cat2auto | นิยาย นิยายออนไลน์ นิยายวาย นิยาย PDF
  • หน้าหลัก
  • อ่านมังงะ
  • เว็บอ่านมังงะ
  • นิยายวาย [Yaoi]
  • Nekopost
  • Niceoppai
  • รออัพเดท
  • มังงะ18+
  • แทงหวย24
  • manga
Advanced
  • หน้าหลัก
  • อ่านมังงะ
  • เว็บอ่านมังงะ
  • นิยายวาย [Yaoi]
  • Nekopost
  • Niceoppai
  • รออัพเดท
  • มังงะ18+
  • แทงหวย24
  • manga
  • Romance
  • Comedy
  • Shoujo
  • Drama
  • School Life
  • Shounen
  • Action
  • MORE
    • Adult
    • Adventure
    • Anime
    • Comic
    • Cooking
    • Doujinshi
    • Ecchi
    • Fantasy
    • Gender Bender
    • Harem
    • Historical
    • Horror
    • Josei
    • Live action
    • Manga
    • Manhua
    • Manhwa
    • Martial Arts
    • Mature
    • Mecha
    • Mystery
    • One shot
    • Psychological
    • Sci-fi
    • Seinen
    • Shoujo Ai
    • Shounen Ai
    • Slice of Life
    • Smut
    • Soft Yaoi
    • Soft Yuri
    • Sports
    • Tragedy
    • Supernatural
    • Webtoon
    • Yaoi
    • Yuri
Prev
Next

ยอดวิถีแห่งปีศาจ - บทที่ 651 ทำความเข้าใจ (1)

  1. Home
  2. All Mangas
  3. ยอดวิถีแห่งปีศาจ
  4. บทที่ 651 ทำความเข้าใจ (1)
Prev
Next

บทที่ 651 ทำความเข้าใจ (1)

สามวันต่อมา

ลู่เซิ่งนั่งขัดสมาธิอยู่กลางค่ายกลที่มีความซับซ้อนและใหญ่โตมโหฬาร

ค่ายกลในครั้งนี้ใหญ่กว่าก่อนหน้านี้มาก

ถ้าหากไม่เกิดอุบัติเหตุขึ้น ความแตกต่างในการไหลของเวลาในครั้งนี้น่าจะเหนือกว่าครั้งใดๆ ที่ผ่านมา

เขาติดตั้งค่ายกลระดับสูงสุดเท่าที่ตนติดตั้งได้ เพื่อค้นหาโลกที่มีความเร็วในการไหลของเวลาแตกต่างกันมากที่สุดโดยไม่สนใจระดับพลัง

เมื่อเป็นแบบนี้ แค่อัตราส่วนน้อยสุด อย่างน้อยก็สามารถไปถึงหนึ่งต่อหนึ่งร้อยได้ ถ้าเยอะกว่าหน่อยก็คือหนึ่งต่อสองสามร้อย ถึงขั้นมากกว่าพัน หรือสองสามพัน

ความแตกต่างของความเร็วในการไหลของเวลาที่มหาศาลเช่นนี้ เพียงพอให้เขาทำความเข้าใจเป็นเวลานานได้แล้ว

พรึ่บ

ลู่เซิ่งค่อยๆ ลบลวดลายค่ายกลสำหรับควบคุมระดับพลังงานทิ้ง แล้วใช้มีดผลึกแกะสลักลวดลายชิ้นใหม่

จากนั้นก็คอยส่งแก่นหยางเข้าไปด้านในเป็นระยะ เพื่อทำให้ลวดลายค่ายกลหลอมรวมเข้ากับค่ายกลทั้งหมดได้อย่างสมบูรณ์

“กลืนสมุทร” เขาเรียกเบาๆ พร้อมกับสัมผัสนิ้วชี้บนพื้นค่ายกล

ซู่…

ก้อนโลหะที่เปลี่ยนเป็นสีดำสนิทโดยสิ้นเชิงก้อนหนึ่งค่อยๆ ปรากฏขึ้นด้านหลังเขา

‘การใช้ไข่มุกกลืนสมุทรที่เสริมความแข็งแกร่งแล้วเป็นแกนค่ายกล สมควรยืดระยะเวลาของช่องแตกออกไปได้ และน่าจะรองรับแรงกดดันทางมิติเวลาได้มากกว่าเดิม ถ้าหากขยายขนาดของช่องแตกบางส่วนได้ก็จะดีกว่าเดิม’ ลู่เซิ่งมีแนวคิดอยู่ส่วนหนึ่งแล้ว ถ้าจะให้ดีที่สุดก็คือใช้ค่ายกลทิ้งป้ายบอกทางที่มั่นคงไว้ในโลกทั้งสองใบได้

เมื่อเป็นแบบนี้ เขาก็จะเข้าสู่โลกที่เคยไปได้ง่ายกว่าเดิม

น่าเสียดายที่ถ้าต้องการทำถึงขั้นนี้ พลังงานที่จำเป็นมหาศาลเกินไปจริงๆ พลังงานส่วนตัวเพียงอย่างเดียวยังไม่เพียงพอ

ป้ายบอกทางต้องการพลังงานที่แข็งแกร่งสุดเปรียบปาน ถึงจะส่งสัญญาณทะลุพายุมิติเวลาและวังวนมิติเวลานับไม่ถ้วนได้อย่างต่อเนื่องไม่ขาดตอน

นี่ต้องการอุปทานพลังงานที่มีอย่างไม่ขาดสาย และกำลังคนที่จะคอยสับหน้าที่กันตลอดเวลา

‘ตอนนี้ทำแบบนี้ไปก่อนก็แล้วกัน’ ลู่เซิ่งเสริมลวดลายค่ายกลจุดสุดท้าย จากนั้นก็ตรวจสอบวัตถุที่มีระดับพลังงานสูงบนร่างตัวเองอีกรอบหนึ่ง

การไปยังโลกที่มีระดับพลังงานต่ำในครั้งนี้ วัตถุระดับพลังงานสูงทั้งหมดล้วนเอาไปด้วยไม่ได้ เพราะจะถูกกั้นไว้ด้านนอกเยื่อกั้นของโลก

เกิดว่าถูกขวางกั้นตอนข้ามมิติเวลา สิ่งของใดๆ ที่ไม่มีการป้องกันจากพลังงานที่มากพอจะถูกฉีกเป็นผุยผงในทันที

ดังนั้นลู่เซิ่งเลยโยนของทั้งหมดไปไว้ในไข่มุกกลืนสมุทร เขาไม่แน่ใจว่าโลกรูปจิตพกของไปจุติด้วยได้หรือไม่ เลยไม่อยากจะเสี่ยง

โอสถบางส่วน อาวุธเทพสองชิ้น มีดวิถีมารที่เพิ่งซื้อมาเพื่อใช้ผ่าตัดเล่มหนึ่ง และยาปลอบประโลมจิตวิญญาณสองขวดที่บรรจุความสามารถเพิ่มพลังจิต

ที่เหลือคือสิ่งของจิปาถะส่วนหนึ่ง ลู่เซิ่งเพียงเก็บพวกเงินทองเพชรพลอย รวมถึงอาหารพลังงานความร้อนสูงอีกเล็กน้อยไว้กับตัว ก่อนจะเปิดค่ายกล แล้วเติมพลังกฎเกณฑ์แก่นอาคมจำนวนมากพอเข้าไป

หลังจัดการทุกอย่างนี้เสร็จ เขาจึงค่อยสงบจิตใจ หลับตาลง และนั่งขัดสมาธิที่เดิม

ซู่…ซู่…

เส้นสีแดงหลายสายสว่างและแผ่ขยายไปตามลวดลายค่ายกล

ไข่มุกกลืนสมุทรซึ่งลอยอยู่กลางอากาศเชื่อมต่อกับเส้นสีแดงหลายเส้นด้านล่างช้าๆ เส้นสีแดงทวีจำนวนและหนาแน่นขึ้นเรื่อยๆ

ฟ้าว!

พริบตานั้นแสงสีดำสายหนึ่งพุ่งผ่าน ช่องแตกสีเทากางออกด้านบนไข่มุกกลืนสมุทรอย่างฉับพลัน

ลู่เซิ่งกระโดดขึ้น ก่อนจะกลายร่างเป็นแสงสีดำพุ่งเข้าไปในช่องแตกเหมือนกับหัวลูกศร

ช่องแตกหุบลงอย่างช้าๆ เหลือแค่จุดจุดหนึ่งที่มีขนาดเท่าเม็ดงาลอยอยู่กลางอากาศ

ฟิ้วๆๆ!

ไข่มุกกลืนสมุทรยิงเส้นสีแดงออกมาหลายสาย ห่อหุ้มสีเทาจุดนี้ไว้อย่างแน่นหนา

รอถึงเวลาจำเป็นครั้งหน้า จะได้ขยายและเปิดใช้งานได้อีกครั้ง

…

ครืด

ผ้าม่านสีขาวถูกดึงเปิดออก

ลู่เซิ่งมองดูเด็กชายผมสีทองที่กำลังปั่นจักรยานเป็นวงกลมบนพื้นหญ้าราบเรียบนอกหน้าต่าง หูได้ยินเสียงทาสีดังครืดๆ จากด้านนอกประตูเบาๆ

เขาก้มหน้ามองเครื่องแต่งกายบนร่างตัวเอง

ร่างสูงหนึ่งร้อยหกสิบเซนติเมตร สวมเสื้อเชิ้ตสีดำและกางเกงยีนส์ สะพายกระเป๋าหนังสือใบเล็กๆ ไว้บนสองไหล่ บนหน้าอกข้างขวามีตราโรงเรียนติดอยู่

‘จัวเจิ้นอวี่ผู้มีอายุสิบห้าปี เรียนโรงเรียนส่วนกลางอันดับสองในเมืองเทียนงาม ความปรารถนาที่ต้องการมากที่สุดคือการทำให้พ่อกลายเป็นสุดยอดจิตรกรของโลกที่ได้รับฉายานามว่าเทพ’

‘รู้สึกผิดปกติตั้งแต่ก่อนจุติแล้ว เป็นอย่างที่คิดเลย…’ ลู่เซิ่งพ่นลมหายใจอย่างหน่ายใจ

เขามองเห็นใบหน้าไร้เดียงสาของตัวเองซึ่งยังสลัดความเป็นเด็กออกไปไม่พ้น ผ่านกระจกสะท้อนได้อย่างชัดเจน

‘ผิวค่อนข้างขาว ผิวของชาวตะวันตกแต่หน้าของคนตะวันออกงั้นเหรอ’

ลู่เซิ่งยังนับว่าพอใจในร่างร่างนี้ โลกนี้เหมือนอย่างที่เขาคาดไว้ เป็นโลกที่ไม่มีพลังเหนือธรรมชาติใดๆ

ความเฉื่อยของพลังงานในอากาศแข็งแกร่งจนน่าตกตะลึง

พลังงานของไฟหยินอันยิ่งใหญ่ที่มีอาณาเขตทำลายล้างเป็นพันกิโลเมตรในโลกมารสวรรค์ กลับไม่พอจะใช้จุดบุหรี่สักมวนด้วยซ้ำเมื่อมาอยู่ที่นี่

ลู่เซิ่งทดลองใช้พลังของร่างหลักตั้งแต่แรก น่าเสียดายที่โครงสร้างวัตถุของที่นี่มีความเสถียรถึงขีดสุด แทบไม่มีพลังงานล่องลอย ใช้ไฟหยินจุดไฟได้ก็ถือว่าไม่เลวแล้ว

นอกจากสิ่งเหล่านี้แล้ว เรื่องที่ทำให้เขาค่อนข้างสนใจก็คือทิศทางหลักของโลกใบนี้ หรือก็คือจิตรกร

โลกนี้มีประเทศหนึ่งร้อยกว่าประเทศ ทุกๆ ปีจะจัดการแข่งขันจิตรกรระดับโลก โดยตั้งชื่อให้ว่าเนตรแห่งเทพ

และบิดาของร่างร่างนี้ก็คือจิตรกรผู้ ‘โดดเด่น’ คนหนึ่งในอดีต

ดูจากความทรงจำของจัวเจิ้นอวี่ จัวซือชิ่งบิดาของเขามีทักษะด้านการวาดภาพที่ ‘เก่งกาจ’ ทั้งยังมั่นใจในด้านทักษะวาดภาพเหมือนของตัวเองมาก แม้จะเข้าร่วมการแข่งขันหลายครั้งแต่ไม่อาจไปถึงระดับเขตได้ก็ตาม

จัวซือชิ่งอ้างว่าเป็นเพราะผู้ตัดสินไม่มีตา คับข้องใจไปเสียทุกครั้ง

แต่สิ่งที่เขาเอือมก็คือ คนคนนี้ชอบอวดโอ่ต่อหน้าจัวเจิ้นอวี่ว่าตนมีความสามารถไม่ธรรมดา ถ้าไม่ใช่เพราะมีลูกติดอย่างเขา ทักษะการวาดภาพคงรุดหน้า และเข้าสู่การแข่งขันในระดับโลกโดยไม่มีปัญหาได้แล้ว

ส่วนผู้เป็นแม่ ตัวเจิ้นอวี่ไม่เคยเจอตั้งแต่ยังเป็นเด็กแล้ว จัวซือชิ่งผู้เป็นทั้งพ่อและแม่ รับผิดชอบงานบ้านทั้งหมด

นอกจากนี้สิ่งที่น่าสนใจที่สุดก็คือ โลกใบนี้มีจิตรกรกลุ่มเล็กๆ กลุ่มหนึ่งที่ว่ากันว่าครอบครองความลี้ลับซึ่งมีชื่อว่าวิญญาณภาพ

ภาพที่จิตรกรผู้ครอบครองวิญญาณภาพรังสรรค์ออกมา ถึงขั้นส่งผลต่อคนมีชีวิตทุกคนที่ได้เห็นภาพโดยไร้เงื่อนไขใดๆ และทำให้พวกเขาเกิดความรู้สึกหลอนถึงอารมณ์ต่างๆ มากมายได้

‘จิตรกรธรรมดาไม่มีความสามารถใดๆ เป็นเพียงคนทั่วไปเท่านั้น แต่จิตรกรที่ครอบครองวิญญาณภาพซึ่งเป็นทักษะระดับสูงกลับมีความสามารถพิเศษหลายรูปแบบ โลกนี้จำกัดพลังธรรมชาติมากถึงขนาดนี้ กลับใจกว้างในด้านการวาดภาพ…ดูเหมือนครั้งนี้เราต้องเริ่มเรียนวาดภาพซะแล้ว!’

ลู่เซิ่งหวนนึกถึงความทรงจำของจัวเจิ้นอวี่ เป็นเพราะชอบออกกำลังกายมาตั้งแต่เด็ก จัวเจิ้นอวี่จึงรังเกียจที่ผู้เป็นพ่อพยายามสอนการวาดภาพให้แก่เขา ทั้งยังไม่สนใจโดยสิ้นเชิง

นี่ทำให้ทักษะพื้นฐานของเขาในตอนนี้ไม่ผ่านเกณฑ์ด้วยซ้ำ ยิ่งอย่าว่าแต่กลายเป็นจิตรกร

ภายหลังแม้ความประทับใจต่อการวาดภาพจะเปลี่ยนแปลงไปเพราะเรื่องบางอย่าง แต่เนื่องจากตอนนี้เพิ่งจะเริ่มไล่ตาม เวลาก็สายไปเสียแล้ว

‘สิ่งที่ลำบากนิดหน่อยก็คือ ไม่มีวิชามรรคายุทธ์ด้านการวาดภาพเลยนี่สิ…คิดจะใช้ประโยชน์จากดีปบลูสร้างความสำเร็จไวๆ เกรงว่าจะทำไม่ได้แล้ว…’ ลู่เซิ่งขมวดคิ้ว พร้อมกับเดินไปถึงด้านหน้าโต๊ะหนังสือและมองหนังสือบนนั้น

ทักษะร่างภาพขั้นพื้นฐาน เรียนวาดภาพจากปรมาจารย์ การระบายและสี ฯลฯ

พลิกดูอย่างขอไปทีอยู่ครู่หนึ่ง ด้านในมีการทำเครื่องหมายไว้อย่างวุ่นวาย พอตัวหนังสือสีดำกับคำอธิบายประกอบสีแดงมาผสมกัน กลับดูมีกลิ่นอายเด็กเรียนอยู่อย่างเข้มข้น

บางจุดที่มีแค่ประโยคเดียวก็ถึงขั้นที่มีคำอธิบายประกอบประโยคอยู่หลายบรรทัด

“เสี่ยวอวี่ เสี่ยวอวี่” จัวซือชิ่งที่อยู่ด้านนอกประตูเรียกชื่อเขาเสียงดัง

ลู่เซิ่งสงบจิตใจและรีบวิ่งออกไป

“เป็นอะไรไปครับ มีเรื่องอะไรเหรอ”

จัวซือชิ่งใส่ชุดสูทสีดำไม่เป็นทางการที่ยับอยู่บ้าง สวมแว่นตา ถือปลาถุงหนึ่งที่ฆ่าแล้วไว้ในมือ

พอได้ยินคำตอบของลู่เซิ่งก็รู้สึกผิดปกติเล็กน้อย ปกติแล้วลูกชายไม่ตอบแบบนี้นี่นา

แต่เขาก็ไม่ได้สนใจนัก ได้สติกลับมา ก่อนจะเปลี่ยนรองเท้าแล้วโยนปลาเข้าไปในอ่างล้างหน้าในห้องครัว

“เป็นไงบ้าง วันนี้ที่โรงเรียบราบรื่นดีไหม” เขาเปิดแอร์ในห้องรับแขก จากนั้นก็ถอดเสื้อนอกออกพร้อมกับนั่งลง

“พอได้ครับ” ลู่เซิ่งนั่งลงตาม

ก่อนหน้านี้เขาลองคำนวณโดยเปรียบเทียบการทำงานของพลังงานในโลกใบนี้ดู พลังงานที่อยู่ที่นี่เบาบางถึงขีดสุด ทั้งยังมีความเฉื่อยมากจนน่าตกใจ

หลังจากใช้สูตรแปลงค่าคำนวณดู เวลาจะแตกต่างกับโลกมารสวรรค์หนึ่งต่อสี่ร้อยกว่าเท่า

หรือหมายความว่า ที่นี่ผ่านไปหนึ่งปี ทางนั้นยังผ่านไปไม่ถึงวันด้วยซ้ำ

สิบปีของที่นี่ เท่ากับที่นั่นสิบวัน

ถึงแม้เวลานี้จะไม่นับว่ามากมายอะไร แต่สำหรับลู่เซิ่งที่ขาดแคลนเวลาอย่างสาหัสในตอนนี้ ถือว่าเป็นการเติมเต็มเพิ่มเติมแล้ว

ครั้งนี้จะเลื่อนสู่ขอบเขตลวงตาได้หรือไม่ ขึ้นอยู่กับการทำความเข้าใจของที่นี่แล้ว

ความจริงถ้าหากโลกที่จุติเป็นโลกที่มีระดับความเข้มข้นของพลังงานสูงจะดีที่สุด แต่ว่าของสิ่งนี้ไม่ใช่สิ่งที่ลู่เซิ่งจะควบคุมได้

‘ทางที่ดีที่สุดคือ ควรทำความเข้าใจจุดสำคัญในอีกสองสามปีได้’

ลู่เซิ่งถอดกระเป๋านักเรียนออก แล้วยื่นมือออกไปหยิบซาลาเปาถั่วแดงก้อนหนึ่งบนโต๊ะตามสัญชาตญาณ

หมับ

จัวซือชิ่งจับข้อมือของเขาไว้อย่างแม่นยำ

“กินข้าวให้หมดก่อน!”

“ครับ” ลู่เซิ่งพลันควบคุมตัวเอง เมื่อครู่เขาไม่ได้อยากจะกิน ตัวจัวเจิ้นอวี่ต่างหากที่ชอบกิน

“อีกสองสามวันลูกไปกินที่โรงอาหารของโรงเรียนนะ พ่อจะต้องไปเข้าร่วมการแข่งขัน”

พอจัวซือชิ่งพูดถึงการวาดภาพก็หน้าตาเบิกบาน ท่าทางกระปรี้กระเปร่า จนไม่เห็นว่าลู่เซิ่งแอบหยิบซาลาเปาถั่วแดงขึ้นมา

ลู่เซิ่งไม่รีบร้อน อย่างไรการแข่งขันน้อยใหญ่มากมายที่จัวซือชิ่งเข้าร่วมก็มีเยอะถมไป ความปรารถนาของร่างร่างนี้จะสำเร็จหรือไม่เขาล้วนไม่สนใจ เพราะปัจจุบันจิตวิญญาณรองรับถึงขีดจำกัดของร่างกายแล้ว หากหลอมรวมอีกก็เป็นแค่ของสิ้นเปลืองเปล่าๆ

สิ่งที่สำคัญที่สุดคือการทำความเข้าใจ

ส่วนจะทำความเข้าใจอย่างไรนั้น…

ลู่เซิ่งจดจำเคล็ดโปรยน้ำค้างกลางสวนบูรพาในสารทฤดูไว้ก่อนแล้ว วิชานี้เน้นการฝึกฝนจิตใจเป็นหลัก

สิ่งที่เน้นคือความเป็นธรรมชาติและการปล่อยไปตามสภาวะ

หลังจากกินข้าวกับจัวซือชิ่งที่กำลังโม้เสร็จ เขาก็ถูกไล่กลับไปทำการบ้านในห้อง ส่วนจัวซือชิ่งไปฝึกวาดรูปต่อ

ปัจจุบันบ้านหลังนี้อาศัยเขาขายภาพวาดธรรมดาๆ เพื่อประทังชีวิต

ปลาที่เพิ่มมาในวันนี้ต้องกัดฟันหามาแล้ว เป็นเพราะจัวซือชิ่งเห็นลูกชายสีหน้าไม่ดี เลยออกไปซื้อของมาบำรุงร่างกาย

หลังกินข้าวเย็นเสร็จ ลู่เซิ่งก็มานั่งหน้าโต๊ะหนังสือ

‘ไม่ว่ายังไงก็ต้องฝึกฝนความสามารถป้องกันตัวก่อน’

ต่อให้ไม่มีพลังเหนือธรรมชาติ แต่แก่นหยางก็หล่อเลี้ยงเขาคนเดียวได้มากพอ

หลายวันต่อจากนั้น ลู่เซิ่งปรับตัวเข้ากับสภาพการใช้ชีวิตไปพลาง เริ่มเรียนทักษะการวาดภาพพื้นฐานตั้งแต่เริ่มต้นไปพลาง

จัวซือชิ่งที่เข้าร่วมการแข่งขันกลับมาอย่างรวดเร็ว ภาพวาดของเขาไม่สามารถเข้าสู่การแข่งขันตัดสินประจำเขตได้ด้วยซ้ำ

แต่การรบทุกครั้งแพ้ทุกครั้งก็มีข้อดีอยู่ พอตกบ่ายเขาก็กลับเป็นปกติ ทำกับข้าวให้ลู่เซิ่งต่อ

ไม่นานกับข้าวหนึ่งอย่างน้ำแกงหนึ่งอย่างก็ถูกยกขึ้นโต๊ะอาหาร

“กินเถอะ หลังกินเสร็จค่อยไปฝึกวิชาพื้นฐานต่อ” จัวซือชิ่งโบกมือ

“พ่อครับ ภาพวาดพ่อเป็นยังไงบ้าง เข้ารอบการแข่งขันไหม” ลู่เซิ่งซ้ำแผลโดยไม่ปรานีแม้แต่น้อย

จัวซือชิ่งหนังหน้ากระตุก

“แค่การแข่งขันเอง ต้องเข้าได้อยู่แล้ว เพียงแต่พ่อเห็นแก่คนในกลุ่มเดียวกันที่เดินทางมาตั้งไกล ก็เลยยอมถอยให้เขาเข้ารอบไปแทน”

……………………………………….

Prev
Next
Tags:
นิยายจีน, นิยายชีวิตประจำวัน, นิยายดราม่า, นิยายตลก, นิยายผจญภัย, นิยายศิลปะการต่อสู้, นิยายเหนือธรรมชาติ, นิยายแฟนตาซี, นิยายแอคชั่น
MY READING HISTORY
You don't have anything in histories
POPULAR MANGA
กระบี่จงมา
กระบี่จงมา
บทที่ 992.2 ดอกไม้แดงบนภูเขาเขียวดุจเพลิงลุกไหม้ 27 พฤศจิกายน 2024
บทที่ 992.1 ดอกไม้แดงบนภูเขาเขียวดุจเพลิงลุกไหม้ 27 พฤศจิกายน 2024
323r
ท่านอ๋องผู้โหดร้ายกับหมอปีศาจ
ตอนที่ 2138 จะทำลายพวกเจ้า 27 พฤศจิกายน 2024
ตอนที่ 2137 เทือกเขาแห่งความตาย 27 พฤศจิกายน 2024
เทพกระบี่มรณะ (chaotic sword god)
เทพกระบี่มรณะ (chaotic sword god)
ตอนที่ 2528 - การตัดแขน 27 พฤศจิกายน 2024
ตอนที่ 2527 - ชำระหนี้แค้น 27 พฤศจิกายน 2024
61d44445LSpjhqcZ
เปิดระบบสุดโกงอัปสกิลหมอ
บทที่ 869 ที่หลบภัย 27 พฤศจิกายน 2024
บทที่ 868 ผมซับเหงื่อให้ครับ 27 พฤศจิกายน 2024
Full-time-Artist-ใครว่าผมไม่เหมาะเป็นศิลปิ
Full-time Artist ใครว่าผมไม่เหมาะเป็นศิลปิน
ตอนที่ 775 อาภรณ์หลวมโพรกมิเสียดาย เพื่อเจ้าข้าผ่ายผอมยอมอิดโรย 27 พฤศจิกายน 2024
ตอนที่ 774 ผีเสื้อรักบุปผา 27 พฤศจิกายน 2024
นิยายแปล-~จ้าวนักสู้เกิดใหม่ทั้งทีดันเป็นนางร้าย-~-ลูน่าอยากรีไทร์แล้ว
[นิยายแปล] ~จ้าวนักสู้เกิดใหม่ทั้งทีดันเป็นนางร้าย ~ ลูน่าอยากรีไทร์แล้ว
ตอนที่ 53 - 030:แผนการฝึกนักบุญ⑦ ค้นหาศัตรู 27 พฤศจิกายน 2024
ตอนที่ 52 - 029:แผนการฝึกนักบุญ⑥ ก่อนการต่อสู้ 27 พฤศจิกายน 2024
Here for more Popular Manga

Comments for chapter "บทที่ 651 ทำความเข้าใจ (1)"

MANGA DISCUSSION

ใส่ความเห็น ยกเลิกการตอบ

You must Register or Login to post a comment.

  • HOME
  • COOKIE POLICY

© 2026 Madara Inc. All rights reserved