cat2auto | นิยาย นิยายออนไลน์ นิยายวาย นิยาย PDF
  • หน้าหลัก
  • อ่านมังงะ
  • เว็บอ่านมังงะ
  • นิยายวาย [Yaoi]
  • Nekopost
  • Niceoppai
  • รออัพเดท
  • มังงะ18+
  • แทงหวย24
  • manga
Advanced
  • หน้าหลัก
  • อ่านมังงะ
  • เว็บอ่านมังงะ
  • นิยายวาย [Yaoi]
  • Nekopost
  • Niceoppai
  • รออัพเดท
  • มังงะ18+
  • แทงหวย24
  • manga
  • Romance
  • Comedy
  • Shoujo
  • Drama
  • School Life
  • Shounen
  • Action
  • MORE
    • Adult
    • Adventure
    • Anime
    • Comic
    • Cooking
    • Doujinshi
    • Ecchi
    • Fantasy
    • Gender Bender
    • Harem
    • Historical
    • Horror
    • Josei
    • Live action
    • Manga
    • Manhua
    • Manhwa
    • Martial Arts
    • Mature
    • Mecha
    • Mystery
    • One shot
    • Psychological
    • Sci-fi
    • Seinen
    • Shoujo Ai
    • Shounen Ai
    • Slice of Life
    • Smut
    • Soft Yaoi
    • Soft Yuri
    • Sports
    • Tragedy
    • Supernatural
    • Webtoon
    • Yaoi
    • Yuri
Prev
Next

ยอดวิถีแห่งปีศาจ - บทที่ 678 ถ้ำราชากระเรียน (4)

  1. Home
  2. All Mangas
  3. ยอดวิถีแห่งปีศาจ
  4. บทที่ 678 ถ้ำราชากระเรียน (4)
Prev
Next

บทที่ 678 ถ้ำราชากระเรียน (4)

เยวี่ยอ๋องฟังเนื้อหาสาสน์กราบทูลพร้อมกับสอดส่องไปทั่วท้องพระโรงอย่างช้าๆ

ท้องพระโรงมีขุนนางใหญ่มากกว่าร้อยคนที่เปลือกนอกก้มหน้าเรียกตัวเองว่ากระหม่อม แต่ในที่ลับไม่ทราบมีภูตผีปีศาจและพวกเหยียบเรือสองแคมซ่อนตัวอยู่มากเท่าไหร่

ต่อให้จะเป็นขุนศึกเทพที่เปลือกนอกโอ่อ่าผ่าเผย ถ้าหากเบื้องหลังไม่มียอดคนประหลาดคอยคุ้มครอง ก็เกรงว่าชีวิตจะอาสัญไปแต่แรกแล้ว

เยวี่ยอ๋องนึกถึงการคุกคามจากคนผู้นั้นเมื่อก่อนหน้าและความปลอดภัยในเวลาต่อมา ยังมีความเยือกเย็นอย่างผิดปกติของบุตรชาย ในใจเริ่มเกิดการคาดเดาส่วนหนึ่งแล้ว

แต่ยังไม่กล้ายืนยัน

การประชุมเช้าจบลงอย่างรวดเร็ว จอมจักรพรรดิผุดสีหน้าเหนื่อยล้า คิดว่าสนมที่คอยปรนนิบัติน่าจะมีมากเกินไป ได้ยินมาว่าจอมจักรพรรดิสร้างตำหนักธรรมชาติขึ้นที่วังหยกขาว

มีแต่โฉมสะคราญที่มีรูปร่างหน้าตายอดเยี่ยมเท่านั้นถึงจะได้รับอนุญาตให้เข้าไปได้ หนำซ้ำขอแค่อิสตรีที่เข้าไปถูกจอมจักรพรรดิจับได้ ก็จะเสพสุขกันตรงนั้นทันที

เรื่องตัณหาหน้ามืดระดับนี้ ถ้าไม่ใช่ขุนศึกเทพตำหนิด้วยเสียงโกรธเคือง ก็เกรงว่าจอมจักรพรรดิจะทำมากกว่านี้อีก

เรื่องแบบนี้ถูกขุนศึกเทพห้ามปรามมานับครั้งไม่ถ้วนแล้ว

พอนึกถึงตรงนี้ เยวี่ยอ๋องก็อดมองไปยังฉินอ๋องคุมทหารอีกสองคนที่เหลือไม่ได้ ลิ่งอ๋องไม่มา ส่วนจาวอ๋องมีสีหน้าอิดโรย ร่างกายงองุ้มเหลือแต่กระดูก คนที่เพิ่งอายุได้สี่สิบกว่าปีกลับทรุดโทรมถึงขนาดนี้ เห็นได้ว่ามีแรงกดดันมากขนาดไหน

จาวอ๋องเหมือนจะสัมผัสสายตาของเยวี่ยอ๋องได้ จึงพยักหน้าบุ้ยใบ้มาทางนี้พลางลูบหนวดเครา

ตอนนี้จูเฉิงกั๋วขุนศึกเทพรายงานสาสน์กราบทูลเสร็จแล้ว กำลังเริ่มเกลี้ยกล่อมให้จอมจักรพรรดิงดเว้นเรื่องมั่วสุรานารีเพื่อมาจัดการเรื่องของประเทศชาติอยู่

แต่เพิ่งพูดได้แค่สองประโยค ราชครูหยางหวนเจินก็ออกมาตัดบท และเปลี่ยนหัวข้อไปยังเรื่องการบรรเทาภัยพิบัติแผ่นดินไหวที่เกิดขึ้นมาไม่นานมานี้แทน

ทั้งสองคนโต้เถียงกันอยู่สักพัก ก่อนที่จูเฉิงกั๋วจะสะบัดแขนเสื้อจากไปอย่างโมโห

ราชครูหยางยิ้มน้อยๆ ยืนเอามือไพล่หลัง แสดงให้เห็นว่าเขาเป็นฝ่ายมีชัยอีกครั้ง

การประชุมเช้าจบลง เยวี่ยอ๋องไม่เสียเวลา เมืองหลวงอยู่ไม่ไกลจากตำหนักเยวี่ยอ๋อง ขี่ม้ากลับไปได้ภายในครึ่งวัน

ขณะที่กำลังจะพากองอารักขาออกจากราชวังนั่นเอง

“อ๋องผู้น้อง” ฉิงอ๋องที่ลึกลับยากหยั่งคาดส่งเสียงเรียกเขาไว้อย่างคาดไม่ถึง

ฉิงอ๋องเป็นบุรุษวัยกลางคนที่มีหน้าตาเป็นมิตร ดูไม่มีพิษสงใดๆ หุ่นอ้วนจ้ำม่ำ พุงโต ใบหน้าใจเย็น

แต่หากมองบ่อยๆ เข้า ใบหน้ายิ้มแย้มเป็นมิตรที่ไม่เคยเปลี่ยนแปลงนักกลับมอบความรู้สึกไม่สบายใจที่อธิบายไม่ได้ให้แก่ผู้คน

“อ๋องผู้พี่มีคำสั่งสอนใดหรือ”

เยวี่ยอ๋องรีบหยุดฝีเท้าแล้วรอให้ฉิงอ๋องเดินเข้าใกล้

ฉิงอ๋องที่กำลังยิ้มแย้มถามด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล

“อ๋องผู้น้อง ท่านเหนื่อยยากเพื่อประเทศชาติมานาน อย่าลืมระวังร่างกายเล่า”

“ขอบพระทัย อ๋องผู้พี่ที่ห่วงใย” เยวี่ยอ๋องตอบอย่างมีมารยาท “ท่านเองก็ระวังสุขภาพด้วย ตอนนี้ประเทศระส่ำระส่าย เกิดความวุ่นวายไปทั่ว…”

“เป็นเพราะแบบนี้ หลังจากนี้พวกเราควรสนิทชิดเชื้อกันให้มากๆ” ฉิงอ๋องแสดงท่าทีเป็นมิตรอย่างอธิบายไม่ได้ “สิ่งที่พวกเราคิดอยู่ในใจล้วนเป็นเรื่องเดียวกัน ขอแค่ปรึกษาเรื่องราวต่างๆ ให้มากๆ ก็จะมีโอกาสสำเร็จเพิ่มขึ้นกว่าเดิมไม่ใช่หรือ”

เพียงแต่เยวี่ยอ๋องไม่เข้าใจว่าเขาหมายถึงอะไร ห้วงสมองสับสน ไม่รู้โดยสิ้นเชิงว่าฉิงอ๋องพูดเรื่องอะไร

ฉิงอ๋องเห็นดังนั้นก็ไม่ได้พูดอะไรอีก เพียงยื่นมือไปตบบ่าของเยวี่ยอ๋องเท่านั้น

เขาตบแรงมาก แม้เยวี่ยอ๋องที่เป็นแม่ทัพใหญ่คุมทหารจะไม่มีพลังยุทธ์ติดตัว แต่ปกติก็ออกกำลังกายเป็นนิจ กระนั้นพอถูกอีกฝ่ายตบใส่กลับรู้สึกร่างชาไปครึ่งซีก

“เดินทางระวังด้วย” ฉิงอ๋องทิ้งประโยคสุดท้ายไว้ ก่อนจะเดินเฉียดด้านข้างแล้วจากไป

เยวี่ยอ๋องขยับไหล่ขวาที่ถูกตบโดยไม่แสดงสีหน้า

“ไปเถอะ” เขาสั่งเบาๆ ก่อนจะรีบขึ้นรถม้า

ขอแค่ออกจากเมืองหลวง ด้านนอกจะมีซุนไห่ซึ่งเป็นหนึ่งในสามแม่ทัพใหญ่ของตำหนักเยวี่ยอ๋องมารับ

แต่สิ่งที่สร้างความแปลกใจให้แก่เยวี่ยอ๋องอยู่บ้างก็คือ ระหว่างทางกลับปลอดภัยไร้เรื่องราว

จนกระทั่งถึงตำหนักอ๋อง

…

“ฉิงอ๋องหรือ”

เชิงเทียนสิบกว่าอันสาดส่องถ้ำจนอบอุ่นสว่างไสว

ลู่เซิ่งนั่งขัดสมาธิอยู่กลางถ้ำ รอบๆ ตัวมีเงาปีกสีขาวที่เดี๋ยวปรากฏเดี๋ยวสูญหาย

เสี่ยวหรงที่สูงสองหมี่กว่าๆ ก้มหน้าคุกเข่าข้างหนึ่งอยู่ตรงหน้าเขา กำลังรายงานเรื่องราวที่มุ่งหน้าไปยังเมืองหลวงในตอนเช้า

“ลูกสัมผัสกลิ่นอายบางอย่างที่เจือจางได้จากตัวของเยวี่ยอ๋อง แต่ไม่กล้ายืนยัน เลยไม่ได้ลงมือ นอกจากนี้เหมือนบนร่างของฉิงอ๋องผู้นั้นจะมียอดคนที่สัมผัสการดำรงอยู่ของลูกได้ด้วย” เสี่ยวหรงตอบเบาๆ

“นึกไม่ถึงว่าราชสำนักจะยังมีความพิเศษบ้าง” ลู่เซิ่งไตร่ตรอง “อีกประเดี๋ยวข้าจะไปพบท่านพ่อ เพื่อดูว่ามีปัญหาอะไรหรือไม่ ถ้าหากไม่มีอะไร ต่อจากนี้ให้เพิ่มความระวังขึ้น ถ้าหากมี…” เขาไม่ได้พูดต่อ

ตอนนี้ถ้ำราชากระเรียนมีกระเรียนปีศาจแค่สิบสองตัว พลังยังอ่อนแอไปบ้าง

“เจ้าไปเถอะ คุ้มครองเยวี่ยอ๋องต่อไป” ลู่เซิ่งสั่ง

“ลูกทราบแล้ว” เสี่ยวหรงค่อยๆ ถอยหลัง พริบตาเดียวก็หายไปในความมืด

ลู่เซิ่งนั่งไตร่ตรองอยู่ที่เดิมสักพัก

‘ตอนนี้เราปรับปรุงคัมภีร์ปีกขาวไปแล้ว ขณะที่การทำงานของร่างกายก็เสถียรกว่าเดิมพร้อมกับพลังฝึกปรือที่เพิ่มขึ้น ทั้งหมดพึ่งพาพลังฝึกปรือของคัมภีร์ปีกขาวสนับสนุนในการใช้ชีวิตประจำวัน สิ่งที่น่าเสียดายก็คือ เราเรียนรู้และปรับปรุงคัมภีร์ปีกขาวต่อไปไม่ได้แล้ว การเรียนรู้เพิ่มเติมต่อจากนี้จะต้องหาคัมภีร์คล้ายๆ กันจำนวนมากกว่าเดิมมาใช้เรียนรู้ถึงจะดำเนินต่อไปได้’

ตอนนี้จุดเนตรกำเนิดนั้นได้เชื่อมต่อกับร่างโดยสมบูรณ์ และกลายเป็นจุดลมปราณอันน่าอัศจรรย์จุดหนึ่งนอกร่างกายไปแล้ว

เหมือนกับจุดลมปราณนี้ดำรงอยู่มาตั้งแต่แรก นี่ทำให้ลู่เซิ่งต้องประหลาดใจ

นอกจากนั้นในคัมภีร์ปีกขาวยังบันทึกด้วยว่า เนตรกำเนิดเป็นแค่หนึ่งในจุดลมปราณด้านนอกเท่านั้น จุดลมปราณด้านนอกทั้งหมดหนึ่งร้อยแปดจุดจับคู่กับดวงดาวบนท้องฟ้า ทุกๆ ครั้งที่ฝึกฝนจุดลมปราณภายนอกสำเร็จจุดหนึ่ง ก็จะเชื่อมโยงกับดวงชะตาของดวงดาวดวงหนึ่งได้ และทำให้อายุขัยเพิ่มขึ้นครั้งหนึ่ง

แต่ว่าคัมภีร์ปีกขาวเป็นเพียงคัมภีร์ธรรมดาระดับต่ำสุด มันไม่ได้มีพลังพิเศษอะไร ฝึกได้แค่จุดลมปราณภายนอกอย่างเนตรกำเนิดที่เป็นพื้นฐานที่สุดเท่านั้น

‘เรียนรู้ก็ไม่ได้ ยกระดับพลังยุทธ์หรือพลังฝึกปรือก็สิ้นเปลืองเกินไป ดูเหมือนจะต้องรวบรวมคัมภีร์หลักมาให้เยอะๆ แล้ว’ ลู่เซิ่งตัดสินใจแล้ว

เขาสงบจิตใจแล้วลุกขึ้น ก่อนจะบินออกจากถ้ำไปตามถนนปูหินสีดำสนิท ผ่านไปราวสองสามนาที ก็ลอยออกมาจากด้านหลังภูเขาจำลองแห่งหนึ่งในสวนดอกไม้ของตำหนักอ๋อง

หลังจากที่เขาออกมาแล้ว ก็มีคนลากแผ่นหินไปบังถ้ำใต้ดินเอาไว้ทันที

นี่เป็นเส้นทางใต้ดินที่เคยใช้หลบหนีของตำหนักอ๋องในอดีต มันเชื่อมต่อกับถ้ำใต้ดิน แต่ตอนนี้ถูกลู่เซิ่งเอามาใช้ฝึกฝนคัมภีร์หลักโดยเฉพาะ

ลู่เซิ่งยืนนิ่งอยู่ในสวนดอกไม้ ตบฝุ่นบนตัวออก แล้วสาวเท้าเดินไปยังตำหนักของเยวี่ยอ่อง

เดินไปถึงหน้าตำหนัก ด้านนอกประตูตำหนักมีองครักษ์กลุ่มหนึ่งลาดตระเวนอยู่ ดูคุ้มกันแน่นหนามาก

นับตั้งแต่มีมือสังหารมาลอบโจมตี แม้จะถูกกดดันให้ถอยไปอย่างอธิบายไม่ได้ แต่การคุ้มกันในช่วงเวลานี้ของตำหนักอ๋องก็ได้รับผลกระทบไปด้วย

“ซื่อจื่อ”

เหล่าองครักษ์พากันคำนับ

“ไม่ต้องมากมารยาท ข้าขอเข้าไปพบท่านพ่อหน่อย” ลู่เซิ่งเอ่ยด้วยรอยยิ้ม

ตัดทะลุประตูตำหนักเข้าไป เยวี่ยอ๋องที่สวมชุดขนจิ้งจอกตัวใหญ่กำลังวางหมากกับคนคนหนึ่งอยู่ในตัวตำหนัก อีกฝ่ายคือแม่ทัพอารักขาหยวน หรือก็คือบิดาของหยวนจี้คงนั่นเอง

แม่ทัพอารักขาไม่มีชื่อเต็ม อย่างน้อยในความทรงจำของหวงจิ่งก็ไม่มี อาจจะลืมไปแล้วหรืออาจจะไม่เคยถามมาก่อน

คนผู้นี้มีร่างสูงใหญ่ สองแขนยาวเลยเข่า ดูไม่ค่อยกำยำ แต่กลับแข็งแกร่งสุดขีด สวมเกราะหนังเรียบง่ายแนบตัว ไม่ได้พกดาบ ดูเหมือนกับนายพรานมากกว่าแม่ทัพ

“จิ่งเอ๋อร์เจ้ามาแล้วหรือ” พอเยวี่ยอ๋องเงยหน้าเห็นลู่เซิ่งเข้ามาก็พลันหัวเราะ

“มาๆ อาหยวนของเจ้ามีเรื่องต้องการคุยกับเจ้าพอดี”

“อย่าเพิ่งรีบเลยพ่ะย่ะค่ะ” ลู่เซิ่งกวาดตามองบ่าขวาของเยวี่ยอ๋อง มีกลิ่นอายที่เหมือนมีเหมือนไม่มีฟุ้งกระจายอยู่อย่างช้าๆ จริงๆ

วิชาหรือความสามารถใดๆ ล้วนใช้กับวัตถุภายนอก ขอแค่เป็นสิ่งของที่ไม่ใช่ของตัวเองบนตัวมนุษย์หรือสิ่งมีชีวิต ก็จะมีคลื่นที่ไม่สอดคล้องกระจายออกมา

ลู่เซิ่งเพียงแค่กวาดพลังจิตวิญญาณที่แข็งแกร่งสุดเปรียบปานไป ก็พบเล่ห์กลที่อยู่บนบ่าของเยวี่ยอ๋องทันที

ดูเหมือนสิ่งของบนบ่าเยวี่ยอ๋องจะเป็นตราประทับชนิดหนึ่ง

ลู่เซิ่งเดินเข้าไป ปราณปีกขาวบนร่างโคจรด้วยความเร็วสูงพร้อมกับสะกดกลิ่นอายประหลาดที่กระจายออกมาจากตราประทับไว้ในพริบตา

เขาหรี่ตาเล็กน้อย ก่อนจะเดินเข้าไปกดมือบนบ่าของเยวี่ยอ๋อง

กลิ่นอายของตราประทับนี้หดตัวลงเล็กน้อยอย่างฉับพลัน ยกระดับความเข้มข้นของตัวเองถึงขีดสูงสุดในพริบตา จากนั้นก็ระเบิดออกเหมือนกับมีชีวิต

ฟิ้ว!

ตอนแรกปราณปีกขาวสะกดได้อย่างสมบูรณ์แบบ แต่ตอนนี้ถูกเล่นงานกะทันหัน ชั้นปราณจริงแท้เกือบสิบกว่าชั้นที่วางไว้โดนเจาะทะลวงทั้งหมด

เมื่ออยู่ต่อหน้าตราประทับประหลาดนี้ ความเข้มข้นของปราณจริงแท้อันแน่นหนาของปราณปีกขาวก็เหมือนกับกระดาษน้ำมันเจอมีดหั่นอาหาร เพียงแค่กรีดครั้งเดียว ก็สามารถตัดให้ขาดและทะลวงเข้ามาได้แล้ว

ลู่เซิ่งแค่นเสียง พลังจิตวิญญาณอันมหาศาลกดทับใส่ตราประทับอย่างรุนแรงเหมือนกับภูผา

บ่าของเยวี่ยอ๋องพลันหนักอึ้ง

ตราประทับนั้นส่งเสียงร้องแหลม จากนั้นก็เงียบลงไปและไม่มีการเคลื่อนไหวใดๆ อีก

ลู่เซิ่งค่อยคลายมือที่กดบนบ่าเยวี่ยอ๋องออก

ตั้งแต่ต้นจนจบใช้เวลาไม่ถึงสองสามนาที เยวี่ยอ๋องกับแม่ทัพอารักขารอคอยเขาด้วยสีหน้าบรรยายไม่ถูก เหมือนกับว่าพวกเขาไม่ได้ยินเสียงเมื่อครู่โดยสิ้นเชิง

‘น่าสนใจดีนี่ ฉิงอ๋อง…’ ลู่เซิ่งสัมผัสจิตวิญญาณของตัวเอง เสียปริมาณจิตวิญญาณไปส่วนหนึ่งอย่างถาวร

ถึงแม้จะแค่นิดหน่อย หากเป็นความถี่นี้ ต่อให้เสียไปอีกหนึ่งล้านครั้ง ก็ไม่มีทางส่งผลเสียต่อรากฐานของจิตวิญญาณของลู่เซิ่ง

แต่ว่านี่เป็นการเสียหายถาวร พึงทราบว่าร่างหลักของเขาอยู่ในขอบเขตลวงตา ซึ่งเป็นผู้เข้มแข็งระดับสุดยอดที่ออกจากดาวเคราะห์และเดินทางระหว่างดวงดาวได้ในทางทฤษฎี แม้จะเทียบไม่ได้กับระดับมายาพิศวงที่แค่พลิกมือก็ทำลายดาวเคราะห์ได้ แต่ว่าพลังยุทธ์ของเขาก็สามารถปกครองดาวเคราะห์ดวงหนึ่งได้แล้ว

ระดับขนาดนี้กลับเสียพลังจิตวิญญาณไปสายหนึ่งอย่างถาวร

“สุดยอดจริงๆ…’ ลู่เซิ่งรู้สึกว่าตนเองอาจดูถูกโลกใบนี้มากไป “แม้วิชาปีกขาวจะมีพลังยุทธ์ล้ำลึก แต่ระดับต่ำเกินไป เลยเรียนรู้ไม่ได้ หากคิดจะวางเบี้ยบนกระดานหมากในใต้หล้านี้ ดูเหมือนจะต้องรีบยกระดับคัมภีร์หลักแล้ว”

เยวี่ยอ๋องกับแม่ทัพอาขรักขาพูดถึงเรื่องใหญ่เรื่องหนึ่งสลับกันไปมา เกี่ยวกับหยวนหลิ่วหลิ่วกับหยวนย่วนย่วนบุตรีสองคนของแม่ทัพอารักขาหยวน

แม่ทัพอารักขาหยวนมาขอหมั้นให้พวกนาง หวังว่าลู่เซิ่งจะเลือกใครคนใดคนหนึ่งเป็นชายาในอนาคตได้

ลู่เซิ่งไม่สนใจเรื่องพวกนี้ เลยรับปากอย่างขอไปที จากนั้นเขาก็บอกลาเยวี่ยอ๋องเพื่อจะออกจากตำหนักอ๋องสักระยะ พอได้รับการอนุญาตแล้วก็หมุนตัวออกมาทันที

หลังออกมาจากตำหนัก เขาก็ยกฝ่ามือขึ้นมาดู

สิ่งที่เหลืออยู่กลางฝ่ามือคือพลังหลงเหลือของตราประทับเมื่อก่อนหน้านี้

เขายกขึ้นมาดู

สีดำปื้นหนึ่งกลางฝ่ามือแผ่ขยายไปถึงข้อมือแล้ว

‘สิ่งนี้ไม่มีชีวิต แต่กลับกลืนกินปราณปีกขาวไปเพิ่มความแข็งแกร่งให้กับตัวเองได้งั้นเหรอ’ ลู่เซิ่งเคร่งเครียด

ตอนนี้สีดำค่อยๆ ปรากฏเป็นใบหน้าคนสีดำที่มีรูกลมกลางหว่างคิ้ว

ลู่เซิ่งเดินกลับห้องนอนตัวเอง แล้วเปิดค่ายกาลดาบสั้นที่ปักไว้บนโต๊ะ

เวลานี้สีดำนั้นขยายไปถึงแขนท่อนปลาย และแขนท่อนปลายก็กลายเป็นสีดำสนิทเหมือนหมึกแล้ว

จากนั้นเขาก็เข้าถ้ำใต้ดินผ่านทางเข้าใต้เตียง

ไม่นานนักลู่เซิ่งก็กลับมานั่งขัดสมาธิที่เดิม แก่นหยางในร่างทะลักออกมาอย่างรวดเร็ว แล้วเลียนแบบพลังงานในทุกๆ คุณสมบัติเพื่อต้านทานกลิ่นอายสีดำ

หลังจากเลียนแบบเป็นพลังงานคุณสมบัติต่างๆ สามสิบกว่าชนิด ในที่สุดพลังงานพิเศษที่ผสมความเย็น ไฟใต้ดิน และกำลังวาชาจึงค่อยฝืนจะสะกดกลิ่นอายสีดำชนิดนี้ไว้ได้

ลู่เซิ่งถอนใจเฮือกหนึ่ง ก่อนจะยกมือสะบัด บีบสีดำบนมือและปราณปีกขาวที่โดนย้อมออกมา

แหมะ

ของเหลวที่เหมือนกับหมึกดำกลุ่มใหญ่พุ่งออกมากระเด็นใส่ผนังหิน ผนังหินเป็นสีดำอมม่วงและมีกลิ่นกัดกร่อนลอยออกมาอย่างเลือนราง

‘พลังงานชนิดนี้..ทำลายปราณปีกขาวเกือบร้อยปีของเราทิ้ง…’ ลู่เซิ่งผุดสีหน้าบูดบึ้งอยู่บ้าง เป็นครั้งแรกตั้งแต่จุติที่เขาเสียท่าขนาดนี้

‘พรุ่งนี้ต้องกลับไปรวบรวมคัมภีร์หลักเพื่อเรียนรู้คัมภีร์ปีกขาวใหม่!’ เขาสัมผัสได้อย่างชัดเจนว่าคัมภีร์ปีกขาวในตอนนี้ไม่พอใช้แล้ว เนื่องจากมีอานุภาพอ่อนแอเกินไป

………………………………………

Prev
Next
Tags:
นิยายจีน, นิยายชีวิตประจำวัน, นิยายดราม่า, นิยายตลก, นิยายผจญภัย, นิยายศิลปะการต่อสู้, นิยายเหนือธรรมชาติ, นิยายแฟนตาซี, นิยายแอคชั่น
MY READING HISTORY
You don't have anything in histories
POPULAR MANGA
กระบี่จงมา
กระบี่จงมา
บทที่ 992.2 ดอกไม้แดงบนภูเขาเขียวดุจเพลิงลุกไหม้ 27 พฤศจิกายน 2024
บทที่ 992.1 ดอกไม้แดงบนภูเขาเขียวดุจเพลิงลุกไหม้ 27 พฤศจิกายน 2024
323r
ท่านอ๋องผู้โหดร้ายกับหมอปีศาจ
ตอนที่ 2138 จะทำลายพวกเจ้า 27 พฤศจิกายน 2024
ตอนที่ 2137 เทือกเขาแห่งความตาย 27 พฤศจิกายน 2024
เทพกระบี่มรณะ (chaotic sword god)
เทพกระบี่มรณะ (chaotic sword god)
ตอนที่ 2528 - การตัดแขน 27 พฤศจิกายน 2024
ตอนที่ 2527 - ชำระหนี้แค้น 27 พฤศจิกายน 2024
61d44445LSpjhqcZ
เปิดระบบสุดโกงอัปสกิลหมอ
บทที่ 869 ที่หลบภัย 27 พฤศจิกายน 2024
บทที่ 868 ผมซับเหงื่อให้ครับ 27 พฤศจิกายน 2024
Full-time-Artist-ใครว่าผมไม่เหมาะเป็นศิลปิ
Full-time Artist ใครว่าผมไม่เหมาะเป็นศิลปิน
ตอนที่ 775 อาภรณ์หลวมโพรกมิเสียดาย เพื่อเจ้าข้าผ่ายผอมยอมอิดโรย 27 พฤศจิกายน 2024
ตอนที่ 774 ผีเสื้อรักบุปผา 27 พฤศจิกายน 2024
นิยายแปล-~จ้าวนักสู้เกิดใหม่ทั้งทีดันเป็นนางร้าย-~-ลูน่าอยากรีไทร์แล้ว
[นิยายแปล] ~จ้าวนักสู้เกิดใหม่ทั้งทีดันเป็นนางร้าย ~ ลูน่าอยากรีไทร์แล้ว
ตอนที่ 53 - 030:แผนการฝึกนักบุญ⑦ ค้นหาศัตรู 27 พฤศจิกายน 2024
ตอนที่ 52 - 029:แผนการฝึกนักบุญ⑥ ก่อนการต่อสู้ 27 พฤศจิกายน 2024
Here for more Popular Manga

Comments for chapter "บทที่ 678 ถ้ำราชากระเรียน (4)"

MANGA DISCUSSION

ใส่ความเห็น ยกเลิกการตอบ

You must Register or Login to post a comment.

  • HOME
  • COOKIE POLICY

© 2026 Madara Inc. All rights reserved