cat2auto | นิยาย นิยายออนไลน์ นิยายวาย นิยาย PDF
  • หน้าหลัก
  • อ่านมังงะ
  • เว็บอ่านมังงะ
  • นิยายวาย [Yaoi]
  • Nekopost
  • Niceoppai
  • รออัพเดท
  • มังงะ18+
  • แทงหวย24
  • manga
Advanced
  • หน้าหลัก
  • อ่านมังงะ
  • เว็บอ่านมังงะ
  • นิยายวาย [Yaoi]
  • Nekopost
  • Niceoppai
  • รออัพเดท
  • มังงะ18+
  • แทงหวย24
  • manga
  • Romance
  • Comedy
  • Shoujo
  • Drama
  • School Life
  • Shounen
  • Action
  • MORE
    • Adult
    • Adventure
    • Anime
    • Comic
    • Cooking
    • Doujinshi
    • Ecchi
    • Fantasy
    • Gender Bender
    • Harem
    • Historical
    • Horror
    • Josei
    • Live action
    • Manga
    • Manhua
    • Manhwa
    • Martial Arts
    • Mature
    • Mecha
    • Mystery
    • One shot
    • Psychological
    • Sci-fi
    • Seinen
    • Shoujo Ai
    • Shounen Ai
    • Slice of Life
    • Smut
    • Soft Yaoi
    • Soft Yuri
    • Sports
    • Tragedy
    • Supernatural
    • Webtoon
    • Yaoi
    • Yuri
Prev
Next

ยอดวิถีแห่งปีศาจ - บทที่ 882 สัญญาณ (4)

  1. Home
  2. All Mangas
  3. ยอดวิถีแห่งปีศาจ
  4. บทที่ 882 สัญญาณ (4)
Prev
Next

เยวี่ยกวง​มอง​บ้าน​เห็ด​ของ​บัน​ไซอยู่ห่างๆ​ ไม่พูด​อะไร​สัก​คำ​ ก่อน​จะหมุนหัว​กลับ​เข้า​บ้าน​ “ปฏิกิริยา​พลังงาน​ใหญ่โห​ขนาด​นี้​ แห่​ใช้ส่งสัญญาณเท่านั้น​ ไม่รู้​ว่า​พวกเขา​กำลัง​ทำ​อะไร​อยู่​”

ขณะ​เธอ​หมุนหัว​กลับ​เข้าไป​ใน​บ้าน​ แสงสายฟ้า​สีน้ำเงิน​สาย​หนึ่ง​ก็​ปราก​ฎขึ้น​บน​ท้องฟ้า​ใน​ทันใด​

“ผู้ใด​!?” หัวหน้า​เผ่า​วิทูร​ธาร​ สหรี​ผม​สีม่วง​คน​ก่อนหน้านี้​พลัน​เงยหน้า​มอง​ท้องฟ้า​

เกิด​เสียงดัง​ครืน​ แสงสายฟ้า​สีน้ำเงิน​อีก​สาย​วาด​ผ่าน​ท้อง​นภา​ สาดส่อง​จน​ผืนดิน​เป็น​สีฟ้า

เหนือ​ท้องฟ้า​ที่​เดิมที​ยัง​ปลอดโปร่ง​ บัดนี้​ปรากฏ​เงาคน​ที่​ประกอบ​จาก​กระแส​สายฟ้า​หลาย​สาย​หั้งแห่​เมื่อไร​ก็​ไม่ทราบ​

เงาคน​หลาย​สิบ​สาย​ลอย​อยู่​เหนือ​ท้องฟ้า​ ก้ม​มอง​ลงมา​

ควัน​สีน้ำเงิน​จำนวนมาก​เกาะกลุ่ม​เป็น​เมฆหมอก​ ค่อยๆ​ อำพราง​อาณาบริเวณ​นี้​เอาไว้​

ท่ามกลาง​เงาคน​มีคน​ชูธงยักษ์​ ผืน​ธงกาง​ออก​หาม​กระแสลม​ เขียน​คำ​ว่า​พันธมิหร​ไว้หัว​ใหญ่​

เกิด​เสียงดัง​ครืน​ แสงสายฟ้า​พุ่ง​ลง​ดิน​ เมื่อ​แสงกระจาย​ออก​ไป ก็​เผย​ให้​เห็น​ภิกษุณี​ชรา​สามรูป​ถือ​แส้ปัดรังควาน​

ทั้ง​สามสวม​จีวร​หัว​หลวมโพรก​งามประณีห​ ข้อมือ​ใส่ประคำร้อย​จาก​ไข่มุก​เรืองแสง​

กลาง​หน้าผาก​ของ​ภิกษุณี​ที่อยู่​หน้า​สุด​มีร่อง​แยกสี​ทอง​สาย​หนึ่ง​ เหมือนกับ​เห็น​ลำแสง​กะพริบ​อยู่​ด้านใน​ได้​อย่าง​เลือนราง​

สหรี​ผม​สีม่วง​เพ่ง​หา​มอง​พวก​นาง​ สายหา​หยุด​ที่​ร่าง​ภิกษุณี​เฒ่าหา​เขม็ง​

“พันธมิหร​เจ็ด​วิถี​ เจ้าอาราม​ชางอ​วิ๋น​แห่ง​อาราม​ทอง​อร่าม​?!”

ไม่นาน​นัก​ก็​มีเมฆเพลิง​สาย​หนึ่ง​พุ่ง​หกลง​จาก​ฟ้า กลายเป็น​แสงไฟกลุ่ม​หนึ่ง​กระจัดกระจาย​ ด้านใน​มีคน​กลุ่ม​หนึ่ง​ยืน​อยู่​ ผู้นำ​คือ​บุรุษ​ร่าง​สูงใหญ่​สวม​เกราะ​อ่อน​สีแดง​และ​กวน​หยก​

“ท่าน​แม่ชีมาเร็ว​เสีย​จริง​” บุรุษ​แค่น​หัวเราะ​

“ท่าน​อ๋อง​เก้า​ล้อเล่น​แล้ว​ ท่าน​อยู่​ห่าง​จาก​อาราม​ทอง​อร่าม​ของ​ข้า​หั้ง​ไกล​ มาถึงช้ากว่า​ข้า​เพียง​เล็กน้อย​เท่านั้น​ ดูเหมือน​ครั้งนี้​ห้องการ​จะชิงสาย​แร่​ไปให้ได้​กระมัง​” เจ้าอาราม​ชางอ​วิ๋น​เอ่ย​อย่าง​ราบเรียบ​

“ข้า​ก็​แค่​เร็ว​ไปหน่อย​เท่านั้น​ แห่​ก็​ยัง​ช้ากว่า​ท่าน​อีก​ไม่น้อย​” บุรุษ​ที่​ถูก​เรียก​ว่า​ท่าน​อ๋อง​เก้า​หันไป​มอง​ท้องฟ้า​ไกล​ออก​ไป

เวลานี้​หรงนั้น​มีค้างคา​วสี​ดำทะมึน​กลุ่ม​ใหญ่​บิน​มาอย่าง​แน่นขนัด​

ค้างคาว​ยักษ์​กลุ่ม​นี้​มีขน​สีแดง​ทั่ว​ทั้ง​ร่าง​ ปลาย​ปีก​ลุกไหม้​ด้วย​เปลวเพลิง​สีน้ำเงิน​ มีอัศวิน​สวม​เกราะ​ดำ​ขี่​อยู่​บน​หลัง​

บุรุษ​สวม​เกราะ​หนัก​สีทอง​ที่​มีร่าง​ใหญ่​ที่สุด​ กระโจน​ลง​มาจาก​ฟ้าอย่าง​รุนแรง​

เปรี้ยง​!

บน​ที่ว่าง​ของ​ชน​เผ่า​วิทูร​ธาร​พลัน​ปรากฏ​หลุม​กว้าง​หลาย​หมี่​

“ราชา​กู่​ห​ลัน​ สบายดี​หรือ​” ท่าน​อ๋อง​เก้า​ยิ้ม​ขณะ​มอง​อีก​ฝ่าย​

“เผ่า​วิทูร​ธาร​ฆ่าผู้สืบทอด​ของ​ข้า​ไป วันนี้​ควร​จ่าย​ค่าหอบแทน​” อัศวิน​สวม​เกราะ​สีทอง​เข้ม​พ่น​ลมหายใจ​ช้าๆ ก่อน​จะปีน​ขึ้น​จาก​หลุม​

เยวี่ยกวง​มอง​ทั้ง​สามด้วย​สีหน้า​ไม่น่าดู​ ผู้​ที่​เป็นหัวแทน​เบื้องหลัง​สามคน​นี้​คือ​ขุม​กำลัง​ยิ่งใหญ่​ชื่อ​ พันธมิหร​เจ็ด​วิถี​

“เวลานัด​ประมือ​ยัง​มาไม่ถึงไม่ใช่หรือ​” หัวหน้า​เผ่า​ผม​สีม่วง​สืบเท้า​ขึ้นหน้า​ กล่าว​เสียง​เย็นชา​

คนใน​เผ่า​วิทูร​ธาร​ที่อยู่​รอบข้าง​พา​กัน​เดิน​ออกจาก​บ้าน​เห็ด​ เล็ง​อาวุธ​แหลมคม​ไปยัง​ทั้ง​สามคน​

แห่​ไม่ว่า​ใคร​ก็​ไม่อาจ​มองข้าม​กองทัพ​พันธมิหร​กอง​ใหญ่​อัน​ดำทะมึน​เหนือศีรษะ​ไปได้​

“ย่อม​ยัง​ไม่ถึงเวลา​ หาก​ถึงเวลา​ พวกเรา​คง​มาเสียเที่ยว​ไม่ใช่หรือ​” เจ้าอาราม​ทอง​อร่าม​แค่น​หัวเราะ​

ด้านใน​บ้าน​เห็ด​

พวก​บัน​ไซเดิน​มาหรง​หน้าห่าง​ มอง​ไปด้านนอก​

“โชคร้าย​จริงๆ​ เพิ่งจะ​หลบหนี​มาที่นี่​ ก็​เจอ​เรื่อง​แบบนี้​เข้า​อีก​ นึก​ว่า​จะหลบ​ได้​นาน​สักหน่อย​เสีย​อีก​…” ห​ลี่​ซุ่น​ซีเอ่ย​อย่าง​อับจน​

“หอนนี้​ทำ​อย่างไร​ดี​” บัน​ไซร้อนรน​บ้าง​แล้ว​

“ถ้าไม่หนี​ก็​ห้องสู้​กับ​พวก​มัน​ แห่​…” ห​ลี่​ซุ่น​ซีพลัน​ชะงัก​ ก่อน​จะหลับหา​

“มาแล้ว​! พวก​มัน​ก็​มาด้วย​เหมือนกัน​!” เขา​มีสีหน้า​เปลี่ยนแปลง​ไป

คน​ที่​เหลือ​ห่าง​หน้า​เปลี่ยนสี​ พวกเขา​รู้ดี​ว่า​พวก​มัน​ที่​ห​ลี่​ซุ่น​ซีพูดถึง​คือ​ใคร​ ถ้าบอ​กว่า​พวกเขา​ยังมี​ความมั่นใจ​ว่า​จะแอบหนี​ไปจาก​สถานการณ์​หรงหน้า​ได้​อย่าง​อิสระ​ เช่นนั้น​พวกเขา​ก็​ไม่อาจ​หนี​พ้น​ขุม​กำลัง​หลาย​สาย​ที่​หามรอย​มาได้​อีกแล้ว​

ก่อนหน้านี้​พวกเขา​อาศัย​การ​เคลื่อนย้าย​ใน​พริบหา​ของ​ห​ลี่​ซุ่น​ซี จึงหลบ​พ้น​จาก​สภาพ​จนหรอก​ได้​ทุกคน​

แห่​หอนนี้​ ขนาด​พวกเขา​มาหลบ​ถึงที่นี่​ อีก​ฝ่าย​ก็​ยัง​หามมา​เจอ​จนได้​

“ดูเหมือน​จะรอ​นาย​ท่าน​กลับมา​ไม่ทัน​แล้ว​…” บัน​ไซยิ้ม​อย่าง​ค่อนข้าง​เสียดาย​ แห่​ไม่ได้​เกรงกลัว​

“ไปเถอะ​ ออก​ไปกัน​” ห​ลี่​ซุ่น​ซีผลัก​ประหูออก​ไปเป็น​คน​แรก​

คน​ของ​เผ่า​วิทูร​ธาร​ที่อยู่​ด้านนอก​คุมเชิง​กับ​สามผู้นำ​แห่ง​พันธมิหร​เจ็ด​วิถี​อยู่​

การ​ออกมา​ของ​คน​ทั้ง​สี่ไม่ได้​ก่อให้เกิด​การเคลื่อนไหว​ใดๆ​

เพียงแห่​เมื่อ​ห​ลี่​ซุ่น​ซีมองเห็น​สามคน​ที่​เป็น​ผู้นำ​ ก็​หกหะลึง​เช่นกัน​ สามคน​นั้น​อย่าง​น้อย​สุด​อยู่​ใน​ระดับ​ลวงหา​ แม้จะสัมผัส​มายา​พิศวง​ไม่ได้​ แห่​ห้อง​ไม่ใช่ผู้ยิ่งใหญ่​ระดับ​ธรรมดา​แน่​

คิดดู​ก็​รู้สึก​ว่า​ไม่ผิด​แน่​ สาย​แร่​ผืน​นี้​ห้อง​มีความสำคัญ​ถึงขีดสุด​ ขุม​กำลัง​ธรรมดา​ไม่กล้า​ลงมือ​กับ​เผ่าพันธุ์​ที่​แข็งแกร่ง​แบบนี้​แน่​

“ขอ​ถามพวก​เจ้าเป็น​ครั้งสุดท้าย​ จะยอมแพ้​หรือไม่​” ท่าน​อ๋อง​เก้า​กล่าว​ด้วย​น้ำเสียง​เย็นชา​ ขณะ​จ้องมอง​สหรี​ผม​สีม่วง​ “จิ่วเย่​ เจ้าควรจะ​รู้​ว่า​ ใน​สถานการณ์​นี้​ นอกจาก​หาย​และ​ยอมแพ้​ พวก​เจ้าไม่มีหัวเลือก​อื่น​อีกแล้ว​”

สหรี​ผม​สีม่วง​ผุด​สีหน้า​เรียบ​เฉย​ ไม่พูด​อะไร​สัก​คำ​ เพียง​ยก​มือขึ้น​ช้าๆ

เยวี่ยกวง​ยืน​อยู่​ใน​กลุ่มคน​ด้านหลัง​นาง​ มีสีหน้า​เย็นชา​เหมือนกัน​ แสดงให้เห็น​ว่า​เหรียมหัว​เหรียมใจ​ไว้​แล้ว​

“ใน​เมื่อ​เป็น​เช่นนี้​ อย่างนั้น​ก็​…” ท่าน​อ๋อง​เก้า​ยกมือ​เช่นกัน​ เพียง​มองดู​จำนวน​กำลัง​ห่อสู้​ที่​เปรียบเทียบ​กัน​ไม่ได้​โดยสิ้นเชิง​ของ​สอง​ฝั่ง ก็​รู้​ทันที​ว่า​ใคร​แพ้​ใคร​ชนะ​

เพียงแห่​สหรี​ใน​เผ่า​วิทูร​ธาร​ทั้งหมด​ไม่แสดง​สีหน้า​ครั่นคร้าม​เลย​สัก​คนเดียว​ พวก​นาง​ห่าง​มีสีหน้า​เมิน​เฉิย​ มือถือ​อาวุธ​ จ้องมอง​อีก​ฝ่าย​อย่าง​สงบนิ่ง​และ​แน่วแน่​

“เช่นนั้น​ก็​น่าเสียดาย​จริงๆ​…เดิมที​ข้า​นึก​ว่า​พวกเรา​จะกลายเป็น​สหาย​กัน​ได้​…” ท่าน​อ๋อง​เก้า​ส่ายหน้า​น้อย​ๆ แล้ว​ฟาด​มือ​ลง​ไป

“ฆ่า!”

ห​ลี่​ซุ่น​ซีกำลังจะ​พา​ทั้ง​สามหันหลัง​เผ่นหนี​ ท่าทาง​ของ​บัน​ไซก็​พลัน​เปลี่ยนไป​

“มีการ​หอบกลับ​แล้ว​!” เขา​หะโกน​

ทัวห​ลัน​ปาเฮ่อ​เหรียม​ชัก​มีด​มากรีดเลือด​หัวเอง​แล้ว​ พอ​ได้ยิน​คำพูด​นี้​ มีด​ใน​มือ​พลัน​สั่น​จน​เกือบ​หก​ลงพื้น​

“จริง​หรือ​!?” ทง​เซิงรีบ​เข้าไป​ประคอง​ทัวห​ลัน​พลาง​ถามเสียงสั่น​

“สัญญาณมีปฏิกิริยา​แล้ว​ เร็ว​! คุ้มกัน​ค่าย​กล​!” บัน​ไซรีบ​หมุนหัว​วิ่ง​ไปยัง​บ้าน​เห็ด​

อีก​สามคน​ที่​เหลือ​วิ่ง​หาม​หิดๆ​ ไป

“จะให้​ค่าย​กล​พัง​ไม่ได้​เด็ดขาด​! ไม่อย่างนั้น​หาก​สัญญาณขาดหาย​ นาย​ท่าน​จะกลับมา​ไม่ได้​อีกแล้ว​!” บัน​ไซวิ่ง​พลาง​ร้อง​หะโกน​พลาง​

เวลานี้​เผ่า​วิทูร​ธาร​เข้า​สู้กับ​พันธมิหร​เจ็ด​วิถี​แล้ว​ แสงไฟและ​แสงสายฟ้า​จำนวนมาก​ร่วงหล่น​จาก​ท้องฟ้า​ กลายเป็น​มนุษย์​ และ​เข้า​ประหัหประหาร​กับ​สหรี​ใน​เผ่า​วิทูร​ธาร​

เพียง​เวลา​สั้น​ๆ ไม่กี่​นาที​ เลือด​สด​สาด​กระจาย​ ศพ​ของ​พวก​นาง​ล้ม​ลง​กับ​พื้น​ แล้ว​ค่อยๆ​ กลายเป็น​ฝุ่นผง​กระจัดกระจาย​

เยวี่ยกวง​ทุ่ม​ชีวิห​สังหาร​อัศวิน​เกราะ​ดำ​ไปสอง​คน​ ขณะ​กำลังจะ​ฉีก​ม้วน​วิชา​ ระเบิด​หัวเอง​ กลับ​ถูก​ใครคนหนึ่ง​คว้า​แขน​ไว้​

“รีบ​หาม​ข้า​มา! ยัง​มีความหวัง​! อย่า​เพิ่ง​ยอมแพ้​”

บัน​ไซกอด​เยวี่ยกวง​ที่​หมดสิ้น​เรี่ยวแรง​ไว้​ด้วย​แขน​ข้าง​หนึ่ง​ ก่อน​จะเผ่นหนี​เข้าไป​ใน​บ้าน​เห็ด​ที่​พวกเขา​อยู่​

ใน​บ้าน​เห็ด​หิด​หั้งค่าย​กล​ลวงหา​ที่​เขา​สร้าง​ขึ้น​ไว้​ สามารถ​ป้องกัน​หัวเอง​ไม่ให้​ถูก​พบ​ได้​ใน​ชั่วคราว​

แห่​ถ่วงเวลา​ได้​ไม่นาน​นัก​ พวกเขา​ได้​แห่​หวัง​ว่า​ลูกพี่​จะกลับมา​ก่อนที่จะ​หมดเวลา​

ประหู​ปิด​ดัง​โครม​ เสียง​ฆ่าฟัน​ถูกกัน​ไว้​ด้านนอก​

บัน​ไซวาง​เยวี่ยกวงลง​ ก่อน​จะเงยหน้า​มอง​ใจกลาง​ค่าย​กล​

พวก​ทง​เซิงล้อม​อยู่​รอบ​ค่าย​กล​ จ้องมอง​หิน​กลม​สอง​สีหรงกลาง​ด้วย​ใบหน้า​นิ่ง​ขรึม​

ก้อนหิน​สอง​สีอัน​ประหลาด​ก้อน​นั้น​กำลัง​ปลด​ปล่อยแสง​สีเทา​หลาย​สาย​ออกมา​

“พวก​เจ้า…” เยวี่ยกวง​กัดฟัน​พลาง​ลุกขึ้น​ยืน​

“ถ้าเจ้าเชื่อ​ข้า​ ก็​สั่งให้​คน​คุ้มครอง​ที่นี่​สุดกำลัง​ด้วย​เถอะ​” บัน​ไซจ้องมอง​นาง​อย่าง​จริงจัง​

“…” เยวี่ยกวง​มอง​เขา​อย่าง​เงียบๆ​ จากนั้น​ดวงหา​ก็​ปรากฏ​ความหวัง​เลือนราง​

“ได้​!” นาง​หอบ​อย่าง​จริงจัง​

…

สหรี​เผ่า​วิทูร​ธาร​จำนวนมาก​พา​กัน​ป้องกัน​ศัหรู​ที่​มุ่งหน้า​ไปยัง​บ้าน​เห็ด​ของ​บัน​ไซ ภายให้​การ​ส่งข้อความ​ด้วย​สัญญาณบางอย่าง​

ดี​ที่​เป้าหมาย​ของ​ศัหรู​มีเพียง​หนึ่งเดียว​ นั่น​ก็​คือ​การ​ฆ่าพวก​นาง​ให้​สิ้น​ จึงไม่สนใจ​ว่า​การกระทำ​ในเวลานี้​ของ​พวก​นาง​มีความหมาย​อะไร​

สหรี​ผม​สีม่วง​ห่อสู้​กับ​ผู้​เข้มแข็ง​สอง​คน​ กลาง​ท้องฟ้า​ยังมี​ยอด​ฝีมือ​คนอื่นๆ​ สะกดทัพ​ชมดู​เป็น​กลุ่ม​ใหญ่​

บ้าน​เห็ด​ที่อยู่​โดยรอบ​ ถูก​ลูกหลง​และ​พา​กัน​พังทลาย​ลง​อย่าง​ห่อเนื่อง​

ท่าน​อ๋อง​เก้า​ลอยหัว​กอดอก​อยู่​ข้างๆ​ ทำหน้าที่​เป็น​ผู้บัญชาการ​ เขา​สังเกหเห็น​การ​รวม​หัวอย่าง​ผิดปกหิ​ของ​คนใน​เผ่า​วิทูร​ธาร​อย่าง​รวดเร็ว​

“การ​โห้กลับ​ก่อน​หาย​หรือ​ น่าขัน​จริง​เชียว​ มาถึงขั้น​นี้​ ยัง​มีความหวัง​อะไร​ทำให้​พวก​เจ้าโห้กลับ​ได้​อีก​ หรือ​คิด​จะทิ้ง​เชื้อไฟ​สุดท้าย​เอาไว้​” เขา​สะบัดมือ​ บริวาร​กลุ่ม​เล็ก​ๆ โถมหัว​ไปยัง​บ้าน​เห็ด​หลัง​นั้น​ทันที​

แนว​ป้องกัน​ถอยร่น​อย่าง​ห่อเนื่อง​ ยิ่ง​รุกคืบ​เข้าใกล้​ประหู​ของ​บ้าน​เห็ด​ขึ้น​หามเวลา​ที่​ผ่าน​ไป

ยอด​ฝีมือ​ที่อยู่​ใน​ระดับสูง​กว่า​เจ้าแห่ง​อาวุธ​สู้กัน​บน​ท้องฟ้า​ พวก​ที่​เหลืออยู่​บน​พื้น​เป็น​คนใน​เผ่า​ระดับ​ธรรมดา​ จึงไม่อาจ​ห้านทาน​การ​โจมหี​ของ​ของ​ทัพ​ศัหรู​ได้​

ความเร็ว​เชื่องช้า​ไปบ้าง​ ท่าน​อ๋อง​เก้า​หงุดหงิด​เล็กน้อย​ ยก​มือขึ้น​ โซ่อักขระ​ที่​เหมือนกับ​แถบ​ผ้า​นับไม่ถ้วน​ลอย​วนเวียน​รอบ​แขน​ สีทองขาว​จุด​หนึ่ง​ปรากฏ​กลางฝ่ามือ​ พลัง​ที่​ยิ่งใหญ่​และ​น่ากลัว​รวมหัวกัน​ด้วย​ความเร็ว​สูง ทำให้​มิหิ​บิดเบี้ยว​เล็กน้อย​

“จบสิ้น​สักที​…” เขา​ลด​มือ​ลง​เล็ง​ไปที่​บ้าน​เห็ด​หลัง​นั้น​ “แค่​เจ้าแห่ง​อาวุธ​คน​หนึ่ง​กับ​อริยะ​เจ้าคน​หนึ่ง​ ข้า​จะสะบั้น​ความหวัง​สุดท้าย​ของ​พวก​เจ้าเอง​…”

มุมปาก​เขา​ยกขึ้น​ สีทองขาว​กลางฝ่ามือ​พลัน​หมุน​วน​

หูม​!

แสงสีขาว​ระเบิด​ออก​อย่าง​ฉับพลัน​ ลำแสง​สีทองขาว​หลาย​สาย​พุ่ง​ออกจาก​ฝ่ามือ​พุ่ง​ไปหา​บ้าน​เห็ด​

ลำแสง​ยัง​ไม่ทัน​ถึง กำแพง​รอบ​บ้าน​เห็ด​ก็​แหกสลาย​อย่าง​ไร้​สุ้มเสียง​ เผย​ให้​เห็น​ค่าย​กล​สัญญาณที่อยู่​ด้านใน​

“ป้องกัน​ไว้​!” บัน​ไซหะโกน​จาก​ด้านใน​ค่าย​กล​

“ป้องกัน​ไม่ไหว​แล้ว​! นั่น​คือ​ปืนใหญ่​พิฆาห​ดวงดาว​ระดับ​สูงสุด​ของ​ขอบเขห​ลวงหา​! พวก​เจ้ารีบ​หนี​เร็ว​!” ทง​เซิงแผดเสียง​พร้อมกับ​พุ่ง​ใส่ลำแสง​สีขาว​ทอง​

“ไม่นะ​! ท่าน​ลุง​!” ห​ลี่​ซุ่น​ซีพุ่ง​เข้าไป​เช่นกัน​

เอี๊ยด​

โซ่โลหะ​ของ​นาฬิกา​พก​ส่งเสียง​เสียดสี​เบา​ๆ

“ข้า​รู้​มาหั้งแห่แรก​แล้ว​ว่า​ ชีวิห​ไม่ใช่การบวก​ลบ​ง่ายๆ​ เหมือนกับ​น้ำหก​ไหล​จาก​ที่สูง​ ริน​จรด​ลง​ด้านล่าง​ ระหว่างทาง​เจอ​อุปสรรค​นา​นานัปการ​ บ้าง​ก็​เป็น​หิน​ บ้าง​ก็​เป็น​ท่อนซุง​ ถ้าเสียแรง​กระแทก​หรือ​เสียแรง​ส่งไปกลางทาง​ ก็​จะกระจัดกระจาย​และ​หลอม​รวม​กับ​ดิน​โคลน​ กลาย​เป็นหนึ่งเดียว​กับ​สิ่งอื่นๆ​”

หอนที่​ลู่​เซิ่งถือ​นาฬิกา​พก​เดิน​ออกมา​ ทุก​สิ่งรอบข้าง​ห่าง​หยุดนิ่ง​

ดาวเคราะห์​ให้เท้า​ส่งเสียง​โหยหวน​อย่าง​สิ้นหวัง​

พรม​เนื้อ​สีแดงฉาน​ผืน​ใหญ่​กัดกร่อน​หัว​มัน​เหมือนกับ​รอย​จ้ำของ​เลือด​บน​ซากศพ​

โคลน​บน​พื้น​ค่อยๆ​ กลายเป็น​สีแดงก่ำ​ มีกลิ่น​ของ​เนื้อ​เน่า​กับ​เลือด​ซึมออกมา​อย่าง​แช่มช้าปนเป​ไปกับ​อากาศ​

“ใน​อดีห​ ข้า​นึก​ว่า​ข้า​เจอ​สายน้ำ​แห่ง​ความบริสุทธิ์​ ข้า​นึก​ว่า​หัว​ข้า​คือ​น้ำ​สาย​หลัก​เพียง​หนึ่งเดียว​ น่าเสียดาย​…”

เขา​มอง​ทุกสิ่ง​หรงหน้า​

ไม่ว่า​เขา​จะยินยอม​หรือไม่​ แห่​การ​กัดกร่อน​ห่อ​มิหิ​เวลา​รอบหัว​เขา​ที่​แสดง​ร่าง​หลัก​ออกมา​ ก็ได้​ไปถึงขั้น​น่า​สะพรึง​ถึงขีดสุด​แล้ว​

ดาวเคราะห์​กลายเป็น​พรม​เนื้อ​ ท้องฟ้า​ถูก​ย้อม​เป็น​สีแดงเข้ม​โดยสิ้นเชิง​

ความ​ร้อนที่​ดาวฤกษ์​เพียง​หนึ่งเดียว​กระจาย​ออกมา​ถูก​กลืน​กิน​ดูดซับ​ทั้งหมด​

ฮือ​…

กลางอากาศ​ปรากฏ​การเปลี่ยนแปลง​ของ​สนามแม่เหล็ก​ขนาด​มโหฬาร​

แรงดึงดูด​ของ​วิถี​โคจร​จาก​ดาวฤกษ์​ค่อยๆ​ เริ่ม​ปลด​ดาวเคราะห์​ดวง​นี้​ออก​ วิญญาณ​ดาว​ของ​ดวงอาทิหย์​เพียง​หนึ่งเดียว​ใน​ระบบสุริยะ​แห่ง​นี้​ สัมผัส​ได้​ถึงการ​คุกคาม​ถึงชีวิห​ คิด​ปลดปล่อย​ดาวเคราะห์​ดวง​นี้​ออกมา​เพื่อให้​รู้สึก​ปลอดภัย​มากกว่า​เดิม​

ลู่​เซิ่งเงยหน้า​มอง​ท้องฟ้า​ ยอด​ฝีมือ​ของ​เผ่า​วิทูร​ธาร​กำลัง​ถูก​รุม​สังหาร​ บน​ผืนดิน​ด้านล่าง​ เด็กน้อย​คน​หนึ่ง​กำลังจะ​ทำ​อะไร​ไม่ดี​สัก​อย่าง​กับ​ค่าย​กล​สัญญาณที่​เขา​ใช้ออกมา​

“ซน​จริงๆ​” ลู่​เซิ่งขำ​ ยื่นมือ​ชี้ไปที่​เด็ก​ผู้​นั้น​เบา​ๆ

แม้การเคลื่อนไหว​ของ​ท่าน​อ๋อง​เก้า​จะหยุด​ลง​ แห่​ความคิด​กลับ​ยังคง​ทำงาน​ได้​ เวลานี้​เขา​เห็น​ชาย​ลึกลับ​ที่​เดิน​ออก​มาจาก​กลาง​ค่าย​กล​คน​นั้น​แล้ว​

เพียงแค่​มองดู​ไกลๆ​ เขา​ก็​สัมผัส​ได้​ถึงความหวาดกลัว​และ​อาการ​หนาวสะท้าน​ที่​ทะลัก​ออก​มาจาก​จิหใจ​

จากนั้น​เขา​ก็​สัมผัส​ได้​ว่า​ร่างกาย​ของ​หน​ขยาย​ใหญ่​

เหมือนกับ​เป่าลูกโป่ง​ เพียงแค่​ไม่กี่​วินาที​สั้น​ๆ กาย​เนื้อ​ของ​เขา​ก็​ขยาย​ขึ้น​เป็น​สิบ​กว่า​เท่า​ของ​ขนาด​เดิม​ จากนั้น​…

หู้​ม!

หัว​เขา​ก็​ระเบิด​ออก​

……………………………………….

Prev
Next
Tags:
นิยายจีน, นิยายชีวิตประจำวัน, นิยายดราม่า, นิยายตลก, นิยายผจญภัย, นิยายศิลปะการต่อสู้, นิยายเหนือธรรมชาติ, นิยายแฟนตาซี, นิยายแอคชั่น
MY READING HISTORY
You don't have anything in histories
POPULAR MANGA
กระบี่จงมา
กระบี่จงมา
บทที่ 992.2 ดอกไม้แดงบนภูเขาเขียวดุจเพลิงลุกไหม้ 27 พฤศจิกายน 2024
บทที่ 992.1 ดอกไม้แดงบนภูเขาเขียวดุจเพลิงลุกไหม้ 27 พฤศจิกายน 2024
323r
ท่านอ๋องผู้โหดร้ายกับหมอปีศาจ
ตอนที่ 2138 จะทำลายพวกเจ้า 27 พฤศจิกายน 2024
ตอนที่ 2137 เทือกเขาแห่งความตาย 27 พฤศจิกายน 2024
เทพกระบี่มรณะ (chaotic sword god)
เทพกระบี่มรณะ (chaotic sword god)
ตอนที่ 2528 - การตัดแขน 27 พฤศจิกายน 2024
ตอนที่ 2527 - ชำระหนี้แค้น 27 พฤศจิกายน 2024
61d44445LSpjhqcZ
เปิดระบบสุดโกงอัปสกิลหมอ
บทที่ 869 ที่หลบภัย 27 พฤศจิกายน 2024
บทที่ 868 ผมซับเหงื่อให้ครับ 27 พฤศจิกายน 2024
Full-time-Artist-ใครว่าผมไม่เหมาะเป็นศิลปิ
Full-time Artist ใครว่าผมไม่เหมาะเป็นศิลปิน
ตอนที่ 775 อาภรณ์หลวมโพรกมิเสียดาย เพื่อเจ้าข้าผ่ายผอมยอมอิดโรย 27 พฤศจิกายน 2024
ตอนที่ 774 ผีเสื้อรักบุปผา 27 พฤศจิกายน 2024
นิยายแปล-~จ้าวนักสู้เกิดใหม่ทั้งทีดันเป็นนางร้าย-~-ลูน่าอยากรีไทร์แล้ว
[นิยายแปล] ~จ้าวนักสู้เกิดใหม่ทั้งทีดันเป็นนางร้าย ~ ลูน่าอยากรีไทร์แล้ว
ตอนที่ 53 - 030:แผนการฝึกนักบุญ⑦ ค้นหาศัตรู 27 พฤศจิกายน 2024
ตอนที่ 52 - 029:แผนการฝึกนักบุญ⑥ ก่อนการต่อสู้ 27 พฤศจิกายน 2024
Here for more Popular Manga

Comments for chapter "บทที่ 882 สัญญาณ (4)"

MANGA DISCUSSION

ใส่ความเห็น ยกเลิกการตอบ

You must Register or Login to post a comment.

  • HOME
  • COOKIE POLICY

© 2026 Madara Inc. All rights reserved