cat2auto | นิยาย นิยายออนไลน์ นิยายวาย นิยาย PDF
  • หน้าหลัก
  • อ่านมังงะ
  • เว็บอ่านมังงะ
  • นิยายวาย [Yaoi]
  • Nekopost
  • Niceoppai
  • รออัพเดท
  • มังงะ18+
  • แทงหวย24
  • manga
Advanced
  • หน้าหลัก
  • อ่านมังงะ
  • เว็บอ่านมังงะ
  • นิยายวาย [Yaoi]
  • Nekopost
  • Niceoppai
  • รออัพเดท
  • มังงะ18+
  • แทงหวย24
  • manga
  • Romance
  • Comedy
  • Shoujo
  • Drama
  • School Life
  • Shounen
  • Action
  • MORE
    • Adult
    • Adventure
    • Anime
    • Comic
    • Cooking
    • Doujinshi
    • Ecchi
    • Fantasy
    • Gender Bender
    • Harem
    • Historical
    • Horror
    • Josei
    • Live action
    • Manga
    • Manhua
    • Manhwa
    • Martial Arts
    • Mature
    • Mecha
    • Mystery
    • One shot
    • Psychological
    • Sci-fi
    • Seinen
    • Shoujo Ai
    • Shounen Ai
    • Slice of Life
    • Smut
    • Soft Yaoi
    • Soft Yuri
    • Sports
    • Tragedy
    • Supernatural
    • Webtoon
    • Yaoi
    • Yuri
Prev
Next

ยอดวิถีแห่งปีศาจ - บทที่ 675 ถ้ำราชากระเรียน (1)

  1. Home
  2. All Mangas
  3. ยอดวิถีแห่งปีศาจ
  4. บทที่ 675 ถ้ำราชากระเรียน (1)
Prev
Next

บทที่ 675 ถ้ำราชากระเรียน (1)

ครั้งนี้ลู่เซิ่งใช้เวลาสามวันไปกับการเปลี่ยนแปลงเจ้าสนขาว โดยใช้ปราณจริงแท้ของสัจวิชามหากระเรียนพิสุทธิ์ที่หลอมรวมกับด้ายกระตุ้นวิญญาณ บวกกับการผ่าตัดซึ่งใช้เพิ่มความแข็งแกร่งให้แก่จิตวิญญาณปรับปรุงในระดับอณูอย่างแม่นยำ

กระบวนการปรับปรุงเจ้าสนขาวจบลงอย่างราบรื่น หลอมรวมด้ายกระตุ้นวิญญาณไปทั้งหมดสามครั้ง ทุกครั้งมีมากกว่าสามเส้น

เลือดลมจำนวนมากห่อหุ้มเจ้าสนขาวเป็นก้อนเนื้อสีแดงกลุ่มหนึ่ง ซึ่งค่อยๆ หดตัวสลับกับพองขยายอยู่ในส่วนลึกของถ้ำ

ลู่เซิ่งยังได้ใช้เวลาว่างปรับเปลี่ยนกระเรียนขาวร่างกำยำอีกตัวในฝูงกระเรียนเป็นปีศาจกระเรียนระดับภูตปีศาจด้วย

จนถึงตอนนี้ ฝูงกระเรียนมีกระเรียนขาวระดับภูตปีศาจสามตัว เสี่ยวอวิ๋นถึงขั้นเข้าใกล้ระดับแม่ทัพปีศาจแล้ว

การที่เผ่าพันธุ์เล็กๆ ทั่วไปมีภูตปีศาจตัวหนึ่งได้ก็นับว่าแข็งแกร่งสุดเปรียบปาน

ถ้าหากไม่เจอนักพรตที่อยู่เบื่อๆ แล้วนึกอยากสังหารปีศาจกำจัดมาร เกรงว่าสามารถมีชีวิตอยู่ได้มากกว่าหลายร้อยหลายพันปีโดยไม่มีปัญหา

ไม่อย่างนั้นจอมปีศาจที่อยู่มาเป็นพันเป็นหมื่นปีพวกนั้นจะเกิดขึ้นได้อย่างไร

ลู่เซิ่งคาดการณ์ว่า เจ้าสำนักหลงเหอจื้อกับศิษย์น้องสองคนที่เหลือของสำนักกระเรียน มีพลังฝึกปรือเหนือกว่าระดับภูตปีศาจนิดหน่อย อาจจะไปถึงระดับแม่ทัพปีศาจแล้วก็ได้

การใช้ปีศาจกระเรียนสามตัวเป็นหลักฐานไปเกลี้ยกล่อมพวกเขาจะต้องทรงประสิทธิผลถึงขีดสุด

พริบตาเดียวก็ผ่านไปสิบวัน หรือก็คือถึงเวลาที่นักพรตคนนั้นบอกว่าจะมาตรวจดูแล้ว

ในเวลาสองสามวันที่เหลือ ลู่เซิ่งสร้างกระเรียนปีศาจระดับภูตปีศาจสำเร็จอีกหนึ่งตัว เมื่อบวกรวมกับก่อนหน้า ก็จะมีปีศาจกระเรียนทั้งหมดสี่ตัว

เมื่ออยู่ในเขตรกร้างของป่า ก็ถือว่าเป็นขุมกำลังเผ่าปีศาจขนาดเล็กที่ไม่อ่อนแอได้แล้ว

ตอนที่นักพรตผู้ประสานงานมาถึง ก็เห็นลู่เซิ่งกำลังตรวจสุขภาพเพื่อรักษาอาการบาดเจ็บภายในและโรคภัยให้แก่กระเรียนเซียนสองตัวเข้าพอดี

“ถึงเส้นตายแล้ว ดูเหมือนศิษย์น้องจะทำสำเร็จแล้ว ไม่ต้องตรวจก็ได้!” พอนักพรตเห็นฝูงกระเรียนดื่มน้ำและเดินเล่นรอบๆ ตัวลู่เซิ่งเหมือนไม่มีเรื่องราวใด ก็อุทานตกใจ

“ในเมื่อไม่มีปัญหา อย่างนั้นข้าเตรียมจะไปพบพวกอาจารย์และอาจารย์อาเสียหน่อย” ลู่เซิ่งลุกขึ้นและเอ่ยด้วยรอยยิ้ม

“ศิษย์น้องตามสบาย ข้าจะไปเปิดผนึกค่ายกลก่อน” นักพรตว่าพลางก้มคารวะ

“ตกลง ขอบคุณมากขอรับ” ลู่เซิ่งพยักหน้า ก่อนจะมองส่งนักพรตจากไป

รอจนไม่เห็นเงาคนแล้ว เขาค่อยหมุนตัวไปมองกระเรียนปีศาจสี่ตัวที่เดินออกมาจากในฝูงกระเรียน

“เสี่ยวเจิน เสี่ยวอวิ๋น เสี่ยวอวี่ เสี่ยวหรง ครั้งนี้ฝากพวกเจ้าด้วย”

“ท่านพ่อไม่ต้องห่วง พวกเราจะพยายามอย่างสุดกำลัง!” กระเรียนปีศาจสี่ตัวสูงสองหมี่กว่าๆ ต่างใช้พลังปีศาจหดร่างของตัวเองลง

เปลือกนอกดูไม่ต่างจากกระเรียนเซียนทั่วไป แต่ความจริงพวกมันสามารถคืนกลับสู่ร่างมโหฬารในตอนแรกผ่านการปล่อยพลังปีศาจได้ตลอดเวลา

“เสี่ยวอวิ๋นอยู่นี่คอยดูแลฝูง ส่วนอีกสามตัวตามข้ามา” ลู่เซิ่งใคร่ครวญเล็กน้อย แล้วทิ้งกระเรียนปีศาจไว้ตัวหนึ่ง จากนั้นก็พากระเรียนปีศาจสามตัวมุ่งหน้าไปยังอารามอย่างรวดเร็ว

…

หน้าอารามสำนักกระเรียนพิสุทธิ์ นักพรตวัยเยาว์หาวในขณะที่นั่งบนม้านั่งตัวน้อยเพื่อเฝ้าประตูใหญ่

ดวงอาทิตย์ใกล้ลับขอบฟ้า เส้นแสงยังคงอบอุ่นจนทำให้คนที่โดนแสงส่องใส่อดสัปหงกไม่ได้

ขณะที่นักพรตน้อยกำลังจะหลับ อยู่ๆ ก็มีเสียงฝีเท้าอันชัดเจนดังมาจากที่ไกลเบาๆ

นักพรตน้อยเงยหน้าขึ้นมอง

เพียงมองแค่แวบเดียว เขาพลันลืมตาโตและอ้าปากเล็กน้อยด้วยสีหน้าตะลึงงัน

ใต้อาทิตย์อัสดง บุรุษร่างกำยำคนหนึ่งพาชายฉกรรจ์สูงใหญ่ที่มีศีรษะเป็นกระเรียนเซียนสามคนเดินมาทางอารามทีละก้าวๆ

“นั่น…นั่นมัน…!” แม้นักพรตน้อยจะไม่เคยเห็นด้วยตาตัวเอง แต่ตำนานก็ได้เล่าไว้ว่า สัตว์ประหลาดที่มีหัวเป็นสัตว์แต่ตัวเป็นคนจะต้องเป็นภูตปีศาจจำแลงกายในตำนานอย่างแน่นอน!

“ปี…ปีๆๆๆๆๆ…!” นักพรตน้อยลุกขึ้นตะโกนขณะที่ลิ้นพันกัน

โครม!

ยังไม่รอให้เขาได้สติ นักพรตน้อยอีกคนที่อยู่อีกฝั่งของประตูก็หมุนตัวหนีไปแล้ว

“เจ้าสำนัก! เจ้าสำนัก!” นักพรตน้อยอีกคนพุ่งเข้าไปพร้อมกับร้องโวยวาย

หลงเหอจื้อกำลังถือพู่กันฝึกเขียนอักษรอย่างตั้งใจ อยู่ๆ ได้ยินเสียงร้องจากด้านนอก ทำให้มือสั่นจนหมึกหยดใหญ่กระจายลงใส่กระดาษขาว

“เอะอะโวยวายอะไรกัน!?” หลงเหอจื้อลุกขึ้นตวาดอย่างหงุดหงิด

นักพรตน้อยคนหนึ่งรีบเคาะประตูเข้ามา

“นายผู้เฒ่าเจ้าสำนัก ศิษย์พี่เฮ่อเจินที่เพิ่งเข้าสำนักกลับมาแล้ว…เขา…เขา…”

“เขาอะไร พูดสิ” หลงเหอจื้อวางพู่กันลงอย่างรำคาญ

นักพรตน้อยติดอ่าง พูดไม่เข้าใจ

“เขาพา…เขาได้พา… มาแล้ว!”

หลงเหอจื้อเอือมระอา เด็กน้อยนี่ใช้เวลานานสองนานก็ยังพูดไม่เข้าใจ เขาเลยดึงชุดนักพรตลง แล้วสาวเท้าออกจากห้องเก็บตำรา

เพิ่งจะเดินถึงประตูเรือน พอมองออกไปเท่านั้น หลงเหอจื้อก็หน้าซีด

เขาชะงักฝีเท้าแล้วหมุนตัวกลับมาปิดประตูอย่างรวดเร็ว ก่อนจะรีบเปลี่ยนเป็นชุดนักพรต จากนั้นก็สั่นกระดิ่งเตือนภัย

เต๊งๆๆๆ!

ไม่นานนักอารามทั้งอารามก็ตื่นตัว นักพรตทั้งผู้ใหญ่ทั้งเด็กทั้งคนชราพากันถือดาบ หอก และกระบองพุ่งมาถึงประตูใหญ่เหมือนเผชิญศัตรูตัวฉกาจ

ส่วนเจ้าสำนักหลงเหอจื้อซึ่งถือที่ปัดฝุ่นด้ามสำริดและสวมชุดนักพรตยันต์แปดทิศสีทองม่วง โถมออกมาใหม่ด้วยสภาวะดุร้าย

อาจารย์อาสามเจิ้งชิงเจี้ยนถือกระบี่คู่ติดตามอยู่ด้านหลังด้วยสีหน้าเคร่งขรึม

ขบวนคนกระโจนไปถึงหน้าประตูใหญ่

“ผู้มาเป็นใคร!” หลงเหอจื้อตวาด

คนที่อยู่ไกลออกไปเห็นปีศาจกระเรียนร่างกำยำที่มีหัวเป็นกระเรียนตัวเป็นมนุษย์สามตัวที่ยืนอยู่ด้านหลังเฮ่อเจินเต้าหยินแล้วเช่นกัน

ก่อนหน้านี้หลงเหอจื้อมองไม่ชัด แต่ตอนนี้พอเดินเข้าใกล้จึงค่อยเห็นว่า นี่เป็นปีศาจกระเรียนขาวสามตัวที่จำแลงกายมาจริงๆ

สามตัวเรอะ!?

หลงเหอจื้อหวาดกลัว ดูจากพลังฝึกปรือแล้ว ตัวเขารับมือปีศาจกระเรียนจำแลงกายสองตัวในนั้นได้ แต่ถ้าสู้จริงก็บอกได้ยากแล้ว

โดยเฉพาะถึงแม้เผ่าปีศาจจะมีจุดอ่อนไม่น้อย แต่เกิดจำแลงกาย จุดอ่อนของพวกมันก็จะได้รับการชดเชย ส่วนจุดแข็งของตัวเองก็จะแกร่งขึ้นอย่างใหญ่หลวงด้วย

เผ่าปีศาจที่จำแลงกายมักจะเปลี่ยนความสามารถที่ตัวเองเชี่ยวชาญที่สุดเป็นวิชาปีศาจที่ช่ำชองที่สุด

และวิชาปีศาจแบบนี้ก็สามารถใช้จริงได้อย่างทรงประสิทธิภาพเสียด้วย

ดังนั้นหากสู้กันจริงๆ จะตัดสินผลแพ้ชนะโดยอาศัยแค่พลังฝึกปรือไม่ได้

หลงเหอจื้อกวาดตามองศิษย์น้องเจิ้งชิงเจี้ยนที่อยู่ด้านข้างอย่างระมัดระวัง ตอนนี้ได้แต่หวังให้ศิษย์น้องรับมือปีศาจกระเรียนตัวหนึ่งในนี้ได้ ไม่อย่างนั้น…

เขาจำได้อย่างชัดเจนว่าในรัศมีพันลี้นี้มีเผ่าปีศาจขนาดเล็กไม่กี่เผ่าเท่านั้น มีภูตปีศาจได้สักตัวก็ถือว่าเก่งแล้ว

แต่ว่าขณะนี้ ภูตปีศาจสามตัวยืนอยู่หน้าประตู…เหตุใดจึงไม่ได้ข่าวอะไรเลย

ลู่เซิ่งเหลียวมองรอบๆ ก่อนจะยิ้มอย่างกระดากใจ

“ขออภัยด้วยขอรับ อาจารย์ สามคนนี้ไม่ใช่ศัตรู ศิษย์มีธุระต้องการคุยกับอาจารย์ ไม่ทราบขอเข้าไปคุยใกล้ๆ ได้หรือไม่”

แค่มองจากการจัดกลุ่ม ลู่เซิ่งก็ทราบแล้วว่าคนกลุ่มนี้เข้าใจผิด แต่เขาจะเผยความสามารถด้านการสร้างเผ่าปีศาจไม่ได้เช่นกัน เลยบอกตรงๆ ไม่ได้

หลงเหอจื้อมองลู่เซิ่งอย่างละเอียด ครู่ต่อมาจึงค่อยโบกมือให้คนอื่นปล่อยให้ผ่านไป

ลู่เซิ่งให้ปีศาจกระเรียนสามตัวหยุดอยู่ด้านนอก ส่วนตนกับอาจารย์เข้าไปคุยกันในห้องเก็บตำรา

ปีศาจกระเรียนสามตัวยืนอยู่นอกประตูอย่างมีระเบียบ น่าเกรงขามราวกับทวารบาล

ตอนนี้มีคนไม่น้อยจำได้แล้วว่าลู่เซิ่งเป็นใคร เป็นเฮ่อเจินศิษย์สืบทอดสายตรงที่พวกเจ้าสำนักเพิ่งรับเข้ามา หรือก็คือซื่อจื่อแห่งตำหนักเยวี่ยอ๋องที่มีศักดิ์ฐานะสูงส่งนั่นเอง

พอทุกคนเห็นปีศาจกระเรียนสามตัวนี้ติดตามลู่เซิ่งอย่างเชื่อฟัง แถมตอนนี้ยังเฝ้าอยู่หน้าประตูไม่อนุญาตให้ใครเข้าออก ในใจต่างแตกตื่นสงสัยไม่คลาย

หลังจากทั้งสองเข้าไปในห้องเก็บตำราแล้วก็ปิดประตู

หลงเหอจื้อมองลู่เซิ่ง

“ไม่ได้รับบาดเจ็บกระมัง ปีศาจกระเรียนสามตัวนั่นมาที่นี่มีแผนการอะไรกันแน่ เจ้าทราบหรือไม่”

ลู่เซิ่งหัวเราะ

“เรียนท่านอาจารย์ ศิษย์เป็นคนเลี้ยงปีศาจกระเรียนสามตัวนี้เอง”

“อย่าล้อเล่นนะ! ตอนนี้เป็นเวลาคับขัน ไม่ใช่เวลามัวมาล้อเล่น” หลงเหอจื้อกล่าวอย่างจริงจัง

“อาจารย์ ศิษย์เกิดความเข้าใจขึ้นอย่างกะทันหัน ได้แบ่งปราณออกมาในตอนฝึกฝนสัจวิชากระเรียนพิสุทธิ์ กลับนึกไม่ถึงว่าจะสร้างสัจวิชากระเรียนพิสุทธิ์แบบใหม่ที่ดีกว่าเดิมขึ้นมาได้!” ลู่เซิ่งเริ่มแต่งเรื่อง

เริ่มตั้งแต่เขาเกิดแรงบันดาลใจขึ้นมา แล้วแบ่งปราณจากสัจวิชากระเรียนพิสุทธิ์ จากนั้นปราณจริงแท้ที่ฝึกฝนได้จากสัจวิชาหลังจากแบ่งปราณถูกปรับปรุงจนสมบูรณ์และบริสุทธิ์กว่าเดิมได้อย่างไร

จนกระทั่งถึงเขาได้กินสมุนไพรโอสถรูปร่างประหลาดต้นหนึ่งใต้ทะเลสาบตอนที่กำลังเล่นน้ำ เป็นเหตุให้ปราณจริงแท้ของตัวเองทวีจำนวนขึ้นเหมือนเป่าลม

ถัดมาเขาได้ใช้ปราณจริงแท้ฝึกฝนคัมภีร์ต้นกำเนิดวิญญาณคู่ สร้างสัมผัสวิญญาณคู่กับกระเรียนเซียนหลายตน จากนั้นก็ทำให้กระเรียนเซียนเกิดการกลายพันธุ์จนปัจจุบันกลายเป็นปีศาจกระเรียนจำแลงกายได้อย่างไร!

หลงจื้อเหอฟังเรื่องไร้สาระนี้จนอ้าปากตาค้าง

โลกนี้ขาดแคลนกิจกรรมบันเทิง ลู่เซิ่งจึงยัดโครงเรื่องในนิยายเข้าไปมากมาย แต่งเรื่องจนเหมือนกับเรื่องจริง รายละเอียดไม่ใช่สิ่งที่คนปกติจะคิดขึ้นมาได้โดยใช้เวลาไม่นาน

นี่ทำให้หลงเหอจื้อต้องเชื่อในรายละเอียด

‘ในใต้หล้ามียาวิเศษระดับนี้ด้วยหรือ!?’ ดวงตาของหลงเหอจื้อฉายความร้อนเร่าแวบหนึ่ง แต่พอนึกได้ว่ายาวิเศษถูกศิษย์กินไปแล้ว เขาก็พลันท้อแท้ทันที

“หมายความว่าปีศาจกระเรียนสามตัวนั้นเป็นสหายของเจ้าหรือ ฟังคำสั่งเจ้าโดยสิ้นเชิงหรือไม่” หลงเหอจื้อเสียงสั่นเล็กน้อย

นี่คือปีศาจกระเรียนสามตัวเชียวนะ!

เกิดว่ามีปีศาจกระเรียนสามตัวเข้าร่วมสำนักกระเรียนพิสุทธิ์ เช่นนั้นก็เทียบได้กับมีพลังเพิ่มขึ้นมาหนึ่งเท่าตัว การรวบรวมสมุนไพรและทรัพยากรในบริเวณรอบๆ ต่อจากนี้จะไม่ตึงมือตึงเท้าเหมือนก่อนหน้านี้อีก

“ไม่ใช่ขอรับ ความจริงมีสี่ตัว ยังมีปีศาจกระเรียนอีกตัว ศิษย์ให้มันเฝ้าฝูงกระเรียนเอาไว้” ลู่เซิ่งเอ่ยด้วยสีหน้าจริงจัง

“สี่ตัว…” หลงเหอจื้อสูดลมหายใจเย็น

เพิ่งจะผ่านไปกี่วันเอง แค่ไม่กี่วัน ศิษย์ที่เพิ่งรับมาใหม่ผู้นี้ถึงกับมีโชควาสนายิ่งใหญ่ปานนี้ ไม่เอ่ยถึงว่าปรับปรุงสัจวิชาให้ดีขึ้น ยังมีปีศาจกระเรียนเป็นพวกถึงสี่ตัวเชียวหรือ

นี่ไม่แตกต่างอะไรกับเทพนิยายเลย

ทว่าเรื่องจริงปรากฏอยู่ตรงหน้า หลงเหอจื้อจึงต้องเชื่อ

เขาให้ลู่เซิ่งพาออกไปตรวจสอบปีศาจกระเรียนที่มาพร้อมกัน ไม่นานนักก็ยืนยันสถานะของทั้งสามตัวนี้ได้ พวกมันล้วนเป็นกระเรียนขาวที่หลงเหอจื้อเคยเห็นในอารามทั้งสิ้น

ตอนนี้ถึงกับก้าวข้ามขอบเขตหลายขอบเขต แล้วเข้าสู่ระดับเผ่าปีศาจจำแลงกายโดยตรง

หลังจากเจิ้งชิงเจี้ยนได้รับรู้แล้ว เขาก็ตกตะลึงพึงเพริดเช่นกัน ครั้นตรวจสอบพร้อมกับศิษย์พี่ ก็รู้สึกยินดีระคนอิจฉา ดีใจแทนสำนักของตัวเองที่มีพลังเพิ่มขึ้น

ลู่เซิ่งสังเกตเห็นว่า แม้หลงเหอจื้อกับเจิ้งชิงเจี้ยนจะอิจฉายาวิเศษของเขาถึงขีดสุด แต่ไม่มีความริษยาเจือปนอยู่ พึงทราบว่าหลังจากรับประทานยาวิเศษมากมาย จะไม่สามารถย่อยได้โดยสมบูรณ์ในระยะเวลาอันสั้น

ถ้าหากเจอคนที่มีใจคอโหดเหี้ยมลอบโจมตีกะทันหัน จับคนไปหลอมเป็นโอสถมนุษย์ ก็จะได้รับคุณสมบัติยาวิเศษส่วนใหญ่ไป

แต่ว่าหลงเหอจื้อกับเจิ้งชิงเจี้ยนกลับมีดวงตากระจ่างใส ไม่มีความคิดชั่วร้ายใดๆ แม้แต่น้อย

ทำให้เขาวางใจอยู่บ้าง

Prev
Next
Tags:
นิยายจีน, นิยายชีวิตประจำวัน, นิยายดราม่า, นิยายตลก, นิยายผจญภัย, นิยายศิลปะการต่อสู้, นิยายเหนือธรรมชาติ, นิยายแฟนตาซี, นิยายแอคชั่น
MY READING HISTORY
You don't have anything in histories
POPULAR MANGA
กระบี่จงมา
กระบี่จงมา
บทที่ 992.2 ดอกไม้แดงบนภูเขาเขียวดุจเพลิงลุกไหม้ 27 พฤศจิกายน 2024
บทที่ 992.1 ดอกไม้แดงบนภูเขาเขียวดุจเพลิงลุกไหม้ 27 พฤศจิกายน 2024
323r
ท่านอ๋องผู้โหดร้ายกับหมอปีศาจ
ตอนที่ 2138 จะทำลายพวกเจ้า 27 พฤศจิกายน 2024
ตอนที่ 2137 เทือกเขาแห่งความตาย 27 พฤศจิกายน 2024
เทพกระบี่มรณะ (chaotic sword god)
เทพกระบี่มรณะ (chaotic sword god)
ตอนที่ 2528 - การตัดแขน 27 พฤศจิกายน 2024
ตอนที่ 2527 - ชำระหนี้แค้น 27 พฤศจิกายน 2024
61d44445LSpjhqcZ
เปิดระบบสุดโกงอัปสกิลหมอ
บทที่ 869 ที่หลบภัย 27 พฤศจิกายน 2024
บทที่ 868 ผมซับเหงื่อให้ครับ 27 พฤศจิกายน 2024
Full-time-Artist-ใครว่าผมไม่เหมาะเป็นศิลปิ
Full-time Artist ใครว่าผมไม่เหมาะเป็นศิลปิน
ตอนที่ 775 อาภรณ์หลวมโพรกมิเสียดาย เพื่อเจ้าข้าผ่ายผอมยอมอิดโรย 27 พฤศจิกายน 2024
ตอนที่ 774 ผีเสื้อรักบุปผา 27 พฤศจิกายน 2024
นิยายแปล-~จ้าวนักสู้เกิดใหม่ทั้งทีดันเป็นนางร้าย-~-ลูน่าอยากรีไทร์แล้ว
[นิยายแปล] ~จ้าวนักสู้เกิดใหม่ทั้งทีดันเป็นนางร้าย ~ ลูน่าอยากรีไทร์แล้ว
ตอนที่ 53 - 030:แผนการฝึกนักบุญ⑦ ค้นหาศัตรู 27 พฤศจิกายน 2024
ตอนที่ 52 - 029:แผนการฝึกนักบุญ⑥ ก่อนการต่อสู้ 27 พฤศจิกายน 2024
Here for more Popular Manga

Comments for chapter "บทที่ 675 ถ้ำราชากระเรียน (1)"

MANGA DISCUSSION

ใส่ความเห็น ยกเลิกการตอบ

You must Register or Login to post a comment.

  • HOME
  • COOKIE POLICY

© 2026 Madara Inc. All rights reserved