cat2auto | นิยาย นิยายออนไลน์ นิยายวาย นิยาย PDF
  • หน้าหลัก
  • อ่านมังงะ
  • เว็บอ่านมังงะ
  • นิยายวาย [Yaoi]
  • Nekopost
  • Niceoppai
  • รออัพเดท
  • มังงะ18+
  • แทงหวย24
  • manga
Advanced
  • หน้าหลัก
  • อ่านมังงะ
  • เว็บอ่านมังงะ
  • นิยายวาย [Yaoi]
  • Nekopost
  • Niceoppai
  • รออัพเดท
  • มังงะ18+
  • แทงหวย24
  • manga
  • Romance
  • Comedy
  • Shoujo
  • Drama
  • School Life
  • Shounen
  • Action
  • MORE
    • Adult
    • Adventure
    • Anime
    • Comic
    • Cooking
    • Doujinshi
    • Ecchi
    • Fantasy
    • Gender Bender
    • Harem
    • Historical
    • Horror
    • Josei
    • Live action
    • Manga
    • Manhua
    • Manhwa
    • Martial Arts
    • Mature
    • Mecha
    • Mystery
    • One shot
    • Psychological
    • Sci-fi
    • Seinen
    • Shoujo Ai
    • Shounen Ai
    • Slice of Life
    • Smut
    • Soft Yaoi
    • Soft Yuri
    • Sports
    • Tragedy
    • Supernatural
    • Webtoon
    • Yaoi
    • Yuri
Prev
Next

ยอดวิถีแห่งปีศาจ - บทที่ 691 ตี้วา (1)

  1. Home
  2. All Mangas
  3. ยอดวิถีแห่งปีศาจ
  4. บทที่ 691 ตี้วา (1)
Prev
Next

บทที่ 691 ตี้วา (1)

พลังอาวรณ์จำนวนมากทะลักเข้าร่างหลักของลู่เซิ่งเหมือนคลื่นสมุทร

ลู่เซิ่งรู้สึกเหมือนถูกค้อนฟาดใส่ หายใจลำบากขึ้นเล็กน้อย

พลังอาวรณ์ที่ต่อเนื่องไม่ขาดสายมาเร็วและไปเร็ว

รอจนเสร็จสิ้นโดยสมบูรณ์ ลู่เซิ่งก็ต้องตกตะลึงไปกับจำนวนของพลังอาวรณ์ที่ทะลักเข้ามาในครั้งนี้

หน้าอินเตอร์เฟซดีปบลูระบุไว้อย่างชัดเจนว่า พลังอาวรณ์: 7,413,121หน่วย

‘แค่สูดหายใจไม่กี่ทีก็ได้เพิ่มมาเกือบสามล้านหน่วยแล้ว…’ ลู่เซิ่งสูดหายใจลึก จากนั้นก็พ่นลมหายใจ ถึงกับพ่นแก่นปราณตี้วานี้ออกมา

‘แก่นปราณสายนี้เพิ่มพลังยุทธ์ให้เราในระดับร้อยปี แต่พลังอาวรณ์กลับมากมายปานนี้…’ ลู่เซิ่งผุดสีหน้าเยือกเย็นขณะถือแก่นสายนี้เอาไว้

ตอนแรกคิดแก้ไขเภทภัยที่จะตามมาอย่างลัทธิไม่จีรังก่อน แล้วค่อยไปจากโลกนี้ แต่ตอนนี้อย่าเพิ่งรีบจะดีกว่า

เขาหลับตาลงพร้อมกับเริ่มอัญเชิญร่างแยกที่ส่งไปยังที่ต่างๆ ร่างแยกเหล่านี้เมื่อรวมกับร่างแยกที่อยู่ที่ลัทธิไม่จีรัง มีทั้งหมดสี่ตัว

ร่างแยกสามร่างกับร่างแยกที่อยู่ที่ลัทธิไม่จีรังรวมตัวเป็นค่ายกลทรงสามเหลี่ยมที่มีจุดตรงกลาง

ตอนแรกลู่เซิ่งคิดจะใช้สิ่งนี้เป็นพื้นฐานในการปล่อยโลกรูปจิตไปปกคลุมลัทธิไม่จีรัง

การแบ่งร่างแยกเป็นการสร้างจุดพื้นฐานเพื่อจับคนของลัทธิไม่จีรังในคราวเดียว

นี่เป็นทั้งการหยั่งเชิงและเป็นทั้งการแสดงพลังของตัวเอง

โลกรูปจิตกลืนกินสิ่งมีชีวิตในพริบตา สามารถโจมตีแบบวงกว้างใส่สมาชิกระดับกลางถึงต่ำของลัทธิไม่จีรังได้ในเสี้ยววินาที

เพียงแต่นึกไม่ถึงว่าเจ้าลัทธิไม่จีรังจะโผล่มาอย่างกะทันหันและมอบข้อเสนอที่น่าตกใจแบบนี้ให้

‘ร่างจริงของตี้วา…’

อัญมณีสีขาวบริสุทธิ์ด้านหลังลู่เซิ่งเรืองแสงอย่างช้าๆ

‘ถ้าร่างจริงของตี้วามโหฬารเหมือนที่เจ้าลัทธิไม่จีรังบอกจริงๆ หากครั้งนี้ทำสำเร็จ ไม่รู้ว่าจะทำให้เรามีกินมีใช้ไปกี่ปี…ลองพิจารณาดูได้ แต่ว่าเจ้าลัทธิไม่จีรังโดนบุกถึงที่ยังไม่โมโหแม้แต่น้อย คนผู้นี้มีความคิดในใจ ต้องระวังป้องกันไว้ด้วย’

ลู่เซิ่งเข้าใจดีว่า ในฐานะคนบำเพ็ญเพียร ยิ่งขอบเขตสูง ยิ่งต้องไปให้ถึงขั้นเห็นเนื้อแท้ของตน ส่วนระดับอย่างเจ้าลัทธิไม่จีรังกลับไม่แสดงความไม่พอใจต่อการบุกรุกสาขาหลักของเขาแม้แต่น้อย

นี่มีแค่ความเป็นไปได้เดียว

นั่นคือจะต้องมีแผนการต่อตัวเขาที่ล้ำลึกยิ่งกว่า แผนการนี้มากพอจะหักลบโทสะที่ขุมกำลังของตัวเองถูกบุกรุก

‘ไม่ว่าจะเป็นการใช้ประโยชน์หรือเรื่องอื่น…พลังอาวรณ์นี้…’ สีหน้าของลู่เซิ่งยากจะสังเกตอารมณ์

ไม่ว่าอีกฝ่ายจะวางแผนให้เขาทำอะไร ถ้าเขาถอนตัวได้ทันเวลา นำพลังอาวรณ์จำนวนมากพอไปได้ และบริหารความเสี่ยงได้ดี ก็ไม่แน่ว่าจะเจอปัญหา

‘ช่างเถอะ คนเราร่ำรวยจากการเสี่ยง ถ้าไม่อยากจะเสี่ยงอะไรเลย ก็อย่าคิดถึงเลยว่าจะได้ประโยชน์ขนาดไหน’ ลู่เซิ่งตกลงใจ สีหน้าสงบนิ่งลง

ในคุกบนภูเขากลางนภา

ร่างแยกของลู่เซิ่งค่อยๆ พ่นลมหายใจ

“ถ้าแก่นปราณของตี้วามีประสิทธิผลแข็งแกร่งแบบนี้หมด อย่างนั้น ถ้าข้าจะเข้าร่วมด้วย ต้องการให้ข้าทำอะไร” เขาถามเสียงทุ้ม

รอยยิ้มบนใบหน้าเจ้าลัทธิล้ำลึกยิ่งกว่าเดิม

“ง่ายดายยิ่ง จิตวิญญาณของท่านคือจิตแห่งมารสวรรค์ มีพลังกัดกร่อนห้วงฝันโดยกำเนิด ตอนนี้ตี้วาอยู่ในสภาพเปลี่ยนแปลงทางคุณสมบัติ จิตติดอยู่ในห้วงฝัน ขอแค่ท่านเข้าไปในฝันของนางและถ่วงเวลาสักพัก พวกเราย่อมเอาแก่นปราณมาได้มากพอ”

“แล้วข้าจะแน่ใจได้อย่างไรว่าพวกท่านจะไม่เอาแก่นปราณไปโดยไม่ทิ้งข้าไว้” ลู่เซิ่งยิ้มอย่างเย็นชา

เจ้าลัทธิไม่จีรังไม่โกรธ กล่าวด้วยรอยยิ้มว่า “ง่ายดายยิ่ง แก่นปราณของตี้วาเชื่อมต่อกับจิตวิญญาณของนางเป็นหนึ่ง หากแก่นปราณต้องการหลุดจากตัวตี้วา ไม่เพียงต้องแยกออกจากกายเนื้อเท่านั้น ท่านยังจำเป็นต้องได้วิญญาณของตี้วาจากในห้วงฝันของนางด้วย วิญญาณและพลังงานแห่งกายเนื้อรวมกันเป็นหนึ่ง จึงกลายเป็นแก่นปราณของตี้วาที่แท้จริง ท่านคือมายาพิศวงมารสวรรค์ น่าจะมองโครงสร้างแก่นปราณของตี้วานี้ออก”

ลู่เซิ่งหยีตา เรื่องใหญ่ขนาดนี้ย่อมไม่อาจเชื่ออีกฝ่ายได้ทั้งหมด แต่ว่าแก่นปราณสายนั้นมีความยั่วยวนของพลังอาวรณ์มากกว่าล้านหน่วยมากเกินไปจริงๆ

ถ้าทำสำเร็จ ไม่แน่ว่าเขาจะสะสมพลังอาวรณ์สำหรับใช้เลื่อนสู่จุดสูงสุดของมายาพิศวงได้ครบ

“ข้าจะเชื่อท่านอย่างแท้จริงได้อย่างไร”

เจ้าลัทธิไม่จีรังกล่าวพลางส่ายหน้า “ท่านได้แต่เดิมพันแล้ว”

เงียบงันเล็กน้อย ลู่เซิ่งพลันถาม

“จะลงมืออย่างไร”

เจ้าลัทธิไม่จีรังงุนงง ก่อนจะยิ้มอย่างพึงพอใจ หลังจากกำชับลู่เซิ่งอย่างละเอียด เขาก็ถือโอกาสบอกเล่าเรื่องราวทั้งหมดที่พึงระวังไปด้วย จากนั้นจึงค่อยถอยออกไปจากห้องขัง

เจ้าลัทธิไม่จีรังพุ่งขึ้นท้องฟ้าจากหน้าประตูกรงขัง ก้อนสีเงินที่มีไฟสีดำลุกไหม้กลุ่มหนึ่งค่อยๆ ปรากฏขึ้นด้านหลังเจ้าลัทธิ

“ดูเหมือนไม่จำเป็นต้องเตรียมแผนการอื่นแล้ว” เสียงสตรีแก่ชราที่ทุ้มต่ำดังมาจากในก้อนสีเงิน

“เพื่อป้องกันอุบัติเหตุ เตรียมไว้หน่อยจะดีกว่า” เจ้าลัทธิไม่จีรังใคร่ครวญเล็กน้อย ก่อนจะยิ้มและดีดนิ้ว แสงสีทองจุดหนึ่งพุ่งออกมาจากปลายนิ้วของเขา หายวับไปกลางอากาศ

“ลองคำนวณดู นอกจากมารสวรรค์ระดับต่ำเหล่านั้นแล้ว นี่เป็นระดับมายาพิศวงคนที่ห้า ผ่านมาตั้งหลายหมื่นปี หวังว่าจะสร้างความประหลาดใจให้แก่พวกเราได้นะ” มีเสียงดังมาจากในก้อนสีเงิน

“ไม่เป็นไร ถ้าหากยังล้มเหลว เช่นนั้นก็ฆ่ามันทิ้งแล้วค่อยชักนำมารสวรรค์คนใหม่มา ค่อยๆ สั่งสมไปเรื่อยๆ” เจ้าลัทธิไม่จีรังยิ้มแย้ม

“ขอให้คุ้มกับการที่ข้าจงใจบิดกระแสวังวนมิติเวลารอบๆ เพื่อเพิ่มความเร็วของเวลาหน่อยก็แล้วกัน”

…

ลู่เซิ่งที่อยู่ในบ้านฟางขมวดคิ้วขณะใคร่ครวญถึงการพบปะกับเจ้าลัทธิไม่จีรัง

อยู่ๆ สีทองจุดหนึ่งก็แวบผ่านด้านหลังเขา

ไร้สุ้มไร้เสียง ไม่มีคลื่นของพลังงานใดๆ และไม่มีผลกระทบจากกระแสอากาศใดๆ ถึงขั้นไม่มีร่องรอยของมิติด้วยซ้ำ

สีทองหายเข้าไปกลางหลังของเขาในทันที

ลางสังหรณ์บอกเขาว่า อย่างมากสุดเจ้าลัทธิไม่จีรังก็อยู่ในระดับผู้ปกครองเท่านั้น ตอนนี้เขาเข้าสู่ระดับมายาพิศวง ทั้งยังเป็นมารสวรรค์ ถ้าหากหนีสุดกำลัง อีกฝ่ายไม่แน่ว่าจะรั้งตนไว้ได้

แต่ไม่ทราบเพราะอะไร ลู่เซิ่งถึงรู้สึกว่าตนอาจเผชิญกับอันตรายอย่างใหญ่หลวงได้ทุกเมื่อ

‘พลังอาวรณ์เจ็ดล้านเลยนะ…’ แต่พอนึกอีกที เมื่อมีพลังอาวรณ์มากมายขนาดนี้ ก็มากพอจะทำให้พลังของเขายกระดับขึ้นเท่าตัวในระยะเวลาที่สั้นสุดขีดแล้ว

เขารีบมองกรอบบนอินเตอร์เฟซดีปบลู

[คัมภีร์ปีกขาว: สมบูรณ์ พลังยุทธ์: หนึ่งพันเก้าร้อยแปดสิบแปดปี] ด้านหลังคือคุณสมบัติพิเศษที่ใช้เพิ่มความเร็วและพลังระเบิดอีกมากมาย

‘วิชายังอยู่ในสภาพก่อนยกระดับขอบเขต แต่มีรูปจิตแห่งวัฏจักรเพิ่มมา พลังต่อสู้เพิ่มขึ้นไม่รู้เท่าไหร่ การทำความเข้าใจขอบเขตนี้น่าอัศจรรย์จริงๆ’

ลู่เซิ่งทอดถอนใจ ก่อนจะทำความเข้าใจขอบเขต ระหว่างที่เขาร่อนเร่ไม่ได้ลงหลักปักฐาน ก็เคยยกระดับพลังยุทธ์ของคัมภีร์ปีกขาวขึ้นส่วนหนึ่งเช่นกัน แต่ต่อมาหลังจากมีที่อยู่เป็นหลักแหล่งแล้ว ก็ไม่ได้พัฒนาด้านนี้อีกเลย

รออยู่ครู่หนึ่ง พลันมีแสงวิญญาณสีดำสี่สายพุ่งกลับมาจากขอบฟ้าไกล จากนั้นพวกมันก็หายเข้าไปกลางหว่างคิ้วของเขา

‘เก็บร่างแยกเรียบร้อย ตอนนี้ควรเตรียมการเพื่ออนาคตได้แล้ว วิชายังเรียนรู้ไม่ได้ ได้แต่เพิ่มพลังยุทธ์เท่านั้น ยังต้องรวบรวมคัมภีร์วิชามากกว่านี้’

หลายปีมานี้ลู่เซิ่งอาศัยอยู่ในโลกคนธรรมดาเพื่อทำความเข้าใจขอบเขต จึงไม่ได้ไปรวบรวมวิชาจากสำนักเต๋า ดังนั้นเมื่อร้อยปีก่อนมีวิชาอยู่เท่าไหร่ ตอนนี้ก็ยังมีเท่านั้น

‘ในเมื่อตอนนี้ร่วมมือกับลัทธิไม่จีรังแล้ว ก็น่าจะหาวิชาคัมภีร์ที่มากพอได้จากพวกเขา’

พอตัดสินใจได้ก็ทำทันที ลู่เซิ่งไม่ได้ให้ร่างหลักไป หากแบ่งแสงดำจุดหนึ่งออกมา แล้วปล่อยให้มันพุ่งหายไปจากเส้นขอบฟ้า

มองส่งจนแสงวิญญาณจากไป เขาค่อยหลับตาลงแล้วเข้าสู่ห้วงสมาธิอีกครั้ง

‘ตอนนี้ควรเตรียมตัวเพื่อห้วงฝันของตี้วาได้แล้ว…’

…

กลียุคดำเนินอยู่ห้าปี จึงค่อยเริ่มสงบสุข

ลัทธิไม่จีรังถอนทัพกะทันหัน ทำให้ตกอยู่ในสภาพตรึงกำลังกับสำนักวสันต์สารท สำนักวสันต์สารทที่เดิมได้เปรียบก็ให้คนถอนทัพอย่างฉับพลันและสงบศึกกับอีกฝ่ายอย่างไม่มีสาเหตุเช่นกัน

โลกมนุษย์ที่ตอนแรกควรจะเกิดสงครามไม่หยุดหย่อน เข้าสู่ยุคสันติภาพอย่างอธิบายไม่ได้

ในขณะเดียวกัน กลางป่าดึกดำบรรพ์ที่อยู่ห่างจากชายแดนราชวงศ์ซีหยาหลายหมื่นลี้

เหนือทะเลป่าสีเขียวเข้มสุดลูกหูลูกตา ลำแสงสีขาวสามสายแหวกผ่าอากาศข้ามระยะทางมากกว่าพันลี้ในพริบตา

กลางลำแสงคือคนชราที่มีลักษณะต่างกันสามคน

ถ้าหากมียอดคนสำนักเต๋าเห็น อาจจะตกตะลึงพรึงเพริด ด้วยว่าเจ้าลัทธิไม่จีรังและเจ้าสำนักวสันต์สารทถึงกับร่วมทางกันโดยไม่มีความตะขิดตะขวางใจแม้แต่น้อย

นอกจากนี้ชายชราผมขาวอีกคนที่อยู่ใกล้ๆ คนทั้งสองยังมีความตั้งใจจะเคียงบ่าเคียงไหล่กับทั้งสองด้วย

บางทีผู้บำเพ็ญเพียรอาจจะไม่มีใครเคยพบเห็นชายชราผมขาวคนที่สามมาก่อน

“ถึงแล้ว!” เจ้าสำนักวสันต์สารทหยุดลง แล้วทิ้งตัวลงด้านล่าง ไปยืนบนเถาวัลย์ขนาดยักษ์ที่มีขนาดสิบหมี่เส้นหนึ่ง

เจ้าลัทธิไม่จีรังกับชายชราอีกคนทิ้งตัวลงยืนบนเถาวัลย์อีกเส้นอย่างแผ่วเบาเช่นกัน

ด้านล่างทั้งสามคือก้อนสีดำที่กำลังเต้นก้อนหนึ่ง

ขอบของก้อนดำมีแสงสีเล็กๆ กะพริบ เหมือนกับกรอบโลหะที่ฝังเลี่ยมเอาไว้ ตรงแกนกลางกำลังกลืนกินทุกสิ่งในป่ารอบๆ

กรวดหินดินทราย รากไม้และใบไม้ ทุกสิ่งค่อยๆ กลายเป็นจุดแสงโปร่งแสงแล้วถูกดูดเข้าไปในก้อนดำ

“นี่คือทางเข้าห้วงฝันของตี้วาในครั้งนี้” เจ้าสำนักวสันต์สารทคือหญิงชราท่าทางเฉียบขาดที่มีขนคิ้วยาวมาก นางใส่เสื้อคลุมยาวสีขาวบริสุทธิ์ สวมเครื่องประดับสีทองบนหน้าผาก ถือไม้เท้าไว้ในมือ

นางมองชายชราคนที่สามอย่างเย็นชา

“เป็นอย่างไร เข้าไปได้หรือไม่”

ชายชราคนที่สามมีรูปโฉมธรรมดา ถ้าหากไม่ใช่เพราะควันขาวหลายสายที่วนเวียนอยู่รอบๆ ตัว เกรงว่าจะไม่ต่างอะไรจากชายชราทั่วไป

พอได้ยินคำถาม เขาก็ยิ้มเล็กน้อย

“ข้าขอลองดูก่อน”

“สหายร่วมเส้นทางลู่ ครั้งนี้พวกเราจะได้อะไรกลับไปหรือไม่ ทั้งหมดขึ้นอยู่กับท่านแล้ว เทียบกับหลายครั้งก่อนหน้า ครั้งนี้อันตรายมาก แต่ผลพลอยได้ก็เหนือกว่าก่อนหน้ามากโขเช่นกัน โปรดระมัดระวังตัวด้วย” เจ้าลัทธิไม่จีรังเตือนอย่างราบเรียบขึ้นด้านข้าง

“ผู้แซ่ลู่ย่อมทราบดี” ชายชราคนที่สามคือลู่เซิ่ง เขาใช้ตนเองในสภาพแก่ชรามาพบปะกับเจ้าลัทธิทั้งสอง

เนื่องจากมีการหลอกลวงธรรมชาติที่มีเฉพาะในหมู่มารสวรรค์ บวกกับการอำพรางอย่างอื่น จึงปกปิดจิตวิญญาณไว้ได้อย่างแน่นหนา

เพียงแต่จะปกปิดคนทั้งสองได้จริงๆ หรือไม่ ตัวลู่เซิ่งก็ไม่ทราบเช่นกัน

แต่ต่อให้จะปกปิดไม่ได้ เขาก็ไม่สนใจอยู่ดี

“ทั้งสองท่านโปรดคุ้มครองข้าด้วย” ลู่เซิ่งกระโดดตรงดิ่งเข้าหาก้อนสีดำ

เจ้าลัทธิไม่จีรังยื่นมือออกมาโบก หมอกขาวพร่ามัวผืนใหญ่พลันฟุ้งกระจายออกไปรอบๆ เพื่ออำพรางทะเลป่าทั้งหมดในรัศมีมากกว่าหมื่นลี้ไว้

แทบจะเป็นในเวลาเดียวกัน ทุกสิ่งมีชีวิตในรัศมีหมื่นลี้ต่างก็หลับใหล สติสัมปชัญญะหายไป

แค่ความสามารถนี้ ถ้าหากเป็นโลกใบเดิม วิชาน่ากลัวที่ปกคลุมพื้นที่ของประเทศประเทศหนึ่งได้ สามารถทำลายฟ้าดินได้แล้ว

แต่พอมาอยู่ในสถานที่ซึ่งมีชื่อว่าพิภพลี้ลับแห่งนี้ เพียงแค่ปกคลุมทะเลป่าที่ไม่ถือว่าใหญ่โตสำหรับพิภพลี้ลับได้ผืนหนึ่งเท่านั้น

ลู่เซิ่งกระโดดลงไปด้านหน้าก้อนสีดำอย่างแผ่วเบา ก่อนจะเอื้อมมือออกไปช้าๆ และดีดควันสีดำสายหนึ่งออกมาเพื่อหยั่งเชิง

ควันสีดำทะลุออกจากก้อนสีดำในพริบตา ก่อนจะหล่นใส่กลางทะเลป่าด้านทิศเหนือ แล้วเผาทำลายพื้นหญ้าผืนเล็กๆ ทิ้งไป

Prev
Next
Tags:
นิยายจีน, นิยายชีวิตประจำวัน, นิยายดราม่า, นิยายตลก, นิยายผจญภัย, นิยายศิลปะการต่อสู้, นิยายเหนือธรรมชาติ, นิยายแฟนตาซี, นิยายแอคชั่น
MY READING HISTORY
You don't have anything in histories
POPULAR MANGA
กระบี่จงมา
กระบี่จงมา
บทที่ 992.2 ดอกไม้แดงบนภูเขาเขียวดุจเพลิงลุกไหม้ 27 พฤศจิกายน 2024
บทที่ 992.1 ดอกไม้แดงบนภูเขาเขียวดุจเพลิงลุกไหม้ 27 พฤศจิกายน 2024
323r
ท่านอ๋องผู้โหดร้ายกับหมอปีศาจ
ตอนที่ 2138 จะทำลายพวกเจ้า 27 พฤศจิกายน 2024
ตอนที่ 2137 เทือกเขาแห่งความตาย 27 พฤศจิกายน 2024
เทพกระบี่มรณะ (chaotic sword god)
เทพกระบี่มรณะ (chaotic sword god)
ตอนที่ 2528 - การตัดแขน 27 พฤศจิกายน 2024
ตอนที่ 2527 - ชำระหนี้แค้น 27 พฤศจิกายน 2024
61d44445LSpjhqcZ
เปิดระบบสุดโกงอัปสกิลหมอ
บทที่ 869 ที่หลบภัย 27 พฤศจิกายน 2024
บทที่ 868 ผมซับเหงื่อให้ครับ 27 พฤศจิกายน 2024
Full-time-Artist-ใครว่าผมไม่เหมาะเป็นศิลปิ
Full-time Artist ใครว่าผมไม่เหมาะเป็นศิลปิน
ตอนที่ 775 อาภรณ์หลวมโพรกมิเสียดาย เพื่อเจ้าข้าผ่ายผอมยอมอิดโรย 27 พฤศจิกายน 2024
ตอนที่ 774 ผีเสื้อรักบุปผา 27 พฤศจิกายน 2024
นิยายแปล-~จ้าวนักสู้เกิดใหม่ทั้งทีดันเป็นนางร้าย-~-ลูน่าอยากรีไทร์แล้ว
[นิยายแปล] ~จ้าวนักสู้เกิดใหม่ทั้งทีดันเป็นนางร้าย ~ ลูน่าอยากรีไทร์แล้ว
ตอนที่ 53 - 030:แผนการฝึกนักบุญ⑦ ค้นหาศัตรู 27 พฤศจิกายน 2024
ตอนที่ 52 - 029:แผนการฝึกนักบุญ⑥ ก่อนการต่อสู้ 27 พฤศจิกายน 2024
Here for more Popular Manga

Comments for chapter "บทที่ 691 ตี้วา (1)"

MANGA DISCUSSION

ใส่ความเห็น ยกเลิกการตอบ

You must Register or Login to post a comment.

  • HOME
  • COOKIE POLICY

© 2026 Madara Inc. All rights reserved