่มบุกไปยังดินแดนเก่า
บัดนี้ผ่านไประยะหนึ่งแล้ว เริ่มดำเนินแผนการที่เหลือได้
“ได้!”
จ้าวเทียนและนายเหนือหัวหว่างเซิงพยักหน้า เห็นด้วยกับการดำเนินแผนที่เหลือ
ยิ่งบีบให้ซีและเต่าชราเผยตัวเร็วเท่าใด ยิ่งเป็นประโยชน์ต่อพวกเขาเท่านั้น
“ข้าลงมือเอง!”
หย่งโจ้วเอ่ย ก่อนจะไปจากที่นี่ เริ่มดำเนินการ
เขาแปลงกายเป็นยอดฝีมือดินแดนใหม่ผู้หนึ่ง แสร้งว่าหนีกลับจากดินแดนเก่า
“แย่…แย่แล้ว ปรมาจารย์ทั้งสามท่าน และยอดฝีมือที่ตามปรมาจารย์ทั้งสามไปยังดินแดนเก่า ตาย…ตายหมดแล้วที่ดินแดนเก่า!”
เขาปลอมตัวเป็นผู้ที่เพิ่งผ่านศึกสาหัสโชกเลือดกลับมา บาดแผลเต็มกาย วิ่งโซซัดโซเซเข้ามายังดินแดนใหม่และป่าวประกาศ
จากนั้น เขายังตั้งใจเผยภาพเหตุการณ์บางส่วนออกมา
ภาพเหล่านั้นถูกเขาสร้างขึ้นด้วยความจงใจ เป็นภาพของปรมาจารย์สามท่านนำทัพยอดฝีมือดินแดนใหม่เข้าไปยังดินแดนเก่า กรีธาทัพเปิดศึก
เพื่อให้ซีและเต่าชราเชื่อง่ายขึ้น เขายังเผยภาพของพวกจักรพรรดินีและลานเล็กแห่งนั้นให้เห็นทั้งหมด
“พวกเราเพิ่งเข้าไปถึงดินแดนเก่าก็เจอกับสิ่งมีชีวิตมายากลุ่มนี้ ยังมีลานเล็กสุดสยดสยองแห่งนี้อีกด้วย…”
เขาร่ำไห้เสียงร้าวราน
ปรมาจารย์สามท่านต่อสู้ดุเดือดกับลานเล็กอยู่ในภาพ
ยอดศาสตราจำนวนหนึ่งเหินออกจากลานเล็ก นั่นคือจอบเซียน ถังขยะ กระโถน และชิ้นอื่น ๆ
ปรมาจารย์ทั้งสามสู้ไม่ได้ ถูกยอดศาสตรากลุ่มนั้นสังหาร ยอดฝีมือดินแดนใหม่ที่เหลือก็ถูกปลิดชีพทั้งหมด
“ลานเล็กและเครื่องใช้ประจำวันเหล่านั้นมีอยู่จริง เป็นสิ่งของประจำกายของ ‘คนท้องถิ่น’ ผู้นั้น หลังสิ่งมีชีวิตดินแดนเก่าสองตนในดินแดนใหม่เห็นภาพนี้ต้องยอมเชื่อแน่!”
ถึงอย่างไร ‘คนท้องถิ่น’ เป็นผู้ส่งสิ่งมีชีวิตดินแดนเก่าสองตนนั้นมา พวกเขาย่อมจำลานเล็กและบรรดาเครื่องใช้ประจำวันได้
หย่งโจ้วจงใจเผยภาพการณ์เช่นนี้เพื่อให้ซีและเต่าชรายอมเชื่อมากขึ้น
“ทุกท่านเตรียมตัวให้ดี สิ่งมีชีวิตมายาเหล่านั้น…อาจบุกเข้ามาในดินแดนใหม่ได้ทุกเมื่อ!”
เขาตะโกนอีกครั้ง
ภาพที่เขาเผยออกมาส่องสะท้อนไปทั่วทุกหย่อมหญ้าของดินแดนใหม่ เสียงที่กู่ก้องดังสะท้อนไปทั่วดินแดนใหม่เช่นกัน
“เขาคือ…จ้าวอู่ ลูกศิษย์ของปรมาจารย์หย่งโจ้ว!”
มีสิ่งมีชีวิตดินแดนใหม่จำผู้ที่หย่งโจ้วใช้ปลอมตัวบังหน้าได้ จึงไม่เหลือข้อกังขาอีก เชื่อว่าทุกอย่างคือความจริง
ปรมาจารย์ทั้งสามตายในสนามรบดินแดนเก่าหมดแล้ว!
และสิ่งมีชีวิตมายาอาจบุกเข้ามาในดินแดนใหม่ได้ทุกเมื่อจริง ๆ!
“อะไรนะ!”
“เหตุใดถึงเป็นเช่นนี้!”
ชั่วขณะนั้น เสียงร้องไห้ดังระงมอยู่ในอาณาจักรดินแดนใหม่นับไม่ถ้วน
เดิมพวกเขาคิดว่าปรมาจารย์สามท่านบุกเข้าไปยังดินแดนเก่าย่อมกำราบได้หมด จัดการปัญหาดินแดนเก่าได้สิ้นซาก
หารู้ไม่ ปรมาจารย์ทั้งสามท่านกลับพลีชีพอยู่ที่ดินแดนเก่า!
พริบตานั้น พวกเขาต่างหวาดกลัวเหลือแสน กลัวว่าสิ่งมีชีวิตมายาจะบุกมายังดินแดนใหม่แล้วสังหารพวกเขาจนหมดเพื่อยึดครองดินแดนใหม่
ถึงอย่างไรดินแดนเก่าก็มีสิ่งมีชีวิตมายาน่าครั่นคร้ามปรากฏออกมาแล้วจริง ๆ ลำพังลานเล็กที่พักอาศัยและเครื่องใช้ประจำวันจำนวนหนึ่งก็สามารถสังหารปรมาจารย์ทั้งสามท่านลง ไม่ให้พวกเขาหวาดกลัวได้อย่างไร
ไม่ต้องสงสัยเลยว่าสิ่งมีชีวิตมายาน่าครั่นคร้ามผู้นี้สยดสยองยิ่งกว่า ปรมาจารย์ดินแดนใหม่ที่เหลือผนึกกำลังยังไม่แน่ว่าจะต้านสิ่งมีชีวิตมายาน่าครั่นคร้ามผู้นี้ไหว!
ขณะเดียวกัน ซีและเต่าชราเห็นภาพนี้ด้วย รวมถึงได้ยินเสียงของหย่งโจ้ว
สีหน้าของซีเรียบนิ่ง ไม่ได้อึ้งงันนัก คาดไว้แต่แรกว่าปรมาจารย์ดินแดนใหม่ที่บุกเข้าไปต้องล้มเหลว
เพราะเจ้าของภาพร่างเลือนรางที่ปกป้องนางอยู่เสมออยู่ที่ดินแดนเก่า ปรมาจารย์ดินแดนใหม่ไฉนเลยจะสำเร็จลุล่วง
ต้องรู้ว่าเจ้าของภาพร่างเลือนรางที่คอยปกป้องนางแข็งแกร่งน่าพรั่นพรึงอย่างแท้จริง ลบล้างแรงสัมผัสนางและเต่าชราจากปรมาจารย์ดินแดนใหม่ได้ง่ายดาย จนปรมาจารย์ดินแดนใหม่หานางและเต่าชราไม่เจออีก
และนี่เป็นเพียงพลังที่เจ้าของภาพร่างเลือนรางทิ้งไว้ปกป้องนางเท่านั้น!
พลังอันแท้จริงของเจ้าของภาพร่างเลือนรางย่อมต้องน่าสะพรึงกลัวกว่านี้อย่างไม่ต้องสงสัย เหนือกว่าปรมาจารย์ดินแดนใหม่เหล่านั้นไปไกล!
“สมน้ำหน้า! เปลี่ยนดินแดนเก่าให้ดูอุปโลกน์ ลดความมีตัวตนของเจ้าของภาพร่างเลือนรางนั้น แล้วเขาไฉนเลยจะยอม พวกเขายังริอ่านบุกเข้าไปอีก รนหาที่ตายแท้ ๆ!”
เต่าชราเอ่ย ไม่นึกเห็นใจเหล่าปรมาจารย์ดินแดนใหม่ที่ตายไปสักนิด
ปรมาจารย์ดินแดนใหม่เหล่านี้แกว่งเท้าหาเสี้ยนโดยแท้ ไม่ไปแหยมกับเจ้าของภาพร่างเลือนรางนั้นคงไม่เกิดเรื่องราวเช่นนี้
“จะว่าไป ลานเล็กแห่งนั้นใช่ลานพำนักเจ้าของภาพร่างเลือนรางจริงหรือ”
มันเอ่ยต่อ น้ำเสียงเปี่ยมไปด้วยความสะท้อนใจระคนเคารพ “เจ้าของภาพร่างเลือนรางนั้นดุดันยิ่งนัก แม้แต่ที่พำนักและเครื่องใช้ประจำวันยังสูงส่งไร้เทียมทานได้เพียงนี้!”
น่ากลัวจริง ๆ พลิกโลกทัศน์ของมันจนกลับตาลปัตร!
มันไม่เคยคิดเลยว่าลานเล็กแห่งหนึ่ง เครื่องใช้ประจำวันกลุ่มหนึ่งจะสยดสยองได้เพียงนี้ ฆ่าได้แม้กระทั่งปรมาจารย์ดินแดนใหม่!
“คงใช่!”
ซีพยักหน้า “นอกจากเจ้าของภาพร่างเลือนรางนั้น ข้าคิดไม่ออกจริง ๆ ว่าในดินแดนเก่ายังมีผู้ใดน่าครั่นคร้ามได้ปานนี้อีก!”
นางเองก็ตกตะลึง
ของพวกนั้นมันอะไร เครื่องใช้ประจำวันทั้งนั้น โต๊ะเก้าอี้ ผ้าเช็ดโต๊ะ ถ้วยคราม จอบ ถังขยะ…ไหนจะกระโถน แต่กลับสังหารปรมาจารย์ดินแดนใหม่ผู้สูงส่งได้!
เหลือเชื่อยิ่งนัก!
“เจ้าว่า เจ้าของภาพร่างเลือนรางจะบุกจากดินแดนเก่ามายังดินแดนใหม่จริงหรือ”
เต่าชราถามซี
“ไม่รู้”
ซีส่ายหัว ไม่อาจแน่ใจได้
ถึงอย่างไรนางก็รู้เรื่องเจ้าของภาพร่างเลือนรางเพียงน้อยนิด ไม่อาจวิเคราะห์ได้เลย
“ทว่าหากบุกมายังดินแดนใหม่จริง ไม่ว่าอย่างไรข้าก็ต้องไปพบเจ้าของภาพร่างเลือนรางนั้นให้ได้ เพื่อดูว่าเจ้าของภาพร่างเลือนรางนั้นเป็นผู้ใด!”
ซีเอ่ยด้วยตาเป็นประกาย
นางอยากรู้ความจริงเหลือเกิน อยากรู้เหลือเกินว่าเจ้าของภาพร่างเลือนรางนี้เป็นผู้ใด
เจ้าของภาพร่างเลือนรางเป็นผู้ใดกัน เหตุใดถึงให้ความรู้สึกคุ้นเคยกับนางนัก แล้วเหตุใดถึงคอยปกป้องนางเรื่อยมา ไยจึงช่วยส่องแสงให้นางเห็นเส้นทางตามหากล่องสี่เหลี่ยม
ทั้งหมดนี้ล้วนเป็นเรื่องที่นางอยากรู้
และนางเชื่อว่าหลังนางได้พบเจ้าของภาพร่างเลือนรางแล้วย่อมต้องล่วงรู้ความลับทั้งหมดในตัวนางแน่ รวมถึงความจริงของกล่องสี่เหลี่ยมด้วย
“ถูกต้อง!”
เต่าชราพยักหน้ารัว “ข้าก็อยากเห็นเหลือเกินว่าเจ้าของภาพร่างเลือนรางนี้เป็นผู้ใด! หวังว่าท่านผู้นี้จะบุกมายังดินแดนใหม่!”
ซีกับเต่าชราไม่รูตัวเลยว่านี่เป็นอุบายใช้หลอกพวกเขา
ที่สำคัญ พวกเขารู้ว่ามีสิ่งมีชีวิตดินแดนใหม่ไปยังดินแดนเก่าไม่น้อยจริง ๆ พวกเขาเคยได้เจอและเคยข้องแวะด้วย ขณะเดียวกัน พวกเขารู้ว่าเจ้าของภาพร่างเลือนรางไร้เทียมทานอย่างแท้จริง มีพลังพอให้สังหารปรมาจารย์ดินแดนใหม่
เพราะเหตุผลเหล่านี้ พวกเขาถึงไม่ได้เคลือบแคลง ไม่รู้ตัวว่าเป็นอุบายไว้หลอกพวกเขา
ขณะเดียวกัน จ้าวเทียนและนายเหนือหัวหว่างเซิงเตรียมการเสร็จสิ้น
รอต่อไปอีกระยะหนึ่ง พวกเขาจะปลอมตัวเป็นสิ่งมีชีวิตดินแดนเก่าที่บุกเข้ามายังดินแดนใหม่
“ทั้งไม่เกี่ยวข้องและเกี่ยวข้อง พวกเราทำได้อย่างสมบูรณ์แบบ หลังจากนี้พวกเราคอยปลามาติดเบ็ดเงียบ ๆ ก็พอ!”
จ้าวเทียนเอ่ยยิ้ม ๆ
สิ่งมีชีวิตดินแดนเก่าที่พวกเขาตั้งใจปลอมตัวเป็นไม่มีความเกี่ยวข้องกับ ‘คนท้องถิ่น’ ผู้นั้น เช่นนี้เมื่อไม่เกี่ยวข้อง ซีและเต่าชราจึงยากจะรู้ความจริงได้
……….